บทที่ 19
หวั่นไหว2
เกียร์
ผมมองน้ำพริกที่เดินทำหน้าไม่พอใจที่ถูกล้อเื่ความสูงไปรอคิวจ่ายเงินที่หน้าเคาเตอร์ ทำให้นึกถึงวันที่เจอน้ำพริกครั้งแรกต้องย้อนไปตอนม.4 ผมอยู่โรงเรียนประจำที่เดียวกันกับเฮียกรและเฮียขุนพลทุกเย็นวันศุกร์รถที่บ้านจะมารอรับพวกเราหน้าโรงเรียน
ทำให้ผมมีโอกาสได้เจอกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆตาตี๋ๆแก้มป่องคนนั้นซึ่งเธอจะมารับพี่ชายด้วยตลอด เธอมักจะอ้อนขอให้พี่ชายพาไปเลี้ยงขนมเค้กร้านหน้าโรงเรียนบ่อยๆโดยการเอาหน้าถูกับไหล่พี่ชาย พูดจาอ้อนๆ จนพี่ชายของเธอใจอ่อนยอมพาไปทุกครั้งผมแอบมองแล้วอมยิ้มให้กับความน่ารัก
แต่ผมกับเธอไม่เคยได้คุยกันเพราะเฮียขุนพลแกจะหวงน้องสาวมากผู้ชายที่ได้ใกล้มีแค่มาร์วินที่เป็คู่หมั้นั้แ่เด็กของน้ำพริกผมจึงได้แค่แอบมองอยู่ห่างๆ แม้จะพยายามเข้าใกล้แค่ไหนก็ไม่มีโอกาสเพราะน้ำพริกตามติดแต่มาร์วินตลอดเวลา
จนเมื่อหลายวันก่อนเป็โชคดีของผมที่ได้เจอน้ำพริกในร้านกาแฟคนเดียวจึงเดินตามเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับเธอ แค่ได้นั่งมองเธอหลับใกล้ๆ หัวใจผมก็มีความสุขมากแล้วจนวันนั้นที่ได้เห็นน้ำตาของน้องน้ำพริกที่ร้องไห้ให้กับมาร์วิน
คู่หมั้นที่ทำตัวเ้าชู้ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแถมไม่ให้เกียรติน้องบังคับให้ขอโทษโดยที่ไม่ถามเหตุผล ผมจึงตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะปกป้องและดูแลน้องไม่ให้น้องเสียใจอีกแม้จะต้องแย่งใครมาก็ตาม!!
"โอ๋ๆ อย่างอนพี่เลยนะคะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงหนังสักรอบดีมั้ย"
"ชิ" น้องสะบัดหน้าหนี
"ขนมเค้กร้านนั้นก็อร่อยนะ เครปเค้กเรนโบว์นี้ขึ้นชื่อที่สุดเลยนะ"ผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับสังเกตเห็นว่าน้ำพริกมองตามอย่างสนใจ
"บังเอิญว่าได้คูปองส่วนลดมาด้วย เสียดายจังเนาะถ้าไม่มีคนกินคงต้องเอาไปทิ้งถังขยะสะแล้วสิ"ผมพูดพร้อมยื่นคูปองไปด้านหน้า
"ไปกินก็ได้ค่ะ" น้ำพริกพูดพร้อมกับคว้าเอาคูปองในมือผม
"หายโกรธพี่นะคะ"
"ก็ได้ค่ะ แต่ขอสั่งเผื่อเพื่อนด้วยนะคะ"น้ำพริกตอบพร้อมกับทำหน้าขอร้องผม
"ได้สิ มากับใคร ป๋าเกียร์สายเปย์นะเนี่ย เหมาทั้งร้านยังได้เลย"ผมพูดพลางยกกระเป๋าเงินมาโชว์แล้วน้องก็หัวเราะเบาๆ
"ระวังกระเป๋าจะฉีกนะคะป๋าเกียร์ขา"น้ำพริกพูดขำๆ พร้อมเอียงคอทำหน้าล้อๆผม แต่ใจผมเต้นแรงที่น้องเรียกว่าป๋าแถมยังเอียงหน้าทำหน้าตาน่ารักใส่ผมอีก จนหน้ารู้สึกร้อนที่หน้านิดหน่อยหลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้ว เพื่อนของน้องก็เดินเข้ามาหา
"หวัดดีค่ะพี่" อั้มทักทาย
"อั้มไปดูหนังกันไหม พวกพี่เกียร์จะเลี้ยง"น้ำพริกชวนเพื่อน
"เอาสิ ถ้าได้หนังสือครบพรุ่งนี้ค่อยไปทำที่ห้องสมุดก็ได้"อั้มตอบผมจึงหยิบถุงหนังสือที่น้ำพริกหิ้วอยู่มาถือเอง
"มันหนักพี่ถือให้ค่ะ" น้ำพริกพยักหน้าพร้อมเดินตามไปหาเพื่อนของผมที่รวมกลุ่มรออยู่หน้าโรงหนัง
"อ้าวไอ้เกียร์นึกว่าหายไปไหน แอบไปหาสาวมานี่เอง"ไอ้ไผ่ทักขึ้นทันทีทำให้ผมเจอสายตาล้อเลียนจากพวกมันทุกคน
"กูเจอน้องน้ำพริกกับพอดีเลยชวนมาดูหนังด้วยกัน พวกมึงมีปัญหาอะไร"
"เปล๊าาาา"พวกมันตอบพร้อมกัน แล้วก็พากันไปชื้อตั๋วเข้าดูหนังกัน โดยผมได้นั่งข้างน้องน้ำพริกพอเข้าไปในโรงหนังสักพักก็รู้สึกว่าอากาศเย็นมาก จึงได้หันถามคนข้างๆว่า
"หนาวไหมคะ" ผมถามเสียงเบา
"หนาวนิดหน่อยค่ะ พริกไม่รู้ว่าจะได้ดูหนังเลยไม่ได้เอาเสื้อแขนยาวมา"พริกตอบแล้วเอามือลูบแขนตัวเอง
"อ่ะ เอาเสื้อช็อปพี่ไปห่มก่อน เดี๋ยวไม่สบาย"ผมพูดพลางถอดเสื้อให้น้อง
"แล้วพี่ไม่หนาวหรอ เดี๋ยวไม่สบายนะคะ" น้ำพริกถามขึ้นอย่างเป็ห่วง
"พี่หนังเหนียวแข็งแรง ไม่ต้องห่วง ดูหนังเถอะ"ผมตอบน้องเพื่อตัดบทเด็กงอแงที่จะไม่รับเสื้อผมไปห่มพอน้องหันไปสนใจหนังผมก็แอบมองน้องตลอดจนหนังจบ
จากนั้นก็พากันยกโขยงกันไปถล่มร้านเค้กในระหว่างที่กินอยู่นั้นฟางก็เอ่ยขึ้น
"น้องน้ำพริกกับน้องอั้มตอนเย็นว่างไหม พี่จะชวนมางานวันเกิดพี่ จัดที่ร้านไอ้อาร์ทมันที่อยู่หลังมออ่ะ"
"อ้าววันนี้วันเกิดพี่ฟางหรอคะ หนูยังไม่ได้เตรียมของขวัญให้เลยพี่ฟางน่าจะบอกก่อนล่วงหน้าสักหน่อย" น้ำพริกทำหน้าใ
"เื่ของขวัญไม่เป็ไรหรอกจ้ะ แค่เรามาพี่ก็ดีใจแล้ว"
"ไปสิค่ะวันเกิดพี่ฟางทั้งทีเนาะอั้มเนาะ"น้ำพริกหันไปถามเพื่อน
"อ่อ"อั้มทำท่าคิดหนัก
"จะปฎิเสธหรอ คนเขาอุตส่าห์ชวน ไม่มีมารยาท"อาร์ทพูดพร้อมมองหน้าอั้ม
"ได้พูดสักคำรึยังว่าจะไม่ไป"อั้มเถียง
"นึกว่าจะป๊อดเห็นทำหน้าคิดหนักเขาว่าบริหารคออ่อนไม่สู้วิศวะสงสัยเป็จริง"อาร์ทพูดกวน
"ก็เจอได้นะพี่'' อั้มตอบออกไปอย่างท้าทาย
“ก็อยากเจอเหมือนกัน อย่าเก่งแต่ปากนะ”
“พี่ว่าใครเก่งแต่ปากของอย่างนี้มันต้องพิสูจน์สิ”
สองคนนั้นเถียงกันอย่างไม่ยอมแพ้จนพวกผมต้องรีบห้ามทัพก่อนจะเถียงกันไปมากว่านี้
"งั้น 2 ทุ่มเจอกันร้านไอ้อาร์ทนะทุกคน ห้ามเลทต้องมาให้ครบทุกคนด้วย "
น้ำพริก
หลังจากทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านฉันกับอั้มก็มาชื้อชุดที่จะใส่ไปงานวันเกิดพี่ฟางซึ่งมาในตรีมแฟนซีนิดๆจากนั้นก็ไปแต่งตัวที่หออั้ม พอ 2 ทุ่มนิดๆ ก็ขับรถไปที่ร้านของพี่อาร์ท
ร้าน@Art
ร้านของพี่อาร์ทเป็ร้านอาหารกึ่งผับมีวงดนตรีสดเล่นให้ฟังทุกวันทันทีเดินเข้าเข้าไปในร้านก็มองหากลุ่มพี่เกียร์ทันที ก็เห็นว่ามากันครบแล้วจึงเดินเข้าไปหาพร้อมเจอกับพี่อาร์ทที่ทำหน้าขอร้องอะไรสักอย่างกับพี่เกียร์อยู่
"มึงขึ้นไปร้องคั่นเวลาแทนนักร้องให้กูแป่บนึงหน่อยนะ มันโทรมาบอกว่ารถเสียรอช่างมาซ่อมอยู่"พี่อาร์ทขอร้อง
"ไม่ มึงหาคนอื่นดิว่ะ"พี่เกียร์ปฎิเสธเสียงแข็ง
"โห มันหาไม่ได้นะสิ ก็ก็เห็นแต่มึงที่พอเล่นกีตาร์ร้องเพลงได้ช่วยเพื่อนเถอะนะพลีสสสสสส"พี่อาร์ทแทบจะคุกเข่าขอร้องพี่เกียร์
"กูบอกว่าไม่คือไม่ อย่ามาเซ้าซี้กูไอ้อาร์ท"
"น้องน้ำพริกช่วยพูดหน่อยนะ พี่ขอร้องให้ไหว้ก็ยอม"พี่อาร์ทพูดพร้อมกับทำท่าจะยกมือไหว้จริงๆ
"อุ้ย ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ"ฉันรีบห้าม
"ช่วยพูดหน่อยนะ พี่เลี้ยงทั้งโต๊ะเลยก็ได้"
"ป๋าเกียร์ขา น้ำพริกอยากฟังเสียงพี่จัง ร้องให้หนูฟังหน่อยสิค่ะ"ฉันพูดออกไปพร้อมทำเสียงอ้อนเหมือนที่เคยใช้กับเฮียขุนพล แต่พอพูดจบก็เห็นพี่เกียร์หน้าแดงหูแดงคงเขินละสิถ่า
"กูช่วยมึงครั้งเดียวนะ ส่วนเราเอาเสื้อคลุมพี่ไปใส่แต่งตัวอะไรมาเนี่ย"พี่เกียร์หันไปพูดกับพี่อาร์ทแล้วก็หยิบเสื้อคลุมมาให้ฉันก่อนจะเดินขึ้นไปหลังเวทีเตรียมเครื่องดนตรีเห็นพี่เขาหยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมาพร้อมกับนั่งลงจะว่าไปวันนี้พี่เกีนร์ก็ดูหล่อมากกว่าปกติ เพราะพี่แกเซ็ตผม ใส่เชิร์ตสีแดงกางเกงยีนต์ดำ ดูเท่ห์ดูแบดบอยมาก
"วันนี้นักร้องประจำมีเหตุให้มาช้านิดหน่อยผมจึงมาร้องเพลงให้ฟังแทนไปก่อนนะครับ" พอพี่เกียร์พูดจบก็เริ่มเล่นเพลงแรกทันที โดยเลือกที่จะร้องเพลง เพลงถ้าฉันเป็เขาของINDIGO
พี่เกียร์ร้องเพลงดีดกีตาร์พร้อมจ้องหน้าฉันจนฉันต้องหลบตาใจของฉันเต้นแรงจนจบเพลงพี่เกียร์เหมือน้าจะสื่อความหมายตามเนื้อเพลงให้ฉันรับรู้