บนท้องฟ้าเหนือวังหลวงของราชาไมนาส ผู้ครองดวงดาวไซปีรัส พอเสี่ยวเทียนมาถึงก็ตะโกนเข้าไปในวังหลวงด้วยเสียงอันดังว่า
“ เจ้าไทฟอน แน่จริงก็ออกมาสู้กับข้าเดี๋ยวนี้ ข้าเฉินเสี่ยนเทียน บิดาเจ้ามาท้าสู้กับเจ้าแล้ว อย่าทำตัวเป็นเต่าหดหัว ซุกซ่อนตัวในร่างมนุษย์ธรรมดาเช่นนี้ เจ้าเป็นเทพหรือ สัตว์ชั้นต่ำกันแน่” เสี่ยวเทียนร้องยั่วยุให้มันออกมสู้กันตัวต่อตัว
ในห้องฝึกฝน ไทฟอน ในร่างราชาไมนาส ที่บัดนี้มีแต่เกล็ดงูขึ้นเต็มตัว กำลังลอกคราบอยู่ แต่ยังไม่สำเร็จ ลืมตาโพลงขึ้นมาด้วยความโกรธ ที่ได้ยินเด็กน้อย มายืนท้าทายเขาอยู่อย่างไม่กลัวเกรง เทพเจ้าพญางูยักษ์อย่างเขา จึงระเบิดพลังออกไปลอกคราบงูที่อยู่ในตัวจนหมด แล้วลอยขึ้นไปเผชิญหน้ากับเสี่ยวเทียน
“ เจ้ามนุษย์ตัวน้อย เจ้ารู้จักข้าด้วยหรึอ?”
“ ทำไม ข้าจะรู้จักเจ้าไม่ได้ สมุนผู้รับใช้ ราชินีสวรรค์เฮร่า”
“ ไม่เลว เทพเจ้ามากมายเห็นข้าแล้วก็กลัวจนตัวสั่น แต่เจ้ากลับเอ่ยวาจายอกย้อนไม่กลัวข้าเลยแม้แต่น้อย เจ้าไม่รู้เลยใช่ไหม ว่าเจ้ากำลังพูดอยู่กับ เทพเจ้าอสรพิษผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เคยกำราบเทพซุสมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วเจ้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ตัวจ้อย กล้ามาท้าสู้กับข้า เอาล่ะข้าต่อให้เจ้า จะสู้กับเจ้าในร่างมนุษย์นี่แหละ เข้ามาเลย”
“ อาจารย์มันพูดจริงหรือไม่ ที่มันบอกว่ามันทำร้ายเทพซุสมาแล้ว?” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ คงจะจริง ซุสวัยหนุ่มโง่มาก ขี้ขลาดตาขาว ไม่เก่งกาจเท่าไร”
เสี่ยวเทียนมองหน้าของไพธอน ที่อาศัยร่างราชาไมนาส ที่มีเกล็ดงูยักษ์เต็มตัวไปหมด
“ อย่าต่อให้ข้าเลย เดี๋ยวเกิดถูกอัดไปแล้ว จะอับอายขายขี้หน้าเปล่าๆ”
เสี่ยวเทียนเอ่ยยิ้มๆ แล้วาร์ปเข้าไปใส่อัปเปอร์คัตเข้ากราม เปรี้ยง ! โดนเข้าหมัดแรก ก็หงายหลังไปนอนราบกับพื้น แน่นิ่งไปในทันที เสี่ยวเทียนไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย วาร์ปเข้าไปใช้เท้ากระทืบเข้าใส่ อีกหลายที ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ! ร่างของราชาไมนาสจมไปในดินกว่าเมตร เสี่ยวเทียนโดดขึ้นฟ้าแล้วร้องออกมาอีกว่า
“ พลังฝ่าเท้ามังกรสยบโลก”
เกิดเป็นเท้ามังกรยักษ์เหยียบลงมาอีกทีปิดจ๊อบไปเลย ตูม !!
ร่างของราชาไมนาส สลายไปในทันที แต่ปรากฏร่างงูยักษ์ขึ้นมาตัวหนึ่ง ร่างใหญ่เท่าภูเขา ขาแขนมีกรงเล็บคล้ายมังกร มีหัวเป็นงู ถึง 100 หัว ทุกหัวมีมรกตสีแดงติดเอาไว้ มันขยับตัวแต่ละที บ้านคนพังไปหลายหลัง
“ เจ้ามนุษย์ เจ้าทำให้ข้าต้องเผยร่างจริงออกมาจนได้นะ ! จงภูมิใจเถิดที่ได้ตายด้วยร่างจริงของข้านี้” เจ้าไพธอน อ้าปากพ่นไฟใส่เสี่ยวเทียน จากหัวงูสิบตัว ฟู่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เสี่ยวเทียนถอยหลังออกมาตั้งหลัก แล้วเรียก กระบี่อัสนีออกมา
“ กระบี่เซียนมายาอัสนีพิฆาต”
กระบี่นับร้อยนับพัน พุ่งออกไปกลายเป็นกระบี่เล่มใหญ่ พุ่งเข้าไปตัดหัวเจ้างูไพธอน ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!! หัวทั้งร้อยหัวถูกกระบี่ตัดออกกระเด็นขาดไปทั้ง 100 หัว
กลิ้งหลุน ๆ ไปทั่ว ชนบ้านเรือนข้างเคียงเสียหายไปหลายหลัง
แต่หัวที่ถูกตัดกลับงอกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็กลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนเดิม ตามที่ เทพอพอลโล ได้บอกเอาไว้จริงๆ
“ ร่างอมตะรึ?”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่สามารถทำอะไรข้าได้หรอก เพราะว่าร่างของข้าเป็นอมตะ คราวนี้ ข้าจะให้เจ้าเจอกับพลังเทพเจ้าดูบ้าง” มันอ้าปากออกพร้อมกันทั้ง 100 ตัวแล้วปล่อยพลังแสงอาฑิตย์ออกมา ซึ่งวิชานี้เป็นของเทพอพอลโล เทพสุริยัน
สามารถปล่อยแสงอาฑิตย์ออกจากร่างกายได้ เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเทพเจ้าของตนเข้าต้านทาน แสงอาฑิตย์แฉลบออกไปด้านข้างทำลายบ้านเรือนไปจนราบ
เสี่ยวเทียน วาร์ปเข้าไปใกล้ แล้วใช้ดัชนีสายฟ้ายิงเข้าใส่ มรกตสีแดง ที่กลางหน้าผากงูไพธอน 10 ตัว ตูม ๆ ๆ !!!! ทั้งสิบหัวระเบิด ตายไปไม่สามารถทำให้หัวงอก ออกมาได้อีก
เจ้างูยักษ์ที่เหลือ โกรธแค้นเสี่ยวเทียนยิ่งนัก มันพร้อมใจกันพ่นพิษจนฟุ้งกระจายไปทั่วเมือง หวังให้เสี่ยวเทียนและคนในเมืองนี้ ตายด้วยพิษของมันทั้งหมด
เสี่ยวเทียนยืนนิ่งคิดไม่ออกจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี อาจารย์ลู่เอินก็ปรากฏร่างบนท้องฟ้า ใช้มือหมุนวนไปบนท้องฟ้า จนกลายเป็นหลุมดำที่มีมวลลมที่แรงดึงดูดมหาศาล แล้วพิษที่ฟุ้งกระจายอยู่ไปทั่วเมืองก็พุ่งขึ้นฟ้า ก็ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำจนหมด อาจารย์ลู่เอินรีบบอกกับเสี่ยวเทียนว่า
“ อย่าเสียเวลา ใช้ธนูยิงตะวันจัดการกับมัน”
เสี่ยวเทียนได้ยินดังนั้นก็ใช้ ลูกธนูปราณเทพเจ้า ยิงออกไป สิบกว่าดอก กลายเป็น ลูกธนูไฟเทพเจ้า พุ่งแตกกระจายออกไปจนครบเจ้าหัวงูยักษ์ไพธอน ลูกธนูพุ่งเจ้าทำลายมรกตสีแดงที่อยู่กลางหน้าผากของมัน จนระเบิดตายไปทีละตัวจนหมด ร่างที่มันใหญ่โตเท่ากับภูเขามันโอนเอนไปมา หากมันล้มครืน ชาวบ้านได้เดือดร้อนไปทั้งเมืองแน่
ในทันในนั้นเอง หลุมดำก็มีพายุดูดที่รุนแรงก็เคลื่อนมาที่ตัวของเจ้างูยักษ์ไพธอนจนร่างของมันตกอยู่ในกลางลมพายุดูด พรึบ!! ร่างที่ใหญ่ของมันเหมือนถูกปั่นด้วยเครื่องบดเนื้อ จนละเอียด แล้วถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ จนหมดไม่มีเหลือ ลมพายุดูดที่น่ากลัวก็หายไป อาจารย์ลู่เอินใช้มือสะบัดไปบนท้องฟ้า หลุมดำที่ดูน่ากลัวก็ค่อยๆ หายไปทันที ท้องฟ้าสว่างไสว กลับมาอีกครั้ง เหลือเพียงมรกตสีแดงปรากฏในมือของอาจารย์ลู่เอิน
“ อาจารย์นั่นมันหลุมอะไร?” เสี่ยวเทียนไม่เคยเห็นหลุมดำนี้มาก่อน
“ หลุมดำนิรันดร์ เอาไว้จัดการกับสิ่งชั่วร้ายที่ไม่สมควรอยู่บนโลกต่อไปอีก อย่าช้ารีบเอามรกตทั้ง100เม็ดนี้ไปให้ เทพอพอลโล” อาจารย์ลู่เอิน โยนมรกตสีแดงทั้งร้อยเม็ดมาให้เสี่ยวเทียนทันที
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็รีบเดินทางกลับไปหา เทพอพอลโล ที่กำลังรออยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ พอเห็นเสี่ยวเทียนมาถึงก็รีบเอ่ยทันที
“ จัดการมันได้แล้วรึ?”
“ อืม พลังเทพของท่านถูกมันเก็บเอาใน มรกตทั้ง 100 เม็ดนี้ รีบทำการดูดซับซะ”
ฟีบัส เริ่มทำการดูดซับพลังของตนเองทันที มรกตทั้งร้อยเม็ด ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้า ฟิบัสเริ่มดูดซับพลังของตนเอง แสงของมรกตสีแดง พุ่งเข้าใส่หน้าผากของ ฟีบัสทีละเม็ด จน ครบ ร้อยเม็ด มรกตก็สลายกลายเป็นฝุ่นไป พลังของเทพอพอลโล ก็กลับเข้ามาเต็มเปี่ยม
ฟิบัสในตอนนี้กลายเป็นเทพอพอลโลอย่างสมบูรณ์แล้ว ผิวกายเปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนๆ คล้ายแสงอาฑิตย์ ชุดที่สวมใส่กลายเป็นชุดเทพสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ มีเกราะสีทอง มีหมวก มีปลอกแขน ปลอกขา ครบถ้วน เทพอพอลโล ลืมตาขึ้นมา พร้อมยื่นกุญแจมิติในมือ ให้กับเสี่ยวเทียน
“ ขอบใจเจ้ามาเสี่ยวเทียน” อพอลโลมีพลังกับมาแล้ว เจ้าหญิงลอเร็นเห็นเช่นนั้นก็โผเข้ามากอดเทพอพอลโลแน่น ทั้งสองกอดกันแน่น เสี่ยวเทียนยืนมองพร้อมกับกำกุญแจมิติไว้ในมือแน่น คิดว่าจะต้องไปต่อเสียที
แต่ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้า ก็เริ่มปั่นป่วนโดยไม่มีสาเหตุ มีสายฟ้าเคลื่อนผ่านไปมา พร้อมกับ มีกองทหารเทพสวรรค์ ลอยมาเป็นกองทัพเกือบ ห้าร้อยคน มีชายผู้หนึ่งถือทวนสวรรค์ยืนอยู่ตรงด้านหน้าของทุก ๆ คน บนท้องฟ้า
แล้วตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“ เทพอพอลโล ท่านถูกเนรเทศให้มาเป็นทาสรับใช้อยู่เมืองมนุษย์ เป็นเวลา 1 ปี ชดใช้ความผิด ที่กระทำ ห้ามใช้พลังเทพเป็นอันขาด แต่ว่าท่านกลับใช้เล่ห์กล ใช้ผู้อื่นฆ่าเทพไพธอน สาวกของราชินีเฮร่า เพื่อนำพลังเทพกลับมา ข้าขุนพลเทพสวรรค์ ราโอ ได้รับคำสั่งจากสภาเทพ ให้มาจับตัวท่านนำไปสู่คุกทาร์ทารัส รอจนกว่าจะพ้นโทษค่อยปล่อยท่านออกมา คุกเข่าแล้วนอนราบไปกับพื้น ยอมให้จับเสียแต่โดยดีอย่าให้ต้องใช้กำลังกันเลย”
“มันคือขุนพลราโอ เทพสิงโต ผู้รับใช้ใกล้ชิด ราชินีเฮร่าอีกคน” อพอลโลเอ่ยเบาๆ กับเสี่ยวเทียน แต่สายตาที่มองนั้นไม่เคยมีความเกรงกลัง ขุนพลราโอผู้นี้เลยแม้แต่น้อย เสี่ยวเทียนได้แต่พยักหน้า พร้อมต่อสู้เช่นกัน
“ สุนัขรับใช้ของราชีนีเฮร่า มาอีกตัว คิดจะยัดข้อหาเพื่อลงโทษข้าอีกรึ หากไปมีโองการสายฟ้าของเสด็จพ่อของข้า ก็ไสหัวไปซะ”
“ นี้คือพระราชเสาวณีย์ ของราชินีเฮร่า ที่สั่งมา เรื่องโองการสายฟ้านั้น ข้าไม่มีหรอก ข้าทำตามคำสั่งราชินีเท่านั้น เมื่อท่านไม่ยอม คนที่ท่านรักทุกคน ก็ต้องถูกลงโทษไปด้วย สังหารพวกมันให้หมด” ขุนพลราโอ สั่งทหารสวรรค์ถือหอกสีทองทุกคน พอได้รับคำสั่ง หอกซัดทั้งห้าร้อย ก็พุ่งมาเป็นห่าฝน พุ่งใส่กลุ่มของเจ้าหญิงลอเร็ณ หมายสังหารทิ้งจนหมด แต่ว่าไม่ทันได้เข่าใกล้ปรากฏว่าโลห์สี่ทองอันใหญ่ ปล่อยรัศมีพลังมาต้านทาน หอกซัดทั้งหมดจนกระเด็น กระดอนไปจนหมดเป็นเทพอพอลโล ที่ใช้โล่ห์สีทองนี่เอง
“ กล้าคิดสังหารข้าเชียวรึ ขุนพลราโอ” เทพอพอลโล เอ่ยเสียงเย็น แล้วร่างของเขาก็กลายเป็นสีทองสว่างไปทั่ว ในมือมีคันธนูสีทอง แต่ขุนพลราโอไม่สนใจ ยกมือให้โจมตีอีกครั้ง คันธนูสีทองในมือของเทพอพอลโลขยับ แล้วยิงเข้าใส่ ขุนพลราโอ กับทหารทั้งห้าร้อยคนทันที ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ !!
ขุนพลราโอยกเอาโล่ห์ออกมาต้านเอาไว้ได้ แต่ทหารสวรรค์ทั้งห้าร้อยคน ถูกลูกธนูยิงทะลุกหน้าผากตายไปจนหมด จากนั้น ดาบในมือของเทพอพอลโล ก็พุ่งเข้าฟันหัวของขุนพลราโอต่อเลย เปรี้ยง! โล่ห์ที่เอามาต้านเอาไว้ ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน หน้าผากของขุนพลราโอ มีรอยเลือดไหลออกมา ร่างถูกกระแทกกระเด็นไป
อพอลโลยิงธนูซ้ำเข้าไปอีกสามดอก ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !! แต่ว่าลูกธนูทั้งสาม กลับหยุดนิ่งกลางอากาศ ไม่สามารถพุ่งเข้าไปทำอะไร ขุนพลราโอได้ บนท้องฟ้า ถูกเปิดออก มีสตรีสูงศักดิ์สวมมงกุฎ ลอยมาจากฟากฟ้า แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ผิดแล้ว ผิดอีก เจ้าเด็กน้อย เจ้าจะยอมมัดตัวเองหรือตามข้ากลับไปรับโทษที่คุกทาร์ทารัสแต่โดยดี?”
“ ราชินีเฮร่า?”
เสี่ยวเทียนได้ยินบทสนทนาทั้งหมด แล้วมองหน้าสาวสวยผู้นี้ด้วยความตื่นตะลึง
นี่หรือ ราชินีผู้เลอโฉม ผู้โหดเหี้ยม จอมวางแผน อาฆาตมาดร้าย ช่างมีความงดงามที่ขัดกับ สิ่งที่นางกระทำเหลือเกิน
“ ยังจำข้าได้อีกหรือ? กลับไปรับโทษซะ อย่าทำให้ข้าต้องจับน้องสาวกับแม่ของเจ้ารับโทษไปด้วย”
“ เสด็จแม่ กับน้องสาวข้าไม่ได้ทำผิดอะไร ข้าผิดคนเดียวได้โปรดปล่อยพวกนางไปเถิด” อพอลโลถึงกับยอมคุกเข่ารับผิดต่อหน้านาง เสี่ยวเทียนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ เฮอะไม่ผิด เป็นเทพเจ้าเสียเปล่า แค่คำพูดดูถูกและไม่นับถือของมนุษย์ธรรมดา พวกเจ้าสามคนแม่ลูกถึงกับต้อง เข่นฆ่าชีวิตชายหนุ่ม 14 คน หญิงสาวอีก 14 คน จนตายอนาถกลางป่าด้วยลูกธนูเทพของเจ้ากับน้องสาว
และสิ่งที่เจ้าทำไปนั้น เพราะว่า เทพีแลโตนาแม่ของเจ้า พิโรธโกรธแค้นแม่ของพวกเขา ที่ดูถูกว่า พวกเจ้าไม่สมควรเป็นเทพแค่นั้น นางถึงกับสั่งให้พวกเจ้าไปฆ่าผู้บริสุทธิ์ทั้ง 14 คนที่ไม่รู้เรื่องเช่นนั้นก็ได้หรือ? เจ้ารู้หรือไม่นางไนโอบี ผู้เป็นแม่ เฝ้าอ้อนวอนขอร้องต่อ สภาเทพให้ช่วยชีวิตลูกๆ ของนาง ที่เหลือ ทางสภาเทพก็ส่งเสียงเตือนไปให้แล้ว แต่น้องสาวของเจ้าเทพีอาร์เทมิส กลับไร้ซึ่งความเมตตา ยิงลูกธนูสังหารเด็กสาวทั้ง 7 คนตายคาอกของผู้เป็นแม่ ทำให้ผู้เป็นพ่อต้องเสียใจถึงกับฆ่าตัวตายไปเป็นศพที่ 15 และเมื่อนางไนโอบี ที่สูญสิ้นทั้งสามี และลูกๆ ทั้งหมดต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ความเดียวดายที่ต้องอยู่บนโลก ความเศร้ารันทดไหลเข้าสู่จิตใจของนาง ทำให้ต้องกลืนเลือดแล้วเอ่ยปากสาปแช่งพวกเจ้าก่อนตาย โดยที่ยอมแลกกับการที่ให้ร่างกายของนางกลายเป็นหิน ที่มีน้ำตาไหลพราก สถิตอยู่บนยอดเขาไซปีรัส ชั่วนิจนิรันดร์
ที่เจ้าถูกส่งมาที่นี่ เจ้าไม่รู้เรื่องอะไรบ้างเลยหรือไง ราชาเทพซุสตามใจพวกเจ้าสามคนแม่ลูกมากเกินไปแล้ว”
“ เอาเถอะ ข้ารับขอผิดแต่เพียงผู้เดียว ข้าจะยอมไปกับท่านก็แล้วกัน” อพอลโลรีบเอ่ยปากออกมา เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็ตกใจ ไม่คิดว่าเทพอพอลโลกับน้องสาวจะโหดร้ายขนาดนี้ ราชินีเฮร่า ปล่อยงูสายฟ้า เข้ามารัดตัวเทพอพอลโลเอาไว้แล้วหันหน้ามาที่เสี่ยวเทียน
“ เจ้ามนุษย์ เจ้ากล้าสังหารคนของข้า รับทราบความผิดหรือไม่?”
เสี่ยวเทียนถึงกับสะดุ้งไม่คิดว่า ราชินีเฮร่า จะเอาเรื่องตนด้วย
“ เดี๋ยวก่อนพี่สาว ข้าเป็นชาวยุทธ์ การท้าทายต่อสู้ เป็นเรื่องปกติของเราชาวยุทธ์
เขาชนะข้าก็ต้องตาย เป็นเรื่องกระประลอง ข้าจะไปมีความผิดได้อย่างไรกัน”
“ เฮอะ คนของสภาเทพ มีค่ามีราคาทุกคน เจ้าฆ่าคนของแดนเทพ เจ้าต้องได้รับโทษหนักกว่าคนของเทพสวรค์ 2 เท่า ข้าจะตัดแขนขาของเจ้า แล้วนำไปขังคุกทาร์ทารัส” นางพูดจบก็มีพลังแสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากมือ คล้ายเป็นใบมีดลม พุ่งเข้ามาเป็นวงๆ เข้าตัดแขนขา ของเสี่ยวเทียน ที่ไม่ทันจะอธิบายอะไรสักคำเลย
ย๊ากกกกกกก !!!!! เสี่ยวเทียนระเบิดพลังเทพเจ้าขั้นสูงสุดออกไป พลังแสงสีฟ้าถูกทำลายล้างไปสิ้น ราชินีเฮร่า ต้องถอยหลังไป 1 ก้าว
“ พี่สาวอย่าให้ข้าต้องใช้กำลังกับท่านเลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม…..