โรงแรมเนี่ยเทียนซือ วันนี้มีกลุ่มคนดังมาร่วมงานคับคั่ง เนื่องด้วยฟังว่ามีของเก่าโบราณจำนวนมากกำลังถูกจัดแสดง บางส่วนเป็นหยกเก่าหลายร้อยปี บ้างก็เป็นชุดเกราะนักรบ ไม่ก็เป็นเครื่องลายครามที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านหยวน ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง ผ่านการประชาสัมพันธ์ของชิงฟ่านในที่สุดทุกคนจึงมารวมตัวกันวันนี้
ตงเหรินยืนอยู่หลังม่าน มองแขกเหรื่อที่เข้ามาในงานก่อนจะถอนหายใจ ผ่านอิทธิพลของชิงฟ่านทุกอย่างเป็นไปด้วยดี มิฉะนั้นหากใช้เพียงชื่อเสียงของเธอกับสามีเก่าคนมาร่วมงานคงไม่เยอะขนาดนี้หรอก
“เป็นอะไรไปหรือเปล่าคะคุณตง” ชิงฟ่านที่อยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ถาม เธอเป็นหนึ่งในคณะกรรมการระดับสูงซึ่งมีส่วนร่วมในงาน เช่นเดียวกับตงเหริน
“แค่รู้สึกว่าฉันยังต้องพึ่งพาคนอื่น แล้วแบบนี้จะช่วยธุรกิจของสามีได้ยังไง”
ฟังคำพูดว่า‘สามี’จากปาก ชิงฟ่านเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย เธอเองก็สนิทและคุยกับเนี่ยฝานในช่วงที่ผ่านมา จึงรู้ว่าเขามีภรรยาจำนวนมากอยู่ในบ้าน รวมถึงให้กำเนิดบุตรชายที่มีสุขภาพแข็งแรง นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ
สำหรับคนรวยการมีภรรยาหลายคนไม่กลายเป็นเรื่องผิดกฏหมาย พวกเขาสามารถแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ไม่ยาก ทว่าที่ทำให้ชิงฟ่านไม่พอใจคือ ในขณะที่คนอื่นได้อยู่ใกล้ชิดกับเนี่ยฝาน แต่เธอกลับต้องทำงานคนเดียวกับเลขาหลินตงที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล
“คุณตงอย่าได้ท้อแท้ ธุรกิจจำเป็นต้องสั่งสมชื่อเสียง หลังจากผ่านงานประมูลวันนี้ ฉันเชื่อว่าชื่อของคุณตงจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดิฉัน” ชิงฟ่านไม่ใช่คนอ่อนน้อมถ่อมตน โดยเฉพาะกับผู้หญิงคนนี้หนึ่งในภรรยาของ‘เขา’
ตงเหรินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไปรับแขกพร้อมกับชิงฟ่าน
หลินตงขยับแว่นบนสันจมูกแล้วรีบเดินตาม ในระหว่างที่นอนพักอยู่ในโรงพยาบาลเขาเองก็ได้รับข่าวเหมือนกันว่ากลุ่มโจรร้อยอสูรยังไม่ยอมรามือ พวกเขากลับมาแย่งชิงหยกเลือดจักพรรดิไปอีกครั้ง แต่สุดท้ายโชคดีได้เนี่ยฝานช่วยไว้
“หากเราแข็งแกร่งขึ้นล่ะก็...” หลินตงกำหมัดแน่น เมื่อมองร่างของชิงฟ่านซึ่งอยู่ท่ามกลางแสงสว่างท่วมท้น ตัวเขานั้นเล็กจ้อย ราวกับกบที่หลบซ่อนอยู่ในบึงโคลน
เนี่ยฝานเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้จัดการงานระดับสูง เป็นเรื่องปรกติที่จะมาร่วมงาน ในขณะเดียวกันเพื่อเพิ่มไฟแก๊ส เนี่ยเหอและหงอันต่างหยุดงานที่ทำอยู่เพื่อมาร่วมงานในวันนี้ ดังนั้นคนจำนวนมากที่เข้าร่วมประมูลหยกวันนี้จึงมีอำนาจมากกว่าครั้งของชิงฟ่านบนภูเขา
ข้างกายของเนี่ยฝานเป็นเพนจี คู่หมั้นสาววันนี้สวมชุดราตรีสีดำดังไข่มุกใต้มหาสมุทร เป็นชุดแบบเว้าหลังและค่อนข้างโชว์หน้าอกและเรียวขาสวย แต่เนี่ยฝานกลับไม่ได้หึง ผู้หญิงมีของดีก็ต้องโชว์ มันจะแย่นะหากคุณมาบอกว่าไม่อันนี้ใส่ไม่ได้ อันนู้นก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะโป๊
และนอกจากเพนจีแล้วยังมีอัลบา ยูบิน หลิงจูและเหวินจิง ตัวตนของพวกเธอคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย แต่สำหรับคนนอกกลับไม่มีใครรู้เรื่องนี้ รู้เพียงแค่ว่าเป็นกลุ่มผู้หญิงซึ่งติดตามคุณชายเนี่ย
“สวยงามมาก ข้าไม่เคยนึกเคยฝันว่าจะได้เข้าร่วมงานแบบนี้มาก่อนแน่ะ และนอกจากนั้นแม้ว่าข้าจะไม่เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงในท้องพระโรง ทว่ามันคงไม่งดงามเท่านี้กระมัง” หลิงจูซึ่งอยู่ในชุดสีเหลืองหันไปมองรอบๆ ด้วยความสนใจ ด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกและการตัดบ่วงอารมณ์ เธอจึงพัฒนาความรู้สึกและเข้ากับโลกใบนี้ได้อย่างรวดเร็ว ผิดกับเตียวเสี้ยนที่กำลังจมปลักอยู่ในความรักเก่า
“ฉันเองก็เหมือนกัน เรื่องแบบนี้ปกติดูแต่ในซีรีย์เกาหลี นี่คือครั้งแรกของฉันกับงานแบบนี้” ยูบินเสริมด้วยความประหม่า
สำหรับอัลบาที่ยืนอยู่ข้างๆ ค่อนข้างใจลอย ใจจริงหล่อนไม่อยากมางานน่าเบื่อแบบนี้ แค่อยากจะอยู่บ้านเลี้ยงลูก
ส่วนเหวินจิงที่ท้องโตไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น สำหรับเธอแค่ตามเนี่ยฝานมา
ไม่ไกลจากที่นี่มีกลุ่มคนในชุดสูทยืนอยู่ เป็นหัวหน้าหม่ากับผู้ติดตามหญิงสองคน อี้เฟยและอี้เหนี่ยว
“โชคดีที่หาบัตรมาร่วมงานได้นะคะหัวหน้าหม่า” อี้เหนี่ยวกล่าวในขณะดื่มค็อกเทลด้วยใบหน้าเห่อร้อน
“ที่นี่มีลูกค้ารายใหญ่จำนวนมาก เป็นเรื่องปรกติที่หัวหน้าหม่าจะต้องร่วมงาน แต่น่าเสียดายที่เย่ซวนไม่ได้มาด้วย” อี้เฟยถอนหายใจ การอยู่ในกลุ่มชายวัยกลางคนเพื่อขุดสุสานไม่ใช่เรื่องดีนัก ทว่าในเดือนที่ผ่านๆ มาการมีส่วนร่วมของเย่ซวนทำให้หล่อนเริ่มมีกระจิตกระใจทำงานและสำรวจมากยิ่งขึ้น
หัวหน้าหม่าไม่สนใจสองสาวที่กำลังกระซิบกระซาบกันด้านหลัง เขาหันไปมองบนเวทีที่จัดแสดง ที่นั่นตงเหรินกำลังยืนอยู่ด้วยรอยยิ้มวาบหวาม
“น่าเสียดาย หากฉันไม่ติดธุระในการขุดสุสาน การได้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาร่วมงานก็คงไม่ใช่เรื่องยาก” หัวหน้าหม่าทอดถอนใจ เขาได้ตรวจสอบข้อมูลของตงเหรินเมื่อนานมาแล้ว พบว่าผู้หญิงคนนี้มีความสามารถพิเศษในการแยกแยะสีของเก่าโบราณ ในขณะเดียวกันกลับไม่มีผู้สนับสนุนหลัก ทำให้พ่ายแพ้ต่อกลุ่มคนชั่วและเสียสามีรวมถึงลูกชายเพียงไม่กี่ขวบ
หัวหน้าหม่ารู้ว่าตอนนี้เขาไม่มีโอกาสดึงตงเหรินเข้ากลุ่ม เป็นไปไม่ได้ที่หญิงสาวจะแยกตัวออกจากสกุลเนี่ย ผ่านผลประโยชน์ของสกุลใหญ่กลุ่มค้นหาสุสานก็เหมือนกับแมลงเม่า จะนำไปเทียบกันได้ยังไง
หัวหน้าหม่าหาโต๊ะว่างเพื่อนั่งลงกับผู้ติดตาม ในขณะเดียวกันยังหันไปหาผู้ซื้อในตลาดมืด เพื่อที่จะปล่อยของที่เพิ่งขุดพบในสุสาน
แสงไฟในงานเริ่มหรี่ลง ในขณะเดียวกันจุดแสงทั้งหมดได้มารวมตัวกันบนเวที โดยมีชิงฟ่านและตงเหรินเป็นจุดศูนย์กลาง
ในระหว่างนั่งอยู่ในงานเพนจีซึ่งอยู่ข้างๆ กล่าวว่า “ที่รักฉันพัฒนายาทำให้สมองฉลาดสำเร็จแล้ว 100 % แต่ว่าเราจำเป็นต้องกินยาตลอดทุกวันเพื่อให้สมองโอเวอร์คล็อก ฉันรู้ว่าสิ่งนี้ยังไม่ดีพอ ในเมื่อเราพัฒนายาได้สำเร็จแต่ทำไมยังต้องมากินทุกวันเพื่อให้เกิดผล จะดีกว่าไหมหากพัฒนาเซรั่มถาวรเพื่อเพิ่มศักยภาพของสมอง”
เนี่ยฝานอดไม่ได้ต้องยกนิ้วชื่นชมคู่หมั้นสุดรัก จะว่าไปในซีรีส์ส่วนสุดท้ายเองพระเอกก็หันไปพัฒนาเซรั่มสมองฉลาดแล้ว ดังนั้นผลิตภัณฑ์อย่างยาจึงกลายเป็นสินค้าระดับต่ำตกเกรด
“ความคิดดีมาก ผมเห็นด้วยกับเพนจีนะ”
“โอเคงั้นฉันจะเริ่มการพัฒนามะรืนนี้ แต่ว่าก่อนหน้านั้นเราต้องคุยกันหน่อย”
แม้ว่าหล่อนจะไม่ได้พูดทั้งหมดออกมาแต่เนี่ยฝานก็สามารถเข้าใจจากสายตาได้ ผู้หญิงจำนวนมากล้อมรอบเขา นอกจากนั้นยังมีคนท้อง เพนจีเป็นคู่หมั้นที่มาก่อนแต่ยังไม่ได้นอนด้วยกัน แถมยังไม่ได้ท้องแบบนี้ใครจะรับได้
“นายน้อยเนี่ยไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีนะคะ”
ในระหว่างที่เนี่ยฝานกำลังคุยกับเพนจีหนึ่งในนางเอกของเย่ซวนได้มาทัก ฉางเออร์มาพร้อมกับลุงหลี่และกู่ฉางชิง ตัวร้ายของเรื่อง
“ใช่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว พี่สาวฉางเออร์ดูเหมือนจะสวยขึ้นนะ” เนี่ยฝานไม่ลืมที่จะหยอด แม้ว่าในเนื้อเรื่องต้นฉบับฉางเออร์จะเป็นได้เพียงไม้ประดับของเย่ซวน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหล่อนสวยสมกับที่เป็นนางเอก
ฉางเออร์ใบหน้าแดงก่ำเมื่อถูกหยอดคำหวาน ส่วนกู่ฉางชิงค่อนข้างไม่พอใจ แต่ไม่สามารถตำหนิได้ เนื่องด้วยสถานะของครอบครัวที่ต่างกัน แม้ว่าเนี่ยฝานจะมีอะไรกับฉางเออร์ต่อหน้า เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้
“นายน้อยเนี่ย พอจะทราบข่าวการหายไปของเย่ซวนบ้างไหม” ลุงหลี่อดไม่ได้ต้องถาม
เนี่ยฝานหัวเราะในใจ รัศมีของตัวเอกยังทำงาน นั่นแสดงให้เห็นว่าเย่ซวนยังไม่ตาย เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่กระโดดออกมา ก็ยากที่จะบอกเหมือนกันว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มจากเมื่อก่อนหรือไม่ แต่หากพิจารณาถึงโลกแห่งนี้ ไม่ว่าอะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ได้ฟังคำตอบจากเนี่ยฝานลุงหลี่ค่อนข้างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามเพิ่ม เพราะตัวเอกอีกคนของงานได้มาแล้ว
เนี่ยฝานสบตาอี้หยาง หนึ่งในพระเอกที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่คิดเลยว่าตาเฒ่าจะออกมาจากโลงเพื่อร่วมงานประมูลของเก่าด้วย
เนี่ยฝานลุกขึ้นยืนแล้วพาเพนจีเข้าไปทักทาย สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่เรื่องแปลก ต่อให้มีฐานะเป็นนายน้อยอันดับหนึ่งแต่ยังเทียบไม่ได้กับอี้หยางซึ่งเป็นตัวละครสุดบั๊กของเรื่อง
“สวัสดีลุงอี้ ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะครับ”
อี้หยางซึ่งอยู่ในชุดสูทสีดำเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้า ค่อนข้างคุ้นเคยกับครอบครัวเนี่ย พวกเขาเก่งเรื่องธุรกิจ โดยอี้หยางรู้จักบรรพบุรุษของสกุลเนี่ย เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนเก่าแก่ และด้วยพวกเขาที่ช่วยเหลือสกุลอี้จึงกลายเป็นคนร่ำรวยแล้วเริ่มสั่งสมทรัพย์สินอย่างช้าๆ
“ไม่ได้เจอกันนาน วันนี้หลานชายเติบโตขึ้นเยอะเลย ลุงเองก็มาเพราะอยากจะเห็นของเก่า ขอโทษทีนะที่ไม่ได้นำของขวัญติดมือมาด้วย” อี้หยางขอโทษพอเป็นพิธี
เนี่ยฝานโบกมือว่าไม่เป็นไร ก่อนที่สายตาจะกวาดไปข้างๆ เป็นภรรยาและลูกชายของอี้หยางที่เข้าร่วมงานวันนี้