บทที่ 108 ผิดปกติเกินไป
หลังจากสาวใช้รินน้ำชาเสร็จ ฉินชูจึงหันมองเฉียนหลิงอู่ “หลังข้าออกมาจากสำนักชิงหยุน ก็ไปยังหุบเขาเทียนเซียง และได้พูดคุยกับจื่อหลวน คือคนที่อยู่ในหุบเขาเทียนเซียงแล้ว นางบอกว่าจะไม่หาเรื่องท่านก่อน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหากพวกท่านไม่โจมตีนาง นางก็จะไม่เป็นศัตรูกับพวกท่าน”
“เรื่องนี้เองหรือ?” เฉียนหลิงอู่คิดไม่ถึงว่าฉินชูจะมาด้วยเรื่องนี้ นางนึกว่าเป็นธุระของฉินชูเอง
“ใช่ ก็วันนั้นท่านถามข้า ว่าหากท่านปะทะกับจื่อหลวน ข้าจะเข้าข้างใครมากกว่ากัน ข้าบอกแล้วว่าไม่อยากให้พวกท่านฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำร้าย ดังนั้นเรื่องบางอย่างข้าย่อมต้องจัดการ” ฉินชูกล่าว
เฉียนหลิงอู่ไม่คาดคิดเลยว่าฉินชูจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ถึงเพียงนี้ ทำให้นางประเมินฉินชูสูงขึ้นเล็กน้อย
หลังจากมองฉินชูอย่างพินิจครู่หนึ่ง เฉียนหลิงอู่จึงลุกขึ้นยืน “เราไปคุยกันในสวนดอกไม้เถอะ”
เมื่อมาถึงสวนดอกไม้ เฉียนหลิงอู่จึงให้สาวใช้ออกไป แล้วหันหน้ากลับมามองฉินชู “ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อย หากราชวงศ์เฉียนไม่ลงมือกับสำนักชิงหยุน สำนักชิงหยุนของพวกเจ้าจะสั่นคลอนอำนาจปกครองของราชวงศ์เฉียนหรือไม่?”
“น่าจะไม่ ข้ารู้จักสำนักชิงหยุนดี พวกเขาเพียงแค่อยากพัฒนาและสืบทอดต่อไป ไม่มีความคิดจะแย่งชิงอำนาจผลประโยชน์ ผู้เฒ่าโม่ ผู้เฒ่าหลิง เจ้าสำนักหลัว และรองเจ้าสำนักลู่ล้วนไม่มีใจทะเยอทะยาน หากพวกเขาโจมตีราชวงศ์เฉียนจริง ข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวอีก” ฉินชูคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว
“เจ้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวอย่างไร?” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพร้อมเอ่ยถาม
“ข้าพยายามเกลี้ยกล่อมท่านไม่ให้โจมตีสำนักชิงหยุน ถือเป็นความภักดีต่อสำนัก ไม่ช่วยสำนักโจมตีท่าน ถือว่าเห็นแก่สายสัมพันธ์ หากแต่พวกท่านไม่คำนึงถึงความรู้สึกของข้า เช่นนั้นข้าขอหลบด้วยความจนใจเสียดีกว่า” ฉินชูกล่าว
“ข้าเข้าใจความหมายของเจ้าแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากข้าทำตามคำมั่นสัญญา แต่ถ้าสำนักชิงหยุนเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน เช่นนั้นก็ไม่ถือเป็นความผิดของข้า เจ้าจะไม่โทษข้าใช่หรือไม่?” เฉียนหลิงอู่เอ่ยถาม
ฉินชูพยักหน้า “ใช่แล้ว”
“ข้าจะทำตามคำมั่นสัญญา หวังว่าสำนักชิงหยุนจะรักษาเส้นทางในยามนี้ให้ดี มิเช่นนั้นคงอันตรายมาก” เฉียนหลิงอู่กล่าว ก่อนหน้านี้นางคิดว่าขอเพียงตัวเองไม่ลงมือ ราชวงศ์เฉียนก็ไม่อาจทำอะไรสำนักชิงหยุนได้ แต่บัดนี้นางไม่คิดเช่นนั้นอีก เพราะเฉียนหลิงเทียนเพียงแค่ไม่ทำให้เอิกเกริกเท่านั้น เรื่องบางเรื่องเขายังทำได้
“หากท่านไม่ลงมือ จะมีอันตรายหรือ?” ฉินชูหัวเราะขึ้นเบา ๆ
“ก่อนหน้านี้ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ความจริงไม่ใช่! เจ้าเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของข้าไหม เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด? เพราะข้าได้รู้ความลับบางอย่าง ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในพื้นที่ละแวกนี้ไม่ใช่ข้า แต่เป็นเสด็จพี่ของข้าต่างหาก ที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สาเหตุหลักเพื่อดึงดูดให้ยอดฝีมือจากกลุ่มอิทธิพลที่เป็นคู่อริลอบสังหาร และปกป้องข้าให้ปลอดภัย หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทำล้วนทำเพื่อข้า” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“ขั้นหก?” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่ด้วยความรู้สึกผิดคาด
“ถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นขั้นหกหวางเจ่อช่วงกลาง เขาไม่ได้เปลี่ยนไป แต่คอยปกป้องข้าอย่างเงียบๆ มาตลอด ครั้งนี้เขากล่าวความในใจออกมา เพราะเขาพบว่าภายในใจข้ารู้สึกผิดหวังต่อครอบครัว ผิดหวังต่อเขา จนข้าค่อยๆ เปลี่ยนไป เขาจึงบอกกล่าวทุกอย่างให้ชัดเจน” เฉียนหลิงอู่กล่าว
ฉินชูประสานมือคำนับเฉียนหลิงอู่ “เช่นนั้นข้ายินดีกับท่านด้วย”
“ขอบคุณ ที่ข้าเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟัง เพียงแค่อยากบอกว่า เสด็จพี่ของข้าสามารถจัดการเรื่องบางอย่างได้ หากสำนักชิงหยุนไม่ร่วมมือกับสามสำนักที่เหลือต่อกรกับราชวงศ์เฉียน เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะในอาณาเขตราชวงศ์เฉียนก็ต้องการสำนักที่บ่มเพาะผู้ฝึกตนเช่นกัน” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“เรื่องนี้ข้าจะบอกกล่าวกับผู้นำระดับสูงของสำนักชิงหยุนให้ชัดเจน” ฉินชูพยักหน้า
“ยังมีเรื่องของจื่อหลวน ข้าเคยเสนอกับเสด็จพี่ หากว่าจื่อหลวนไม่ได้เป็นศัตรูกับราชวงศ์เฉียน เช่นนั้นราชวงศ์เฉียนของเราก็ไม่ทำอะไรเช่นกัน แบบนั้นจะทำให้กำลังต่อสู้ในอาณาบริเวณนี้เสียหายเปล่าๆ เขตพื้นที่ของพวกเรายังมีศัตรูจากภายนอกจำนวนมาก หากไม่จำเป็น เราจะพยายามไม่ก่อศึกภายใน ยิ่งบัดนี้สำนักใหญ่ทั้งสามล้วนมีความเกี่ยวพันกับกลุ่มอิทธิพลจากภายนอก” เฉียนหลิงอู่กล่าวกับฉินชู
“ไม่เป็นเช่นนั้นแน่ จื่อหลวนไม่มีทางเป็นศัตรูกับผู้อื่นอย่างไร้เหตุผล” ฉินชูกล่าว
“เอาละ พวกเราต่างพูดธุระของตัวเองแล้ว เหมือนจะไม่มีปัญหาเท่าไรนัก” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพร้อมกล่าว
“ไม่มีแน่นอน หากแต่พวกเขาไม่ฟังข้า เช่นนั้นข้าก็หมดหนทาง เพราะอย่างไรสิ่งที่ข้าควรทำก็ทำไปแล้ว” ฉินชูกล่าว
“หาใช่เรื่องใหญ่ ล้วนแต่เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ น่าจะใกล้ตระเตรียมสุราอาหารเสร็จแล้ว พวกเรากินพลาง คุยพลางเถอะ” เฉียนหลิงอู่อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก วาจาที่เฉียนหลิงเทียนกล่าวออกมาทำให้นางรู้สึกอุ่นใจ การมาเยือนของฉินชู ก็ทำให้นางรู้ว่ายังมีสหายมิตรที่เชื่อใจได้ ฉินชูพยักหน้า “เช่นนั้นข้าขอลองอาหารในวังดูสักหน่อย เพราะครั้งก่อนท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้า จึงไม่ได้ต้อนรับแบบวันนี้”
หลังจากกินอาหารภายในตำหนักหลิงอู่ เฉียนหลิงอู่จึงพาฉินชูไปเดินเล่นในเมืองหลวงต้าเฉียน เนื่องจากราชวงศ์เฉียนสืบทอดมาเป็นเวลาอันยาวนาน จึงมีโบราณสถานที่น่าสนใจไม่น้อย
เมื่อจงฮั่นและเฉียนชิงรู้ถึงเรื่องนี้ ภายในใจทั้งคู่ต่างรู้สึกสะท้านเป็นอย่างมาก นี่หมายความว่าอย่างไร? นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า หากพวกเขาคิดจะแก้แค้น และจัดการฉินชู ย่อมไร้ซึ่งโอกาส
ต่อให้พวกเขาใจกล้าเพียงใด แต่แค่แตะต้องคนข้างกายเฉียนหลิงอู่ พวกเขาก็ไม่กล้า ทำไมฉินชูที่เล่นงานพวกเขา ถึงยังอยู่ในเมืองหลวงต้าเฉียนได้อย่างสุนทรีย์ พวกเขามีหรือจะไม่โมโห แต่ก็ช่วยไม่ได้ จะพึ่งใครได้เล่า ไปพึ่งเฉาเทียนก็ไร้ประโยชน์ พวกเขายังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ วันที่เฉาเทียนถูกเฉียนหลิงอู่จัดการ และ ตำหนิว่ากล่าวจนไม่กล้าแม้จะผายลมด้วยซ้ำ
พึ่งจักรพรรดิเฉียน? เฉียนชิงไม่กล้าไปพบจักรพรรดิเฉียน ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่มีคุณสมบัติจะเข้าวังหลวง เพราะถูกขับออกจากตระกูลเฉียนแล้ว ยังโชคดีที่มีความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ จงฮั่นจึงรับให้เขามาอยู่ด้วย
“พวกเราไม่มีวิธีการใดแล้วหรือ?” เฉียนชิงแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“คอยโอกาส! เฉียนหลิงอู่เหิมเกริมเช่นนี้ จักรพรรดิเฉียนก็ทนนางได้ไม่นานนัก เมื่อถึงเวลานั้น โอกาสของเจ้าจะมาถึงเอง” จงฮั่นกล่าว เพราะคิดว่ายังรอคอยจนสบโอกาสได้ ดังนั้นจงฮั่นจึงรับเฉียนชิงไว้ นี่ถือเป็นการสร้างหนี้บุญคุณเช่นกัน
เฉาเทียนเองก็โมโหเป็นอย่างมาก ทั้งที่หลานชายของเขาถูกสังหาร แต่ราชวงศ์เฉียนกลับไม่มีความคิดจะบุกโจมตีหุบเขาเทียนเซียง แบบนี้ก็เท่ากับหลานชายของเขาต้องตายเปล่า แต่ตอนนี้กลับไม่อาจทำอะไรได้ เขาไม่มีความสามารถมากพอจะสั่นคลอนเฉียนหลิงอู่ได้
ภายในวังหลวงต้าเฉียน เฉียนหลิงเทียนกำลังอ่านตำราเล่มหนึ่ง องครักษ์ข้างกายคอยรายงานสถานการณ์ของขุนนางจำนวนหนึ่งในเมืองหลวงต้าเฉียน
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้องค์หญิงออกจากตำหนักหลิงอู่ แล้วเดินเล่นในเมืองหลวงพร้อมกับเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความรื่นรมย์” องครักษ์ของเฉียนหลิงเทียนกล่าว
“หืม? มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?” เฉียนหลิงเทียนปิดตำรา เขารู้สึกสนใจข่าวนี้เป็นอย่างมาก
“พวกเขาเดินเล่นภายในเมืองหลวง หลังจากไปดื่มน้ำชาที่โรงน้ำชา แล้วกลับไปยังตำหนักหลิงอู่แล้ว” องครักษ์กล่าว
“รู้แล้ว ออกไปได้” เฉียนหลิงเทียนจัดเสื้อผ้าครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินไปทางตำหนักหลิงอู่ เขาจำได้ว่าน้องหญิงผู้นี้ของเขาไม่คบหากับผู้ใด เหตุใดวันนี้ถึงพาเด็กหนุ่มผู้หนึ่งไปเดินเล่นเล่า แบบนี้ผิดปกติเกินไป เขาต้องไปดูว่าสถานการณ์เป็นเช่นไรกันแน่
ในขณะที่ฉินชูและเฉียนหลิงอู่กำลังฝึกฝนร่วมกัน เฉียนหลิงเทียนก็มาหา
“เสด็จพี่ ท่านมาได้อย่างไร?” เฉียงหลิงอู่รู้สึกผิดคาดเล็กน้อยที่เห็นเฉียนหลิงเทียนมาหา