ข้าไม่ควรมีอยู่

    ตอนที่ 2 : ร่องรอย

    ลู่เฉินคลายนิ้วจากด้ามกระบี่เพียงเล็กน้อย
    ลมหายใจหายไปจากปอดในทันที
    หน้าอกยุบวูบเหมือนถูกกดด้วยของหนัก
    เขาทรุดเข่าลง มือควานพื้นโดยไม่รู้ตัว
    ภาพตรงหน้ามืดลง เสียงทุกอย่างหายไป
    นิ้วกำกลับเข้าไป
    อากาศพุ่งกลับมาแรงจนสำลัก
    เขาไอไม่หยุด ร่างกายงอแน่นอยู่กับพื้น
    หัวใจเต้นรัวจนเจ็บอก
    ลู่เฉินนั่งพิงผนัง หอบหายใจ
    เหงื่อเย็นไหลลงขมับ
    เขาไม่ลองอีก
    ไม่ใช่เพราะกลัว
    แต่เพราะผลมันชัดเกินไป—
    ถ้าปล่อยมือ เขาจะขาดอากาศ
    —
    เขาค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นโดยใช้ผนังรับน้ำหนัก
    ทันทีที่ออกแรงพร้อมกัน
    แรงกระชากจากแขนที่จับกระบี่ดึงขึ้น
    ไหล่สะดุ้งจนต้องหยุด
    ลู่เฉินเปลี่ยนท่า
    เอียงตัว ใช้ผนังพยุง
    ขาซ้ายขยับก่อน—ยืนได้
    ขาขวาตาม
    ขาอ่อน แต่ยังไม่ล้ม
    เขาจำจังหวะนั้นไว้
    ออกแรงรวดเดียวไม่ได้
    ต้องแบ่งแรงทีละส่วน
    ไม่ใช่การฝึก
    แต่มันคือการเอาชีวิตรอด
    —
    เสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกโกดัง
    ไม่ใช่เสียงเดียว
    อย่างน้อยสองคน
    “โกดังนี้แหละมั้ง”
    เสียงพูดลอดเข้ามาผ่านประตูเหล็ก
    ใกล้พอให้ลู่เฉินรู้ว่า
    ถ้าใครเปิดประตู เขาจะถูกเห็นทันที
    เขาหันไปมองประตู
    ระยะไม่ถึงสิบก้าว
    แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ระยะของการเดิน
    มันคือระยะของการล้ม
    ลู่เฉินก้าวออกไป
    แรงกระชากจากแขนดึงขึ้นทันที
    แขนชา เขาหยุดกลางก้าว ลมหายใจสะดุด
    ถอยกลับครึ่งก้าว แรงนั้นจึงคลาย
    เงาคนทาบผ่านช่องแสงใต้ประตู
    ขยับใกล้เข้ามา
    “เมื่อกี้เหมือนมีเสียงข้างในนะ”
    หัวใจลู่เฉินเต้นแรง
    เขาไม่สามารถวิ่ง
    ไม่สามารถเร่ง
    ถ้าฝืน—เขาจะล้ม
    ถ้าช้า—เขาจะถูกเห็น
    เขาขยับอีกครั้ง
    คราวนี้สั้นกว่าเดิม ชิดผนังมากขึ้น
    แรงกระชากยังอยู่
    แต่ไม่ถึงกับดึงเขาล้ม
    อีกก้าว
    เหงื่อไหลเข้าตา
    แขนเริ่มชา
    ลมหายใจสั้นลง
    มือคนหนึ่งแตะลูกบิดประตู
    “เปิดดูไหม”
    ลู่เฉินกำด้ามกระบี่แน่น
    คราวนี้มันไม่ดึง
    ไม่เตือน
    ไม่รั้ง
    แรง๼ะเ๿ื๵๲แล่นผ่านร่าง
    พื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็๲เส้น
    รอยแตกวิ่งออกจากตำแหน่งที่เขายืน
    ฝุ่นพุ่งขึ้น เสียงแตกดังชัด
    แรง๼ะเ๿ื๵๲เหวี่ยงลู่เฉินไปชนผนัง
    หลังกระแทกจนหายใจไม่ออก
    เขาทรุดลงนั่งชิดมุมอับของโกดัง
    เงามืดกลืนร่างเขาไว้
    พอดีกับจุดที่แสงลอดมาไม่ถึง
    เงาด้านนอกชะงัก
    “พื้นแตก!”
    ประตูปิดดังปัง
    เสียงฝีเท้าวิ่งถอยห่าง
    —
    ลู่เฉินนั่งนิ่ง หายใจแรง มือสั่น
    หลังยังจุกจากแรงกระแทก
    ขาทั้งสองข้างไม่รับน้ำหนัก
    เขามองพื้น
    รอยแตกยังอยู่
    ยาว ชัด ไม่มีทางลบ
    เขามองแขนตัวเอง
    เส้นเ๣ื๵๪นูนขึ้นเป็๲ทาง สีคล้ำผิดปกติ
    ไม่ยุบกลับ
    เขาพยายามขยับตัว
    แรงกระชากกลับมาเร็วกว่าเดิม
    สั้นกว่าเดิม
    ขาอ่อนจนต้องหยุด
    นอกโกดัง เสียงคุยดังขึ้นอีกครั้ง
    คราวนี้ไม่รีบ
    ไม่แตกตื่น
    “แจ้งไปแล้ว”
    เสียงนั้นหยุดไปครู่หนึ่ง
    เหมือนคนพูดกำลังฟังปลายสาย
    “ใช่…รอยแตกไม่ธรรมดา”
    ลู่เฉินนั่งนิ่งอยู่ในมุมอับ
    หลังแนบผนัง
    ร่างกายไม่เปิดโอกาสให้เลือก
    เสียงจากโทรศัพท์ดังลอดออกมา
    “ให้ปิดพื้นที่”
    คนถือสายตอบกลับทันที
    “รับทราบ”
    ประโยคสั้น ๆ นั้น
    ทำให้ลู่เฉินเข้าใจชัดเจนว่า
    ต่อให้ไม่มีใครเปิดประตูตอนนี้
    เขาก็ไม่ใช่คนที่สามารถ
    เดินออกไปเฉย ๆ ได้อีกแล้ว
    ลู่เฉินกำด้ามกระบี่แน่น
    ครั้งนี้
    เขาไม่ได้คิดว่าจะหนียังไง
    เขาคิดเพียงว่า
    ถ้าประตูบานนี้ถูกเปิดอีกครั้ง
    เขาจะยังมีทางเลือกอยู่หรือไม่
    —