หลังจากที่อวิ๋นลั่วหายตัวไปอย่างลึกลับ ไป๋เฉินที่เพิ่งกลับจากผาสิงห์คำราม รีบระดมคนออกตามหาเบาะแสทุกซอกทุกมุมของเมือง แต่กลับไม่พบร่องรอยชัดเจน
ขณะที่ไป๋เฉินนั่งครุ่นคิดหนักอยู่ในห้องโถง จู่ๆ เ้าเฮงเฮง—เ้าหมาจรจัดผู้แสนฉลาดที่ปกติวิ่งเพ่นพ่านไปมา—กลับวิ่งเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อน กระดิกหางส่งสัญญาณบางอย่างให้ไป๋เฉินตาม
“มีอะไรหรือเฮงเฮง?” ไป๋เฉินลุกขึ้นงุนงง เมื่อเห็นท่าทีจมูกฟุดฟิดแล้ววิ่งไปโผล่ตรงประตู ราวกับเรียกให้เขาออกจากจวน
พอเขาขยับก้าวตาม มันก็ทำหูตั้งและวิ่งนำลิ่วไปอย่างรวดเร็ว บ่าวไพร่คนอื่นต่างหลบทางเพราะเห็นท่าทางมุ่งมั่นผิดปกติของมัน
เ้าเฮงเฮงพาไป๋เฉินวิ่งออกจากจวน โดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ใดว่ามุ่งหน้าไปที่ไหน มันวิ่งทะลุซอกซอยในเมืองดุจเคยชินเส้นทาง แล้วก็เลยไปสู่นอกกำแพงเมือง ผ่านทุ่งหญ้าและดงต้นไม้เตี้ยๆ จนถึงเนินเขารกร้าง
“นี่เ้านำข้ามาทำไมกัน?” ไป๋เฉินหอบเล็กน้อย เริ่มคาดเดาว่าอาจเป็รังพวกโจรที่จับตัวอวิ๋นลั่วไว้หรือไม่
เ้าเฮงเฮงก็หันกลับมาเห่า “โฮ่ง!” คล้ายบอกให้เงียบ จากนั้นก็พาเขาหลบหลังพุ่มไม้ใกล้กระท่อมไม้โทรมๆ หลังหนึ่ง โดยมีเสียงคนคุยกันดังลอดออกมา
“เร็วๆ ส่งอาหารให้ยัยคุณหนูนั่นหน่อย เดี๋ยวตายก่อนจะใช้ประโยชน์ไม่ได้!”
“ใจเย็นสิวะ ฮ่าๆ ข้าชักอยากต่อรองกับตาเฒ่าอวิ๋นซานให้มันยอมยกสมบัติให้เรานัก”
ไป๋เฉินตาเบิกโพลน “นั่นมัน… พวกโจรที่จับอวิ๋นลั่วแน่ๆ!”
ในจังหวะนี้ ไป๋เฉินเตรียมตั้งการ์ดหมัดแมวเหมียว 2.0 ที่เพิ่งฝึกมาไว้ “เฮงเฮง เ้าอยู่ข้างหลังหน่อยนะ ข้าจัดการเอง” เขากระซิบบอก
แต่เฮงเฮงกลับส่ายหัว (เท่าที่หมาทำได้) แล้วแยกเขี้ยววิ่งนำเข้าไปในกระท่อมโดยไม่สนคำเตือน!
“เฮ้ย!” ไป๋เฉินร้องตามหลัง แต่มันพุ่งไปงับกางเกงชายเฝ้าประตูคนหนึ่งทันที สร้างความใให้พวกโจร
“อ๊า! หมาบ้า!” โจรร้องและฟาดดาบใส่เฮงเฮง แต่เ้านี่หลบทัน โชคร้ายอีกด้านมีโจรอีกคนถือกระบองซัดลงมาที่หลังเฮงเฮง—เสียงกระแทกดัง “ปึ้ก!”
“เอ๋ง!” เฮงเฮงร้องลั่น มันถูกตีเข้าอย่างจังจนเืไหลซึมที่ข้างลำตัว
“ไม่!” ไป๋เฉินสบถด้วยความโกรธสุดขีด พุ่งตัวเข้าใช้วิชา “ก้าวเยื้องหยอกเย้าเหมียว” ผ่านกลุ่มศัตรูอย่างว่องไว
เมื่อเห็นเฮงเฮงาเ็สาหัสจนล้มลงไปกับพื้น ส่งเสียงครวญคราง ไป๋เฉินถึงกับเืขึ้นหน้า ความโกรธมันปะทุจนเขาแทบลืมทุกอย่าง
“พวกแก…กล้าทำหมาของข้า!!” เสียงตวาดดังกังวาน ดวงตาแดงวาบ
หนึ่งในโจรหัวเราะเยาะ “มันแค่หมา… ชักช้าอยู่อีกเรอะ?”
“ตายซะ!” ไป๋เฉินดีดตัวเข้าหาพวกโจรซ้ายขวา รัวหมัดแมวเหมียว 2.0 พร้อมเสียง “เหมียว!” ดังลั่นไม่ขาด ซึ่งครั้งนี้เ้าตัวกลับไม่ได้อายหรือสนใจอะไรอีกแล้ว—เพราะความเดือดผลักดันให้แสดงพลังสูงสุด
ปึง! ปึง!
เหล่าโจรโดนหมัดะเืทรวงกระเด็นคนละทิศละทาง ร่างไถลไปชนผนังจนพัง บ้างหลุดปากสำลักเื
“เหมียว~!!!” หมัดสุดท้ายที่ใส่พลังปราณเต็มเปี่ยมฟาดใส่หัวหน้าโจรเข้าเต็มๆ จนเขาร้องเสียงหลง “อ๊าก!” ก่อนร่างจะฟาดลงกองกับพื้น สิ้นลมหายใจทันที
“อย่าฆ่าข้าๆ!” ลูกน้องอีกคนพยายามยกมือไหว้ แต่ไป๋เฉินที่ยังคุมสติไม่สน เขาตัดสินใจฟาดฝ่ามือแมวเหินหาวเสริม เข้าใส่กลางอก ซัดอีกฝ่ายกระเด็นพ้นประตู
ท่ามกลางเสียง “เหมียว!” ที่ดังกึกก้องและกลิ่นคาวเืในกระท่อม พวกโจรต่างนอนสลบหรือตายเกลื่อน ไป๋เฉินหันมองห้องด้านใน เห็นอวิ๋นลั่วถูกมัดมือเท้าและปิดปากอยู่บนเตียงไม้เก่า ใบหน้าอ่อนแรง แต่ยังลืมตาอยู่
“อวิ๋นลั่ว!” เขารีบเข้าไปแก้มัดอย่างเร่งรีบ
“ไป๋…เฉิน…” เธอส่งเสียงแ่ พออิสระก็ถอนใจลึก “ข้าขอโทษที่ทำให้ลำบาก… เ้า—”
“อย่าเพิ่งพูดเลย เ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว ข้าจัดการพวกมันเรียบร้อย” เขาตอบอย่างโล่งใจ แต่สีหน้าก็ยังตระหนกเมื่อคิดถึงเฮงเฮง
“เฮงเฮงล่ะ!?” ไป๋เฉินอุทาน หันกลับไปเห็นเ้าหมาตัวน้อยนอนหอบอยู่บนพื้น “เฮงเฮง! แข็งใจไว้นะ…!”
เขาอุ้มมันขึ้นมา ชุดเขาเปื้อนเืของเฮงเฮง ใบหน้าหมาดูเ็ปสั่นน้อยๆ “งื๊ด…” มันครวญครางเหมือนจะหมดแรง
อวิ๋นลั่วเองก็ชะงักเศร้า “เฮงเฮงช่วยข้าไว้ก่อนเ้ามาถึง มันกัดขาโจรที่คุมข้า… แต่โดนฟาดสวนอย่างหนัก”
“ให้ตายเถอะ… เ้าเสี่ยงเกินไปแล้ว!” ไป๋เฉินอยากร้องไห้ปนโมโหที่มันดื้อ เขารู้ว่าหมาแสนรู้นี่ทำไปด้วยความภักดี
หลังจัดการรังโจรเรียบร้อย ไป๋เฉินอุ้มเฮงเฮงไว้แนบอก ส่วนอวิ๋นลั่วประคองตัวเองเดินเคียงข้าง ทั้งคู่ต้องรีบกลับจวนหรือตรงไปหาหมอที่เก่ง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ในหมู่บ้านข้างเคียง
“ระวังทางด้วยนะ!” อวิ๋นลั่วเตือนเพราะเห็นไป๋เฉินวิ่งเร็วเกิน
“อืมๆ ข้าจะ—โอ๊ย!” เขาดันสะดุดรากไม้จนเซเกือบล้ม กอดหมาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม “โทษทีๆ ข้ารีบไปหน่อย…”
เธอเห็นแล้วก็อดยิ้มปนขำไม่ได้ “ค่อยๆ นะ เ้าอยากช่วยเฮงเฮงก็จริง แต่ถ้าตกหลุมไปทั้งคนกับหมาคงไม่ดีแน่”
“จ้ะๆ” ไป๋เฉินหน้าแดงเล็กน้อย รีบย่นระยะทางอย่างระมัดระวังมากขึ้น
หลังวิ่งฝ่าดงไม้มาเกือบครึ่งชั่วยาม ทั้งสองก็มาถึงบ้านหมอเฒ่าสายหยวน ผู้มีชื่อด้านรักษาสัตว์ป่าบ้างเหมือนกัน (เพราะบ้านแกอยู่ในป่า) ไป๋เฉินกดกริ่งเรียกอย่างตื่นร้อน
“ช่วยมันด้วยเถอะ!” เขาอ้อนวอนพร้อมวางเฮงเฮงบนเสื่อในห้อง
“โธ่เอ๊ย… าแหนักเหมือนกันนะ พวกเ้าต้องออกไปข้างนอกก่อน!” หมอเฒ่าขยับแว่นแล้วเริ่มตรวจอย่างเคร่งขรึม แสงตะเกียงในห้องสะท้อนเห็นคราบเื
อวิ๋นลั่วกับไป๋เฉินยืนรออยู่ด้านนอกอย่างกระวนกระวาย ใจสั่นไม่หยุด จนแทบอยากจะเข้าไปเฝ้าดู
“มันจะไม่เป็ไรใช่ไหม…” อวิ๋นลั่วกระซิบ
“ข้าหวังว่ามันจะรอดนะ…” ไป๋เฉินพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามเต็มๆ หมอเฒ่าสายหยวนก็โผล่ออกมาจากห้องด้วยสีหน้าอ่อนแรง แต่เป็ยิ้มบางๆ “พ้นขีดอันตรายแล้วล่ะนะ… แต่ต้องพักฟื้นหลายวัน”
ทั้งไป๋เฉินและอวิ๋นลั่วแทบถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกัน รู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก ไป๋เฉินรีบกุมมือหมอเฒ่า “ขอบคุณมากๆ ท่าน!”
“ดีแล้ว… ว่าแต่มันเป็หมาที่กล้าหาญมากจริงๆ” หมอเฒ่ามองสภาพเฮงเฮงที่สลบไสลอยู่บนเบาะ “ดูจากาแคงกัดสู้แบบไม่ยอมแพ้เลยนะเนี่ย”
อวิ๋นลั่วเองก็ยิ้มเศร้า “ใช่…ข้าคงต้องตอบแทนมันให้มากกว่านี้”
“แต่ศัตรูพวกนั้น…ก็ถูกเ้าไป๋เฉินฆ่าระเนระนาดแล้วใช่ไหม?” หมอเฒ่าถามเรียบๆ
“ใช่ ข้าขอโทษถ้าใช้ความรุนแรงเกินไป แต่ไม่อาจทนเห็นเฮงเฮงาเ็” ไป๋เฉินพูดเสียงเบา พยายามข่มอารมณ์เดือดที่ยังหลงเหลือ
(โปรดติดตามในตอนถัดไป)