จวนเสนาบดีเกาหล่าง
“ข้าให้เ้าจับตาดูอ๋องเฉิน ได้เื่อะไรบ้าง” เกาหล่างถามคนสนิท
“สองวันก่อนท่านอ๋องไปที่หอฮวาหลัน และค้างคืนกับสตรีจนถึงเช้าขอรับ” หนานตงรายงาน
“จริงหรือ แล้วสตรีคนนั้นเป็ใคร”
“น่าจะเป็หญิงชาวบ้านธรรมดาขอรับ ดูจากสภาพของนางแล้วนางน่าจะโดนวางยาขอรับ”
“ฮ่าๆๆ ข้ามองหย่งซีเฉินผิดไปจริงๆข้าไม่คิดเลยว่าเื้ัเทพาผู้เก่งกาจ จะเลวทรามกว่าที่ข้าคิดไว้มาก บุรุษก็ยังเป็บุรุษอยู่วันยังค่ำ เช่นนี้ข้าก็มีหวัง”
“ท่านจะทำเช่นนั้นจริงๆหรือขอรับ”
หนานตงถามผู้เป็นายด้วยแววตากังวล
“แม้แต่เ้าก็กล้าตำหนิข้าหรือ”
เกาหล่างพูด
“ไม่ใช่ขอรับ แต่ถ้าฮูหยินทราบนางจะยอมหรือ”
“นางมีอะไรยอมไม่ยอม ในเมื่อตระกูลฮั่วของนางยังต้องพึ่งพาข้า นางมีหน้าที่ทำตามคำสั่งข้าเท่านั้น”
“แล้วเกากุ้ยเฟยล่ะขอรับหากนางรู้ความจริง นางจะไม่โกรธท่านหรือขอรับ”
“เื่พวกนี้ไม่ใช่เื่ที่เ้าต้องมากังวล ข้าจะจัดการเองตอนนี้เ้ามีหน้าที่จับตาดูหย่งซีเฉิน หากมีสิ่งใดผิดปกติต้องรีบรายงานข้า”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
วันต่อมาเวินฉงหลินและเซียวซ่งหลานได้เดินทางไปที่หอฮวาหลัน ตามคำสั่งของหย่งซีเฉิน เมื่อไปถึงโม่ลี่ฮวาซึ่งเป็เ้าของหอแดงแห่งนี้ออกมาต้อนรับด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ เวินฉงหลินสั่งทุกคนให้มารวมกันที่โถงใหญ่
“มาครบแล้วเ้าค่ะคุณชายเวิน ทั้งหมดมีเท่านี้เ้าค่ะ”
โม่ลี่ฮวารายงาน ทุกคนต่างก็ลุกลี้ลุกลนมาเข้าแถวอย่างพร้อมเพรียง สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่ดาบของเวินฉงหลินอย่างหวาดกลัว
โม่ลี่ฮวาอดแปลกใจไม่ได้ นางไป ล่วงเกินผู้ใดกันหรือ เหตุใดคนสนิททั้งสองของคุณชายใหญ่จึงได้มาตรวจค้นหอของนาง
“ข้าจะถามพวกเ้าทีละคนคืนก่อนพวกเ้าทำอะไรอยู่ที่ไหนแล้วมีใครขึ้นไปชั้นบนบ้าง ให้ทุกคนรายงานอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานอยู่ชั้นบนห้ามปิดบังหรือบิดเบือนเด็ดขาด หากมีผู้ใดกล้าปิดบังพวกเ้าคงจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โทษสถานเบาคือส่งไปขายที่ชายแดนโทษสถานหนักคือตาย"เสียงประกาศกร้าวของเวินฉงหลินทำให้ทั้งห้องเงียบกริบไม่มีใครกล้าเอ่ยปากโต้เถียง แม้แต่โม่ลี่ฮวาเองก็แทบไม่กล้าหายใจ
“นายหญิงโม่รบกวนท่านนำรายชื่อแขกทั้งหมดของสามวันก่อนและรายชื่อทุกคนในหอนี้ให้ข้าด้วย” เซียวซ่งหลานสั่ง
“ได้เ้าค่ะเสี่ยวอ้ายเ้าไปนำรายชื่อทั้งหมดที่คุณชายซ่งหลาน้ามา”
“เ้าค่ะนายหญิง" เสี่ยวอ้ายรับคำสั่ง “คนที่ทำงานในหอทั้งหมดนอกจากรายชื่อแล้วยังต้องนำสัญญาขายตัวและบันทึกประวัติทั้งหมดมาด้วย” เซียวซ่งหลานย้ำอีก “เข้าใจแล้วเ้าค่ะคุณชาย”
เมื่อออกจากห้องโถง เสี่ยวอ้ายก็รีบตรงไปยังห้องของเหลียงเฟยเฟย “เ้าเชื่อข้าหรือยังแม่นางเหลียงเฟย ไม่ผิดกับคำพูดที่ข้าเคยบอกเ้าสักนิด”
“ครั้งนี้เ้าทำได้ดีมากเสี่ยวอ้ายถือว่าเป็ไปตามแผน”
“คนก็ติดกับแล้วเหลือแค่รอให้บ่าวสองคนนั้นเปิดปากก็ถือว่าเป็อันสำเร็จ” เสี่ยวอ้ายพูดอย่างมั่นใจ “เ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าสองคนนั้นจะยอมสารภาพ” เหลียงเฟยเฟยยังไม่แน่ใจ
“ไม่มีใครไม่กลัวตายหรอกเ้าว่าจริงไหม” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ “เพื่อให้ผิดสังเกตุเ้าก็รออีกสักประเดี๋ยวค่อยลงไป” เสี่ยวอ้ายบอกเหลียงเฟยเฟย “ได้ ข้าจะทำตามที่เ้าบอก” จากนั้นเสี่ยวอ้ายก็รีบนำบัญชีรายชื่อไปส่งให้กับซ่งหลาน
เมื่อได้รายชื่อทั้งหมดมาเซียวซ่งหลานจึงเริ่มตรวจสอบ คนที่ถูกเรียกชื่อ ต่างก็บอกวันเวลา ทำอะไร อยู่ที่ไหน อย่างชัดเจน
ต่อให้กินตีนหมีหรือดีเสือมาก็คงไม่มีความกล้าพอที่จะโกหกคนสนิทของคุณชายใหญ่เฉินแน่
พอเรียกชื่อหญิงรับใช้คนหนึ่งนางก็ออกอาการลนลานอย่างเห็นได้ชัด “เ้าออกมานี่ซิ” เซียวซ่งหลานเรียกหญิงรับใช้คนที่มีพิรุธ “วันนั้นเ้าทำอะไรอยู่ที่ไหนหรือ ตอบข้ามา” เซียวซ่งหลานถามเสียงเข้ม “ข้า เอ่อ เอ่อ” นางอึกอัก “รีบตอบมาข้าไม่มีเวลามาฟังเ้านานขนาดนั้น”
“ข้าส่งสุราอาหารตามโต๊ะและห้องต่างๆเ้าค่ะ”
ปัง!!!
เสียงทุบโต๊ะดังสนั่น หญิงรับใช้คนนั้นคุกเข่าลงร้องไห้ดัวยความกลัว “เ้าช่างกล้านัก ก่อนหน้านี้นายหญิงโม่บอกข้าว่า คนส่งสุรากับอาหารมีทั้งหมดเจ็ดคน ทุกคนล้วนตอบไปหมดแล้ว เ้ายังจะโกหกอีกเ้าไม่เสียดายชีวิตแล้วรึ” เซียวซ่งหลานขู่
“เด็กๆลากนางออกไปโบย” เวินฉงหลินสั่งชายฉกรรจ์ที่พามาด้วย
“ขอร้องล่ะเ้าค่ะโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้ายอมบอกความจริงแล้วเ้าค่ะ”