“นาน่า นี่คือบ้านสกุลเหอของเรา ต่อไปนี้ที่นี่คือบ้านของลูกนะจ๊ะ” คุณแม่เหอบอกลูกสาว
“พ่อกับแม่ตามหาลูกมาหลายปี ในที่สุดเราก็หาลูกเจอ พ่อสัญญาว่าจะไม่ให้ใครมาพรากลูกไปจากเราได้อีก” คุณพ่อเหอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่หางตา
“คุณจะร้องไห้ทำไม เป็ลูกผู้ชายแท้ๆ แต่กลับมาร้องไห้ต่อหน้าลูกสาว ไม่อายลูกบ้างหรือคะ” คุณแม่เหอจับมือเด็กสาวคนหนึ่งเข้ามาพร้อมแนะนำเด็กสาวให้เหอหลี่น่ารู้จักอย่างใจเย็น “นี่คือจิ้งจิ้งน้องสาวของลูก ั้แ่วันที่ลูกถูกลักพาตัวไป แม่กับพ่อเสียใจมากจนทนไม่ไหว จนมีคนแนะนำให้เรารับอุปการะเด็กขึ้นมาสักคนเพื่อไม่ให้เราเสียใจมากเกินไป เราสองคนจึงไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจนได้เจอกับจิ้งจิ้ง ลูกดูสิจ๊ะ จิ้งจิ้งมีส่วนคล้ายลูกมากเลยนะ หากไม่รู้ความจริงคงคิดว่าเธอกับลูกเป็พี่น้องกัน”
เหอหลี่จิ้งยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปจับมือเหอหลี่น่าไว้อย่างดีใจ “พี่นาน่า ฉันดีใจมากเลยนะคะที่พี่กลับมา พี่ไม่รู้หรอกว่าสิบปีที่ผ่านมาคุณพ่อกับคุณแม่คิดถึงพี่มากขนาดไหน ห้องนอนของพี่ยังมีของใช้เดิมของพี่เก็บไว้ทุกชิ้นเลยนะคะ ตุ๊กตากระต่ายที่คุณแม่เคยเย็บให้พี่ก็ยังอยู่ ไปค่ะ! ฉันจะพาพี่ขึ้นไปบนห้องตอนนี้เลย พี่จะได้เชื่อว่าฉันไม่ได้โกหก”
เหอหลี่น่าไม่ได้อิจฉาหรือรู้สึกไม่ดีกับเหอหลี่จิ้ง และเธอััถึงความจริงใจของทุกคนได้เป็อย่างดี หากจะถามว่าทำไมเธอถึงมั่นใจขนาดนั้น ก็เพราะตอนที่เธอยังอยู่ที่ชนบท เธอเคยเป็ลูกที่พ่อกับแม่รักและภาคภูมิใจมากที่สุด จนกระทั่งแม่คลอดน้องชาย สิ่งต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป จากสายตาที่พ่อกับแม่เคยมองเธอด้วยความรักก็กลายเป็สายตาที่มีแต่ความเกลียดชัง ั้แ่วันนั้นเหอหลี่น่าก็แยกแยะได้ทันทีว่าใครจริงใจและใครกำลังเสแสร้ง
คุณแม่เหอเห็นเหอหลี่น่ายังยืนอยู่ที่เดิม เธอเริ่มกังวล “นาน่า หนูเป็อะไรไปจ๊ะ หรือหนูโกรธที่แม่รับจิ้งจิ้งมาเลี้ยง”
“นาน่า จิ้งจิ้งอยู่กับเรามาสิบปีแล้วก็จริง แต่พ่อกับแม่ไม่เคยให้จิ้งจิ้งมาแทนที่ลูกเลยนะ เราไม่เคยปิดบังว่าจิ้งจิ้งเป็เพียงลูกสาวบุญธรรมที่เรารับมาเลี้ยง ส่วนลูกสาวที่แท้จริงก็คือลูก” คุณพ่อเหอขมวดคิ้วก่อนจะพูดออกมาอย่างลำบากใจ “แต่ถ้าลูกไม่สบายใจ เอาอย่างนี้ดีไหม สุดสัปดาห์นี้พ่อจะให้จิ้งจิ้งย้ายออกไปอยู่ข้างนอก รอจนกว่าเธอจะบรรลุนิติภาวะพ่อกับแม่จะไปจดทะเบียนเพื่อยกเลิกสถานะการเป็บุตรบุญธรรมของเธอ”
เหอหลี่จิ้งเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ เธอยิ้มก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็ปกติ “คุณพ่อกับคุณแม่ส่งหนูไปอยู่หอพักก็ได้นะคะ พอหนูเรียนจบชั้นมัธยมปลาย หนูก็จะมีอายุครบสิบแปดปีพอดี หลังจากนั้นหนูจะไปตามทางของหนูเองค่ะ”
คุณพ่อเหอกับคุณแม่เหอไม่ได้พูดอะไร พวกเขาทำได้แค่มองไปที่เหอหลี่น่า แม้เหอหลี่จิ้งจะไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขของพวกเขา แต่พวกเขาก็เลี้ยงดูเธอมาหลายปี ทั้งเหอหลี่จิ้งก็ทำหน้าที่ลูกได้อย่างดี ไม่อย่างนั้นสองสามีภรรยาจะผ่าน่เวลาโศกเศร้าที่ลูกสาวแท้ๆ หายตัวไปได้อย่างไร
เหอหลี่จิ้งเห็นว่าบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป เธอยิ้มให้เหอหลี่น่า “พี่คะ พี่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานะของฉัน คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยเลี้ยงดูฉันเพื่อให้มาเป็ตัวแทนของพี่ ญาติพี่น้องหรือแม้แต่ผู้คนในวงสังคมต่างก็รู้ว่าฉันเป็ลูกสาวบุญธรรม ต่อให้พี่จะไม่กลับมา แต่ฉันก็ตั้งใจไว้แล้วว่าพอฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันก็จะออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ส่วนเื่มรดกที่ทุกคนพูดถึง ฉันได้ลงนามในหนังสือสละสิทธิ์และไม่ขอข้องเกี่ยวกับมรดกของคุณพ่อคุณแม่ไปนานแล้วค่ะ”
“ดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจฉันผิดไปหมดเลยนะคะ ฉันแค่ใเพราะไม่คิดว่าฉันจะมีโอกาสได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้” เหอหลี่น่าถอนหายใจก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้ทุกคน “ส่วนเื่ของจิ้งจิ้ง ทุกคนไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ นอกจากฉันจะไม่อิจฉาน้องแล้ว ฉันยังอยากขอบคุณน้องด้วยซ้ำที่น้องช่วยดูแลคุณแม่คุณแม่แทนฉันมาตั้งหลายปี ในเมื่อคุณพ่อคุณแม่รับเธอเป็ลูกสาว ฉันก็ต้องรับเธอเป็น้องสาวของฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”
แต่การที่เหอหลี่น่าใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวพ่อบุญธรรมกับแม่บุญธรรมที่เห็นแก่ตัวมานาน แม้เธอจะมั่นใจว่าคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะจริงใจ แต่เธอก็ยังไม่เชื่อใจพวกเขาอย่างเต็มร้อย เธอขอพิสูจน์พวกเขาอีกสักข้อ...
“ก่อนที่จะไปดูห้องนอนของฉัน เอาอย่างนี้ดีไหม” เหอหลี่น่าเดินไปจับมือเหอหลี่จิ้งแล้วพูดออกมาอย่างน่าเห็นใจ “ในเมื่อเธอบอกว่าห้องนอนของพี่ยังถูกจัดให้อยู่ในสภาพเดิมก่อนที่พี่จะถูกลักพาตัวไป ถ้าอย่างนั้นพี่ขอไปดูห้องนอนของเธอได้ไหมว่าการตกแต่งห้องของเธอเป็ยังไง ถ้าห้องของเธอตกแต่งได้สวย พี่จะได้เลียนแบบการตกแต่งห้องของเธอเสียเลย เพราะตอนที่พี่ยังอยู่ที่ชนบท แค่มีที่ให้นอนมีผ้าห่มให้ใช้ เท่านี้มันก็ดีมากแล้ว ส่วนเื่อื่นพี่จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ”
“เื่แค่นี้เอง พี่ไม่เห็นต้องทำท่าเกรงอกเกรงใจขนาดนั้นเลยค่ะ” เหอหลี่จิ้งได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้ม เธอเข้าไปเดินจูงมือแล้วพาพี่สาวเดินไปทางปีกซ้ายของบ้าน “ชั้นบนจะมีสองห้อง ห้องทางปีกขวาจะเป็ห้องนอนใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่ ห้องทางปีกซ้ายจะเป็ห้องนอนของพี่ ส่วนฉันพักอยู่ที่ชั้นล่างทางปีกซ้าย เพราะทางปีกขวาจะเป็ห้องพักแขกค่ะ”
“ทำไมเธอถึงพักอยู่ที่ห้องชั้นล่างล่ะ” เหอหลี่น่าถามอย่างแปลกใจ ‘ไม่ใช่ว่าคุณพ่อคุณแม่รักจิ้งจิ้งเหมือนลูกสาวแท้ๆ เหรอ แล้วทำไมพวกเขาถึงให้เธอมานอนอยู่ชั้นเดียวกับห้องพักแขกล่ะ หรือว่าฉันเข้าใจผิดอะไรไป’
เหอหลี่จิ้งยังยิ้มอย่างจริงใจ “เป็คำขอของฉันเองค่ะ ฉันอยากให้พี่กลับมาแล้วเห็นว่าทุกอย่างของพี่ยังเหมือนเดิม ไม่มีใครมาแทนที่พี่ได้”
เหอหลี่น่าเดินเข้าไปกอดน้องสาวแล้วร้องไห้ “จิ้งจิ้ง พี่ขอโทษที่ก่อนหน้านี้พี่ไม่เชื่อใจเธอ ต่อจากนี้เธอคือน้องสาวแท้ๆ ของพี่”
เหอหลี่น่ากับเหอหลี่จิ้งใช้ชีวิตเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา ไม่ว่าจะเป็ที่บ้านหรือที่โรงเรียน พวกเธอจะคอยดูแลกันและกันเป็อย่างดี
พ่อกับแม่ก็รักพวกเธอมากเช่นกัน พวกเขาให้ทุกอย่างกับพวกเธออย่างเท่าเทียม ไม่มีใครได้มากหรือน้อยไปกว่ากัน มีเพียงเื่การหมั้นที่อย่างไรก็ต้องเป็ของเหอหลี่น่า
เหอหลี่น่ารู้ว่าตัวเองมีคู่หมั้นชื่อ ‘จ้าวเจิ้งถิง’ ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันบ่อยนักเพราะตระกูลจ้าวอาศัยอยู่ที่เมืองหยางิ ส่วนตระกูลเหอของเธออาศัยอยู่ที่เมืองกวางิ ปีหนึ่งพวกเขาจะได้มาเจอกันแค่สามครั้ง ส่วนมากพวกเขาจะติดต่อกันผ่านทางข้อความ
คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเหอหลี่น่ากับจ้าวเจิงถิงดูจะคุยกันถูกคอ พวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานแต่งให้ทันทีที่ทั้งคู่ที่เรียนจบมหาวิทยาลัย และคนที่ดีใจกับเธอมากที่สุดคือเหอหลี่จิ้ง
เหอหลี่น่าใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข พ่อแม่เอาใจใส่ พี่น้องรักใคร่กลมเกลียว คู่หมั้นก็สุภาพและอ่อนโยน แต่เหอหลี่น่าไม่รู้เลยว่าเื่ทั้งหมดกลับเป็เธอที่มีความสุขอยู่ฝ่ายเดียว
เหอหลี่น่านั่งมองชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ขอแค่พวกเขาบอกความจริงกับเธอมา มีหรือที่เธอจะไม่ยอมถอย “พวกเธอแอบคบกันลับหลังฉันมานานเท่าไหร่แล้ว”
เหอหลี่จิ้งก้มหน้าแล้วร้องไห้ “พี่นาน่า ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันไปรักพี่เจิ้งถิงั้แ่เมื่อไหร่เหมือนกัน แต่ยิ่งใกล้วันที่พวกพี่จะแต่งงานกัน ฉันถึงได้รู้ว่าความรู้สึกทรมานที่อยู่ในใจมันคือความรัก ฉัน...ฉันทนเห็นพี่แต่งกับพี่เจิ้งถิงไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
จ้าวเจิ้งถิงโอบไหล่เหอหลี่จิ้งไว้หลวมๆ เพื่อเป็การปลอบใจ จากนั้นเขาก็หันไปมองเหอหลี่น่า “นาน่า เธอเห็นใจเราสองคนเถอะนะ ฉันพยายามมาหลายปีแล้วแต่ฉันก็ทำใจให้รักเธอไม่ได้ เ้าสาวของฉันต้องเป็จิ้งจิ้งคนเดียวเท่านั้น เธอช่วยโทรไปบอกคุณพ่อกับคุณแม่ของฉันหน่อยนะว่าเป็เธอที่อยากถอนหมั้น”
“ในเมื่อคุณลุงกับคุณป้าไม่ได้ระบุว่าคนที่ต้องหมั้นหมายกับคุณเป็ใคร ทำไมคุณไม่บอกพวกเขาไปล่ะว่าคนที่คุณอยากแต่งงานด้วยคือเหอหลี่จิ้ง แล้วมีเหตุผลอะไรที่คุณต้องให้ฉันเป็คนไปบอกว่าฉัน้าถอนหมั้น” เหอหลี่น่าถามอย่างสงสัย
“เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าคุณพ่อกับคุณแม่ของฉันเชื่อคำพูดเธอมากกว่าคำพูดฉันซะอีก” จ้าวเจิ้งถิงยกมือกับประกบกัน “ขอร้องนะนาน่า เธอช่วยโทรไปบอกพ่อกับแม่ของฉันทีว่าเธออยากถอนหมั้น”
“คุณพ่อคุณแม่คิดว่ายังไงคะ” เหอหลี่น่าหันไปถามคุณพ่อกับคุณแม่ “คุณพ่อกับคุณแม่ก็เห็นด้วยกับพวกเขาใช่ไหม”
คุณพ่อเหอมองเหอหลี่น่าอย่างเ็า “ทีแรกฉันตั้งใจจะให้จิ้งจิ้งหมั้นกับเจิ้งถิงอยู่แล้ว แต่ฉันกลัวว่าแกจะโกรธแล้วไล่จิ้งจิ้งออกจากบ้าน ฉันก็เลยตอบตกลงให้แกหมั้นกับเจิ้งถิงไปก่อน”
คุณแม่เหอก็มองเหอหลี่น่าอย่างไม่พอใจเช่นกัน “ก็ไม่ใช่เพราะแกหรอกเหรอที่คอยพูดย้ำกับเราอยู่ตลอดว่าแกใช้ชีวิตที่ชนบทไม่ดีอย่างนั้นใช้ชีวิตที่ชนบทไม่ดีอย่างนี้ พอมีอะไรดีๆ เราก็เลยต้องยกให้แกก่อน จิ้งจิ้งเสียสละให้แกมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่แกควรจะเสียสละให้น้องบ้าง ฉันขอเตือนแกไว้สักอย่างนะ เจิ้งถิงกับจิ้งจิ้งโตมาด้วยกันั้แ่เด็ก ถ้าแกพอจะมีความคิดอยู่บ้าง แกก็ถอนหมั้นซะเถอะ คนที่เขารักกันจะได้แต่งงานกัน อย่าปล่อยให้ความ้าของแกไปทำลายความสุขของคนอื่นเลย”
“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ที่ผ่านมาความรักของพวกคุณมันคือเื่จริงหรือเปล่าคะ พวกคุณเคยคิดว่าฉันเป็ลูกสาวแท้ๆ ของพวกคุณไหม” เหอหลี่น่าหันไปมองเหอหลี่จิ้ง “หรือมีแค่เหอหลี่จิ้งที่เป็ลูกสาวของพวกคุณ”
“ในเมื่อแกกล้าถามคำถามนี้ขึ้นมา ฉันก็จะพูดความจริง” คุณพ่อเหอวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะอย่างแรง “จิ้งจิ้งคือลูกสาวคนเดียวของฉัน ส่วนแกมันก็แค่เครื่องมือที่ช่วยให้ภาพลักษณ์ของฉันดีขึ้นเท่านั้น ในเมื่อรู้ความจริงแล้วก็อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลา แกรีบลงชื่อในหนังสือตัดสัมพันธ์ฉบับนี้ซะ ถึงแม้มันจะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่มันก็เอาออกไปประกาศให้ทุกคนรู้ได้ว่าแกกับตระกูลเหอของเราจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก”
“คุณพ่อจะตัดสัมพันธ์กับฉันเหรอคะ” เหอหลี่น่าถามเสียงเรียบ แม้ใบหน้าของเธอจะนิ่งเฉย แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกปวดร้าวเป็อย่างมาก “ถ้าพวกคุณยอมรับฉันไม่ได้และไม่อยากให้ฉันมาแทนที่เหอหลี่จิ้ง แล้วตอนนั้นพวกคุณพาฉันกลับมาทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตและตายอยู่ในชนบทไปเสียล่ะ”
คุณพ่อเหอเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ เขาพูดไปออกไปพักหนึ่ง จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ครั้งนั้นถือว่าฉันตัดสินใจผิดพลาดไปเองก็แล้วกัน”
เหอหลี่น่าหันไปมองคุณแม่เหอ “คุณแม่ก็อยากตัดสัมพันธ์กับฉันเหมือนกันเหรอคะ คุณไม่ได้บอกเหรอว่าคุณจะไม่ยอมให้ฉันจากไปไหนอีก คำพูดที่แสนอบอุ่นวันนั้นคุณลืมมันไปแล้วเหรอ!”
“ที่ฉันเสียใจที่สุดก็คือการรับแกกลับมา เอาล่ะ...อย่ามาทำเป็บีบน้ำตา ยังไงฉันก็ไม่มีวันใจอ่อนยอมให้แกอยู่ทำลายความสุขของจิ้งจิ้งหรอก แกรีบลงชื่อในหนังสือตัดความสัมพันธ์ให้มันจบๆ ไปซะเถอะ นอกจากตัดสัมพันธ์แล้วฉันยังจะตัดแกออกจากกองมรดกด้วย เพราะฉันจะมอบมรดกทุกอย่างให้จิ้งจิ้ง” คุณแม่เหอโยนสมุดบัญชีเงินฝากลงพื้นก่อนจะพูดเสียงดัง “หลายปีมานี้ฉันเปิดบัญชีเพื่อฝากเงินให้แกทุกเดือน รวมถึงรถยนต์ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ของแบรนด์เนมทุกอย่างที่ฉันเคยซื้อให้ฉันก็เอาไปขายแล้วฝากเงินเข้าบัญชีให้แกหมดแล้ว รวมๆ แล้วก็น่าจะมีอยู่หนึ่งร้อยล้าน หวังว่าเงินจำนวนนั้นจะทำให้แกเลิกมายุ่งวุ่นวายกับเราได้สักที”
จ้าวเจิ้งถิงขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าเื่ราวจะบานปลายได้ถึงขนาดนี้ เขาแค่้าถอนหมั้น แต่ทำไมเขาถึงได้มานั่งเป็พยานในการตัดสัมพันธ์ไปได้ “นาน่า! เื่นี้ฉันไม่รู้ด้วยจริงๆ นะ ฉันแค่อยากมาถอนหมั้น”
เหอหลี่น่าไม่ได้พูดอะไร เธอก้มลงเก็บสมุดบัญชีเงินฝากเล่มนั้นมาถือไว้ เธอไม่ได้โง่พอที่จะปฏิเสธเงินหนึ่งร้อยล้าน เพราะเงินจำนวนนี้เธอสามารถเอาไปตั้งตัวได้ ส่วนครอบครัวที่ไม่้าเธอแล้ว เธอก็คงไม่หน้าด้านพอที่จะอยู่ต่อ
เหอหลี่น่าเดินออกทางประตูใหญ่โดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ เธอจึงไม่รู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวที่ยืนส่งเธออยู่นั้น พวกเขากำลังกลั้นน้ำตาไว้อย่างยากลำบากเพียงใด