King - of - Element

    ตอนที่ 49


      ผู้เล่นภาคินได้สังหาร อสูรใต้ท้องทะเลลึก คราเคน คลาส 7 ระดับ 785 ธาตุน้ำ ค่ะผู้เล่นภาคินได้รับ ลมหายใจสมุทร จำนวน 1 ชิ้นค่ะผู้เล่นได้รับเงิน 10,000 เหรียญ ค่ะ “ส-สุดยอด!...บูซา.....บูซา.....” เสียงของยูชินเจ้าของเรือขนส่งสินค้านี้กำลังตะโกนดังลั่นทันทีที่เห็นอาเชอร์ที่เขารับเข้ามาคนล่าสุดจัดการคราเคนด้วยการโจมตีเดียว พร้อมก้มหัวบูชาความเทพนั้นอย่างกับหนังจีนโบราณ “นี่ เมื่อกี้ได้ยินใครพูดว่ารางวัลๆอะไรนะ!?” ผมที่กำลังล่อนตัวลงบนเรือถามยูชินขึ้นทันที เพราะที่ผมสะดุ้งตื่นก็เพราะคำว่ารางวัลๆนี่แหละ ก็คนมันถังแตกนี่เนอะ ต้องกอบโกยเอาไว้ก่อน “เอ่อ คือ....เดี๋ยวถ้าถึงฝั่งผมจะรีบจัดการให้นะครับ” ยูชินถึงกับเปลี่ยนสรรพนามการพูดจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เขาเป็นพ่อค้ามานาน การประจบสอพอผู้เล่นระดับนี้ย่อมเป็นเรื่องที่สมควรทำ เพราะมันจะทำให้เขาได้ดีในอนาคต แต่เรื่องรางวัลที่เขาพูดในตอนนั้นเขาแค่พูดลอยๆไม่คิดว่าจะมีใครจัดการคราเคนได้จริงๆ ตอนนี้เขาทำได้เพียงพูดปัดๆไปก่อนค่อยคิดเรื่องรางวัลที่จะให้ทีหลัง “นายคงไม่ได้คิดจะเบี้ยวหรอกใช่ไหม!?” ผมสังเกตท่าทีร้อนรนผิดปกติของยูชินเลยพูดกดดันใส่ จนเผลอปล่อยจิตสังหารแห่งราชันย์ออกมาโดยไม่รู้ตัวจนทำให้ยูชินถึงกับหน้าถอดสีก้มหัวลงต่ำจนแนบพื้นด้วยความกลัวทันที “ม-ไม่แน่นอนครับ ใครจะบ้าทำแบบนั้นกัน แหะๆ….” ยูชินพูดกระตุกกระตัก เขาจำความรู้สึกแบบนี้ได้ขึ้นใจ จิตสังหารระดับนี้มันพอๆกับจิตสังหารของราชันย์แห่งปฐพีที่เขาเคยทำการค้าด้วยไม่มีผิด หรืออาจจะรุนแรงกว่าด้วยซ้ำ พอมาลองนึกๆดูอีกทีว่าชุดแบบนี้เขาเคยเห็นที่ไหน และแล้วเขาก็นึกออกมาจนได้พร้อมกับเหงื่อเม็ดโตที่ผุดออกมาจากใบหน้าอันขาวซีดนั้น ใช่แล้วชายตรงหน้าของเขาคือราชันย์แห่งไฟที่กำลังเป็นข่าวดังก่อนหน้านี้ไม่ผิดแน่! แล้วแบบนี้ใครจะกล้าผิดคำพูดกับพี่แกกันล่ะ “อ่าวหรอ ฉันคิดมากไปเองสินะ แล้วตอนนี้รออะไรกันอยู่ล่ะ ไม่เดินทางต่อหรอ?” ผมพูดลอยๆถามยูชินเฉยๆ แต่เขากลับกระตือรือร้นกับคำพูดของผมสุดขีดคล้ายกำลังหวาดกลัวอะไรในตัวผมอยู่ และรีบบอกลูกเรือ npc ให้รีบเดินเรือต่อเสียอย่างนั้น “เห้ เดี๋ยวสิ จะไปทั้งแบบนี้เลยหรอ แล้วเพื่อนของฉันล่ะ!?” ผึ้งพูดขัดขึ้นมา เธอกำลังหมายถึงต่อที่ถูกคราเคนปัดตกทะเลไปในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ “หมายถึงคนนั้นรึเปล่า!” ผมใช้มือชี้ไปที่หัวเรือเผยให้เห็นการ์เดียนประจำกลุ่มคุ้มกันเรือที่พึ่งรู้สึกตัว และกำลังพยายามฝืนตัวเองให้ยืนขึ้น เมื่อเพื่อนๆของเขาเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปดูอาการกันยกใหญ่ สาวน้อยพรีซก็รีบฮิลพลังชีวิตทันที และเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นแล้วพวกเขาจึงหันมาคุยกับผม “นี่นายน่ะ เมื่อกี้คราเคนมันดรอปอะไรมาบ้าง ปกติแล้วมันต้องแบ่งของกันไม่ใช่หรือไง?” ผึ้งหันมาคุยกับผมที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก “เห....ไม่ใช่ว่าผมควรได้ความดีความชอบไปไม่ใช่หรอ ผมสร้างดาเมจใส่มันมากสุดจนจัดการมันได้เชียวนะ” “นายพูดแบบนั้นได้ยังไง ที่นายฆ่ามันได้พวกเราก็มีส่วนช่วยโจมตีมันเหมือนกันนะ แถมพวกฉันโดนมันเล่นงานแบบนี้ควรจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนบ้างสิ!!” ผึ้งยังเถียงไม่หยุด “ใช่ นายมาลาสเหยื่อของพวกเราไปแล้วหวังจะฮุบไอเทมทั้งหมดเอาไว้คนเดียวใช่ไหมล่ะ!?” มดเถียงช่วยพี่ของเธออีกคน เว้นไว้แต่สองหนุ่มที่พึ่งได้สติจึงไม่รู้เรื่องราวว่าตอนนี้เขาคุยเรื่องอะไรกันอยู่ “เฮ้อ....เจ้านี่สินะตัวปัญหา” ผมหยิบไอเทมที่ดรอปจากคราเคนออกมา มันคือลมหายใจสมุทร ไอเทมยอดฮิตสำหรับคนคุ้มกันเรือ มันเป็นไอเทมที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานหายใจ และเคลื่อนที่ในน้ำได้อย่างอิสระในระยะเวลาที่กำหนด และแน่นอนว่าราคาของมันไม่ใช่ถูกๆเลย กลุ่มคนคุ้มกันเรือทั้ง 4 คนได้เห็นไอเทมชิ้นนี้ก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที พวกเขารู้คุณค่าของมันดี และต้องการไอเทมชิ้นนี้มาครอบครองเอาไว้ให้ได้ แต่ก็ยังเลือกที่จะไม่ทำอะไรผลีผลามตอนนี้ “นี่ นายเป็นพ่อค้าใช้มั้ย? ถ้าเป็นนาย จะจัดการยังไงกับสถานการณ์ตรงนี้ยังไง?” ผมหันไปถามยูชินที่ยืนอย่างนอบน้อมอยู่ข้างๆ “หืม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย อย่าแรกคุณต้องการใช้ไอเทมชิ้นนี้รึเปล่า?” ยูชินถามผมกลับมา ผมส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องการ และอีกอย่าง ผมมีความสามารถพิเศษติดตัวอยู่แล้ว แม้จะอาศัยอยู่ในน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ผมก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาไอเทมใดๆ “แล้วพวกคุณล่ะ?” ยูชินหันไปถามกลุ่มคนคุ้มกันเรือต่อ พวกเขาใช้เวลาปรึกษากันพักหนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธไป และนั่นจึงสรุปได้ว่าทั้งสองฝั่งต้องการเงินมากกว่าไอเทม “เมื่อทั้งสองฝั่งเห็นตรงกัน อย่างต่อไปที่ต้องทำคือแบ่งสัดส่วนเงินสินะ....” ยูชินใช้สกิลพ่อค้าของตัวเองประเมินค่าไอเทมชิ้นนี้ และการจัดการแบ่งสัดส่วนเงินให้ทั้งสองฝั่งอย่างลงตัว เขารู้ราคาตลาดของไอเทมชิ้นนี้ดี เขาเพียงรับซื้อไอเทมชิ้นนี้ในราคาร้อน และเปลี่ยนเป็นเงินแบ่งปันสัดส่วนให้เป็นที่น่าพึ่งพอใจทั้งสองฝ่ายเพียงเท่านั้น เมื่อเรื่องจบด้วยดีทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ลูกเรือบางส่วนเริ่มซ่อมเรือที่เสียหายจากการโดนคราเคนโจมตี แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้าทุกคนบนเรือก็เริ่มรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆที่ชวนให้ขนหัวลุก พร้อมกับหมอกหนาที่แม้แต่แสงก็ไม่อาจส่องผ่านเข้ามาได้ มันค่อยๆลงมาปกคลุมทั่วทั้งทะเลจนบดบังทัศนวิสัยการเดินเรือ ยูชินที่อยู่หัวเรือก็ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้เช่นกัน และในตอนนั้นเองลูกเรือของเขาก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา “คุณยูชินครับ จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้เรือของเรานั้นออกนอกเส้นทางไปไกลพอสมควร และตอนนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรทำให้เราไม่สามารถกลับไปยังเส้นทางเดิมได้ครับ!” “ว่าไงนะ! ทำไมไม่บอกซะพรุ่งนี้เลยล่ะ ไอ่พวกบ้าเอ้ย!” ยูชินหัวเสียทันที เขาต้องรีบหาทางออกให้ออกไปจากสถานการณ์แบบนี้ให้ไวให้สุด เพราะไม่อย่างนั้น เขาต้องไปเจอกับอันตรายที่คาดไม่ถึงอีกเป็นแน่ แต่ทว่าดูเหมือนว่าเขาจะช้าไป เรือขนส่งสินค้าลำนี้ถูกกระแสลมอันหนาวเหน็บพัดออกจากนอกเส้นทางเดินเรือไปเรื่อยๆ จนกระแสลมนั้นค่อยๆแผ่วเบาลงเผยให้เห็นเกาะร้างข้างหน้าเรือนั้น รอบๆเกาะเต็มไปด้วยเศษซากของเรือนาๆชนิดมากมายกองอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้เล่นกำลังเข้าสู่เขตดันเจียน เกาะต้องห้ามลึกลับ ระดับ L ค่ะผู้เล่นจะไม่สามารถออกจากพื้นที่นี้ได้เว้นแต่จะสามารถเคลียร์ดันเจียนได้ หรือต้องตายเท่านั้น ค่ะ “ดันเจียนระดับตำนาน!!!” ยูชินร้องลั่นออกมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเคยเห็นดันเจียนระดับตำนานจะๆแบบนี้ ดันเจียนระดับนี้ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้เล่นสายพ่อค้าแบบเขาจะย่างกรายเข้ามาได้ ถึงแม้จะเป็นผู้เล่นสายต่อสู้เองก็ไม่ใช่ว่าจะเคลียร์มันได้ง่ายๆ ผู้เล่นต้องตายมานักต่อนักแล้วกับดันเจียนระดับนี้ ตอนนี้ยูชินอยากจะเอาตัวหนีออกไปจากที่ตรงนี้เสีย แต่ติดตรงที่ไม่อาจทำแบบนั้นได้ เขาต้องตายอยู่ที่นี่งั้นหรอ ต้องเสียสินค้าที่มีค่าพวกนี้ไปงั้นหรอ ครั้นจะให้เคลียร์ดันเจียนก็ดูจะเกินตัวไปหน่อย ร่างกายของเขานั่นสั่นเทาด้วยความกลัวจากบรรยากาศรอบๆ แต่ทันใดนั้นเองกลับมีเสียงแห่งความกระตือรือร้นเสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ “ลงไปกันเถอะ! รออะไรกันอยู่หว่า...?” ผมพูดขึ้นพร้อมกระโดดลงจากเรือสินค้า ทันทีที่เท้าสัมผัสกับผืนเกาะก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงเทียบเท่ากับพลังของผู้เล่นระดับราชันย์เลยก็ว่าได้ซึ่งสำหรับผมนั้นทนได้สบายๆอยู่แล้ว แต่คนอื่นนั้นไม่ใช่ ผมหันกลับไปมองบนเรือก็พบว่าทุกคนไม่เว้นแม้แต่กลุ่มผู้คุ้มกันเรือต่างตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงจึงทำไห้พวกเขาไม่กล้าขยับตัวไปไหนแม้แต่น้อย ในตอนนี้ความใจสู้ของพวกเขานั้นถูกทำลายไปจนหมดสิ้นเรียบร้อยแล้ว “นี่ นายน่ะ สนใจทำธุรกิจด้วยกันมั้ย?” ผมไม่ได้สนใจคนคุ้มกันเรือกลุ่มนั้นเลยพลันหันไปพูดกับพ่อค้าหนุ่มยูชินแทน “ค-ครับ? สนสิ” ยูชินพยายามฝืนพูดออกมาภายใต้แรงกดดันที่ได้รับ ผู้เล่นระดับราชันย์ถึงกับเอ่ยปากชวนเขาขนาดนี้ มีหรือที่เขาจะปฏิเสธได้ลง นี่อาจจะทำให้เขามีรายได้มหาศาลเลยก็ได้หากราชันย์แห่งไฟสามารถเคลียร์ดันเจียนระดับตำนานนี้ได้ แต่ว่าจะเป็นไปได้รึเปล่านั่นไม่มีใครทราบได้ มีแต่ต้องลองเสี่ยงดวงไปเท่านั้น “งั้นก็อยู่บนเรือดีๆนะ เดี๋ยวฉันกลับมา แล้วก็นะ.........อย่าพึ่งตายก่อนล่ะ!” เมื่อพูดจบผมก็กลับหลังหันเดินตรงเข้าไปในเกาะลึกลับนี้อย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับได้ยินเสียงแช่งไล่หลังมาจากกลุ่มผู้คุ้มกันเรือ ซึ่งแน่นอนว่าผมหาได้สนใจไม่ “เหอะ ทำเป็นอวดเก่งไปเถอะ!”.....ผมเดินสำรวจเข้ามาข้างในลึกขึ้นเรื่อย รอบๆข้างเต็มไปด้วยต้นไม้นาๆชนิด รวมถึงป้ายปักหลุมศพจำนวนหนึ่งอยู่ใต้ต้นไม้เหล่านั้น อันที่จริงแล้วดันเจียนระดับ L นั้นไม่ได้มีอะไรมากเลย มันก็คล้ายดันเจียนทั่วไป ไม่ได้มีกลไกอะไรมากมายให้ปวดหัว แต่ที่มันน่ากลัวก็เพราะมอนสเตอร์ในดันเจียนต่างหากที่ OP เกินไปจนยากจะจัดการ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ผมเลือกที่จะมาคนเดียว เพราะจะได้ใช้พลังให้เต็มที่ ไม่ต้องคอยปกป้อง หรือพะวงอะไรใครอีก ว่าแล้วพวกมันก็โผล่ออกมาต้อนรับทันที ป้ายหลุมศพนับสิบหลุมที่ผมเห็นค่อยๆขยับออกเผยให้เห็นศพของนักรบในคราบโจรสลัดที่ถืออาวุธครบมือกำลังลุกขึ้นมา เนื้อเยื่อของพวกมันยังสมบูรณ์ดีไม่เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลาอย่างที่คิด นั่นจึงบ่งบอกได้ถึงความแข็งแกร่งที่มีอยู่เต็มร้อยของพวกมัน ผู้เล่นพบอันเดด สมุนของโจรสลัดในตำนาน คลาส 8 ระดับ 899 ค่ะ “โอโห! ต้อนรับกันดีเชียวนะ!” ผมถึงกับอุทานออกมาทันทีที่เห็นระดับของพวกมัน นี่แค่ลูกกระจ๊อกยังขนาดนี้ แล้วถ้าลูกพี่มันจะขนาดไหนกัน แต่ก็สมแล้วที่เป็นถึงดันเจียนระดับ L ล่ะนะ และด้วยเหตุนี้ผมต้องไม่ประมาทกับมอนสเตอร์ตรงหน้าอย่างเด็ดขาด ผมรีบเปิดหน้าต่างไอเทมขึ้นมาพลันหยิบขวดยาเสริมพลังออกมา 3 ชนิด มันคือโพชั่นเสริมพลังการโจมตี 20% เป็นเวลา 180 วินาที โพชั่นเสริมความเร็วในการเคลื่อนที่ 25% เป็นเวลา 180 วินาที และสุดท้ายโพชั่นเสริมพลังป้องกัน 25% เป็นเวลา 180 วินาที โพชั่นเหล่านี้ผมจะพกเอาไว้ติดตัวยามฉฉุกเฉิตลอดเวลา ไม่รอช้าผมบีบโพชั่นเหล่านั้นแตกทันที ร่างของผมเรืองแสงเล็กน้อยหลังจากกดใช้โพชั่นเป็นสัญญาณให้รู้ว่ามันส่งผลแล้ว และแน่นอนว่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ ผมบัพเสริมพลังให้ตัวเองอีกขั้นหนึ่ง ทะลวงขีดความสามารถเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานทุกอย่าง 20% เป็นระยะเวลา 3 นาที Eagle Eyesเพิ่มขีดจำกัดการมองเห็นให้ดีขึ้น 3 เท่า เป็นระยะเวลา 3 นาที อาณาเขตแห่งราชันย์(ลดค่าสถานะทุกอย่างของศัตรูลง 50% และเพิ่มค่าสถานะให้ผู้ใช้ทักษะขึ้น 50 % เมื่อถูกเปลวไฟจากผลของทักษะจะติดสถานะเผาไหม้ส่งผลให้เลือดลด 1%/1วินาที : ทักษะเปิดปิด ใช้มานา เป็นตัวกำหนดระยะเวลา) “ฟู่......มาเริ่มกันเลย!!” ....

    คล้ายกับเรื่องKing - of - Element ที่คุณอ่าน