ฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์

    ตอนที่37 จอมมาร


      สารถีรีบเร่งบังคับม้าให้มันทะยานพารถม้าที่ฟางเหม่ยหลิงนอนสลบอยู่ไปด้วยความเร็วเพื่อไปให้ถึงที่นัดหมาย ตามที่ได้วางแผนกันเอาไว้ พวกเขานั้นได้รับคำสั่งมาจากองค์ชายสี่ให้มาลักพาตัว ฟางเหม่ยหลิงไปหาองค์ชายที่รออยู่ตำหนักส่วนตัวนอกพระราชวังที่พระองค์ทรงสร้างไว้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และมักจะพาหญิงสาวสวยหลายนางมาพำนักที่นี่เป็นประจำ


     


     

         และแล้วรถม้าก็ต้องเบรกกระทันหันเพราะจื่อหวิ่นได้ยืนขวางทางไว้ ม้าที่หยุดกระทันหันทำให้ ฟางเหม่ยหลิงที่สลบอยู่กลิ้งไปกระแทกกับรถ เธอจึงได้สติฟื้นขึ้นมา จื่อหวินชักดาบแล้วเข้าไปต่อสู้กับสารถีขับรถสารถีขับรถมันเองก็เข้าปะทะเช่นกัน ทั้งสองต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่แล้วสารถีขับรถมันก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับจื่อหวินที่เป็นองครักษ์มือดีขององค์ชายแปด ถูกเขาสังหารลงตรงนั้นเอง


     


     

    "เจ้าเป็นใคร"


     

    เธอมองดูบุรุษตรงหน้าก่อนที่จะเริ่มจำได้ ถึงแม้ตอนนี้จะยังมึนๆหัวอยู่เพราะยาสลบ


     

    "ข้าเคยเห็นเจ้า เป็นเจ้าเองหรือ"


     

    เธอจำได้ว่าเขาคือคนที่เหมียนมี่แอบหลงรัก


     

    "ข้าน้อยชื่อจื่อหวินเป็นองครักษ์ขององค์ชายแปด องค์ชายรับสั่งให้ข้าน้อยมาคุ้มครองคุณหนูขอรับ"
     


     

    เขาเองก็แปลกใจที่ว่าที่พระชายาแปดทำเหมือนเคยเห็นเขามาก่อน แต่เขานั้นกลับจำไม่ได้ 

    "คุณหนูเคยเห็นข้าน้อยมาก่อนหรือขอรับ"


     

    "ใช่ที่ตลาดไงละ เห็นเจ้ากับเหมียนมี่สาวใช้ของข้ายืนคุยกันอยู่"


     

    เธอไม่กล้าบอกไปว่าเป็นเพราะเธอขัดขาเหมียนมี่ให้สดุดล้ม ทำให้เกิดบุพเพอาละวาดกับคนทั้งสองเข้า


     

    "ออ ข้าน้อยจำได้แล้ว ที่แท้แม่นางเหมียนมี่ก็เป็นสาวใช้ของคุณหนูนี่เอง"


     

    ในที่สุดเขาก็นึกออก


     

    "ว่าแต่เจ้าพอรู้หรือไม่ว่าคนพวกนี้จะจับข้าไปไหน"


     

    "ก็พอจะรู้ขอรับ แต่ว่าตอนนี้ข้าน้อยควรพาคุณหนูกลับจวนก่อนนะ ขอรับ เพื่อความปลอดภัยข้าน้อยจะอารักขาคุณหนูเอง"


     

    "'งั้นก็ได้รบกวนเจ้าด้วยนะ"


     


     

         ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งมาทางที่พวกเขายืนอยู่


     

    "คุณหนู บ่าวมาช่วยแล้วขอรับ"


     

    อาฟง วิ่งกระหืดกระหอบมาด้วยร่างกายที่มีแต่บาดแผล เขาเอาชนะพวกนั้นมาได้และรีบรุดมาช่วยคุณหนูของตน


     

    "อาฟง ข้าปลอดภัยดี แต่เจ้าบาดเจ็บ เป็นอย่างไรบ้าง"


     

    เธอรีบเข้าไปดูบาดแผลของอาฟงด้วยความเป็นห่วง


     

    "บ่าวไม่เป็นอะไรขอรับ แค่เห็นคุณหนูปลอดภัยบ่าวก็โล่งใจมากเลยขอรับ"


     

    เขาดีใจมากที่เห็นคุณหนูของตนปลอดภัยดี ดูเหมือนบุรุษที่ยืนอยู่ตรงนี้อีกคนคงเป็นคนช่วยคุณหนูของตนเอาไว้


     

    "งั้นเรารีบกลับกันเถอะ ข้าจะได้รีบรักษาให้เจ้านะ อาฟง ทนไหวหรือไม่"


     

    "ข้าน้อยทนไหวขอรับ"


     

    เธอเห็นว่าอาฟงนั้นหน้าซีดมากจึงให้เขาเข้ามานั่งในรถม้า ส่วนจื่อหวินนั้นอาสาบังคับรถม้าให้เอง 


     

         กว่าจะมาถึงจวนก็ค่ำ ทำเอาทุกคนที่ทราบข่าวว่าฟางเหม่ยหลิงถูกรอบทำร้าย มายืนรอกันอยู่ที่หน้าจวนด้วยความเป็นห่วง เธอนั้นต้องเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ทุกคนฟังรวมถึงท่านปู่ด้วย และก็ต้องมารักษาอาฟง ที่ตอนนี้ใครๆก็พากันชื่นชมเขาที่เขานั้นพยายามช่วยเหลือและปกป้องคุณหนูเอาไว้อย่างสุดชีวิต สาวใช้ในจวนต่างพากันมาดูแลอาฟง คอยป้อนข้าว ป้อนน้ำให้ไม่ขาดสาย 


     


     

         ส่วนทางด้านจื่อหวินนั้น เขายังไม่กลับไปไหนเพราะต้องคอยอารักขาเธอต่อไปตามคำสังขององค์ชาย และดูเหมือนเขาจะชอบงานนี้มากซะด้วยเพราะเธอเห็นเขากับเหมียนมี่นั้นคุยกันกระหนุงกระหนิง ตั้งนานสองนานแล้ว ตั้งแต่รู้ว่าชายที่ตนแอบหลงรัก ก็คือองครักษ์ขององค์ชายแปด ที่ช่วยคุณหนูของตนเอาไว้ เหมียนมี่ก็เข้าไปขอบคุณและยังเอาขนมกับน้ำชาไปให้เขาอีกด้วย


     


     

       หลังจากที่เธอนั้นอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วก็เดินออกมารับลมที่สระบัวซึ่งเป็นที่ประจำของเธอ อย่างน้อยๆถึงกลับโลกเดิมของเธอไม่ได้ แต่ก็ขอได้มองสระบัวที่เธอมาโผล่ก็ยังดี 


     


     

    "เฮ้อ"


     

    "เป็นอะไรไปหรือ หลิงเอ๋อ"


     

    "เอ๋ องค์ชายแปดเสด็จมาไม่ให้ซุ้มให้เสียงเลยเพคะ"


     

    "ข้ารีบมาเพราะเป็นห่วงเจ้า ดีที่เจ้าปลอดภัย ข้าไว้ใจคนไม่ผิดจริงๆที่ให้จื่อหวิ่นคอยคุ้มครองเจ้า"


     

    เขาดึงนางเข้ามาสำรวจ ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจที่เห็นนางไม่เป็นอะไร


     

    "หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ ต้องขอบพระทัยองค์ชายที่ทรงเมตตา จื่อหวินเก่งมากจริงๆเพคะ"


     

    "เห็นที ข้าคงต้องจัดการคนที่มันทำกับเจ้าแบบนี้"


     

    "องค์ชายรู้หรือเพคะ ใครเพคะ"


     

    "หลงเป่าเฟย"


     

    "เอ๋ องค์ชายสี่ หลงเป่าเฟย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือเขา"


     

    "ข้าให้คนไปสืบมาหมดแล้ว จึงรู้ว่าเป็นฝีมือเขา "


     

    "หม่อมฉันนึกว่าเป็นฝีมือของ ไป๋เฉียนฉิงซะอีก"


     

    "ทั้งสองคนนั้นร่วมมือกัน"


     

    "ไม่น่าละ หม่อมฉันว่าแล้วเพราะหม่อมฉันไม่เห็นไป๋เฉียนฉิงกลับบ้านทางเดียวกับหม่อมฉันเลย คงเป็นแผนการที่วางเอาไว้"


     

    "พวกเขาต้องได้ชดใช้แน่ แต่เจ้าก็ต้องระวังตัวให้มากนะ หลิงเอ๋อ"


     

    "เพคะ จะระวังมากกว่านี้ นี่ก็ดึกมากแล้ว องค์ชายกลับไปพักผ่อนเถอะเพคะ"


     

    "ข้าขออยู่ดูจันทร์กับเจ้าก่อนได้ไหม จันทร์คืนนี้สวยมากเลยนะ"


     

    เขานั้นยังไม่อยากไป เพราะอยากจะมองหน้าหวานๆของฟางเหม่ยหลิงไปนานๆ


     

    "ก็สวยจริงเพคะ พระจันทร์เต็มดวง งั้นก็ได้เพคะ ขึ้นไปดูบนหลังคาดีไหมเพคะ จะได้เห็นชัดๆ"


     

    เธอชักชวนเขา เพราะว่ามันน่าสนุกดี ที่จะขึ้นไปบนหลังคาเพื่อดูจันทร์


     

    "เจ้านี่ช่างซุกซนยิ่งนัก "


     

    เขายิ้มให้กับความซนของนาง ก่อนจะใช้มือเกี่ยวเอวเล็กของนางเอาไว้และทะยานขึ้นไปบนหลังคาเรือน


     

    "ว้าว วิชาตัวเบาขององค์ชาย สุดยอดมากๆ เจ๋งไปเลย"


     

    "บางทีเจ้าก็ชอบพูดภาษาแปลกๆที่ข้าฟังไม่เข้าใจ"


     

    เขานั้นได้ยินที่นางพูดภาษาแปลกๆหลายครั้งแล้ว มักจะเป็นภาษาที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน


     

    "มันเป็นภาษาของโลกเก่า อย่าสนใจเลยเพคะ"


     

    "ข้าสนใจทุกเรื่องที่เป็นเรื่องของเจ้า หลิงเอ๋อ"


     

    พอเขาพูดประโยคนั้นจบ เธอก็หน้าแดงทันที ทำไมกันนะนี่มันจะหวานเกินไปไหม พูดด้วยใบหน้าหล่อเหลาแบบนั้น ยิ่งทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ไหนใครมันพูดกันว่าเทพเจ้าแห่งสงครามน่ากลัวนะ 


     

    "อะ...เอ๋ องค์ชายเพคะ พระองค์เป็นนักรบที่เก่งที่สุดในแคว้นเหลียงใช่ไหมเพคะ แล้วแบบนี้จะมีใครที่เก่งเทียบเท่าพระองค์อีกไหม"


     


     

    "มีสิ คนที่เก่งพอๆกับข้า เขาเป็นสหายรักของข้าเอง"


     

    "สหายขององค์ชายหรือเพคะ"


     

    ยังมีอีกหรอ คนเก่งแบบเขา เธออยากรู้จริงๆ


     

    "หม่อมฉันอยากรู้จังเขาเป็นใครหรือเพคะ"


     

    "ใครๆก็ต่างเรียกเขาว่า ท่านจอมมาร"


     

    "ห๊าาาา เคยได้ยินเหมือนกัน ท่านจอมมาร  ไม่คิดว่าเขาคือสหายขององค์ชาย"


     

    อะไรกันเนี่ย องค์ชายแปดมีสหายรักเป็นถึงจอมมาร


     

    "เขานะอำมหิต โหดเหี้ยม กว่าข้าอีกนะ "


     

    "นะ..หน้า กลัวมากเลยเพคะ หม่อมฉันก็ได้ยินกิตติศัพท์เขามาเหมือนกัน"


     

    "เขาก็เป็นคนแคว้นเหลียงหรือเพคะ"


     

    "ไม่ใช่หรอก เขาไม่ได้เกิดที่แคว้นเหลียง ไม่ใช่คนแคว้นเหลียง เขาเป็นคนแคว้นเว่ย"


     

    "แบบนี้เวลามีสงคราม แคว้นเว่ย กับ แคว้นเหลียง ทั้งองค์ชาย กับท่านจอมมารก็ไปรบด้วยกันใช่ไหมเพคะ เพราะทั้งสองแคว้นเป็นพันธมิตรกัน"


     

    "ปล่าวเลย เขาไม่สนใจ ใครจะรบกับใคร ใครจะทำอะไร เขาไม่สนทั้งนั้น เขาเร้นกายอยู่ในป่ากับลูกน้องไม่กี่คน ไม่ออกมาสุงสิงกับใคร นานๆข้าถึงจะไปเยี่ยมเขาที  หรือนานๆทีเขาก็จะเป็นฝ่ายมาเยี่ยมข้าเอง"


     

    "ลึกลับมากเลยนะ เพคะ ว่าแต่มีแต่คนเรียกเขาว่า ท่านจอมมาร องค์ชายรู้จักชื่อจริงเขาไหมเพคะ"


     

    "รู้สิ ทั่วป่าฮั่น "


     

    "ทั่วป่าฮั่น"


     

    "ข้าไม่เคยบอกใครหรือเล่าเรื่องของเขาให้ใครฟังเลย ยกเว้นเจ้านะ หลิงเอ๋อ เพราะเจ้าเป็นคนพิเศษสำหรับข้า"


     

    คำพูดของเขาทำเอาเธอหน้าแดงใจเต้นอีกแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชั่นหรือปล่าวเขาถึงได้หยอดคำหวานๆให้เธอตกหลุมขนาดนี้ 


     

    'จะขึ้นมาจากหลุมไม่ไหวแล้วนะ หลุมรักนะ '


     

    เธอได้แต่คิดในใจ   




    คล้ายกับเรื่องฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์ ที่คุณอ่าน