ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ด งานประลองยุทธTourney
งานประลองยุทธและการล่าสัตว์ต่างๆนั้น
หากเราเป็นเฮียกัซแห่ง Berserk ที่ประลองในยุทธพเนจรไปทั่วแผ่นดินนั้นอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญมากนัก
แต่สำหรับคนที่ต้องการประกาศชื่อเสียงให้โลกรู้
โลกจะรู้ฝีมือเราได้อย่างไรหากเราไม่แสดงฝีมือของเราต่อหน้าคนจำนวนมาก?
การจะได้ชื่อเสียง ได้มีขุนนางหรือกองทหารรับจ้างให้ความสนใจ
โอกาสจะมีได้ก็ต่อเมื่องานประลองยุทธเท่านั้น
แบบเดียวกับการคุ้มกันในงานล่าสัตว์ของพวกขุนนาง
ที่เพื่อนในกองพันบอกว่าไม่มีโอกาสไหนดีกว่านี้อีกแล้ว
ไม่ต้องเสี่ยงตายแถมยังได้มีความดีความชอบ ได้แสดงฝีมือต่อหน้าขุนนาง
จะมีใครบ้าอยากไปเหวี่ยงดาบเสี่ยงตายในสนามรบอีก?
แน่นอน หากเราเป็นเฮียกัซคงจะงง เพราะเฮียกัซต้องแกว่งดาบเพื่อเอาตัวรอดในสนามรบมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว
แต่สำหรับคนอื่นที่มีสติดีอยู่ต้องการมีชีวิตอยู่นอกสนามรบบ้าง
ก็ต้องอยากได้ดิบได้ดีเป็นธรรมดา
ในทางกลับกันการจัดงานประลองต่างๆสำหรับขุนนางแล้วคือการสร้างชื่อเสียงและเส้นสายหากเป็นในเกมส์ก็ได้แต้มชื่อเสียงPrestige ที่จะส่งผลกระทบต่อค่าความสัมพันธ์ทางการทูตและการรับคนเข้ากองกำลังของเราได้มากขึ้น
มีโอกาสที่จะมีคนดผล่มาขอเข้าพวกกับเราหรือพ่อค้าเข้ามาขายไอเท็มแปลกๆให้กับเรามากขึ้นฯลฯ
มีมุกในเกมส์ที่เกี่ยวกับการขุนนางปกครองประเทศว่า
พอเรายึดครองไปครึ่งทวีป-I Sleep.ตูหลับ
พอเราจัดงานประลองที่ยิ่งใหญ่Grand Tourney-Real shit เรื่องใหญ่แล้ว
ว่าจากฝ่ายที่เคยเป็นมิตรต่อเราหากเห็นว่าเราจัดงานประลองขนาดใหญ่ได้มีชื่อเสียงมากกว่าจะกลายเป็นไม่เป็นมิตรทันที
เพราะชื่อเสียง Prestige ของเรานั้นแซงหน้าขุนนางที่โมโหเราไป
แต่มันมีสาเหตุอยู่ที่ โรเบิร์ตบาราเธียนจัดงานประลองจนกระทั่งอาณาจักแทบจะล้มละลาย
แม้จะโดนตำหนิว่าเป็นการใช้งานเลี้ยงเอาใจขุนน่าง
แต่ข้อดีของมันคือการเอาใจขุนนางนั่นล่ะ
“ ดาบ ทวน เวทย์พวกเจ้าสงสัยกันมากใช่ไหมว่าใครเก่งกว่ากัน?วันนี้พวกเจ้าจะไม่ต้องสงสัยกันอีกแล้วว่าใครเก่งกว่ากัน”
โครม โครม
มูมักไพร์มและมูมักไมเนอร์ลากก้อนหินที่ใช้เป็นเวทีในการประลองมา
“วันนี้พวกเจ้าจะได้พิสูจน์กันให้รู้แล้วรู้รอดว่าใครกันแน่ที่เก่งกว่ากัน
ใครที่เป็นอันดับหนึ่งในการประลองแต่ละอย่างรับไปเลยคนละหนึ่งล้านเหรียญทองและอาวุธที่เจ้าอยากได้จากร้านค้า หรือจะขอเป็นตำแหน่งแทนข้าก็สามารถมอบให้พวกเจ้าได้”
โครม
พี่กล้ามแบกห่อทองคำและทรัพย์สินต่างๆมากองบนเวทีประลองท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน
“ทรัพย์สินชื่อเสียงเหล่านี้ต่างๆล้วนเป็นของเจ้า ข้าจะไม่ขอให้พวกเจ้าแข่งกันอย่างยุติธรรมหน้าที่ของพวกเจ้าเมื่ออยู่บนเวทีนี้มีอย่างเดียวเท่านั้น เอาชนะให้ได้”
ท่านดยุกอูลริกชูคทาทองคำของตนเองขึ้นบนฟ้ารวบรวมพลังเวทย์อยู่สักพักจนกระทั่งทำให้นักเวทย์ที่มองอยู่ตกใจ
“บ้าน่าการหน่วงเวทย์ได้นานขนาดนี้มัน...”
ดยุกอูลริกเล็งไปที่ตรงก้อนศิลาที่มูมักไพร์ม์ลากมาวางเอาไว้ตรงกลางประลอง
เปรี้ยง
ก้อนนศิลากระจายเป็นผุยผงแต่ไม่ส่งผลกระทบใดใดต่อเวทีประลองเพราะการควบคุมเวทย์อย่างยอดเยี่ยมของดยุกอูลริก
“ส่วนคนที่กล้าก่อเรื่องนอกเวทีประลองจะได้พบกับความโกรธของข้า”
ทั่วทั้งงานเงียบกริบต่อการแสดงพลังเวทย์ที่เหนือมนุษย์ของดยุกอูลริก
ที่ตามเกมส์นั้นนั่งนอนอย่างเดียวก็มีหลอดพลังยาวกว่าชาวบ้านของเขาแต่ดันไม่เอามาใช้เป็นเวทย์โจมตีเลยว่าอย่างนั้น