Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 38 END GAME

      “ทั้งชีวิตเจ้าอยู่กับการแย่งชิงทุกสิ่งจากผู้อื่น พวกข้าจำต้องแยกเจ้า5ส่วนและทำการผนึก ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องรู้สึกถึงการถูกช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างไป!!”“ทั้งหมดเป็นเพราะพวกท่าน ข้าร้องขอเพียงสิ่งเดียวตั้งแต่เกิดแต่พวกท่านไม่เคยให้ พวกท่านสั่งสอนให้ข้าหามาด้วยตัวเอง ข้าก็ทำแล้วนี่ไง”“ที่เจ้าทำมันคือการขโมย เจ้าขโมยโชคชะตาของพวกเขา พรสวรรค์ของพวกเขามาเป็นของตัวเอง”‘ใครกัน ใครกำลังพูดอยู่’ทัศนวิสัยมืดบอดค่อยๆกลับมาอีกครั้งทว่าภาพตรงหน้ามัวหมองเกินกว่าจะเห็นหน้าตาพวกเขาได้ชัดเจน เด็กหนุ่มมองเลยผ่านความมัวหมองภาพกับร่าง2ร่างที่เปร่งรัศมีความสูงศักดิ์กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าชายร่างกำยำอีกคนซึ่งถูกโซ่สีดำ3เส้นล่ามไว้อย่างแน่นหนาแต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ถึงจะมัวแค่ไหนเขาก็ยังมองเห็นมัน รอยสลักพรสวรรค์บนร่างของชายผู้ซึ่งกำลังคุกเข่าไม่ได้มีแค่อันเดียวแต่อย่างต่ำๆจากที่เห็นมันมากกว่าร้อยรอยทั่วทั้งร่าง กลางแผ่นหลังนั่นคล้ายมีตัวอักษรประหลาดสลักเอาไว้เต็มไปหมด“ข้าไม่ได้ต้องการเป็นแบบนี้ พวกท่านบังคับข้า พวกท่านไม่มีสิทธิ์เอามันไป!!!”“พวกเราขอโทษ...ลูกชาย” สิ้นคำพูดพลันมีหมอกควันเข้าปกคลุมทุกสิ่ง การได้ยินกลายเป็นอื้ออึงชั่วขณะและกลับมาชัดแจ๋วอีกครั้ง“เชส เชส เป็นอะไรรึเปล่า”ร่างคุ้นหน้ายื่นตัวเข้ามาใกล้ เขาเห็นริมฝีปากสีชมพูซีดขยับถามเขาอย่างรีบร้อน กลิ่นหอมของเจ้าตัวแทงทะลุจมูกตรงสู่สมอง ทั้งสองใกล้กันมากจนเชสเผลอแก้มแดงและเกิดประหม่าแต่เหมือนมิเนอร์จะไม่รู้สึกตัว“ป เปล่า ไม่มีอะไร”เขารีบหลบหน้าไม่ก้มมองพาร์ทเนอร์สาวต่อ เห็นแบบนั้นเด็กสาวพลันถอนหายใจและหลบกลับเข้ามาในฝูงชนท่ามกลางสายตาไม่อยากเชื่อจากคนที่รู้จักเธอเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำได้สติกลับสู่เกมอีกครั้ง‘ที่เราเห็นมันคืออะไรกัน เหมือนเป็นความทรงจำของใครบางคน...แต่ทำไมชาติก่อนไม่เคยมีอะไรแบบนี้เลยล่ะ’ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ต้องจัดการเรื่องตรงหน้าให้ลุล่วงก่อน หินประหลาดกลางโต๊ะไม้สงบนิ่งปานหินธรรมดา ไร้ซึ่งการขยับเขยื้อนใดๆเหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างพร้อมใจกันกดดันให้เชสเคลื่อนไหนก่อน หากเด็กหนุ่มต้องการของชิ้นนี้พวกเขาจะได้เก็บเงินไว้ชิ้นถัดไประหว่างที่คิดหนักอยู่นั้นเขาเหลือบไปเห็นกระดาษเขียนราคาที่ยับยู่ยี่ข้างหน้า คาดว่าอาจถูกบีบจนยับเป็นชั้นๆเมื่อครู่มือข้างถนัดนิ่งไปสักพักและเริ่มเขียนเลขลงไปทว่าไม่กี่วินาทีต่อมาเขาพลันขีดปากกาไปมาเหมือนว่าจะฆ่าตัวเลขนั่นทิ้งและพลิกกระดาษอีกด้านและวาดวงขนาดใหญ่เป็นเชข ‘0’ ให้ทุกคนเห็นโดยไม่สนว่าจะเขียนทับรอยยับหรือไม่“เชิญทุกท่าน”เขายิ้มพลางผายมือ ชัดเจนแล้วว่าผู้มีอำนาจมากที่สุดไม่ต้องการเล่นของชิ้นนี้ เบ็ตตี้อนหายใจด้วยความผิดหวัง เธอนึกว่าคนตรงหน้าจะทำให้เธอสนุกกว่านี้เสียอีกทุกอย่างจบแล้ว ทุกคนพากันเขียนAll In ลงกระดาษไม่มีความหมายถ้าจะขัดขืนต่อ ราวกับการเปิดประตูให้ศัตรูเข้ามาให้ประตูเมืองโดยละม่อมเป็นเช่นนั้นจริงๆตั้งแต่คนแรกไปทุกคนล้วนทุ่มเงินลงทั้งหมด ขณะที่ลอนโดเตรียมจะรับของชิ้นที่สองกลับบ้านนั้น...“และคนสุดท้าย ท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1 ให้ราคาสินค้าชิ้นนี้ที่ 3477001 ริส ฉะนั้นแล้วสินค้าชิ้นที่11เป็นของท่านครับ”“จะเป็นไปได้ยังไง”“บ้าน่า”“เขาเขียนศูนย์ไม่ใช่เรอะ”“นี่โกงกันรึไง”“เอากระดาษมาดูซิ”เสียงฮือฮาและครหาดังอื้ออึงทั้งชั้น ทั้งผู้เข้าร่วมและคนดูต่างไม่เข้าใจ มีบางคนเรียกร้องให้เปิดกระดาษเขียนราคาให้ชัดๆ“ทุกท่านใจเย็นๆก่อนครับ ผมเข้าใจว่าทุกท่านคงสับสนมากแต่เรียกร้องให้เปิดใบเสนอราคานั้นจำเป็นต้องได้รับคำยินยอมจากผู้เขียนก่อน”ไม่ว่าเปล่าเขาพลางเอียงหัวมองไปยังเชสเช่นเดียวกับทุกคนในฟลอว์ยกเว้นเบ็ตตี้คนเดียวที่เหมือนเข้าใจบางอย่าง หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างทั้งตัวเธอสั่นราวกับได้เจอคนที่เฝ้าตามหามานาน“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ สุดยอดเลยนี่ ยอดเยี่ยมจริงๆ”ริมฝีปากขยับเอ่ยชมเสียงดังท่ามกลางความเงียบสงบ เธอลุกขึ้นและเดินจากไปและทิ้งท้ายไว้ว่า“หวังว่าครั้งหน้าจะไม่สนุกน้อยกว่าครั้งนี้นะ พ่อหนู แล้วพบกันใหม่”รอจนกว่าแผ่นหลังขาวบางจะลับตาไปเชสถึงพยักหน้าอนุญาตห้เปิดเผย หน้ากระดาษประจักษ์แก่สายตาทุกคน‘3477001’จริงๆด้วยเป็นเลยที่ผู้จัดการประกาศจริงๆแถมมีขีดสองเส้นข้างใต้ทว่าหลันจากนั้นคำถามข้อที่สองพลันโถมเข้าใส่ทุกคน ‘แล้วเลข0นั่นล่ะ’“เขาสลับกระดาษหรอ”“เป็นไปได้นะ”“ไม่มีทางชั้นเป็นอัศวินพรสวรรค์ระดับ5นะ มองยังไม่เห็นเลย”“แล้วมีคำอธิบายอื่นไหมล่ะ”ก่อนจะวุ่นวายไปมากกว่านั้นผู้จัดการพลันพลิกกระดาษให้เห็นอีกด้าน‘()’ไม่ใช่ ‘0’ แต่เป็นครึ่งวงกลมมาถึงจุดนี้เริ่มมีบางคนรู้สึกตัว เช่นลอนโด มิเนอร์วา ยูจีน หรือชายทางใต้คนนั้น กลายเป็นน้ำท่วมปากในทันทีจะมีสักกี่คนคิดแผนนี้ได้ ถ้าเชสไม่เหลือบไปเห็นกระดาษยับๆนั่นคงคิดไม่ได้เหมือนกันผู้จัดการทราบว่ายังมีคนไม่เข้าใจจึงได้ย่นกระดาษไปตามรอยยับเหมือนที่เชสเขียน จากครึ่งวงกลมสองซีกรวมกันเป็น ‘0’ อย่างสมบูรณ์“บ้าน่า นับด้วยหรอ”“แบบนี้มัน”“ฉันว่าไม่ควรนับนะ น่าจะให้เป็นบัตรเสีย”“ไม่หรอกน่า เลขก็เขียนชัดเจนไม่ใช่หรอ ก็เหมือนวาดรูปแมวนั่นแหละ”“ถูกต้องตามนั้นครับ”ผู้จัดการชิงพูดแทรกฝูงชน“หลักการพิจจารณ์ของเราว่าเป็นบัตรเสียหรือไม่นั้น ขอแค่ไม่เขียนให้สับสนอย่างมี2ราคาใน1ใบโดยที่ยังไม่ได้ขีดฆ่าทิ้ง หรือกรณีอื่นๆที่ทำให้สับสนเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เหมือนดั่งเช่นท่านผู้มีเกียรติท่านนี้กล่าว ต่อให้วาดรูปแมว รูปดอกไม้ หรือต่อให้เป็นรูปมอนสเตอร์ ขอแค่มีเลขเดียวที่ชัดเจนเราก็นับหมด”            เขาชี้แจงอย่างฉะฉานสมกับตำแหน่ง            “กรณีนี้ตอนยับอาจเป็น ‘0’ จริงทว่าตอนเราอ่านราคาเราจะอ่านหลังจากดึงให้ตึงก่อน ฉะนั้นบัตรใบนี้ถือว่าไม่เสียครับ”            ทันทีที่ได้รับคำยืนยันฝูงชนกลายเป็นวุ่นวายในทันที เสียงถกเถียงและข้อคิดเห็นมากมายนับไม่ถ้วนถูกโยนไปโยนมาตั้งคำถาม...สิ่งสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ที่สุดคือ            “ขอโทษนะครับ หลังจากนี้ทุกคนก็ทำแบบนี้ได้หรอครับ”            “ครับ แน่นอน”            เขาประกาศกร้าวไปทั่วฟลอร์พลางคิดในใจว่า หลังจากนี้คงเกิดลูกเล่นใหม่ๆมากมายขึ้นในคาสิโนนี้แน่            “และในที่สุดเราได้รับผู้ชนะของค่ำคืนนี้แล้วราชาแห่งการประมูล ท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1”            ร่างเล็กโค้งกายตามมารยาทท่ามกลางเสียงปรบมือจากทุกคน ไม่นานนักเสียงปรงมือได้หยุดลงพร้อมกับสินค้าชิ้นสุดท้ายเปิดเผยต่อหน้าทุกคน บัตรเรียวบางสีฟ้าทำจากคริสตัล บนนั้นสลักคำว่า ‘โชคชะตา’            “สิ่งนี้ได้ถูกส่งมอบโดยตรงมายังพวกเราเพื่อเป็นรางวัลของผู้ชนะ”            ทันทีที่เผยต่อหน้าสาธารณะชนบังเกิดเสียงดังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แววตาเปี่ยมความโลภมาจากทั่วสารทิศ มิเนอร์วารีบพุ่งเข้ามายัดใส่มือเชสทันที ไม่เพียงเท่านั้นมาทิลด้าเคลื่อนตัวเข้ามายืนต่อหน้าทุกคนพร้อมไม้เท้าตั้งท่าเตรียมต่อสู้            “เราคือมาทิลด้า แม็กเมแกน จอมเวทแห่งราชสำนักอาณาจักรวาเลนเซีย ขอประกาศปกป้องเด็กคนนี้ ด้วยนามของเรา”            “รีบออกจากที่นี่เถอะ”             “เดี๋ยวๆๆ ต้องทำขนาดนี้เลยหรอ”            พวกพ้องทุกคนบัดนี้ในโถงทางเดินโรงแรมกลับห้องพักพวกเขาพากันห้อมล้อมโดยมีเชสเป็นจุดศูนย์กลาง สภาพพร้อมรบแทบทุกคนติดที่ว่าบางคนไม่ได้หยิบอาวุธลงมาด้วย ใช้เวลาไม่นานพวกเขาพลันกลับถึงห้อง ความตึงเครียดลดลงไปหนึ่งระดับ            “เชส รู้รึเปล่าว่าบัตรใบนั้นคืออะไร”            มิเนอร์วาจงใจใช้น้ำเสียงจริงจัง ถึงจะพอเดาได้ว่าหมอนี่ไม่รู้ก็ตามที เป็นจริงดังนั้นเชสยิ้มแหยๆพลางส่ายหน้า หญิงสาวพยายามสะกดอารมณ์และเริ่มอธิบาย            “มันคือบัตรเชิญสู่ปราสาทแห่งโชคชะตา...ที่อยู่ของมังกรดารา”