สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 120 หัวหน้าโรงประมูล

    ตอนที่ 120

    วันต่อมา

    “เฮ้อปวดหลังชะมัดเมื่อคืนกว่าจะหาโรงแรมได้ก็ปาไปหลายชั่วโมง แถมหาได้แต่โรงแรมถูกๆครึ่งดาว” สตีฟบ่นออกมาพลางเดินทางไปที่โรงประมูลอีกครั้งเมื่อสตีฟมาถึงก็พบกับแถวยาวของฮีโร่ที่กำลังต่อแถวเข้าไปในโรงประมูลอยู่

    “โหคนเยอะงี้เลยเหรอเนี่ย” สตีฟอุทานเบาๆก่อนจะเก็บรถและเดินไปต่อแถวกับเขาบ้าง

    ไม่นานสตีฟก็ได้เข้ามาด้านในเขาดูงงๆนิดหน่อยเพราะไม่รู้ต้องทำยังไงต่อ

    “เฮ่พี่ชายจะเข้าโรงประมูลต้องทำไงเหรอ” สตีฟเลือกถามฮีโร่คนหนึ่งที่อยู่แถวๆนั้น

    “อ้อมาใหม่เหรอไม่ยากเลยแค่มีระดับ S ขึ้นไปและไปซื้อตั๋วเข้าการประมูลที่ตรงนั้น แล้วก็พนักงานจะให้รายการประมูลวันนี้มาหลังจากซื้อตั๋ว ตั๋วใบนี้ใช้ได้ทั้งวันการประมูลจะมีสองรอบคือรอบเช้าและบ่าย เป็นไงสะดวกดีใช่มั้ย” ฮีโร่คนนั้นอธิบายให้สตีฟฟัง

    “ครับสะดวกดี” สตีฟพยักหน้า

    “ส่วนกฎการประมูลก็เอาไว้ไปดูคนในห้องประมูลเอาแล้วกันว่าเขาทำไงกันบ้างไปล่ะอีกสิบนาทีจะเริ่มการประมูลรอบเช้าแล้ว” ฮีโร่คนนั้นบอกกับสตีฟก่อนจะเดินปาส่วนสตีฟก็เดินไปหาพนักงานขายตั๋วสำหรับการประมูล

    “ขอตั๋วสำหรับการประมูลหนึ่งใบครับ” สตีฟพูดกับพนักงาน

    “ตั๋วใบละ xxxx เหรียญและต้องเป็นฮีโร่ระดับ S ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะซื้อได้นะคะ” พนักงานพูดกับสตีฟ

    “ทราบครับ” สตีฟพยักหน้าทำให้พนักงานคนนั้นมองแปลกๆเพราะดูจากการแต่งตัวของสตีฟไม่น่าจะเป็นฮีโร่ระดับสูงเลย แต่เมื่อเธอลองตรวจสอบสถานะของสตีฟดูก็ต้องตกใจจนแทบกรี๊ดเพราะสตีฟนั้นระดับ SSS แถมเลเวลยังมากถึง 226

    “จะ จะ จ่ายตรงนี้เลยค่ะ” พนักงานพยายามควบคุมสติก่อนจะพูดกับสตีฟพลางชี้เลขบัญชีให้โอนเข้ามา

    “ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะโอนให้เรียบร้อย

    “นะ นะ นี่ค่ะหมายเลขที่นั่งของคุณคือหมายเลข 82” พนักงานยื่นบัตรให้สตีฟพร้อมกับรายละเอียดสินค้าที่จะเข้ามาประมูลวันนี้

    “ขอบคุณครับ” สตีฟรับมาก่อนจะเดินจากไปเพื่อหามุมอ่านว่ามีอะไรเข้ามาประมูลวันนี้บ้างทันทีที่สตีฟไปพนักงานคนนั้นก็รีบลุกขึ้นทันที

    “เธอๆช่วยมาขายบัตรแทนฉันก่อน” พนักงานคนนั้นรีบลากเพื่อนที่ทำหน้าที่อื่นอยู่มานั่งแทนเธอทันที

    “เดี๋ยวสิเธอจะไปไหน !!!” พนักงานอีกคนตกใจที่จู่ๆก็โดนลากมา

    “ฉันต้องรีบไปรายงานหัวหน้า” เธอพูดก่อนจะรีบวิ่งไปทันที

    ทางด้านสตีฟ

    “โว้วมีออร์บซ่อมแซมผ้าระดับ A จริงๆด้วยแถมมีตั้งร้อยชิ้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ สิบลูกต่อร้อยล้านงั้นเหรอเนี่ย แสดงว่าที่ลุงกับซาร่าบอกว่าสี่สิบล้านนั่นคือราคาขายปลีกสินะถ้าประมูลดีๆอาจจะได้ราคาไม่ถึงชิ้นละยี่สิบล้าน” สตีฟพยักหน้าเข้าใจการประมูลออร์บซ่อมแซมผ้านั้นแบ่งเป็นทั้งหมดสิบรอบ

    “ว่าแต่ใบรายการประมูลนี่มีไปยันถึงสัปดาห์หน้าเลยแฮะ” สตีฟพลิกดูซึ่งมันมีบอกไว้เป็นสัปดาห์

    “วันอื่นๆไม่มีแฮะสงสัยนานๆจะมีทีไม่แปลกเพราะออร์บนี่คงไม่ได้หาง่ายๆวันนึงจะหล่นมาสักสิบชิ้นหรือเปล่าเหอะแสดงว่าเราโชคดีสินะเนี่ยที่มาวันนี้” สตีฟพูดใช่แล้วถึงแม้ทั่วประเทศจะมีฮีโร่มากมายที่คอยล่าสัตว์กลายพันธ์เพื่อเลี้ยงชีพแต่ออร์บพวกนี้ไม่ได้ดรอปออกมาง่ายๆดูอย่างที่สตีฟจัดการสัตว์กลายพันธ์ไปหลายพันตัวสิ จากที่ส่งให้ลุงคนขายเนื้อแกไปพันตัวรอบที่แล้วชำแหละเจอออร์บแค่สามชิ้นเองตอนนั้นเองสตีฟก็สังเกตุเห็นรายการประมูลของชิ้นหนึ่งที่มันน่าสนใจ

    “อ๊ะนี่มันลูกแก้วมิติ (ใช้ทำให้กระเป๋ากลายเป็นกระเป๋ามิติ) แล้วก็ลูกบาศก์มิติดด้วย (ใช้ขยายขนาดของกระเป๋ามิติ) แต่น่าเสียดายลูกบาศก์มันระดับ B เองขยายได้แค่สองเท่า” สตีฟพูดหลังจากเห็นระดับของลูกบาศก์มิติ

    อีกห้านาทีการประมูลรอบเช้าจะเริ่มขึ้นขอให้ผู้ที่ต้องการเข้าประมูลเชิญที่ห้องค่ะ มีเสียงดังออกมาจากลำโพงด้านบนที่อยู่ทั่วโรงประมูลแห่งนี้

    “อ๊ะได้เวลาแล้วสิ” สตีฟอุทานเบาๆก่อนจะเดินไปหาห้องประมูลและนั่งตามเลขที่นั่งของเขา

    เมื่อสตีฟมาถึงที่นั่งการประมูลก็เริ่มต้นทันที สตีฟมองดูการประมูลและมองดูกฎการประมูลจากคนอื่นๆไปเรื่อยๆจนเข้าใจว่ามันต้องทำยังไงบ้างและแล้วเมื่อมาถึงรายการออร์บซ่อมแซมผ้าสตีฟก็เริ่มประมูลแข่งทันที

    “ลูกแก้วซ่อมแซมผ้าสิบชิ้นแรกจบการประมูลไปที่สองร้อยล้านเป็นของหมายเลข 82 ค่ะ !!!” พนักงานสาวที่ทำหน้าที่อยู่ประกาศจบการประมูล

    “เจ้าบ้านั่นเป็นใครกันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยบริษัทไหนส่งมา” ฮีโร่คนหนึ่งที่เป็นตัวแทนจากบริษัทผลิตเสื้อผ้าชื่อดังแบรนหนึ่งเอ่ยอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ตรวจสอบสตีฟหรืออย่างไรเพราะยังมีรายการสินค้าอยู่อีกตั้งเก้าชุด

    หนึ่งชั่วโมงต่อมา

    “อูยหมดไปตั้งเกือบสามพันล้านลูกบาศก์มิติดันราคาสูงไปหน่อยแต่ก็ได้มาอยู่ในมือเราล่ะนะ” สตีฟพูดก่อนจะลุกขึ้นจากไปโดยไม่สนใจรายการอื่นแล้วเพราะเขาได้สิ่งที่ต้องการแล้วถึงแม้จะยังมีอีกหลายร้อยรายการแต่วันนี้เขาพอใจแล้วหลังจากที่สตีฟออกมาจากห้องประมูลทันที

    “เอว่าแต่ไปรับของที่เราประมูลได้ตรงไหนหว่า” สตีฟมองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นป้ายบอกทาง

    “ทางนั้นสินะ” สตีฟเดินไปทันทีก่อนจะจ่ายเงินของที่ประมูลได้และรับมันมา

    “อืมได้ออร์บมาแล้ว แต่จะหาวิธีขายกระเป๋ายังดีนะ” สตีฟยังคิดไม่ออกถึงแม้จะได้ไอเดียการทำกระเป๋าแล้วแต่ยังไม่รู้จะขายมันยังไงตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงของชายคนหนึ่งเรียกสตีฟจากด้านหลัง

    “ท่านสตีฟครับ !!” เสียงชายมีอายุคนหนึ่งทำให้สตีฟหันหลังกลับไปก่อนจะเห็นชายมีอายุคนหนึ่งผมขาวทั้งหัวแต่งตัวในชุดผ้าไหมสีทองปักด้วยลวดลายมังกรแบบจีนที่เห็นได้ยากในอเมริกา

    “ท่าน ???” สตีฟถึงกับงงที่จู่ๆก็มีคนมาเรียกเขาว่าท่านไม่รอช้าสตีฟรีบตรวจสอบชายมีอายุคนที่เรียกเขาว่าท่านทันที

    หน้าต่างชื่อ : แยง ซีเกียง Level : 155อาชีพ : หัวหน้าโรงประมูลสาขาอเมริกาอายุ : 75ฉายา : หมัดมังกรRank : SSS

    “หัวหน้าโรงประมูลแถมชื่อแบบนี้คนจีน ??” สตีฟเคยมีเพื่อนที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากจีน

    “ใช่ครับท่านสตีฟ ผมชื่อแยง ซีเกียงเป็นคนประเทศจีน เรียกผมแยงเฉยๆก็ได้ครับท่านสตีฟ” ชายชราที่เป็นถึงหัวหน้าโรงประมูลแห่งนี้พูดกับสตีฟอย่างสุภาพ

    “ได้ยังไงกันครับคุณอายุเยอะกว่าผมตั้งเท่าไหร่เห็นอย่างนี้ผมก็เป็นคนที่เคารพคนอาวุโสนะครับ ให้ผมเรียกคุณปู่แยงเถอะแล้วก็เรียกผมว่าสตีฟก็พออย่ามีทงมีท่านอะไรนั่นเลยว่าแต่เรียกผมไว้มีอะไรหรือเปล่าครับ” สตีฟถึงกับรีบพูดออกมา

    “ถ้าอย่างนั้นให้ผมเรียกคุณว่า คุณสตีฟก็แล้วกันส่วนที่ผมเรียกคุณเอาไว้นั้นก็เพราะอยากจะทำความรู้จักเอาไว้” ปู่แยงพูด

    “ทำความรู้จักผมเหรอครับปู่แยง ???” สตีฟชี้หน้าตัวเอง

    “ใช่ครับคุณสตีฟเพราะผมเจอคนมาก็เยอะยังไม่เคยเห็นใครเลเวลเยอะเท่าคุณมาก่อนเลยขนาดสิบผู้ก่อตั้งทั้งสิบคนผมก็เคยพบมาบ้างแล้ว แต่มีคุณคนแรกที่เลเวลเกินสองร้อยแบบนี้ คุณเป็นใครกันแน่นั่นแหละที่ผมอยากรู้จัก” ปู่แยงบอก

    “อ๋อผมก็แค่พ่อบ้านธรรมดาเท่านั้นล่ะครับ” สตีฟพูดแน่นอนปู่แยงแกไม่เชื่อสักนิด

    “ถ้ายังไงเชิญไปดื่มชาที่ห้องทำงานส่วนตัวผมก่อนดีกว่าเชิญครับ” ปู่แยงบอกพลางชักชวนให้สตีฟไป

    “เฮ้อ..ก็ได้ครับดื่มชากันสักหน่อยก็ได้” สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะให้ปู่แกพาไป

    ณ ห้องทำงาน

    แกร๊ก !! เสียงสตีฟวางแก้วชาลงบนจานรอง

    “เป็นไงบ้างครับชาจากประเทศบ้านเกิดผมรสชาติดีมั้ยครับ” ปู่แยงถามสตีฟหลังจากเห็นวางถ้วยชา

    “ครับอร่อยมากเลย” สตีฟพยักหน้า

    อร่อยที่ไหนล่ะเฟ้ยตอนแรกได้กลิ่นก็หอมดีอยู่หรอกแต่ทำไมมันขมจังฟระแถมร้อนจนแทบลวกปาก สตีฟโวยวายอยู่ในใจแต่ก็เก๊กหน้านิ่งๆเอาไว้ได้ (สตีฟไม่เคยดื่มชาจีนมาก่อน)

    “งั้นก็ดีครับดื่มเยอะๆเลยชาจากจีนตอนนี้ที่นี่หาได้ยากมากผมเองก็เหลืออยู่ไม่มากแถมในอเมริกาก็ไม่เหมาะจะปลูกชา” ปู่แยงพูด

    (อุณหภูมิที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียสที่คงที่ตลอดปีคุณภาพของใบชาโดยเฉพาะด้านกลิ่นและรสชาติ (Flavour) จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ฉะนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องกับสภาพพื้นที่ปลูกอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้พื้นที่ที่มีความสูงมากจะมีอากาศหนาวเย็นและอุณหภูมิคงที่เกือบตลอดทั้งปี จะส่งผลให้ผลผลิตใบชาสดมีคุณภาพแต่จะให้ผลผลิตต่ำ ซึ่งตรงข้ามกับพื้นที่ต่ำ อุณหภูมิสูง จะให้ผลผลิตสูงแต่คุณภาพต่ำ)

    “ว่าแต่ชื่อปู่แยงนี่เหมือนผมเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนอ๊ะจริงสิชื่อปู่แยงเหมือนชื่อแม่น้ำในประเทศจีนเลยใช่หรือเปล่า” สตีฟนึกถึงความรู้ในคาบเรียนวิชาภูมิศาสตร์สมัยมัธยม

    “ใช่ครับคุณสตีฟผมเกิดและเติบโตในประเทศจีน ผมนั้นเป็นเด็กกำพร้าศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าบอกว่าคนที่เก็บผมได้นั้นเห็นผมลอยมาตามแม่น้ำแยงซีเกียง จึงตั้งชื่อผมตามแม่น้ำนั่น” ปู่แยงแกบอก

    “อ๋อแบบนี้นี่เอง...ว่าแต่ที่อยากเจอผมนี่แค่อยากรู้จักจริงๆ ?” สตีฟยังสงสัยเรื่องนี้

    “ใช่ครับแค่ทำความรู้จักกันเอาไว้ ว่าแต่คุณสตีฟเลเวลเยอะขนาดนี้อย่าบอกนะว่าเจ้ากาเมร่านั่นเป็นฝีมือคุณ แถมเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนผมยังได้ยินแว่วๆว่าตระกูลสตาร์คได้วัตถุดิบระดับสูงไปนั่นก็ฝีมือคุณด้วยหรือเปล่า” ปู่แยงถามออกมา

    “กาเมร่านั่นฝีมือผมเองล่ะครับ ส่วนวัตถุดิบระดับสูงนั่นผมไม่แน่ใจมันเป็นซากของตัวอะไรครับ” สตีฟยอมรับตามตรงเพราะลำพังเลเวลเขาสูงขนาดนี้คงมีอายุมากประสบการณ์แบบปู่แยงโกหกแกไปก็ป่วยการ

    “ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ได้ข่าวมาว่ามันเลเวลเกินสามร้อย” ปู่แยงเองก็ไม่มั่นใจกับข้อมูลเขารู้มาแค่ว่าของที่ตระกูลสตาร์คได้ไปเลเวลเกินสามร้อยเท่านั้น

    เป็นซากของไวเวิร์นหรือเปล่าหว่าซาร่าคงเอาไปขายให้ ตระกูลสตาร์คที่ว่าเพื่อซื้อยาให้เราล่ะมั้ง สตีฟเองก็ไม่รู้ว่าซาร่าขายไปให้ใครแต่ซากไวเวิร์นอีกตัวมันไม่อยู่ในกระเป๋าเขาแล้ว

    “อย่างนั้นเองเหรอครับ ถ้ายังไงโอกาสหน้ามีโอกาสได้วัตถุดิบระดับสูงมาอีกเอามาขายให้ทางเราบ้างนะครับ เรายินดีรับในราคาสูงกว่าทางรัฐบาล” ปู่แยงพูด

    “โอ้ถ้าอย่างนั้นสนใจเจ้านี่หรือเปล่าครับผมได้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน” สตีฟพูดพลางล้วงเข้าไปในกระเป๋ามิติของเขาเพื่อหยิบบางอย่างออกมาวาง

    ตึง !! สตีฟวางกระดูกตัวอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะขนาดความหนาของมันนั้นพอๆกับเสาไฟต้นหนึ่งความยาวของมันนั้นยาวเกือบเมตร

    “นี่มัน !!!” ปู่แยงอุทานออกมาพลางรีบตรวจสอบ

    หน้าต่างกระดูกข้อของจรเข้เพลิง Level : 238เป็นจรเข้ที่เกิดในภูเขาไฟที่ยังไม่ดับกินลาวาเป็นอาหารเกล็ดของมันมีความแข็งเป็นพิเศษ

    “เลเวลสองร้อยสามสิบแปด !!!” ปู่แยงอุทานออกมาหลังจากได้ตรวจสอบ

    “ใช่ครับเจ้าตัวนี้แสบเอาเรื่องเลยกว่าจะจัดการลงได้ก็เล่นเอาผมแทบปางตาย” สตีฟโม้ไปเรื่อย

    “ขะ ขะ ขอลองดูใกล้ๆได้มั้ยครับ” ปู่แยงมองหน้าสตีฟพลางขอ

    “ได้สิครับ” สตีฟพยักหน้าจากนั้นปู่แยงแกก็ลองหยิบมันขึ้นไปดูใกล้ๆทันที

    “หนัก !!!” ปู่แยงอุทานออกมาเพราะเขายกมันไม่ขึ้น

    บ้าน่าค่าพลังกายของเราก็เกือบสองร้อยเลยนะเราน่าจะยกน้ำหนักได้ราวๆสามร้อยกิโลกรัมกระดูกข้อนิ้วชิ้นนี้มันหนักเท่าไหร่กันเนี่ยและที่มันหนักแบบนี้แสดงว่ามวลกระดูกของมันจะต้องหนาแน่นมากแน่ๆความแข็งของมันอยู่ที่เท่าไหร่กัน ปู่แยงคิดในใจ

    “ปู่สนใจจะซื้อมันที่เท่าไหร่ครับ หึหึ !!!” สตีฟแสยะยิ้มออกมาเพราะเขายังมีกระดูกเจ้าจรเข้นี่อีกเป็นตันๆตอนแรกเขาก็คิดอยู่ว่าจะเอาไปปล่อยให้สมาคมฮีโร่แต่ในเมื่อปู่แกบอกจะให้ราคาสูงก็ลองว่ามาดูแล้วกัน สตีฟนั้นพอจะรู้ราคาตลาดสำหรับสัตว์กลายพันธ์เลเวลประมาณนี้เพราะครั้งก่อนเจ้ากาเมร่าขายไปที่สองพันห้าร้อยล้านสตีฟจึงคาดว่าเจ้าจรเข้นี่ทั้งตัวน่าจะได้ราวๆพันห้าหรือสองพันล้าน แต่ก็นะเนื้อส่วนหางสตีฟขายลุงคนขายเนื้อไปแล้วดังนั้นสตีฟคิดว่าส่วนที่เหลือน่าจะได้ราวๆพันล้านสตีฟนั้นเก็บหนังเอาไว้ส่วนหนึ่งแล้วเพื่อไว้ทำกระเป๋าให้ซาร่าเล่นๆ และส่วนที่เหลือเขานั้นกะจะเอาไปขายให้บริษัทผลิตกระเป๋าสักบริษัทแต่ตอนนี้ถ้าปู่แกให้ราคาดีสตีฟคงเลือกขายให้ปู่แกเลย

    “ถ้ายังไงกระดูกชิ้นนี้ผมขอ.................”

    จบ...