Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 3 บทที่ 64 การเลื่อนระดับ

            ขณะนั้นเองอวี๋จื่ออวี๋คล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาพลันตวัดไปมองชิงเอ๋อร์แล้วกำชับว่า“ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็จงเตรียมพร้อมสำหรับการลำเลียงขนย้ายหินวิญญาณคืนนี้”

            “ลำเลียงเหรอคะ นายท่านเราควรใช้เส้นทางใต้ดินใช่ไหม”

            อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าเห็นด้วย“ใช้เส้นทางใต้ดินเพื่อป้องกันไม่ให้ไอพลังวิญญาณจากเหมืองหินวิญญาณรั่วไหลมากเกินไป”

            ขณะที่เอ่ยสายตาของอวี๋จื่ออวี๋ก็กวาดมองไปยังเหล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่ไม่ไกล

            มีจิ้งจอกแดงเพลิงตัวหนึ่งนอนขดอยู่บนโขดหินยักษ์กระทิงดำตัวหนึ่งหลับใหลอยู่เบื้องหน้าเขา

            และยังมีหมาป่าครามของชิงเอ๋อร์อีกสี่ตัวที่หมอบอยู่ไกลออกไปรวมถึงพี่หัวราบที่ยังคงแยกเขี้ยวขู่ไม่เลิก

            แน่นอนว่าลิงทองคำตัวเล็กจ้อยตัวนั้นก็เป็นหนึ่งในบริวารที่ควรพิจารณา

            แปดชีวิตนี้ ผนวกกับความสามารถของชิงเอ๋อร์ย่อมเพียงพอที่จะเจาะอุโมงค์ใต้ดินเสร็จสิ้นภายในวันเดียว

            เมื่อคิดถึงจุดนี้รากไม้มากมายของอวี๋จื่ออวี๋ที่ชอนไชอยู่ใต้ดินลึกก็พันเกี่ยวกันอย่างรวดเร็วกลายเป็นหนึ่งเดียว

            จากนั้น

            “โครม... ครืน... ครืน...”

            พร้อมกับแรงแผ่นดินสะเทือนบริเวณพื้นราบไม่ไกลจากผืนดินก็ถูกรากไม้มากมายแทงทะลุ จนเกิดเป็นหลุมขนาดมหึมา

            “อาศัยทางถ้ำนี้พวกเจ้าสามารถมุดลงใต้ดินได้โดยตรง จากนั้นก็... เข้าใจใช่ไหม?”

            “แน่นอนว่าเข้าใจค่ะนายท่าน”

            ชิงเอ๋อร์เผยยิ้มพลางกวักมือเรียกเหล่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์จากนั้นก็พาพวกมันกระโดดลงสู่ปากถ้ำทันที

            และนี่คือหนึ่งในข้อดีของยุคเหนือธรรมชาติ

            ร่างกายที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เคยเป็นมาผนวกกับพลังวิญญาณอันมหาศาลเพียงพอที่จะทำให้ประสิทธิภาพการขุดเจาะอุโมงค์ของเหล่าสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า

            ตอนนี้ เมื่อมุมมองเปลี่ยนไปอวี๋จื่ออวี๋ก็ได้เห็นชิงเอ๋อร์พาสัตว์ป่ากลายพันธุ์ทั้งแปดตัวพุ่งทะลวงตรงไปยังเหมืองหินวิญญาณ

            หมาป่าครามของชิงเอ๋อร์พ่นลมหายใจออกมาเป็นระยะคมมีดวายุฉีกกระชากหินผาจนแหลก

            ส่วนปีศาจกระทิงใช้กีบเท้าหลังย่ำพื้นจากนั้นก็พุ่งชนฝ่าไปได้ไกลถึงหลายสิบเมตรในคราวเดียว

            และเนื่องจากอยู่ลึกลงไปใต้ดินหลายร้อยเมตรชั้นดินที่ทับถมมานับหมื่นปีก็เพียงพอที่จะรองรับแรงสั่นสะเทือนในวงแคบเช่นนี้ได้

            ดังนั้นเหล่าสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้จึงไม่ต้องกังวลว่าอุโมงค์จะถล่มลงมาทับ

            ......

            เนิ่นนานอุโมงค์ความยาวหลายสิบกิโลเมตรก็ถูกเจาะทะลวงลึกอยู่ใต้ชั้นดิน

            และในตอนนี้

            “ตึก ตึก”

            พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นชิงเอ๋อร์ก็ได้นำเหล่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์กลับมายังส่วนลึกใต้ดินของหุบเขาเป่ยอวี่

            ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกมันตกตะลึงให้กับพวกมันก็คือส่วนลึกของหุบเขาเป่ยอวี่นี้กลับกลวงโบ๋ ราวกับถูกขุดเจาะออกไปแล้วและมีลานกว้างใต้ดินขนาดหลายร้อยเมตรปรากฏขึ้น

            และที่ใจกลางลานนั้นมีพืชสีแดงราวกับโลหิตต้นหนึ่งแกว่งไกวไปมาอย่างช้าๆ

            “นายท่าน นี่...”

            ใบหน้าของชิงเอ๋อร์เผยความประหลาดใจเธอเอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง

            “พวกเจ้าวุ่นอยู่กับการทำงานข้าเองก็ไม่ได้อยู่เฉย นี่อย่างไร ข้าอาศัยรากไม้เจาะลานกว้างนี้ขึ้นมา”

            ขณะที่เอ่ยอวี๋จื่ออวี๋มองไปยังหญ้าโลหิตที่อยู่ไม่ไกลแล้วเสริมว่า“หญ้าวิญญาณที่เจ้านำกลับมาให้ต้นนี้ยังคงมีไอพลังวิญญาณอยู่หากไม่มีอะไรผิดพลาด มันจะมีประโยชน์ต่อข้าอย่างยิ่ง ขอบใจเจ้ามาก”

            “ยินดีรับใช้ค่ะ”

            ชิงเอ๋อร์เผยยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วโบกมือขวา

            ครู่หนึ่งกองหินที่เปล่งประกายเรืองรองก็ลอยขึ้นมาตรงหน้าอวี๋จื่ออวี๋ด้วยพลังจิตของชิงเอ๋อร์

            “นี่คือหินวิญญาณหรือ?”

            รากไม้โอบรัดหินขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่งขึ้นมาอวี๋จื่ออวี๋พลันรู้สึกสะท้านในใจ

            พลังวิญญาณอันบริสุทธิ์สายหนึ่งเข้ามาโอบล้อมกายเขาไว้อวี๋จื่ออวี๋สัมผัสได้ถึงการหดและขยายของรากไม้ ราวกับกำลังดูดซับบางสิ่งบางอย่าง

            “มิน่าเล่าตะขาบเงินตัวนั้นถึงทะลวงระดับได้เร็วนัก ด้วยการบำรุงจากเหมืองหินวิญญาณเช่นนี้แม้แต่หมูก็ยังทะลวงระดับได้ไม่ยาก”

            “จริงด้วยค่ะ”

            ชิงเอ๋อร์พยักหน้าแล้วหัวเราะเบาๆ“ตามการวิเคราะห์ของมนุษย์ นี่น่าจะเป็นเหมืองหินวิญญาณขนาดกลางซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของนายท่านค่ะ”

            “เหมืองหินวิญญาณขนาดกลางงั้นหรือ?”

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มเล็กน้อยรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

            ด้วยทรัพยากรหินวิญญาณเหล่านี้

            การทะลวงระดับของเขากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

            เมื่อคิดถึงจุดนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

            จากนั้นรากไม้ก็พันเกี่ยวกันในพริบตาก่อตัวเป็นตาข่ายไม้ขนาดใหญ่หลายอัน

            “ชิงเอ๋อร์ เจ้าเอาตาข่ายเหล่านี้ไปให้เก้าหางและพวกมันช่วยขนหินวิญญาณกลับมาให้มากที่สุดพยายามเติมเต็มลานกว้างนี้ให้เต็ม”

            เมื่อกล่าวถึงตรงนี้อวี๋จื่ออวี๋คล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเสริมว่า “ข้าจะใช้รากไม้ขุดลานขนาดเล็กเพิ่มอีกหลายแห่งถึงเวลานั้น เจ้าบอกให้เก้าหาง ปีศาจกระทิง และพวกที่เหลือเลือกตนละแห่งแล้วใช้หินวิญญาณฝึกฝนเสีย”

            “ขอขอบพระคุณนายท่านแทนพวกมันด้วยค่ะ”

            ชิงเอ๋อร์ยิ้มบางๆ แล้วสะบัดแขนเสื้อคว้าตาข่ายไม้หลายอัน แล้วพากลุ่มของเก้าหางมุ่งหน้าไปยังเหมืองหินวิญญาณอีกครั้ง

            หลังจากเจาะอุโมงค์แล้วการไปมาของพวกมันก็เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            โดยเฉพาะหมาป่าวายุและเก้าหางที่เป็นพวกมีความเร็วเป็นเลิศเพียงชั่วครู่ก็วนกลับมาแล้ว พร้อมกับคาบตาข่ายไม้ที่เต็มไปด้วยหินวิญญาณจำนวนมาก

            เห็นดังนั้น อวี๋จื่ออวี๋ก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วเริ่มใช้รากไม้จัดเรียงหินวิญญาณเหล่านั้น

            ทว่า เรื่องที่น่าเสียดายเล็กน้อยก็คือหินวิญญาณเหล่านี้ยังไม่ได้ตัดแต่ง ทำให้เป็นแร่ที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวแม้ว่าอวี๋จื่ออวี๋จะตั้งใจจัดวางแค่ไหนมันก็ดูเหมือนเป็นภูเขาขนาดย่อมที่ซ้อนทับกันอย่างไม่เป็นระเบียบนัก

            อวี๋จื่ออวี๋ส่ายหน้าไม่ได้สนใจรายละเอียดเหล่านี้

            เทียบกับรูปร่างของสิ่งเหล่านั้นเขาสัมผัสได้ถึงไอพลังวิญญาณเข้มข้นที่โอบล้อมรากไม้ของเขาเอาไว้

            “ฟู่ว... ฟู่ว...”

            รากไม้จำนวนมากหดและขยายตัวสลับกันราวกับกำลังหายใจเข้าออก

            ในขณะเดียวกันอวี๋จื่ออวี๋ก็ควบคุมรากไม้สีดำที่ราวกับมังกรยักษ์สีดำให้โอบล้อมภูเขาหินวิญญาณทั้งลูก จนก่อตัวเป็นวงกลมขนาดเล็ก

            “ได้เวลาเลื่อนระดับแล้ว”

            ด้วยจิตอธิษฐานแน่วแน่อวี๋จื่ออวี๋ดำดิ่งลงสู่ส่วนลึกของร่างหลักตนเอง

            “เปรี้ยง!” เสียงดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดในจิตใจ

            จากนั้นร่างอวี๋จื่ออวี๋ทั้งร่างก็สั่นสะเทือนรุนแรง

            ทัศนวิสัยพร่างพรายราวกับทางช้างเผือกสวรรค์และโลกคล้ายกับถูกย้อมเป็นเจ็ดสี...

            ภายใต้แผ่นฟ้ายามค่ำคืนโลกทั้งใบเต็มไปด้วยสีสันเจิดจ้าแจ่มชัด

            และนั่นคือต้นกำเนิดของพลังในยุคเหนือธรรมชาตินั่นคือไอพลังวิญญาณ

            ทว่าในตอนนี้ ด้วยพลังจากเหมืองหินวิญญาณอวี๋จื่ออวี๋จึงไม่ได้ดึงดูดไอพลังวิญญาณมาเป็นวงกว้างเช่นเคยแต่กลับใช้รากไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินม้วนเก็บพลังนั้นไป

            “ครืน!” เสียงดังสนั่น

            ราวกับกำลังกลืนกินอย่างกระหายหินวิญญาณที่วางอยู่ในลานใต้ดินสั่นสะเทือนพร้อมกัน

            จากนั้นไอพลังวิญญาณมหาศาลราวกับริบบิ้นสีรุ้งก็ทะลักออกจากหินวิญญาณก่อนที่จะลอยขึ้นสู่อากาศ ก็ถูกรากดูดกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว

            ในชั่วพริบตาลานใต้ดินขนาดเล็กทั้งลานก็เกิดพายุหมุนขนาดย่อมขึ้น

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน