เนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ

    68 อย่าได้เข้ามาเกี่ยว

                    อาการเจ็บหน้าอกของเฉินอี้ดีขึ้นบ้างแล้วเขาจึงรีบเดินกลับไปที่บ้านของผู้เฒ่าทั้งสองที่ฝากคนเจ็บไว้แต่ก็เดินไปเร็วมากไม่ได้นัก เพราะแผลที่ถูกหินบาดเริ่มระบมขึ้นมาแล้ว

                    เมื่อไปถึงก็รีบนำยาไปเปลี่ยนที่แผลให้ชิงจีใหม่แม่เฒ่าช่วยก่อไฟต้มยาให้ เฉินอี้รู้สึกขอบคุณนางมาก

                    ชิงจีนอนมองเฉินอี้ที่ช่วยชีวิตของเขาอย่างเต็มที่แม้ว่าตนเองจะตาบอดและเขาเห็นว่าที่ขาของเฉินอี้มีเลือดซึมออกมาจนเลอะเสื้อผ้าแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก

                    เมื่อรับยามาจากแม่เฒ่าเฉินอี้ก็นำมาให้ชิงจี เขารับยาไปดื่มอาการดูดีขึ้นมากเพราะใบหูยี่มีฤทธิ์ช่วยระงับปวด

                    เมื่อดูแลให้คนเจ็บดื่มยาเสร็จแล้วแม่เฒ่าก็มาเรียกเฉินอี้ไปกินข้าว

                    “มาเถิดพ่อหนุ่ม เจ้าก็ยังมิได้กินอันใดเลยใช่หรือไม่ ดูสิ ตอนนี้ดูไม่ออกแล้วว่าเจ้าสองคนใครเป็นคนป่วยกันแน่หน้าตาซีดเซียวพอๆ กันเลย”

                    “ขอบคุณขอรับท่านยาย” เฉินอี้รับข้าวมาแต่เขานำไปให้ชิงจีก่อน

                    “ชิงจี เจ้ากินข้าวก่อนเถิดจะได้มีแรง” เฉินอี้ยื่นถ้วยข้าวให้เขาชิงจีมองเฉินอี้ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ รับถ้วยข้าวไปจากเฉินอี้และค่อยๆ กิน

                    “เอ๊ะ นั่นใครมากันเต็มหน้าบ้านเลย”พ่อเฒ่ามองออกไปนอกประตูบ้านและกล่าวขึ้น

                    อาหลิ่งบอกเฉินอี้ว่าจินลี่หยางมาแล้วเฉินอี้ยิ้ม “พี่ลี่หยาง”

                    แต่ยังไม่ทันจะลุกออกไปชิงจีก็ดึงแขนเฉินอี้ไว้แน่น

                    “คะ….ใครมาหรือ” ชิงจีมีสีหน้าตื่นตระหนก

                    เฉินอี้จึงหันมาจับมือเขา“สหายข้าเอง เจ้ามิต้องกลัวนะ เขาจะมาช่วยเจ้า”

                    ชิงจีพยักหน้าแต่มือเกาะแขนเฉินอี้ไว้ไม่ยอมปล่อย

                    จินลี่หยางคำนับผู้เฒ่าทั้งสองและเดินเข้ามาในบ้านพอมองเห็นเฉินอี้ก็รู้สึกโล่งใจนัก

                    “เฉินอี้! ขอโทษนะ ข้าเพิ่งได้จดหมายของเจ้า”จินลี่หยางรีบก้าวเข้าไปหาเฉินอี้ที่ยืนยิ้มรออยู่แต่เฉินอี้กลับถูกดึงให้ถอยห่างจากเขาจินลี่หยางขมวดคิ้วและมองไปด้านหลังของเฉินอี้

                    “คนนี้หรือ” จินลี่หยางเอ่ยถามตามองชิงจีอยู่ตลอด

                    เฉินอี้พยักหน้า“เดี๋ยวข้าจะเล่ารายละเอียดให้ฟังขอรับ”

     

                    ทหารสองคนนำเปลมาหามคนเจ็บออกไปเหอผิงถือคบเพลิงเดินนำหน้า จินลี่หยางถือตะเกียงเดินตามมากับเฉินอี้ระหว่างนั้นเฉินอี้ก็เล่าเหตุการณ์ให้จินลี่หยางฟังไปด้วย

                    “พอข้าทำแผลให้เขาแล้วเขาก็บอกว่าถูกชายคนหนึ่งมีผ้าปิดบังใบหน้าใช้เหล็กยาวแทงเขาที่เอวด้านขวา”เฉินอี้นิ่งไปครู่หนึ่ง “แสดงว่าคนร้ายถนัดซ้ายขอรับพี่ลี่หยางเราต้องมองหาคนที่ถนัดซ้าย”

                    จินลี่หยางพยักหน้าเขาเองก็คิดเช่นเดียวกันกับเฉินอี้จินลี่หยางเองก็เล่าเรื่องที่เขาเก็บหลักฐานได้และไปพูดคุยกับเถ้าแก่โรงไม้ทั้งสองที่ให้เฉินอี้ฟัง

                    “แต่พี่ลี่หยางขอรับ เราควรจะให้ความสนใจที่ท่าเรือมากกว่ามิใช่หรือถ้าหากคนงานมาจากเรือสินค้าจริง” เฉินอี้ขมวดคิ้ว

                    “ข้าก็คิดเช่นนั้นจนกระทั่งจางฝูลู่บอกว่ากำหนดออกเรือสินค้ารอบต่อไปคืออีกสิบห้าวัน ดังนั้นตอนนี้ที่เรือสินค้าเพิ่งเข้า แสดงว่าคนงานต้องเดินทางกลับบ้านแล้วหรือไม่ก็กลับไปที่โรงไม้เพื่อรอเวลาออกเรือใหม่” จินลี่่หยางอธิบายเฉินอี้จึงพยักหน้าเบาๆ

                    “พรุ่งนี้ท่านจะเข้าไปที่โรงไม้อีกใช่หรือไม่ เช่นนั้นให้ข้าไปด้วยข้าน่าจะช่วยท่านได้”

                    จินลี่หยางรีบส่ายหน้า“มิได้ เจ้าอย่าได้เข้ามาเกี่ยว เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง”

                    เฉินอี้ขมวดคิ้ว“ข้าช่วยท่านได้จริงๆ นะพี่ลี่หยางศพหญิงสาวคนนั้นอยู่ที่กองทหารรักษาเมืองมิใช่หรือ หากข้าได้พบวิญญาณของนางก็จะรู้ทันทีว่าใครคือคนร้าย”

                    จินลี่หยางจับแขนเฉินอี้ให้หยุดเดินและกล่าวเสียงจริงจังกับเขา“เฉินอี้ ข้ารู้ว่าเจ้าอยากช่วย แต่ข้าพูดจริงนะ เจ้าอย่าได้เข้ามาเกี่ยวข้องมิต้องสื่อสารกับวิญญาณเพื่อช่วยข้า ข้าจะสืบหาคนร้ายเอง”จินลี่หยางรู้ว่าเขาใช้น้ำเสียงกับเฉินอี้ไม่ดีนักแต่เขาไม่ต้องการให้เฉินอี้เอาชีวิตตนเองมาเสี่ยงเพื่อเขา

                    เฉินอี้นิ่งไปและดึงแขนตนเองออกจากมือของจินลี่หยาง“ได้ขอรับ” จากนั้นเขาก็ไม่พูดอันใดอีกเลย

                    ตงเปียนกับอาหลิ่งมองทั้งคู่ด้วยความอ่อนใจจินลี่หยางต้องการปกป้องแต่เฉินอี้ดื้อหัวชนฝาอาหลิ่งรู้ทันทีว่าเฉินอี้ไม่มีทางรามือแน่นอน

                    จินลี่หยางมองเฉินอี้ที่เดินนำหน้าเขาไปก่อนและสังเกตเห็นเลือดที่ซึมออกมาที่ขาของเขา

                    “เฉินอี้ ขาเจ้าเป็นอะไร”

                    “มิได้เป็นอันใดขอรับ”

                    จินลี่หยางถอนใจในความดื้อรั้นของเขาและเดินไปแย่งไม้เท้ามาจากมือของเฉินอี้

                    “พี่ลี่หยางทำอันใดขอรับ” เฉินอี้ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

                    จินลี่หยางแบกเฉินอี้ขึ้นหลังเฉินอี้ดิ้นจะลงและโวยวายไม่หยุด จินลี่หยางจึงหันไปพูดกับเขา “หากตะเกียงหล่นแตกเจ้ากับข้าได้มองทางไม่เห็นทั้งคู่แน่เฉินอี้”

                    เฉินอี้จึงหยุดแผลงฤทธิ์ได้แต่เกาะหลังจินลี่หยางหน้าบึ้งไปตลอดทาง จินลี่หยางแอบยิ้ม

                    กว่าจะเดินถึงกองทหารรักษาเมืองคนบนหลังก็หลับไปแล้ว

                    “พี่จิน พาคุณชายเฉินกลับบ้านเถิดขอรับ ทางนี้ข้าจะดูแลเอง”เหอผิงหันมาเห็นเฉินอี้หลับอยู่บนหลังของจินลี่หยางก็ทั้งสงสารทั้งเอ็นดูคงจะวิ่งวุ่นจนเหนื่อยมากแน่ๆ

                    จินลี่หยางพยักหน้า“ถ้าเช่นนั้นพาคนเจ็บไปที่โรงหมอและให้คนอยู่เฝ้ายามด้วย”

                    “ได้ขอรับพี่จิน” เหอผิงรับคำ

                    ชิงจีชะเง้อคอมองมาทางเฉินอี้ทำตาละห้อยจินลี่หยางเห็นสายตาของชิงจีที่มองเฉินอี้ก็รู้สึกไม่ชอบใจ

                    ตอนนี้ยามห้ายอากาศเย็นมาก จินลี่หยางไม่อยากให้เฉินอี้ตากน้ำค้างกลางดึกจึงพาเขาไปที่บ้านของตนเองแทน

                    จินลี่หยางพาเฉินอี้ไปนอนที่เตียงและดึงขากางเกงของเฉินอี้ขึ้นเพื่อดูแผล ปรากฏว่าขาของเฉินอี้บวมมากแผลก็ค่อนข้างลึก จินลี่หยางส่ายหน้าระอาใจ

                    “เมื่อไรจะเลิกเจ็บตัวเสียทีนะเฉินอี้” จินลี่หยางบ่นงึมงำและทำแผลให้เขาเฉินอี้ถอยขาหนีด้วยความเจ็บแต่ก็ไม่ตื่น

                    เมื่อพันแผลเสร็จก็ยามจื่อพอดีจินลี่หยางเองก็เหนื่อยล้ามากแล้ว จึงถอดชุดเครื่องแบบออกและขึ้นไปนอนข้างๆเฉินอี้ จากนั้นก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

                    ตงเปียนกับอาหลิ่งนั่งคุยกันถึงเรื่องที่นางฝึกสะสมพลังวิญญาณไว้ที่จุดซานเสวียนได้สำเร็จตงเปียนรู้สึกยินดีไปกับนางด้วย

                    “ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนตนเองย้อนกลับไปตอนเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์ใหม่ๆรู้สึกว่าต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะเลย” อาหลิ่งกล่าวกับตงเปียนและหัวเราะเบาๆ

                    “พลังระดับหลิงเหวินฉีของเจ้า เจ้าได้มาอย่างไรหรือ” ตงเปียนเอ่ยถาม

                    อาหลิ่งหลับตาและนึกอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ส่ายหน้า “ข้าจำมิได้จริงๆ รู้เพียงแต่ว่าข้ามีพลังนี้มานานแต่ไม่เคยรู้เลยว่าจะใช้อย่างไร”

                    “อีกสองเดือนจะถึงวันเหมายันเมื่อถึงวันนั้นเจ้าลองกลับไปถามฟานเจียงต้าเหรินดูดีหรือไม่” ตงเปียนแนะนำอาหลิ่งนิ่งคิด

                    วันเหมายันคือวันดวงจันทร์อับแสงเป็นวันที่วิญญาณผู้พิทักษ์ต้องกลับไปหาฟานเจียงต้าเหรินทุกปี ปีละครั้ง

                    ทุกปีที่นางกลับขึ้นไปเฉินอี้จะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่สามารถออกไปไหนได้หนึ่งวันหนึ่งคืนทุกครั้งที่นางไป นางจะรีบกลับมา แต่ถ้าหากต้องการสนทนากับฟานเจียงต้าเหรินนางอาจจะต้องใช้เวลานานขึ้นไปอีก

                    “เอาไว้ใกล้ถึงวันนั้น ข้าจะลองคิดดูอีกทีก็แล้วกัน”

                    จางฝูลู่นอนไม่หลับเอามือก่ายหน้าผากตนเองและถอนใจด้วยความกังวล

                    เฉินอี้หายไปไหนเหตุใดเขาไม่กลับมาที่บ้าน

                    จางฝูลู่นั่งรอเฉินอี้จนถึงยามห้ายจนมารดาให้อาไฉมาตามเขากลับบ้าน

                    ตอนนี้ยามโฉ่ว (01.00-03.00 น.) จางฝูลู่ลุกขึ้นมานั่ง ตัดสินใจหยิบเสื้อคลุมและเดินออกจากห้อง

                    เขากลับไปที่บ้านของเฉินอี้อีกครั้งแต่เฉินอี้ก็ยังไม่กลับมา

                    จางฝูลู่ยืนกอดอกด้วยความหนาวควันขาวลอยออกมาตามลมหายใจ จะทำเช่นไรดี จะไปตามเฉินอี้ได้ที่ไหนขณะที่กำลังยืนครุ่นคิดอยู่นั่นเอง

                    “หลิวซูเจี๋ย” จางฝูลู่เอ่ยเรียก หลิวซูเจี๋ยที่ยืนอยู่ใกล้ๆเขาถึงกับชะงักและหันมามองจางฝูลู่ด้วยความตกใจ

                    นี่จางฝูลู่เรียกเขางั้นหรือ

                    จางฝูลู่มองไปรอบๆตัวและถอนใจเบาๆ “เคยเห็นอาอี้ทำเช่นนี้ แต่ก็มิรู้ว่าเจ้าอยู่กับข้าจริงหรือไม่”จางฝูลู่พูดงึมงำอยู่คนเดียว “แต่ถ้าหากเจ้ามีจริงๆช่วยบอกข้าทีเถิดว่าอาอี้หายไปไหน ข้าเป็นห่วงเขา”

                    หลิวซูเจี๋ยมองจางฝูลู่ด้วยความปลาบปลื้มใจในที่สุดจางฝูลู่ก็เชื่อแล้วว่าเขามีตัวตนอยู่จริงๆ

                    จางฝูลู่ถอนใจเบาๆจนลมหายใจกลายเป็นควันขาวอีกครั้งพลางคิดว่าเขาคงคิดมากจนเพี้ยนไปแล้วและหันหลังจะเดินกลับบ้านแต่กลับเห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมแสงสะท้อนจากอาวุธในมือ

    คล้ายกับเรื่องเนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810