“อ๋า!”
“จากนี้ไปข้าคงต้องระวังตัวมากกว่าเดิมไม่รู้ว่าไป๋สือจิ่นผู้นี้ตีสนิทข้าเพราะ้าสิ่งใด?”
“ในเมื่อท่านรู้เื่นี้แล้วเหตุใดจึงยังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่อีก?หรือว่ายังมีเื่อื่นที่ท่านกังวล?”
“ใช่! ท่านเป็สายลับนี่?พอจะรู้เื่อาซ้อของข้าหรือไม่?”
“หัวหน้ามือปราบสวีน่ะหรือ?”
สีหน้าของโหลวฉางซีมีร่องรอยความยุ่งยาก“อืม...อาซ้อของข้ามีสายสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับพรรคัเทพนางเคยขอความช่วยเหลือกับพวกเขาคราหนึ่ง”
“ตอนนี้อาซ้อของท่านเป็หัวหน้าพรรคัเทพไปแล้ว”ไฉซีฮันพูดด้วยน้ำราบเรียบราวกำลังเล่าเื่ทั่วๆ ไป
“ไอหยา! จริงหรือ?”
“สวีเสี่ยวถงคือน้องสาวบุญธรรมของประมุขน้อยพรรคมารนามซิวเชี่ยนผู้อยู่เื้ักิจการสกุลซิวทั้งหมดนางแฝงกายมาเป็มือปราบนานปีตอนนี้พี่สาวบุญธรรมผู้นั้นได้ส่งต่อการดูแลพรรคัเทพให้กับนางแล้ว”
สีหน้าของไฉซีฮันไม่ล้อเล่นโหลวฉางซีชะงัก“แล้วพรรคัเทพตามที่ท่านสืบมาเกี่ยวข้องกับกบฎแบ่งแยกดินแดนหรือไม่?”
“ที่แท้คุณหนูสี่ก็กลุ้มใจเื่นี้!”
โหลวฉางซีพยักหน้ารับนางจึงเล่าเื่หยกห้อยเอวที่มีตราพรรคเทียมฟ้าที่นางเก็บได้ในสำนักโบตั๋นแดงให้เขาฟังชายหนุ่มตกตะลึงเบาะแสที่เขาตามหามาตั้งนานที่แท้ก็อยู่กับมือปราบหญิงผู้นี้
“ท่านบอกเื่นี้ให้ผู้ใดรู้บ้าง?”
“ข้าเอาหยกอันนั้นให้อาซ้อไปแล้วแต่พลันมาคิดได้ว่านางพัวพันกับพรรคัเทพจึงได้กลุ้มใจเกรงว่าจะเอาของโจรไปให้โจร”
“ท่านสบายใจได้ข้าสืบเื่พรรคัเทพแน่ชัดแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่เหลือแน่ๆแต่พรรคเทียมฟ้าข้ายังไม่มั่นใจ”
ไฉซีฮันเรียกจู่จิ๋นอิ่งกับยงฟูหลิวเข้ามาสั่งการให้ออกสืบเื่ของพรรคเทียมฟ้าซึ่งเป็พรรคฝ่ายธรรมะโดยเร่งด่วน
“หัวหน้าประมุขน้อยพรรคเทียมฟ้าเพิ่งเดินทางมาโรงเตี๊ยมเทียมฟ้าเมื่อบ่ายวันนี้เองขอรับ”
ไฉซีฮันชะงัก“พอทางการกำจัดสำนักโบตั๋นแดงเรียบร้อย คนผู้นี้ก็โผล่มาทันทีช่างเป็จังหวะที่ดีนัก”
โหลวฉางซีทำหน้าประหลาดใจผู้ติดตามทั้งสองของไฉซีฮันรีบออกไปสืบข่าวตามสั่งทิ้งให้หัวหน้าของตนปรึกษาหารือกับมือปราบหญิงต่อไป
เช้าวันต่อมาอู๋เจี้ยนก็กลับมาพักที่โรงเตี๊ยมอีกครั้งโหลวฉางซีได้ยินว่าเขาประชุมกับมือปราบในสังกัดอย่างเคร่งเครียดถึงสองวันเพื่อสรุปผลการเขาทลายสำนักโบตั๋นแดงทรัพย์ทั้งหมดที่ยึดมาได้ถูกส่งเข้าเมืองหลวง
ปลัดอำเภอเชียงเยาต้วนฮ่วนปิ่งดูเหมือนจะเสนอหน้ารับความดีความชอบทั้งๆที่ตนเองเดินทางไปถึงตอนที่ทุกคนเสี่ยงชีวิตเรียบร้อยแล้ว
“มือปราบโหลวไม่ได้พบท่านสองวันแล้ว เป็อย่างไรบ้าง?”
สีหน้าของเขาดูยินดีอย่างเห็นได้ชัดแต่โหลวฉางซีผู้ซึ่งระยะนี้เจอแต่คนไม่ปกติรอบตัวได้แต่ยิ้มน้อยๆนางไม่รู้ว่าตนเองควรจะวางใจผู้ใด? นางเห็นว่าตนเองควรได้ฟังความในใจของมือปราบอู๋ผู้นี้บ้างจึงได้ชวนเขาไปนั่งดื่มที่สวนด้านข้างโรงเตี๊ยม
เถ้าแก่ไฉคงมิได้เป็เพียงสายลับผู้เก่งกาจเท่านั้นหากแต่ยังเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าด้วยเขาซื้อเรือนข้างโรงเตี๊ยมที่นางเคยบุกเข้ามาจับคนร้ายเพื่อขยายกิจการออกไปสวนนั้นยังคงอยู่และสามารถมานั่งดื่มสุราได้
“กิจการของเถ้าแก่ไฉก้าวหน้ารวดเร็วเสียจริงข้านึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเจรจาขอซื้อคฤหาสน์หลังนี้ได้”
“อืม...ข้าเองก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็อย่างว่าคนเรามีความถนัดแตกต่างกันหัวหน้าอู๋เองก็เก่งกาจในเื่จับกุมปราบปรามโจรร้ายนี่เ้าคะ?”นางรินสุราเลื่อนให้มือปราบหนุ่ม
อู๋เจี้ยนได้ฟังคำชมจากหญิงสาวตรงหน้าก็รู้สึกพอใจโหลวฉางซีผิดแผกไปจากหญิงสาวที่มารดาของเขาพยายามยัดเยียดให้เลือกเพื่อเป็เ้าสาวนางดูเหมือนมิได้สนใจตำแหน่งการงานของเขาอาจจะเป็เพราะนางคือน้องสาวของนายอำเภอโหลวซีห่าว เขาได้ยินมาว่าคนในจวนนายอำเภอรักใคร่กันยิ่งนัก
แม้ว่าน้องสาวทั้งสองจะเป็บุตรีที่เกิดจากอนุภรรยาแต่มารดาของโหลวซีห่าวซึ่งเป็ฮูหยินเอกกลับเมตตานางทั้งสองราวกับเป็บุตรีจากอุทรของตนเองส่วนสวีเสี่ยวถงผู้เป็ฮูหยินของโหลวซีห่าวเป็บุตรสาวของพัศดีเรือนจำอำเภอเชียนเยาซึ่งเป็เพียงเ้าหน้าที่ของอำเภอความกลมเกลียวของคนในครอบครัวสกุลโหลวเป็ที่ยกย่องของชาวบ้านในเชียนเยา
โหลวฉางซีในฐานะคุณหนูสี่สมัครใจจะเป็มือปราบและผ่านการทดสอบฝีมือโดยมิได้ใช้เส้นสายนางทำงานเช่นเดียวกับมือปราบบุรุษทุกคนในอำเภอโดยมิได้มีสิทธิพิเศษอู๋เจี้ยนเองก็ได้เห็นแล้วว่านางกล้าหาญและคล่องแคล่วยิ่ง
“คุณหนูสี่เองก็ทำให้ข้าแปลกใจเช่นกันที่ทำหน้าที่มือปราบได้ดีไม่แพ้บุรุษ”
นางยิ้มน้อย“ในฐานะมือปราบย่อมเท่าเทียมกัน มีบุรุษสตรีที่ไหนกัน”
“จริงของท่าน”
“เรียกข้าว่ามือปราบโหลวเหมือนเดิมเถิดหัวหน้าอู๋ข้ารู้สึกภูมิใจกับอาชีพมือปราบยิ่งนัก”
“ข้าจะทำตามที่ท่านบอก”
เพื่อให้เขายอมคายความลับ โหลวฉางซีจึงเล่าเื่ที่นางเข้าทดสอบเป็มือปราบให้เขาฟังส่วนเขาก็เล่าถึงตอนที่เขาตนเองเข้ารับการทดสอบเช่นกันทั้งสองคนคุยกันพลางหัวเราะกับความยากลำบากในครั้งนั้นจนเถ้าแก่ไฉที่กำลังเดินผ่านสวนต้องชะงักเท้า
ยงฟูหลิวมองตามสายตาของหัวหน้าของตนแล้วยกยิ้มมุมปากในเมื่อ ไฉซีฮันไม่ยอมรับเสียที หน้าที่ของเขาก็คือต้องสุมไฟสักหน่อย
“พวกเขานั่งดื่มได้นานหรือยัง?”
“เสี่ยวเอ้อบอกว่าสักครึ่งชั่วยามเห็นจะได้ขอรับ?เถ้าแก่จะเข้าไปขวางหรือไม่?”
“เหตุใดข้าต้องขวางพวกเขาด้วยเล่า?”น้ำเสียงของไฉซีฮันดูหงุดหงิด
“นั่นสิ! เหล่ายงพวกเขาคุยกันก็เป็เื่ส่วนตัว เราจะเข้าไปขัดขวางเขาทำไมกัน?”
ยงฟูหลิวใช้ด้ามกระบี่กระแทกสีข้างของสหายทั้งขยิบตาให้จู่จิ่นอิ๋งหุบปากเอาไว้ก่อนจะหันไปพูดกับหัวหน้าของตน
“มือปราบทั้งสองดูเข้ากันดีนะขอรับหากว่าอู๋เจี้ยนเข้ามาใกล้ชิดกับคุณหนูสี่อย่างนี้เห็นทีเราต้องตรวจสอบภูมิหลังเขาอย่างเข้มงวดสักหน่อยแล้ว”
“ดี! ตรวจสอบให้ละเอียดเลยนะ”
***********************
