แพทย์ทหารวิปลาส

    บทที่ 51: ใครมาขออาหาร

    บทที่ 51: ใครมาขออาหาร“หลินเซียว นายอยู่ตรงนี้ไปสักพักนะ ยังมีอุปกรณ์เครื่องเสียงบางส่วนที่ด้านหลังที่ยังไม่พร้อม ฉันจะไปช่วยพวกเขา แล้วฉันค่อยเรียกนายทีหลัง” หลี่ลี่พาหลินเซียวเข้ามา แล้วกลับไปยุ่งอีกครั้งยังคงเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่ม ห้องโถงเต็มไปด้วยแขกผู้ร่ำรวยและมากอำนาจที่มาเข้าร่วมงาน แต่ล่ะคนล้วนสวมใส่ชุดหรูหราโดดเด่น ผู้หญิงงดงาม ผู้ชายหล่อเหลา พวกเขาส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มากไปด้วยฐานะ“นั่นใครกัน? ทำไมถึงได้แต่งตัวแบบนี้”หญิงสาวเซ็กซี่สามคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ค่อนข้างเปิดเผย ยืนอยู่ใกล้หลินเซียวพร้อมถือแก้วไวน์อยู่ในมือ มองไปยังเขาด้วยท่าทีเหยียดหยาม สีหน้าปรากฏความดูแคลนเหล่าผู้ที่สามารถมาเข้าร่วมงานเลี้ยงวันนี้ได้ มีใครบ้างที่ไม่มีฐานะ? อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับของผู้บริหารบริษัทขึ้นไปเมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ของหลินเซียว ใส่กางเกงเอวต่ำ เสื้อแขนกุดตัวใหญ่ สีผิวค่อนข้างคล้ำ ก็ให้ความรู้สึกสกปรกราวกับผู้อพยพคนแบบนี้ เข้ามาในงานได้ยังไง?“เขาเข้ามาในงานได้ยังไง? ไม่ใช่ว่าเป็นขอทานหรอกเหรอ?”“คิกคิกคิก…… เป็นไปได้นะ เขาดูโง่จะตาย คงตาลายกับความหรูหราของที่นี่ไปหมดแล้วมั้ง?”หลินเซียวรู้สึกเบื่อหน่าย รับรู้ได้ถึงท้องที่ร้องโครกคราก เขาวิ่งวุ่นมาทั้งวัน ไม่สนใจแม้แต่จะหาอะไรกิน เมื่อเห็นว่ามีของอร่อยอยู่รอบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะขยับนิ้ว รีบเดินตรงไป กำลังจะยื่นมือออกไปหยิบกุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่“เฮ้! นี่ไม่ใช่ที่ที่แกจะเข้ามาได้นะ ใครปล่อยให้แกเข้ามา? แกกินนี่ไม่ได้!”บริกรคนหนึ่งเห็นว่าหลินเซียวที่แต่งตัวอย่างลวกๆ ต้องการจะกินล็อบสเตอร์ที่เตรียมเอาไว้ให้แขก ตัวก็สั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก รีบวิ่งมาอย่างรวดเร็ว ขัดขวางเขาเอาไว้“ทำไมฉันถึงกินไม่ได้?” หลินเซียวมองกลับไปด้วยสายตาว่างเปล่า“พวกนี้เป็นของแขก ขอทานอย่างแกเข้ามาได้ยังไง?” บริกรโบกไม้โบกมือ บริกรในชุดยูนิฟอร์มนับสิบก็เดินมาอย่างรวดเร็ว ล้อมรอบหลินเซียวเอาไว้คนหลายคนเห็นว่าบริเวณนี้มีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้น ก็มองมาอย่างไม่รู้ตัว ความสนใจของพวกเขาต่างถูกดึงดูดไปโดยหลินเซียวงานเลี้ยงชั้นสูงขนาดนี้ ทำไมถึงได้มีขอทานหลุดเข้ามาได้? ระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวมเกินไปแล้ว“ใครมาขออาหาร? นี่ตาบอดรึไง?” ดวงตาของหลินเซียวเย็นเยียบ เค้นเสียงไม่พอใจ“แกยังกล้าพูดจาหยาบคายอีกเหรอ? ไป ไป ไป! รีบออกไป ถ้านายท่านมาเห็น เราจะซวยกันหมด”คนหลายคนพยายามผลักร่างของหลินเซียว ทว่าตัวชายหนุ่มไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขาคว้ากุ้งล็อบสเตอร์ขึ้นมาอย่างยั่วยุ แกะเปลือกมันออกอยู่พักหนึ่ง แล้วโยนเนื้อของมันเข้าปากไป“ตอนนี้ฉันกินอยู่ แล้วไง?” หลินเซียวยกมุมปากขึ้น เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสนุกสนาน“ทำไมไอ้หมอนี่ถึงทำตัวแบบนี้?”“ไร้การศึกษาเสียจริง!”“ไอ้ขอทานนี่มาได้ยังไง ยังไม่รีบไล่มันออกไปอีก มันส่งผลต่อบรรยากาศของพวกเราอยู่นะ”หลินเซียวรู้สึกอับจนคำพูด ผลักร่างของบริกรออกไป ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น: “หลี่จ้งซานเป็นคนเชิญฉันมาเอง พวกนายทำกับฉันแบบนี้ ไม่กลัวรึไงว่าจะถูกเจ้านายไล่ออก?”“ฮ่าฮ่าฮ่า……”“ป่าไม้กว้างใหญ่ มีนกสักตัวหรือไม่!”ราวกับว่าได้ยินเรื่องตลกที่ขำขันที่สุด กลุ่มคนต่างหัวร่องอหาย แทบจะกลิ้งลงไปกับพื้น ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหยุดหัวเราะได้เหล่าแขกเองก็พูดคุยซุบซิบกันอย่างกระตือรือร้น ยามที่มองไปยังหลินเซียว ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม“เด็กสมัยนี้ พูดจาใหญ่โตไม่แม้แต่จะกะพริบตา เปิดปากแล้วก็ทำ น่าเศร้าจริงๆ”“พูดอะไรไม่พูด ประธานหลี่จะเชิญคนแบบแกมาเหรอ? นี่เสียสติไปแล้วรึไง?”“ฮ่า! ไม่ใช่ว่าเขาตลกดีเหรอ?”คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมตัวกัน ชี้ไม้ชี้มือไปยังหลินเซียว ราวกับกำลังมองลิงตัวหนึ่ง สร้างความรู้สึกไม่สบายใจให้กับเขาอย่างมากกลุ่มคนเหล่านี้มักจะรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่เสมอ ในที่สุดก็ได้เจอคนน่าสนุกคนหนึ่ง แน่นอนว่าย่อมไม่ปล่อยไปง่ายๆ“ฉันถูกหลี่จ้งซานเชิญมาจริงๆ ฉันชื่อหลินเซียว!”ตอนนี้ เขาเอ่ยโต้แย้งอะไรไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ก็ไม่มีใครเชื่อ“ยังจะพูดอยู่อีก สถานะของประธานหลี่ หลี่จ้งซานคืออะไร? นายอยากจะทำตัวสนิทสนม ก็ควรจะเลือกระดับที่มันน่าเชื่อถือหน่อยนะ”“แกออกไปได้แล้ว”“บริกร คิดอะไรอยู่ ไล่เขาออกไปเร็วๆ อีกไม่นานงานเลี้ยงก็จะเริ่มแล้ว ปล่อยเขาไว้จะส่งผลกับอารมณ์ของทุกคนไม่ใช่รึไง?”นายพูดคำฉันพูดคำ ทั้งหมดล้วนแต่ตั้งหลินเซียวเอาไว้ว่าอีกฝ่ายคืออันธพาลที่แอบลอบเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสายตาหรือน้ำเสียง ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยเหยียดหยามในสถานการณ์อื่น หลินเซียวใช้หมัดเดียวแก้ไข ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากสักคำ แต่ที่นี่คือที่ของหลี่เยว่เหยา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องรักษาหน้าของอีกฝ่าย“เฮ้ เฮ้ เฮ้! พวกนายทำอะไรกัน? ทำไมถึงได้มามุงตรงนี้?” เสียงของหลี่ลี่ดังขึ้นจากรอบนอกของฝูงชน ท่าทีงุนงงอย่างมาก คิดว่าคนเหล่านี้ทำไมจึงไม่ดื่มกิน แถมยังมามุงกันอยู่ที่เดียวกันเสียอีกหลังจากแทรกตัวเข้ามาด้านในฝูงชนได้ หลี่ลี่พลันเห็นหลินเซียวที่กำลังถูกรุมอยู่ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่าฮ่าฮ่า……” เมื่อเห็นหลินเซียวเสียหน้า หลี่ลี่ก็มีท่าทีสดใสอย่างมากหลายคนรู้จักหลี่ลี่ รู้ว่าอีกฝ่ายคือคนสนิทข้างกายของหลี่เยว่เหยา เป็นทั้งคนขับรถและบอดี้การ์ด ก็มีหลายคำที่อยากจะเอ่ยกับอีกฝ่าย ทั้งหลี่ลี่ยังเป็นคนจัดการงานเลี้ยงครั้งนี้ คนหลายคนพลันเดินเข้าไปใกล้ชิดอีกฝ่ายทันที“พี่หลี่ คุณมาพอดีเลย มีพวกเร่ร่อนเข้ามาในงานเลี้ยงของเรา ท่าทีจองหอง พูดจาไร้สาระ ผมกลัวว่าจะส่งผลต่อความรู้สึกของทุกคน คุณจะให้ไล่มันออกไปไหมครับ?”“ใช่แล้วพี่หลี่ ถ้าเขาวิ่งไปขโมยของใครเข้า มันจะแย่แค่ไหน?”หลี่ลี่หุบยิ้ม เดินยืดอกเข้าไปยังด้านหน้าหลินเซียว ท่าทีราวกับว่าเขากำลังจะสั่งสอนมารยาทให้กับอีกฝ่าย“แค๊ก……” สุดท้ายแล้ว หลี่ลี่ก็ยังอดไม่ได้ หัวเราะออกมาอีกสองสามครั้ง ยกมือขึ้นสูง ให้ผู้คนเงียบเสียงลง “ทุกคนเงียบครับ!”ผู้คนเงียบเสียงลง มองไปยังหลี่ลี่“เขา…… ความจริงแล้วคือหมอเทวดาหลินที่ประธานหลี่เชิญมา ไม่ใช่คนเร่ร่อนที่ไหน แต่เป็นแขกที่สำคัญที่สุดในวันนี้ครับ”ผู้คนพลันเงียบงันไป ดวงตาสั่นระริก เขาคือหมอเทวดาหลินงั้นเหรอ?ไม่ว่าจะมองอย่างไร เจ้าเด็กนี่ก็ดูไม่เหมือนหมอเทวดาเลยแม้แต่น้อยหากไม่ใช่เพราะว่าทุกคนรู้จักหลี่ลี่ รู้ว่าอีกฝ่ายย่อมไม่พูดจาล้อเล่นในเรื่องแบบนี้ น่ากลัวว่าอีกฝ่ายคงถูกลากไปตบจนตายแล้ว“หมอเทวดาหลิน ฮ่าฮ่าฮ่า……”น้ำเสียงที่ค่อนข้างชรา ทว่ายังคงเต็มไปด้วยพลังงานดังขึ้น หลี่จ้งซานก้าวยาวๆ ออกมาจากด้านหลังของห้องโถง ไร้ซึ่งบรรยากาศหม่นหมองเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ใบหน้าทอประกายสดชื่น เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“เอ๋?” พี่เสี่ยวซ่งที่นั่งอยู่ด้านข้าง ตื่นตระหนกขึ้นเล็กน้อย วางแก้วไวน์ที่มือลง ผลักร่างของหญิงงามทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดออกไป คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“เจ้าแก่นี่ หายเร็วขนาดนี้เลย? หรือว่าไอ้หมอเทวดาที่ว่านี่ มีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ? มีบางอย่างผิดปกติ” พี่เสี่ยวซ่งมองไปยังหลินเซียวด้วยสายตาเย็นชา นัยน์ตาไหวระริก ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่เบื้องหลังหลี่จ้งซาน ตามมาด้วยหลี่เยว่เหยาที่งดงามเกินจะหาใครมาเทียบ วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดที่เย้ายวนอย่างมาก บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความสูงส่งสง่างาม ความรู้สึกสองอย่างที่แตกต่างกันอย่างมาก ปรากฏขึ้นบนร่างของผู้หญิงคนเดียว สร้างเสน่ห์อันไร้ที่สิ้นสุดให้กับเธอยิ่งกว่าเดิม ทำให้ดวงตาของผู้คนทอประกายได้รับการขนานนามว่าสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลงเถิง นับว่าสมกับคำเล่าขานนั่นแล้ว สายตาแทบจะทุกสายตาถูกดึงดูดไปยังเธอสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ หลี่เยว่เหยาที่มักจะกระทำตนสูงส่งเกินเอื้อมเสมอนั้น ในยามนี้ปรากฏรอยยิ้มขึ้นเต็มใบหน้า สายตาที่ค่อนข้างร้อนแรงมักจะหยุดอยู่บนร่างของหลินเซียวเสมอ

    คล้ายกับเรื่องแพทย์ทหารวิปลาส ที่คุณอ่าน