แม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมสั่งเจ้านางละอองทองในชื่อปิ่นคำด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“เจ้าจงใช้อำนาจที่นังละอองทองมันมีเข้าไปพบกับยาติ่นในคุกท้ายคุ้ม เค้นถามมันว่าพ่อครูจายเปิงไปบวชอยู่ที่วัดใด ข้าคิดว่าพวกมันน่าจะให้คำตอบอะไรที่เป็นประโยชน์กับข้าข้ารู้สึกสังหรณ์แปลกๆ ว่าไอ้ยาติ่นอาจให้การไม่ถี่ถ้วนไอ้เฒ่าสัปเหร่ออุ่นพรหมมันไม่น่าจะมีปัญญากำจัดวิชาอาคมของพ่อครูจายเปิงคนของข้าได้ขนาดนั้นแล้วถ้าไม่ใช่มันใครกันที่กำจัดพ่อครูจายเปิงจนสิ้นท่าถึงเพียงนี้ และข้าสงสัยนักเจ้าภูแสนเมื่อกลับจากป่ายวมทำไมถึงได้ประกาศเรื่องนังแพงอรว่ายังไม่ตายอย่างมั่นอกมั่นใจ ข้าต้องพลาดพลาดอะไรที่สำคัญไปแน่ๆ” แม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมรัวเป็นชุด
อันที่จริงเรื่องที่สัปเหร่ออุ่นพรหมเข้าป่าไปปราบหมอผีนามว่าพ่อครูจายเปิงที่ลักลอบพาชาวต่างชาติเข้าป่ายวมเพื่อจะขนของมีค่าในป่าออกมาข้างนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นแม้จะเป็นการเข้าป่าไปแบบเงียบๆ แต่ทว่ามันเงียบไม่จริง เพราะพวกที่ถูกจับออกมาได้ต่างก็ให้การว่าพบเจ้าภูแสน โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ และองครักษ์ทั้งสองด้วย
และคำให้การที่น่าสงสัยที่สุดนั่นคือคนที่ปราบพ่อครูจายเปิงได้หาใช่สัปเหร่ออุ่นพรหม และโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ไม่นั่นจึงทำให้หลายคนในเงามืดในคุ้มเชียงภูแสนสงสัยยิ่งกว่าสงสัยเสียอีกเพราะทุกคนในเหตุการณ์ต่างกระซิบแก่กันอย่างเงียบๆว่าคนที่ปราบพ่อครูจายเปิงและพรรคพวกเสือสมิงเป็นแม่หญิงเอวบางร่างน้อยคนหนึ่งเท่านั้น!! แค่คำบอกเล่าที่เป็นเพียงข่าวลือกระพือลอยลมแต่สำหรับแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมมีรึที่จะปล่อยผ่าน ด้วยอุปนิสัยไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมจึงเก็บเรื่องนี้มาคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ
“ที่ข้าสั่ง ได้เอามารึไม่?” แม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมถามเจ้านางละอองทองในชื่อปิ่นเข้าเรื่องอีกเรื่องหนึ่งปิ่นคำค้อมหัวก่อนพูดเสียงเหี้ยม
“ข้าพามันมาแล้วเจ้า” พูดจบพลันก็ปรากฏร่างสาวนางหนึ่ง ผมยาว ใบหน้าตอบซูบ ร่างกายขาวโพลนและซีดเผือดผีสาวตนนั้นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอะไรบางอย่างปิ่นคำพูดต่อ
“นังนี่ มันเป็นสัมภเวสีที่ตกน้ำตายอยู่ตรงน้ำตกท้ายคุ้มเจ้า..”แม่หมอธรรมคำหอมค่อยๆ หันมามองร่างผีสาวตนนั้นสายตายิ้มอย่างสมใจ
“ตายโหงด้วยรึนี่!?” พลันนั้นเองจากร่างของแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมที่เป็นหญิงชราปกติธรรมดาผิวขาวมีน้ำมีนวลสมบูรณ์ตามวัยก็กลับกลายเป็นร่างหญิงชราที่ไม่น่าจะมีชีวิตดำรงอยู่ได้ ใบหน้าแห้งเหี่ยวเขียวคล้ำ ดวงตาแดงก่ำราวถ่านเพลิง ริมฝีปากคล้ำช้ำเลือด ไรฟันเหลืองเตอะเป็นการสำแดงว่าห่างไกลกับยาสีฟันขจัดคราบเป็นหมื่นไมล์ทะเล
ตามผิวหนังของแม่เฒ่านั้นมีแต่เส้นเลือดปูดโปนไปทั่วทุกหัวระแหงแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมจากที่ยืนหันหน้ามองออกไปทางหน้าต่าง จู่ๆ ก็หายวับมาอยู่ต่อหน้าผีสาวร่างขาวซีดที่กำลังตัวสั่นเทาและมีสีหน้าที่หวาดกลัวอย่างยิ่ง และเมื่อผีสาวเห็นว่าแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมกลายร่างเป็นยายแก่มีลักษณะน่าเกลียดน่ากลัวนางก็ถึงกับลงนั่งยกมือไหว้ประหลกๆ ด้วยรู้ดีว่าภัยใกล้ถึงตัวมากขึ้นทุกที
“อย่า..อย่าทำอะไรข้าเจ้าเลย ข้าเจ้ากลัวแล้วเจ้าแค่ข้าเจ้าตกน้ำตายกลายเป็นสัมภเวสีก็ทรมานมากพออยู่แล้ว ปล่อยข้าเจ้าไปเถิด”ผีสาวพูดเสียงติดขัดสั่นเครือด้วยความกลัว ส่วนทางแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมยืนยิ้มแววตาไร้ซึ่งความเมตตาใดๆริมฝีปากแสยะเผยให้เห็นเขี้ยวฟันอันแสนจะน่าเกลียดน่าขยะแขยงแม่เฒ่าปีศาจทำจมูกฟุดฟิดๆ ราวกับได้กลิ่นหอมหวลจากเหยื่ออันแสนโอชะ
“กลัว! จงกลัวเข้าไปอีก อีนังผีตายโหง!!!” ยิ่งเหยื่อหวาดกลัวและทรมานมากเท่าไหร่ก็เหมือนกับว่าวิญญาณตรงหน้าจะดูน่าสังเวยน่าเอร็ดอร่อยยิ่งขึ้นไปอีก และที่สำคัญความหวาดกลัวและความทรมานก่อนวิญญาณจะแตกสลายของสัมภเวสีตนนี้ก็จะช่วยให้พลังวิญญาณของแม่หมอธรรมคำหอมเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัวด้วย
“ร้อง ร้องเข้าไปอีก กูบอกให้ร้อง!!” ประโยคสุดท้ายตะคอกอย่างเกรี้ยวกราดจากนั้นแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมก็ยื่นมือไปกระชากคอวิญญาณของหญิงสาวตนนั้นชูสูงขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียววิญญาณน่าที่สงสารนั้นดิ้นทุรนทุราย ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุดยิ่งแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมเห็นวิญญาณดิ้นทุรนทุรายเท่าไหร่นางก็ยิ่งระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสมใจมากมาย และฉับพลัน แม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมก็อ้าปากกว้างจนรอยขอบปากฉีกไปถึงรูหูแล้วตวัดร่างสัมภเวสีผู้น่าสงสารตนนั้นเข้าปากอย่างรวดเร็ว
“กร๊อบๆๆๆ ซู้ด.... จั๊บๆๆๆ” เสียงกินอันน่าสะอิดสะเอียดจากการดึงวิญญาณเข้าปากเคี้ยวกลืนก็ดังขึ้นแม้แต่ปิ่นคำในร่างของเจ้านางละอองทองก็ยังต้องสะกดความอยากจะอ้วกเอาไว้ให้ถึงที่สุดแม้ว่าเจ้านางละอองทองจะนั่งนิ่งทว่าแววตากลับหลุกหลิกไปมาอย่างซ่อนไม่มิดว่าพะอืดพะอมเพียงใดแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมทั้งเคี้ยว ทั้งกลืน ทั้งเลียปาก อย่างสาสมในอารมณ์จนกระทั่งกลืนกินดวงวิญญาณผู้น่าสงสารนั้นเสร็จเรียบร้อยนางก็ค่อยๆ คืนร่างเป็นมนุษย์ที่มีเนื้อหนังสมบูรณ์ดังเดิมเมื่อคืนร่างกลับไปยังร่างของแม่เฒ่าหมอธรรมแล้วก็เดินไปที่หน้าต่างที่ยืนอยู่ก่อนหน้านั้นราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่าง
“เสียดาย ข้าเสาะหาวิญญาณอีแพงอรไม่พบไม่อย่างนั้นข้าจะเพิ่มพลังวิญญาณได้มากกว่านี้”เรื่องนี้วิญญาณของปิ่นคำในร่างเจ้านางละอองทองก็อดสงสัยไม่ได้ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น
“ยายคิดว่าวิญญาณมันไปหลบอยู่ที่ใด?” เมื่อถามมาถึงตรงนี้สีหน้าแววตาของแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมก็มีแววครุ่นคิดอย่างหวาดระแวงก่อนจะพูดออกมาคล้ายระลึกถึงความหลัง
“ข้าก็พยายามหามันอยู่แต่ยังไม่พบ ถ้าข้าฆ่ามันเองกับมือมีหรือที่วิญญาณของมันจะรอดพ้นเงื้อมมือข้าไปได้เสียดายอีกอย่างนั่นก็คือมันใจเสาะคิดฆ่าตัวตายไปก่อนแค่โดนเอ็งกลั่นแกล้งกดดันไม่เท่าไหร่ ก็คิดสั้นผูกคอตาย ใจปลาซิวซะจริงสมน้ำหน้าเจ้าภูแสนนักอย่างไรเสียเอ็งต้องได้เป็นเมียเจ้าภูแสนนังปิ่นคำเรื่องนี้ข้าไม่มีวันยอมหรอก!” นั่นเท่ากับว่าแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมไม่มีส่วนในการตายของแพงอรเพียงแค่อยากกินวิญญาณของแพงอรเท่านั้น
แต่ปิ่นคำกลับไม่สนใจในแพงอรเพราะสิ่งที่ปิ่นคำสนใจนั่นคือแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมยายแท้ๆ ของเธอประกาศกร้าวว่าเธอจะได้เจ้าภูแสนเป็นสามีปิ่นคำในร่างเจ้านางละอองทองถึงกับยิ้มกริ่มอย่างมาดมั่นเพราะปิ่นคำนั้นหวังสูงอยากเป็นพระชายาในเจ้าภูแสนกว่าสิ่งใดอีกอย่างนั้นปิ่นคำก็ไว้ใจในวิชาอาคมของผู้เป็นยายอย่างไม่คอนแคลน ถ้าไม่มีอาคมเข้มขลังจริงยายจะชุบชีวิตเธอให้เกิดใหม่กลายเป็นเจ้านางผู้พรั่งพร้อมและสวยสะพรั่งได้อย่างไรกัน!!จากภพอดีตที่เต็มไปด้วยปริศนามากมาย ทอดยาวสู่ภพปัจจุบัน
“กริ๊ง...” เสียงโทรศัพท์จากยุคปัจจุบันดังอยู่ในคฤหาสน์อันแสนจะใหญ่โตของตระกูลหมอดูอันเลื่องชื่อและโทรศัพท์นั้นก็เป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของปลายนภา เมื่อปลายนภายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูและพบว่าเป็นใครสาวใหญ่ก็เบ้หน้าก่อนจะกดรับอย่างเสียมิได้เพราะปลายสายนั้นคือหลานสาวตัวแสบของตนเป็นคนโทรมาถึงกับโทรมาด้วยตัวเองคงไม่พ้นเรื่องมรดกแน่ๆยัยหลานสาวคนนี้ไม่เคยเห็นอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องทรัพย์สินเงินทองอยู่แล้ว
“มีอะไร ร้อยวันพันปีไม่คิดอยากจะโทรมา” เสียงรับสายบอกบุญไม่รับแต่เสียงใสปลายสายไม่ยี่หระตอบกลับมาตามสาย
“สวัสดีค่ะคุณน้า อลินคงคิดถึงคุณน้ามากไปหน่อยก็เลยโทรมาหาน่ะค่า...” หลับตาฟังยังรู้ว่าเป็นซุ่มเสียงแห่งการละคร...