หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 45 - พบหน้าโม่เฉิน

            “เจ้าไม่ต้องกังวลศิษย์พี่สบายดี นครเทียนหนานไม่ได้แย่อะไร อันที่จริงแล้วก็เป็นนครที่มีเอกลักษณ์มาก”ชิงจีกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “เมื่อไปถึงหมู่บ้านข้าจะไปเอาเหล้าที่บ้านท่านอาหนิวให้ศิษย์พี่หญิงถึงเหล้าที่อาหนิวทำจะไม่เหมือนเหล้าชิงเซวี่ยของศิษย์พี่หญิงแต่ก็กลมกล่อมทั้งยังมีฤทธิ์แรงพอตัว เมื่อก่อนตอนข้าไปล่าสัตว์ยังต้องเอาเหล้าของท่านอาหนิวไปด้วยเลย”เยี่ยซางมีความสุขมากที่จะได้กลับไปหมู่บ้านจู๋หยวน

            “นั่นเป็นวิธีที่เจ้าเรียนรู้วิธีการดื่มเหล้าหรือ?” ชิงจีถามด้วยรอยยิ้ม

            “ตอนที่ข้ายังเด็กข้าชอบวิ่งเล่นรอบๆ หมู่บ้าน จากบ้านของข้าทางทิศตะวันตกไปยังบ้านของท่านอาหนิวท่านอาหนิวจะเอาเหล้ามาให้ข้าดื่ม เมื่อไปบ้านป้าหลินท่านป้าหลินก็จะทำเสื้อผ้าให้ข้า ท่านอาหลี่จะเอาไม้ไปทำเป็นดาบและหอกมาให้ข้า แต่น่าเสียดายเขาตายในการล่าสัตว์อสูรเมื่อไม่กี่ปีก่อน” เยี่ยซางพูดพร้อมกับถอนหายใจ

            “นี่คือชีวิตมนุษย์สิบสาม ไม่ต้องกังวล พวกเราจะไปที่บ้านศิษย์พี่กวนเหยี่ยของเจ้าก่อน แล้วค่อยไปที่หมู่บ้านจู๋หยวนกัน”ชิงจีปลอบเยี่ยซางขณะมองเขา

            “ตกลงข้าไม่รีบ” เยี่ยซางพยักหน้า

            ความเร็วของชิงเตียวสองตัวนี้ไม่ช้าเลยเมื่อเทียนอวี่ไม่จำเป็นต้องให้เยี่ยซางขึ้นหลัง มันก็บินได้เร็วขึ้นมากเช่นกัน

            หลังจากพักผ่อนตอนกลางคืนวันต่อมาทั้งสามคนก็มาถึงนครเทียนหนาน พวกเขาไม่ได้เข้าไปในนครเทียนหนานแต่เดินทางต่อและหยุดลงที่เมืองชิงหนานแทน

            หลังจากจัดการกับชิงเตียวและเทียนอวี่แล้วกลุ่มเยี่ยซางทั้งสามคนก็มาถึงลานที่ดูแปลกตาในเมืองก่อนจะเคาะประตู

            “เจ้าเป็นศิษย์พี่หญิงของเสี่ยวเหยี่ยหรือ? เข้ามานั่งก่อนสิ”หญิงชราผมสีขาวท่าทางใจดีพาหยางเหล่ย ชิงจีและเยี่ยซางไปนั่งพักที่ลานบ้าน

            “ท่านป้าอยู่บ้านสบายดีหรือไม่?” ชิงจีถาม

            “ดีมากศิษย์พี่ของเสี่ยวเหยี่ยมาบ่อยเลยทีเดียวเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็มานะเจ้าไม่รู้หรือ?” หญิงชราพูด

            “สิบเอ็ดมาที่นี่ด้วยหรือ!”ชิงจีและหยางเหล่ยมองหน้ากัน

            “เขาไปแล้วหรือ?” หยางเหล่ยถาม

            “ข้าไม่รู้เขาทิ้งเงินไว้ให้เราแล้วก็ออกไป แต่จากที่ครั้งก่อนที่เขามาเขาจะอยู่ที่หน้าหลุมศพของเสี่ยวเหยี่ยราวสองสามวัน”หญิงชราเช็ดดวงตาของนางแล้วพูด

            เมื่อคำนับหญิงชราแล้วชิงจีก็ดึงหยางเหล่ยและเยี่ยซางออกจากสนามและรีบเดินทางออกจากเมือง

            “สิบเอ็ดจะอยู่ที่สุสานของสิบสองหรือ?” หยางเหล่ยถามชิงจีหลังจากกวนเหยี่ยเสียชีวิต โม่เฉิน หยางเหล่ย และคนอื่นๆก็ส่งร่างของเขากลับมาฝังศพที่บ้านเกิด

            ชิงจีไม่ได้พูดอะไรต่อนางหวังว่าจะได้พบโม่เฉินเพื่อจะได้บอกอีกฝ่ายว่าลัวซื่อไห่ตายแล้วในอนาคตเขาจะได้ไม่ต้องออกมาตามล่าลัวซื่อไห่อีก แต่นางก็กลัวว่าจะไม่ได้พบเขา

            หลังจากออกจากเมืองทั้งสามรีบขึ้นไปบนภูเขาสูงราวห้าถึงหกลี้ ครู่ต่อมาพวกเขาก็เข้าไปในหุบเขาแห่งหนึ่ง

            เมื่อเข้าไปในหุบเขาชิงจีและหยางเหล่ยจึงชะลอความเร็วลง เพราะพวกนางมองเห็นสถานการณ์ในหุบเขาได้ชัดเจน

            ที่มุมหนึ่งของหุบเขามีหลุมศพปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขาทั้งสาม พร้อมกับดาบเล่มหนึ่งที่ถูกเสียบไว้ข้างหลุมนั้นโดยมีชายชุดดำนั่งอยู่ข้างดาบพร้อมขวดสุรามากมายวางอยู่ข้างตัวชายผู้นั้น

            “สิบเอ็ด!”หยางเหล่ยตะโกนเมื่อนางเห็นร่างของชายคนนั้น

            ชายคนนั้นหันกลับมาแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาเอามือปิดตา เพราะแสงแดดแยงตาของตนเอง

            เยี่ยซางสังเกตว่าชายคนนั้นดูสกปรกเล็กน้อยผมของเขายุ่งเหยิงคางและริมฝีปากก็ปกคลุมด้วยตอหนวดสีดำ จนเหมือนว่าเขาไม่ได้ดูแลตัวเองมาเป็นเวลานาน

            “ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!ตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ชิงจีก้าวไปข้างหน้าเพื่อคว้าเสื้อของชายคนนั้นและยกตัวเขาขึ้น

            “ศิษย์พี่หกข้าเป็นคนไร้ประโยชน์ ข้าตามหาลัวซื่อไห่มาสิบกว่าปีแล้ว แต่ก็หาไม่เจอ หรือไม่เขาก็หนีไปแล้วเรื่องของสิบสอง ข้าต้องทำให้สำเร็จ” ชายในชุดสีดำคือโม่เฉินกล่าวอย่างขุ่นเคือง

            “เจ้าฟังข้าลัวซื่อไห่ตายแล้ว มันสำเร็จแล้ว!” หยางเหล่ยก้าวไปข้างหน้าและตบตรงคอของชายชุดดำ

            “ศิษย์พี่เก้าท่านพูดว่าอะไรนะ?” โม่เฉินยืนตัวตรงสะบัดศีรษะและถามหยางเหล่ย

            “ลัวซื่อไห่ตายแล้วเมื่อสองวันก่อนเราเจอมันด้วยความช่วยเหลือของศิษย์น้องสิบสามลัวซื่อไห่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากศิษย์พี่หญิงเก้าของเจ้าแล้วในที่สุดมันก็ระเบิดตัวเองตาย” ชิงจีกล่าว

            “ทักษะการเคลื่อนไหวของลัวซื่อไห่แข็งแกร่งมากท่านฆ่าเขาแล้วจริงๆ หรือ?” โม่เฉินถามอย่างตื่นเต้น

            “เป็นการฆ่าตัวตายต่างหากลัวซื่อไห่ระเบิดตัวเองเพราะเห็นว่าหนีไม่ได้และต้องการลากศิษย์พี่เก้าของเจ้าไปด้วยสิบสาม เจ้ามาพบศิษย์พี่คนที่สิบเอ็ดของเจ้าสิ ผู้นี้คือโม่เฉิน” หยางเหล่ยพูดนางดึงเยี่ยซางมาที่ด้านข้างของนาง

            “เยี่ยซางคารวะศิษย์พี่โม่เฉิน!”เยี่ยซางคำนับให้โม่เฉิน

            “สิบสาม? อาจารย์รับศิษย์เพิ่มหรือ?” โม่เฉินถามมองเยี่ยซางขึ้นลง

            “ใช่เขาเป็นศิษย์ปิดด้วยเหมือนกัน ดูเจ้าสิ ให้ศิษย์น้องมาเห็นสภาพอะไรแบบนี้”หยางเหล่ยกล่าวพลางขมวดคิ้ว นางไม่พอใจกับสภาพที่ย่ำแย่ของโม่เฉินอย่างมาก

            “ข้า-ข้าจะไปจัดการตัวเองแล้วค่อยกลับมา”โม่เฉินผิวปาก จากนั้นสัตว์อสูรบินสีทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นโม่เฉินขึ้นหลังมันก่อนจะจากไป มันคืออสูรบินของเขา อินทรีปีกทอง

            “หลายปีของการไล่ล่าเพื่อสังหารลัวซื่อไห่โดยที่ไม่ประสบความสำเร็จเขาเองก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ทรุดโทรมขนาดนี้”ชิงจีกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

            เยี่ยซางและศิษย์พี่หญิงทั้งสองอยู่ในสุสานสักพักหนึ่งเยี่ยซางก้าวไปข้างหน้าเพื่อคารวะกวนเหยี่ย แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนแต่กวนเหยี่ยก็ยังเป็นศิษย์พี่สิบสองของเขา

            ครึ่งชั่วยามต่อมาก็โม่เฉินกลับมา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไป เขาอาบน้ำและเปลี่ยนเป็นชุดสะอาดแม้ว่าผมของเขาจะยังดูกระเซอะกระเซิงอยู่บ้างแต่ก็ไม่ยุ่งเหยิงอีกต่อไปหนวดเคราก็โกนเรียบร้อยแล้ว

            “ก็แค่นั้น”ชิงจีพูดด้วยรอยยิ้ม

            “สิบสองความแค้นของเจ้า ศิษย์พี่หญิงเก้าช่วยเจ้าสะสางแล้วในอนาคตข้าคงไม่ได้มาพบเจ้าบ่อยนัก” โม่เฉินโค้งคำนับที่หลุมฝังศพ

            ทั้งสี่คนไม่ได้ควบคุมสัตว์อสูรบินแต่ใช้การเดินเท้าไปแทนชิงจียังเล่าให้โม่เฉินฟังด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รวมถึงการไล่ล่าและสังหารลัวซื่อไห่

            “ข้าพบลัวซื่อไห่สองครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วและแปลกเกินไป มันไม่ยอมต่อสู้ด้วยซ้ำข้าจึงไม่สามารถทำอะไรกับมันได้” โม่เฉินกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

            “ใช่ ถ้าไม่ใช่เพราะความคล่องแคล่วของสิบสามมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไล่ตามเขาให้ทัน” หยางเหล่ยพยักหน้านางก็พบความยากลำบากในการไล่ล่าลัวซื่อไห่เช่นกัน

            “ว่าแต่...พวกท่านสองคนมาที่นี่ได้อย่างไร?”โม่เฉินถามด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าชิงจีและหยางเหล่ยกำลังตามหาเขาอยู่ในปีที่ผ่านๆ มาเขามักจะหายไปราวครึ่งปีขณะที่ฝึกฝนและติดตามเบาะแสของลัวซื่อไห่ไปด้วยทุกคนคนในยอดเขาไท่เสวียนต่างคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี

            “บ้านเกิดของสิบสามก็อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของนครเทียนหนานเหมือนกันในเมื่อมาส่งสิบสามกลับบ้าน เราจึงแวะเข้ามาสักครั้ง” หยางเหล่ยกล่าว

            หลังจากกลับมาที่เมืองโม่เฉินและชิงจีได้ทิ้งตั๋วทองไว้ให้หญิงชราในขณะเดียวกันก็บอกหญิงชราว่าหากมีปัญหาอะไรให้ไปหาเจ้าเมืองแน่นอนว่าโม่เฉินได้บอกเจ้าเมืองเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

            เมื่อพวกเขาจัดการกับเรื่องเหล่านี้เสร็จเรียบร้อยทั้งสี่คนจึงขึ้นสัตว์อสูรบินไปยังนครเทียนหนาน

            พวกเขาเข้ามาในนครเทียนหนานและตรงไปที่คฤหาสน์เจ้านครโม่เฉินเคยติดต่อกับเจ้านครหลายครั้งครั้งนี้เขาจึงอธิบายถึงจุดประสงค์ในการมาเยี่ยมอย่างตรงไปตรงมา

            “ไม่คิดว่าจะมีศิษย์สองคนของยอดเขาไท่เสวียนในพื้นที่ของนครเทียนหนานพวกท่านวางใจได้ ข้าจะตั้งใจจัดการเรื่องนี้อย่างดีแต่ว่าการหาคนไปประจำที่หมู่บ้านจู๋หยวนนั้นค่อนข้างจะลำบากอยู่สักเล็กน้อย”เจ้านครเทียนหนาน เจ้าชิ่ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น

            “ตอนนี้หมู่บ้านจู๋หยวนอาจจะเล็กเกินไปคงยังไม่เพียงพอที่จะจัดหาคนไปประจำ แต่ในอนาคตอาจทำให้เป็นเมืองขนาดเล็กที่มีกองคาราวานและร้านขายยาได้”โม่เฉินมองไปที่เจ้าชิ่งแล้วกล่าว

            “ข้าจะทำงานอย่างหนักเพื่อสิ่งนั้นแต่บางอย่างจำเป็นต้องรายงานขึ้นไปก่อนและจะสามารถทำได้หลังจากได้รับคำอนุญาตเท่านั้น”เจ้าชิ่งลังเลที่จะกล่าวว่ามีบางเรื่องที่เขาทำไม่ได้

            “มีอะไรที่ต้องได้รับการอนุญาตบ้าง? ข้าจะอนุญาตที่นี่เลยถ้าใครมีคำถามก็ให้เขาไปที่ยอดเขาไท่เสวียนเพื่อตามหาข้า ข้าชื่อหยางเหล่ย”หยางเหล่ยพูดอย่างเย็นชา

    คล้ายกับเรื่องหมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】 ที่คุณอ่าน