เช้าวันนี้ทุกอย่างดูธรรมดาเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ั้แ่วันนั้นที่ผมกับต้าทะเลาะกัน เราก็ไม่ได้คุยกันมากเหมือนเดิม ผมกับต้าต่างไม่พูดไม่จาปล่อยให้บรรยากาศอึมครึมที่เกิดภายในห้องยังคงเป็เช่นนั้นต่อไป
ความเงียบที่เคยเป็เื่ปกติ กลับกลายเป็ความอึดอัดที่ค้างคาอยู่ในใจ ผมไม่รู้ว่าต้ามันรู้สึกยังไง แต่ผมเองก็ไม่ได้โกรธมันถึงขั้นจะเลิกคบเป็เพื่อน เพียงแต่สายตาเ็าที่มันมองมาตอนนั้นยังติดอยู่ในหัว
ผมพยายามสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นออกไป บอกตัวเองให้ปล่อยผ่าน แต่ยิ่งคิดกลับยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างยังค้างคา ความเงียบนี้ทำให้ผมเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับต้าที่ผมไม่เคยสนใจมาก่อน และหนึ่งในนั้นก็คือ
เส้นผม ของมัน…
เส้นผมดำขลับของต้า มันทำให้ผมคิดถึงขนนุ่มๆ ของเ้าดำ หมาตัวแรกที่ผมรับเลี้ยงเมื่อสองปีก่อน
เ้าดำ คือหมาที่ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อขอพ่อกับแม่ให้ผมได้รับเลี้ยงมัน
ั้แ่เล็กจนโตบ้านผมไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลยสักตัวอาจเป็เพราะไม่มีเวลามาดูแลล่ะมั้ง ผมเข้าใจชีวิตการทำงานบริษัทของพ่อกับแม่ดี จนกระทั่งมีเ้าดำนี่แหละที่ได้กลายมาเป็หมาของผมตัวแรกโดยความบังเอิญ
ไม่รู้ว่ามันพลัดหลงมาจากไหน แต่หลังจากที่ผมพามันไปรักษาเล่นเอาเงินออมของผมหายไปเกือบครึ่ง มันก็กลายเป็เพื่อนแท้ของผม แต่น่าเสียดายที่มันหนีหายไปหลังจากผมไม่อยู่บ้านเมื่อปีที่แล้ว
ตอนนี้ทุกครั้งที่เห็นผมดำขลับของต้า รวมทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแชมพูที่เ้านั่นใช้ สิ่งตอกย้ำเหล่านี้ยิ่งทำให้ผมรู้สึกคิดถึงขนที่นุ่มฟูของเ้าดำ ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากได้ลูบหัวของต้าจะรู้สึกเหมือนกันมั้ย มันจะดูแปลกไปมั้ยที่ผมรู้สึกอยากขยี้หัวของเพื่อนร่วมห้องเหมือนกับที่เคยลูบขนของเ้าดำเล่นในยามเหงา
แต่ผมจะบ้าไปหรือเปล่าถ้าไปทำแบบนั้นกับเพื่อนคนนี้ มันอันตรายเกินไป...
่สายของวัน….
หลังจากหมดคลาสเรียน ผมก็กลับมาที่หอพักเพื่อพักผ่อนเตรียมเรียน่บ่าย เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นต้านั่งไดร์ผมอยู่ที่โต๊ะแต่งตัว
‘สงสัยเ้านี่ไม่มีเรียน่เช้าเลยทำตัวเอ้อระเหยลอยชายได้’ ผมบ่นพึมพำแล้วเดินเข้าไปในห้อง ร่างสูงของต้ายังคงนั่งเป่าผมอย่างสบายใจไม่หันมามอง กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยในอากาศทำให้ความเหนื่อยล้าของผมหายไปทันทีที่ได้กลิ่นนั้น
ผมมองไปที่ร่างต้าอีกครั้งจึงสังเกตเห็นว่ามีแค่ผ้าขนหนูสีขาวที่พันรอบเอว เส้นผมบนหัวที่ปลิวไปตามแรงลมยังคงเปียกน้ำเล็กน้อย แสงแดดที่ลอดผ่านเข้ามาจากหน้าต่างกระทบกับเส้นผมทำให้ดูเงางามเป็พิเศษ จู่ๆ ผมก็นึกถึงภาพในอดีตขึ้นมาตอนที่อาบน้ำให้เ้าดำ แล้วเป่าขนเปียกๆ ของมันด้วยไดร์เป่าผม ความคิดนี้ทำให้ผมยิ้มในใจแล้วเกิดอาการคันมือยุบยิบ
‘น่าหยุมหัวเล่นชะมัด’ ผมบ่นพึมพำในใจ
แต่ก็นั่นแหละ ใครจะบ้าไปหยุมหัวคนอันธพาลอย่างมัน ผมยังไม่อยากตายเร็วหรอกนะ
“อ้าว…เต นายกลับมาแล้วเหรอ?” จู่ๆ ต้าก็หันมาแล้วทักทายผม น้ำเสียงของเ้านั่นฟังดูอ่อนโยนขึ้นกว่าที่เคย แววตาที่หันมามองผมดูนุ่มนวล เหมือนกับว่าลืมเื่ที่ทะเลาะกันไปแล้ว แต่ก็ช่างเถอะเพราะผมกับต้ายังต้องอยู่ด้วยกันอีกหนึ่งปี ผมจึงทำเป็ลืมๆ ไปเช่นกัน
“อืม...” ผมตอบกลับพลางวางกระเป๋าลงข้างโต๊ะ เสียงกระเป๋าดังปึกเบาๆ ในห้องที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานอยู่เื้ั แต่สายตาของผมยังคงจดจ้องไปที่เส้นผมบนหัวของต้า ผมพยายามไม่มองนานเกินไป แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกดึงดูดกับมันมากขนาดนี้
ผมนุ่มสลวยที่ยังคงชื้น ดูเหมือนกำลังท้าทายให้ผมเอื้อมมือออกไปขยี้เล่น ผมพยายามสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป แต่ก็ไม่สำเร็จ มือของผมมันเริ่มคันขึ้นไปจนอยากจะเอื้อมไปัั
“เอ่อ...ผมนายดกดำดีนะ!” ผมพูดออกไปโดยไม่ทันคิด
ทันทีที่พูดออกมา ผมรู้สึกได้ถึงความผิดพลาดของตัวเอง ใจเริ่มเต้นแรงขึ้น พยายามหาทางแก้ไขสถานการณ์
“เอ่อ…เราหมายถึง... คนอื่นๆ ในมหาลัยย้อมผมกันหมด มีแต่นายที่ไม่ย้อมเลยดูโดดเด่นกว่าใครๆ”
ต้าหันมามองผมด้วยสายตาแปลกๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วหันกลับไปเป่าผมต่อ ผมถอนหายใจเบาๆ รู้สึกทั้งเขินและงงกับตัวเองที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป
“เต...เที่ยงนี้ออกไปกินข้าวข้างนอกกับกู…เอ๊ยกับเรามั้ย?” ต้าถามขึ้นขณะที่มันหวีผมที่เพิ่งเป่าจนแห้ง จากคำพูดของเ้านั่นทำให้ผมรู้สึกว่าต้าพยายามปรับตัวให้เข้ากับผม เพราะปกติแล้วผมจะไม่พูดคำหยาบแม้ว่าจะสนิทอย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุนี้ผมจึงเริ่มรู้สึกได้ว่าต้ากำลังรู้สึกผิดจริงๆ ที่ตะคอกใส่ผมในวันนั้น
“อ่า...ได้สิ” ผมตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ที่เ้านั่นชวนออกไปกินข้าวด้วยกัน ทั้งที่มันก็เป็แค่การกินข้าวธรรมดาๆ
เวลาต่อมาพวกเรากำลังเตรียมตัวจะออกไปกินข้าว
แต่ในขณะที่ผมเดินผ่านเตียงนอนของต้าซึ่งอยู่ใกล้กับทางเดินไปห้องน้ำ เท้าข้างซ้ายเ้ากรรมของผมดันเตะเข้ากับกล่องใต้เตียงอย่างจัง
“เฮ้ย!” ผมร้องเสียงหลง ร่างกายเริ่มเสียหลัก ผมเซไปข้างหน้าอย่างแรง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มือข้างหนึ่งยื่นออกไปด้านหน้าพยายามคว้าอะไรบางอย่างเพื่อพยุงตัวเอง แต่สิ่งที่มือผมคว้าได้กลับเป็... ผ้าขนหนูของต้า!
ทันทีที่ดึงไว้ ผ้าขนหนูสีขาวที่พันรอบเอวของต้าก็หลุดออกจากตัวอย่างง่ายดาย ภาพที่เห็นต่อจากนั้นแทบทำให้หัวใจผมวาย นั่นก็เพราะร่างกายเปลือยเปล่าของต้าปรากฏอยู่ตรงหน้าผมในระยะประชิด
และวินาทีต่อจากนั้น…
ต้าหวัง...ตัวน้อย ของต้าก็ดีดตัวผึงเด้งออกมาจนเกือบจะกระแทกเข้าหน้าของผม ผมแทบหยุดหายใจทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น
“เฮ้ย!!” ต้าร้องลั่น
เ้านั่นรีบคว้าผ้าขนหนูจากมือผมกลับแล้วรีบเร่งพันรอบเอวใหม่อีกครั้งเพื่อปิดปังเรือนร่างที่เปลือยเปล่า ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่ทั้งใและอับอาย ผมเองก็นั่งกองอยู่ที่พื้น มือยังคว้าอากาศอย่างสะเปะสะปะ สมองตื้อไปหมด
หัวใจผมเต้นแรงรัว ความร้อนจากหน้าแล่นไปจนถึงหู ผมแทบอยากจะกลั้นหายใจเพราะไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี
“ขอโทษ!” ผมรีบพูดออกไป น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความอายและสับสน ผมไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งจะคืนดีกันได้ไม่นาน
ต้าพยักหน้าเบาๆ ไม่พูดอะไรแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งผมไว้กับความเงียบในห้องนี้ ความอึดอัดที่ปกคลุมทั้งห้องทำให้ผมรู้สึกหน่วงในอก
ภาพของต้าที่ยืนเปลือยอยู่ตรงหน้ายังคงติดตา ลมหายใจผมยังคงไม่ปกติ หัวใจเต้นแรงเหมือนวิ่งมาราธอน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมการเห็นต้าที่เปลือยเปล่าถึงทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหวได้ขนาดนั้น
ในที่สุดผมก็พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วนั่งลงบนเตียงของต้า พยายามสงบสติอารมณ์ หัวใจยังคงเต้นแรงอยู่ ผมพยายามไม่คิดมาก แต่ทุกครั้งที่หลับตา ภาพของต้าหวังตัวน้อยก็กลับมาวนซ้ำในหัวจนผมไม่รู้จะทำยังไงดี
เวลาผ่านไปสักพัก ต้าออกมาจากห้องน้ำในชุดลำลอง มันไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
แต่ผมรู้ว่ามันก็อึดอัดพอๆ กับผม
“เต...นายจะไปล้างหน้าล้างตาก่อนไหม?” ต้าถามขึ้นเบาๆ เหมือนพยายามเปลี่ยนเื่ ผมพยักหน้ารีบเดินเข้าห้องน้ำทันที
ผมยืนมองกระจก เห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่ดูสับสน ลมหายใจยังคงไม่เป็จังหวะ ผมพยายามสงบสติอารมณ์ หัวใจยังเต้นไม่เป็จังหวะ แต่ภาพที่เกิดขึ้นมันไม่ออกจากหัวผมสักที
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ เราออกไปกินข้าวกันที่ร้านใกล้ๆ แต่ความเงียบระหว่างเรายังคงอยู่ ความอึดอัดยังไม่หายไป ทุกครั้งที่ผมมองหน้าต้า ภาพในห้องพักก็จะย้อนกลับมาในหัว ความรู้สึกที่มีต่อมันเริ่มชัดเจนขึ้น และมันทำให้ผมสับสนตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ