หลังจากที่ไป๋ฉีเดินออกมาจากห้องซ้อมเขาก็อาบน้ำชำระล้างร่างกายและเดินไปยังบ้านของพ่อแม่โดยไม่รอช้า เมื่อเดินเข้ามาสิ่งที่พบเห็นคือการต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นของครอบครัว
ไป๋ฉียิ้มรับและเดินเข้าไปเล่นกับน้องๆของตนเองในทันที แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่อง มังกรมารเก้าเศียร เลยสักนิด เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่ๆของเขาจะพากันกังวลมากจนเกินไป
"ปี๊ๆ"
เจ้าตัวน้อยทั้งสองยกมือมาให้ไป๋ฉีได้จับ ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นมาและจับมือน้อยๆของเด็กทั้งสองอย่างอ่อนโยนยิ่ง
'อนาคตของพวกเธอพี่จะปกป้องมันให้เอง' นี่คือคำปฏิญาณของไป๋ฉีที่มีให้แก่น้องทั้งสองคนของเขา เหล่าแม่ๆทั้งสามคนที่ยืนดูอยู่ห่างๆเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติจึงได้เดินมาหา
"ฉี มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าลูก ทำไมวันนี้ดูเงียบๆไป"ไป๋เยว่อิงกล่าวถาม
ไป๋ฉียิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ "ไม่มีอะไรมากครับ แค่เจออบิสที่รับมือยากตัวหนึ่งแล้วผมก็รู้สึกเหนื่อยจากการสู้กับมันก็เท่านั้น งั้นผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ"
กล่าวจบไป๋ฉีก็ยืนขึ้นและเตรียมจะเดินจากไป ทว่าในตอนนั้นเองไป๋เฉินผู้เป็นพ่อก็เดินมาตบไหล่ของไป๋ฉีเบาๆแล้วถามว่า "นี่ จำที่พ่อบอกได้หรือเปล่า"
ชายหนุ่มพยักหน้า "จำได้สิครับ ให้มีสติอยู่ตลอดเวลาและอย่าประมาท คำๆนี้ผมจำได้ขึ้นใจ"
"ดีมาก พยายามเข้าล่ะท่านเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ พ่อ แม่ๆ และน้องๆของลูกจะคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ที่บ้านเอง"ไป๋เฉินตบหลังของไป๋ฉีเบาๆและยิ้มให้กำลังใจ
"ขอบคุณครับ" ไป๋ฉีพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไปในทันที
เหล่าแม่ๆของไป๋ฉีเดินมาทางไป๋เฉินและเป็นไป๋เยว่อิงที่กล่าวถาม "คุณคะ ลูกไม่ได้เป็นอะไรจริงๆใช่ไหม"
ไป๋เฉินส่ายหน้า "ลูกไม่เป็นอะไรหรอก เขาเป็นถึงเทพสงครามเชียวนะจะเป็นอะไรไปได้ยังไง"
"แต่ฉันไม่เคยเห็นลูกเป็นแบบนี้เลยนะ ขนาดตอนที่ยังไม่มีพลังก็ไม่เห็นเขาจะซึมขนาดนี้"ไป๋หยาเฟยกล่าวออกมา ไป๋หนิงพยักหน้าสนับสนุนคำพูดนั้น
"คิดมากไปแล้ว อ๊ะ....นั่นไง เสี่ยวหลงกับเฟิงเอ่อร์ร้องไห้อีกแล้ว พวกเราไปดูเด็กๆกันเถอะนะ"ไป๋เฉินรีบเปลี่ยนเรื่องและพาภรรยาเหล่าภรรยาของเขาไปดูแล ไป๋จินหลง และไป๋ชิงเฟิงที่กำลังร้องไห้ในทันที
ส่วนตัวของไป๋ฉีหลังจากที่ออกมาจากบ้านของพ่อกับแม่ก็ออกไปเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์เสียเล็กน้อย จากนั้นก็กลับไปพักผ่อนเพื่อรอการประชุมในวันพรุ่งนี้
"สามี การประชุมใกล้จะเริ่มแล้วนะ พวกเราจะไปกันได้หรือยัง"ในช่วงเช้าของวันต่อมาเสียงของโรสดังลั่นไปทั่วบ้าน
ไป๋ฉีที่เตรียมตัวพร้อมแล้วก็เดินออกมาจากห้อง ปรากฏว่าภรรยาทั้งห้าคนของเขาตอนนี้ได้รออยู่ที่ห้องรับแขกโดยพร้อมเพรียงกัน
"ขอโทษที เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยหลับน่ะ พอหลับก็เลยเพลินไปหน่อย"เขากล่าวแก้ตัวออกมา เหล่าภรรยาพากันหัวเราะขบขัน จากนั้นพวกเขาขึ้นเครื่องบินไปยังตึกใหญ่ของดราก้อนเอ็มไพร์อันเป็นสถานที่ประชุมใหญ่ในตอนนี้
เมื่อมาถึงที่หน้าประตู สิ่งที่เห็นคือเหล่าเทพสงครามที่พากันออกจากเครื่องบินของตนเองและเข้าไปยังด้านในตัวตึกอย่างไม่ขาดสาย
"อรุณสวัสดิ์ เทพสงครามไป๋ฉี" ในขณะที่ไป๋ฉีและภรรยากำลังเดินเข้าไป ก็มีเสียงๆหนึ่งดังมาจากด้านหลัง และเสียงนั้นก็ไม่ใช่ของใครอื่นนอกจากเสียงของกู่เย่เฉินที่มาในชุดเครื่อบแบบของเดอะ เลเจนด์ ด้านข้างของเขาแน่นอนคือหมิงเย่ที่ตอนนี้ใบหน้าประดับไปด้วยความเฉยชาและจริงจัง
"อรุณสวัสดิ์ครับ ไม่คิดเลยนะครับเนี้ยว่าคุณจะเปิดเผยตัวในงานนี้"ไป๋ฉีกล่าวตอบกลับไป
"อ่า ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องมาเปิดเผยตัวเองแบบนี้ แต่นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินดังนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ"กู่เย่เฉินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
"เอ่อ...เอาเป็นว่าเราเข้าไปในห้องประชุมกันดีกว่าครับนี่ก็จวนจะได้เวลาแล้วด้วย"ไป๋ฉีผายมือพร้อมกล่าว กู่เย่เฉินพยักหน้าก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปพร้อมกัน
เมื่อเข้าไปยังห้องประชุมเรียบร้อยแล้ว ไป๋ฉี ภรรยาของเขา รวมไปถึงหมิงเย่ ก็นั่งลงตรงบริเวณที่อู่จินหยางอยู่ในทันที ส่วนกู่เย่เฉินนั้นเขาเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะของผู้พิทักษ์ที่ตอนนี้มีอยู่หกที่นั่ง ทำให้เหล่าเทพสงครามพากันฮือฮาเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากพวกเขาไม่เคยพบกู่เย่เฉินมาก่อนเลยตั้งแต่ประชุมสภาเทพสงครามมา แต่ทว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาตกใจกับเรื่องของกู่เย่เฉิน
เมื่อการประชุมเริ่มขึ้นเหล่าเทพสงครามก็ค่อยๆเสนอแผนการที่ตัวเองไปคิดมา แน่นอนว่ามันมีทั้งแผนการที่น่าสนใจ แผนการที่สุดโต่ง และแผนการที่ไร้สาระ
หลังจากเทพสงครามออกความคิดเห็นกันจนเสร็จสิ้นพวกเขาก็ทำการโหวตในทันที จนกระทั้งได้มาหนึ่งแผนการนั่นคือ 'การหยั่งเชิงมังกรมารเก้าเศียรและดูว่ามันมีพลังอย่างที่สองเหมือนดังที่พวกเขาคิดหรือไม่'
"เมื่อมติเป็นเอกฉันท์แล้ว มีใครอยากจะเป็นตัวแทนในการหยั่งเชิงมังกรเก้าหัวในครั้งนี้ไหม ขอเพียงสามคนเท่านั้น"ผู้พิทักษ์อู่เซียนกล่าวถามออกมา ทันใดนั้นเองก็มีสามคนที่ยกมือโดยไม่ลังเลใจ นั่นคือกู่เย่เฉิน จื่อยวน และไป๋ฉี
"สามี นาย!"
เหล่าภรรยาของไป๋ฉีพากันตื่นตระหนกเมื่อเห็นสามีของตัวเองยกมือขึ้นมา ส่วนหมิงเย่เองตอนนี้ความรู้สึกก็ไม่ได้ต่างกัน การหยั่งเชิงครั้งนี้มันคือภารกิจเสี่ยงตายชัดๆ หากประมาทแม้แต่ครั้งเดียวคงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่
"ไม่ต้องห่วง เชื่อใจฉัน สามีของพวกเธอสามารถเอาตัวรอดได้"ไป๋ฉีหันไปกล่าวกับภรรยา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ฮ่าๆๆ ฉันเองก็มีชีวิตอยู่มานานแล้ว ครอบครัวก็พากันตายจากไปกันหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ห่วงอีกต่อไป"จื่อยวนกล่าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
"ผู้พิทักษ์กู่คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม"ผู้พิทักษ์คนอื่นๆหันไปถามกู่เย่เฉินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลำดับสุดท้าย บอกตามตรงพวกเขาไม่อยากให้กู่เย่เฉินออกไปหยั่งเชิงเสียเท่าไหร่นัก เพราะภารกิจนี้เสี่ยงมากไม่รู้ว่ากู่เย่เฉินจะได้กลับมาหรือไม่
พวกเขาอยากให้กู่เย่เฉินเป็นกำลังหลักในการโจมตีมังกรมารเก้าเศียรในครั้งที่ได้ข้อมูลครบมากกว่า เพราะมันอาจจะเพิ่มโอกาสชนะให้กับมนุษยชาติได้
"ผมมั่นใจครับ ผมมีคอสมิคฟรอสธาตุมิติสามารถเคลื่อนย้ายข้ามมิติได้ ถ้าผมไป ผมมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่ แถมยังสามารถช่วยเหลือคนที่ไปกับผมได้อีกด้วย"กู่เย่เฉินกล่าวอย่างไม่มีลังเลใจ เหล่าผู้พิทักษ์ที่ได้ยินเหตุผลนั้นก็พากันพยักหน้าอย่างเข้าใจและยอมรับในการตัดสินใจของกู่เย่เฉิน
"เอาล่ะในเมื่อได้ตัวแทนแล้วการประชุมในวันนี้ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น การปฏิบัติการจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ อีกทั้งพวกเราขอขอบคุณการเสียสละของตัวแทนทั้งสามอย่างสุดซึ้ง"ผู้พิทักษ์อู่เซียนและผู้พิทักษ์คนอื่นๆลุกขึ้นและก้มหัวให้ ไป๋ฉี กู่เย่เฉิน และจื่อยวนอย่างจริงใจ หลังจากนั้นเทพสงครามคนอื่นๆก็พากันก้มหัวให้พวกเขาโดยพร้อมเพรียงกัน
ไป๋ฉี กู่เย่เฉิน และจื่อยวนลุกขึ้น จากนั้นก็หันไปก้มหัวตอบรับอย่างนอบน้อมให้กับเหล่าเทพสงครามและผู้พิทักษ์ หลังจากจบการประชุม ไป๋ฉี กู่เย่เฉิน และภรรยาของพวกเขาก็เดินออกมาพร้อมกัน
"ไม่คิดมาก่อนเลยนะว่างานแรกในฐานะผู้พิทักษ์จะได้ร่วมงานกับนาย"ขณะที่เดินอยู่กู่เย่เฉินก็กล่าวออกมาเช่นนั้น
ไป๋ฉีที่เดินอยู่ข้างๆก็พลันยกยิ้มให้"ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้ทำงานร่วมกับคุณ ถึงอย่างไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
"ฮ่าๆๆได้สิ ฉันเองก็ต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกัน"กู่เย่เฉินตอบกลับไป
ไป๋ฉียิ้ม "ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตอนนี้พวกคุณอยู่ที่บ้านของหรงหรงใช่ไหม เย็นนี้มาทานมื้อเย็นด้วยกันเป็นยังไงครับ ถือซะว่าผมเลี้ยงข้าวก่อนปฏิบัติงาน"
กู่เย่เฉินพยักหน้า "เอาอย่างที่เธอว่ามาก็ได้ เมื่อวานหรงหรงเอาแต่กลัวมังกรเก้าหัวตัวนั้นจนนอนไม่หลับ ถ้าเด็กคนนั้นเจอคุณน้าใจดีของเธอแล้วล่ะก็ไม่แน่อาจจะกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมก็ได้"
"ตกลงตามนั้นนะครับ ผมจะให้แม่เตรียมอาหารสุดพิเศษเอาไว้ให้"เมื่อได้ยินเช่นนั้นกู่เย่เฉินก็พยักหน้าตอบรับ ก่อนที่จะแยกย้ายกันขึ้นเครื่องบินกลับบ้านของตนเอง