ครืนนนน...เปรี้ยง....ตูมมมมมม
อีกด้านหนึ่งพื้นเบื้องร่าง ฟ้าครามเองกำลังโรมลันอย่างสอดประสานกับสาวนักธนูอย่างสอดครองคอยคุ้มกันไม่ให้เทพจิ้งจอกเข้าประชิดระยะทำการยิง
ฟ้าครามฟันส่งคลื่นรังสีดาบแหลมคมตวัดไปมาทั่วทิศทางจนเกิดเสียงระเบิดดังไม่ขาดสายแสงสีดำวาบไปมาติดๆกัน
คมดาบเอกคาริเบอร์และดูแลนดอลตวัดฟันไปทางใดป่าแถบนั้นราบเป็นหน้ากองซึ่งศิลาเองที่ปรายสายตามามองวูบหนึ่งด้วยความเป็นห่วงว่าสาวเจ้าจะตีกันเองหรือติดขัดในการร่วมมือเห็นแบบนั้นเขาพลันโล่งใจ
ถือว่าฟ้าครามเองเป็นหญิงสาวที่มีเหตุผลยอมสงบทิ้งอารมณ์ขุ่นมัวแง่งอนไว้ในใจเก็บไว้งอนศิลาต่อตอนเหตุการณ์สงบ การที่เธอทำแบบนั้นถือว่าฉลาดและผลซึ่งนอกจากจะช่วยศิลาแล้วเธอเองยังไม่เป็นตัวถ่วงเขาด้วยซ้ำ
ฟ้าครามนั้นพลังเวทมนต์สูงลิบแต่เพลงดาบกลับต่ำเตี้ย แต่หลังจากผ่านส่งครามชิงเมืองมาแล้วเธอเองก็เรียกได้ว่าพัฒนาขึ้นอีกหนึ่งระดับพอที่จะบังคับคลื่นรังสีดาบไม่ให้ทำลาย
อย่างมั่วซั่ว
คลื่นรังสีดาบที่ฟ้าครามฟันออกด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยเมื่อพุ่งออกจากดาบจะถูกบีบอัดจนบางเล็กลงจนเห็นเป็นเพียงคลื่นสีดำเท้าไม้บรรทัดแต่พลังโจมตีนั้นกลับมหาศาลด้วยเพราะเธอคือเทพีแห่งความมืดพลังธาตุความมืดของฟ้าครามสูงมากกว่าศิลาเสียด้วยซ้ำ
เปรี้ยงง....ตูม..ครืนนน
รังสีดาบสีดำผ่าร่างของเทพอสูรจิ้งจอกสองตัวขาดเป็นสองส่วนคล้ายกับการฉีกกระดาษส่งให้พื้นนองไปด้วยเลือดสีแดงฉานผสมประปนกับเศษซากไอเท็มและชิ้นส่วนของร่างกาย
ฟ้าครามพลันยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนหวานและสุขใจเมื่อสังเกตุเห็นศิลายืนมองลงมาในชัวแวบ
เขารู้อยู่แก่ใจว่าศิลาชายหนุ่มของเธอนั้นเก่งเพียงใดแต่การจะรับมือกับเทพอสูรนับน้อยต่อให้เป็นศิลาก็ตึง
มือบวกกับภายใต้อารมณ์พะวาพะวงหลังห่วงหน้ากังวลหลังของศิลาที่เธอเคยสังเกตุมาตลอดในสงครามชิงเมืองศิลามักจะเสียสมาธิเพราะความคิดค่อยเป็นห่วงตัวเธอทำให้ระดับฝีมือของศิลาถูกลดทอนอย่างไม่รู้ตัว
และยามนี้สถานการณ์เลวร้ายขนาดหนักเธอเองได้แสดงให้ชายหนุ่มเห็นแล้วว่าเธอเอาตัวรอดได้และจะไม่ถ่วงแข้งถ่วงขาเขา
ฟิ้วววว....
บอลสีเงินพุ่งแหวกอากาศแผ่คลื่นพลังเวทมนต์มาอย่างอัมหิต
ยามกระทันหันฟ้าครามดีดเท้าถอยหลังสองก้าวก่อนจะโคจรพลังความมืดไปปกคลุมทั่วเอกคาริเบอร์ดาบสีน้ำเงินแหลมคมใบดาบหนามีอัญมณีติดตรงที่กั้นดาบสว่างส่องแสงสีดำกระจ่างดาวไปมา
“เทพีแห่งรัติกาล?....ไม่น่าเชื่อ”
เสียงหญิงสาวอีกคนดังขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิดกลบเสียงของเธอไปจนมิด
ตูม....
คลื่นรังสีดาบสีดำกระจ่างดาวพุ่งเข้าปะทะบอลสีเงินซึ่งๆหน้า
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นสะท้านไปถึงชั้นฟ้าอีกรอบพร้อมคลื่นอากาศแตกกระจายอย่างบ้าคลั่งเทพอสูรจิ้งจอกสองตัวต่างตกตายในทันทีด้วยพลังทำลายของเอกคาริเบอร์อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด
หากมันอยู่ในมือของศิลาเขาคงตวัดเอกคาริเบอร์ทีเดียวผ่าได้ทั้งทวีป
ลบหายไปทั้งเมืองมีหวังเกมคงต้องปิดปรับปรุงสร้างทวีปขึ้นมาใหม่ดังนั้นฟ้าครามจึงเลือกที่จะไม่มอบให้ศิลาแต่ศิลาเองก็ไม่คิดที่จะใช้เขามีโหยหาร่ำไห้อาวุธคู่ใจที่ผ่านความเป็นความตายมันกับเขานับไม่ถ้วน
แว๊กกกกก.....
พวกมันราวๆยี่สิบตัวที่กำลังต่อกรกับสองสาวคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นพลังเวทมนต์สีขาวเกิดเป็นเปลวเพลิงสีเงินปกคลุมทั่วร่างยิ่งทำให้พวกมันลึกล้ำและมีพลังเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ
ศิลารับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องล่างกระจ่างวูบและยิ่งหนักใจถึงตอนนี้พวกมันจะลดจำนวนลงไปเยอะแล้ว
ทว่าพลังเวทย์ของพวกมันกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดแปลก
เมื่อครู่มันคือสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิพอพลังเวทย์เพิ่มสูงพวกมันก็วิวัฒนาการเป็นเทพอสูร
มีความเป็นไปได้ว่าหากพวกมันยังเพิ่มพลังเวทมนต์ได้อีกระดับมันอาจจะวิวัฒนาการขึ้นไปถึงขั้นเทพเจ้าความแค้นคือตัวกำเนิดพลังของพวกมันดังนั้นเขาต้องลงมือให้เร็วที่สุด
เคร้ง....เคร้ง....เปรี้ยง
ร่ำไห้แทงใส่ร่างของจิ้งจอกตกตายไปอีกสามตัวอย่างเฉียบคมก่อนที่พวกมันอีกสองตัวจะเข้าโจมตีใส่เขาอีกละลอกโหยหาร่ำไห้ตวัดฟันไปมาอย่างแยบยลชิงจังหวะรุกไล่
ทุกทักษะถูกใช้ออกเข้าโรมลันอย่างต่อเนื่องจากหนึ่งกระบวนท่าเพิ่มเป็นสองกระบวนท่าและเพิ่มเป็นสามและยังเพิ่มขึ้นเลื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก
ยิ่งเวลาผ่านไปคมดาบของศิลายิ่งลึกล้ำเฉียบคมสมาธิของศิลาบรรลุถึงขีดสุดคล้ายกับว่าเขากำลังจมลงก้นมหาสมุทรทั้งเงียบทั้งสงบอย่างลึกล้ำ
ทำให้วิถีรังสีดาบของเขามันก้าวร้าวขึ้นอีกสามระดับทั้งเฉียบคมแผ่พริ้วเลื่อนลอยเบาบางเห็นเป็นดาบหยุดนิ่งแต่ลึกๆทุกคมดาบกลับแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดสำนึกฆ่าฟันฟันและก้าวร้าวถึงขีดสุด
ศิลาหมุนตัวไปมากลางอากาศหลบทุกกรงเล็บได้อย่างฉิวเฉียดทุกกรงเล็บพร้อกับฟันส่วนกลับด้วยความเร็วเพียงเสี้ยววินาทีเกิดเสียงดังฟึบตวัดดาบหนึ่งครั้งหมายถึงร่างของเทพอสูรจิ้งจอกต้องได้แผลเรียกเลือดแดงฉานของพวกมันให้ไหลออกมา
วูมมมมมมมมมมมมมม
วูมมมมมมมมมมมมมม
ครืนนนนนนนนนนนนน
วินาทีนั้นศิลาตัดสินใจใช้เพลงดาบอาทมาฏโหยหาร่ำไห้ตวัดไปมาในอากาศอย่างมั่วซั่ว
“ฟ้า!..
ศิลาตวาดลั่นเรียกหญิงสาวเบื้องร่างเธอทราบได้ทันทีถึงเพลงดาบของศิลาฟ้าครามขยับวูบเอาตัวยืนบังด้านหน้าหญิงสาวนักธนูอย่างรวดเร็วเป็นวินาทีที่คมดาบท่อแสงขีดเขียนวงเวทมนต์ขึ้นกลางอากาศ
ปรากฎวงเวทย์สีม่วงดำลอยกลางอากาศขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสิบเมตรปกคลุมไปทั่วบริเวณ
“สูญ สลาย แตกดับ พินาศสิ้น”
ครืนนนนน.....วูบ
วงเวทมนต์แตกระเบิดยิงลำแสงสีม่วงดำลงมาจากวงเวทย์สาดไปทั่วบริเวณทั่วผืนฟ้าปกคลุมทุกสิ่งอย่าง
วินาทีต่อมาแสงสว่างสีม่วงดำหายวาบไปชั่วพริบตาเผยให้เห็นสภาพป่าที่กลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างสองกิโลเมตร
ไร้เศษซากของสัตว์อสูรไร้น้ำเลือดสีแดงฉานไร้กองไอเท็มที่ควรจะดร็อปออกมาจากสัตว์อสูรเวทมนต์ของศิลาได้ลบหายไปทั้งหมด
“บ....บ้าน่า”
สาวนักธนูปรายตามองไปรอบบริเวณพร้อมกับสายตาตลึงด้วยความไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นแค่คนเดียวสู้กับเทพอสูรได้ก็น่าตกใจแล้ว
แถมเพลงดาบของศิลาก็เลื่อมล้ำกว่านักดาบทำให้เธอเผลอคิดว่าศิลาคือนักดาบแต่เมื่อได้เห็นเวทมนต์เธอถึงกลับเปลี่ยนความคิดพร้อมกับเงยหน้ามองศิลาอุทานออกมาด้วยความประหลาด
“นักเวทมนต์ดาบคู่”
เธอเอ่ยขึ้นอย่างเมื่อลอยนัยน์ตาแสดงถึงความหวังปนเสน่หาออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่มีหรือจะรอดสายตา
พยาบาตของเจ้าหล่อนไปได้
หึม....
ฟ้าครามมองค้อนควับพร้อมกับเดินแน่บเข้าหาศิลาที่กำลังลงมายืนถึงพื้นเบื้องหน้าอย่างเร็วไว
เมื่อถึงตัวศิลาเธอเลยแสดงความเป็นเจ้าของให้ได้เห็นมันเสียเลย
ฟ้าครามยื่นหน้าหาศิลาหมายให้เขา
รูบหัว
“ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม”
ศิลาถามทันทีไม่สนสายตาของแม่สาวนักธนูเขารูบหัวเจ้าหล่อนอย่างแผ่วเบาคล้ายกำลังถนุทถนอมอย่างอ่อนโยนพร้อมกับสายตาที่เคยเฉียบคมแข็งกล้าพลันนุ่มนวลและอบอุ่นจนผู้ที่กำลังมองอยู่หน้าแดงฉานด้วยเหตุใดมิอาจทราบ
“เค๊าไม่เป็นไร...แล้วพี่ล่ะ”
ฟ้าครามพูดขึ้นพร้อมกับมองสำรวจร่างกายของศิลาที่กำลังค่อยๆรักษาอาการบาดเจ็บจากแผลที่เกิดจากกรงเล็บ
“เอาล่ะเมื่อกี้เธอบอกว่ามีเพื่อนของเธออยู่ด้านในงั้นสินะ”
ศิลาเดินเข้าหาหญิงสาวนักธนูพร้อมกับถามขึ้นทันทีหญิงสาวชะงักวูบก่อนจะเอ่ยตอบ
“ใช่แล้วคะก่อนอื่นเลยฉันชื่อว่า
อามาโนะ อิวาโตะ เรามาหาของป่าแล้วพบเทพอสูรเข้าแต่มันวิวัฒนาการเป็นระดับเทพเจ้าเพื่อนฉันช่วยให้ฉันหนีรอดออกมาได้ฉันจึงวิ่งตามหาคนไปทั่วเพื่อขอความช่วยเหลือ”
หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มสีหน้าที่แสดงออกถึงความเศร้าอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
“ผมศิลา....และนี่ฟ้าคราม”
ศิลาเอ่ยพร้อมกับเอามือรูบหัวหญิงสาวที่กำลังควงแขนเขาแจห่อนที่เจ้าหล่อนจะประกาศตัว
“เป็นแฟนนนนนน พี่ศิ”
พร้อมกับเน้นเสียงยาวที่คำว่าแฟนมันด้วยเสียเลย
“หาของป่า?”
ศิลาเกิดข้อสงสัยทันทีคำว่าหาของป่ามันคล้ายกับชาวบ้านที่เข้าป่ามาหาของกินของขายซึ่งหากผู้เล่นจะเรียกว่าหาไอเท็มล่าสัตว์อสูรทำภารกิจเสียมากกว่า
“ใช่แล้วคะ หมู่บ้านของเราอยู่อีกฟากของป่าเดินอ้อมเขตแดนสยบฟ้าไปห้าชั่วโมงก็ถึงหมู่บ้านเราติดชายทะเลมีอาชีพต่อเรือ”
จากคำของหญิงสาว ศิลาพอมันใจแล้วว่าเธอน่าจะเป็นSPCที่ใช้คนสวมบทบาทไม่ใช่Nonplayer ปัญญาประดิษฐ์
“พวกผมกำลังจะไปเมืองที่ติดกับชายทะเลพอดี”
ศิลาพูดขึ้นทำให้หญิงสาวตาลุกวาวฉายแววความหวัง
“จริงหรอคะ งั้นคุณช่วยเพื่อนฉันก่อนได้ไหมเขาถูกอสูรตนนั้นจับไว้”
“ได้สิ เธอนำทางไปเลย”
ศิลาตอบพร้อมเผยทางเดินให้หญิงสาวพร้อมกับฟ้าครามเองได้บีบต้นแขนของศิลาเบาๆศิลาเองก็ปรายสายตาสบวูบหนึ่งเพื่อบอกหญิงสาวว่าเขาเองก็รับรู้ถึงความผิดปกตินี้แล้ว
มันแปลกตรงที่หญิงสาวนามอิวาโตะนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนของเธอถูกสัตว์อสูรตนนั้นจับในเมื่อเธอเองหนีมาและตามปกติมันไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนที่จะจับมนุษเป็นตัวประกัน
แถมชื่อของหญิงสาวเองก็ไม่จำเป็นต้องแนะนำชื่อสะยาวยืดเอาแค่ว่าอิวาโตะก็พอแต่เธอกลับจงใจแนะนำชื่อตัวเอง
ศิลานั้นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเขาจึงศึกษาประวัติศาสตร์ทุกอย่างของญี่ปุ่นซึ่งคำว่า วาหรือวะ นั้นบ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่น
เมื่อได้ยินชื่อหญิงสาวความคิดของศิลาก็แล่นคิดหลายตลบจัดการค้นหาไฟล์ความจำในสมองทันทีถ้าเรื่องไหนเขาสนใจเขาจะจดจอกับมันถึงที่สุดเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าชื่อของหญิงสาวนามอามาโนะ อิวาโตะ นั้นมันไปตรงเข้ากับตำนานของญี่ปุ่นมันคือชื่อศาลเจ้าหรือในตำนานมันคือชื่อของถ้ำ
และตำนานนั้นก็คือตำนานของเทพีอามาเตระซุหรืออามาเทระสึ ว่ากันว่าเทพีอามาเตระซุมีพี่น้องสามองค์ได้แก่
ตัวนางเองเทพีอามาเตระซุเทพแห่งดวงอาทิตย์
ซึกิโยมิเทพแห่งดวงจันทร์
เทพซึซาโนะโอะเทพแห่งพายุและทะเลเทพเจ้าทั้งสามองค์นั้นถือกำเนิดมาจากอิซานางิ
เมื่อครั้งหนึ่งเทพีอามาเทระสึได้มีปัญหากับน้องชายเทพซึซาโนะโอะจนนางได้เข้าไปหลบตัวอยู่ในถ้ำไม่ยอมออกไปไหนทำให้ทั่วภพไร้แสงสว่าง
เหล่าถวยเทพร้อนใจหาวิธีต่างๆนาๆเพื่อให้นางออกมาจากถ้ำเพื่อที่โลกจะได้แสงสว่างคืนมาอีกครั้งและถ้ำที่นางใช้หลบซ่อนตัวนั้นถูกเรียกว่าถ้ำ
อามาโนะ อิวาโตะ หรือปัจจุบันคือศาลเจ้าอามาโนะ อิวาโตะ
แถมหญิงสาวเองยังบอกว่าถูกจับแปลว่านางอาจจะไม่ออกมาข้างนอกหรือเนื้อหาอาจจะอ้างอิงมาก็เป็นได้หรือทั้งหมดศิลาคิดไปเอง
แต่ทว่าเขานั้นมั่นใจเพราะเพิร์จเคยอัญเชิญเทพซึซาโนะโอะมาแล้ว แล้วทำไมเทพีอามาเตระซุจะออกมาบ่างไม่ได้
จากนั้นศิลาและฟ้าครามก็พุ่งทะยานตามอิวาโตะไปอย่างกระชั้นชิดพร้อมกับครุ่นคิดไปตลอดทางทั้งป่าแห่งนี้มีจิ้งจอกตำนานของญี่ปุ่นแถมชื่อหญิงสาวเสียอีกถึงแม้จะแต่งกายแบบผู้เล่นทั่วไปทว่าในโลกนี้อะไรก็ล้วนเกิดขึ้นได้ชีวิตคนเราตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนทุกเมื่อเชื่อวัน
ศิลาเรียกรายชื่อเพื่อนขึ้นมาทันทีพร้อมกับส่งข้อความตัวอักษรถึงเพิร์จเพื่อถามว่าเพิร์จเกี่ยวกับตอนที่เพิร์จเจอเทพซึซาโนะโอะ
ซึ่งไม่นานก็มีข้อความตอบกลับมาและสถานที่ๆเพิร์จได้สู้กับเทพซึซาโนะโอะนั้นคือทะเลทิศเหนือรวมถึงตอนที่พวกเขาปะทะกับ
ยามาตะโนะโอโรจิก็เป็นในป่าลึกเบื้องหน้านี้แน่นอนว่าเป็นที่ๆเขากำลังมุ่งไป
ทำให้ศิลาทราบได้ทันทีว่าเขากำลังย่างก้าวเข้าสู่แดนอาทิตย์อุทัยเข้าให้เสียแล้ว
หากมันเป็นอย่างที่เขาคิดจริงครั้งนี้เขาคงอาจจะติดพัลกับภารกิจพิเศษของSPCนี้อีกนานเป็นแน่
ฟ้าครามเคยบอกเขาไว้แล้วว่าตัวละครที่สำคัญเกี่ยวกับเนื้อหาการพิชิตเกมจะใช้คนสวมบทบาทเท่านั้นแน่
นอนว่าอิวาโตะหญิงสาวเบื้องหน้าเขานั้นคือSPC ที่ใช้คนจริงๆสวมบทบาททั้งการโต้ตอบสีหน้ามันไม่มีอะไรตายตัว
บางที่คนที่กำลังคุมอวตารของอิวาโตะคงส่งสัญญาบอกเพื่อนSPCเบื้องหน้าให้จัดเตรียมต้อนรับเขาอย่างดีแบบจัดเต็มเป็นแน่
เมื่อมองย้อนกลับไปการโจมตีของ
อิวาโตะนั้นไม่ได้สังหารเหล่าจิ้งจอกเลยสักตัวแถมเมื่อครั้งมันโผล่ออกมาตอนที่กำลังไล่ทำร้ายเธอก็สามารถกระโจนที่เดียวขย่ำหญิงสาวได้แล้วแท้ๆ
แล้วด้วยเหตุนี้เองศิลาถึงกับฉีกยิ้มเงื่อนงำกุญแกข้อมูลไอเท็มหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับการพิชิตของเขาหญิงสาวเบื้องหน้าเขาต้องรู้แน่นอน
แต่ก่อนหน้านั้นเขาคงโดนจัดชุดใหญ่ระหว่างทางเสียไม่ว่าคนอย่างศิลาไม่เคยมีอะไรราบรื่นอยู่แล้ว