ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 38 : มหาจักรพรรดิสวรรค์ ?

    ฉินเทียนเวลานี้ตัวมันยืนนิ่งนัยน์ตาเหม่อลอย มองจดจ้องกำไลมิติสามชิ้นที่อยู่ตรงหน้ามันด้วยความเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก เหตุใดศาลเทพสวรรค์จึงกระทำกับมันเช่นนี้ มันอยากจะร้องถามซะเหลือเกินแล้วต่อจากนี้ชีวิตที่มันวาดฝันไว้จะทำเช่นไร


    มันจำต้องปล่อยวางงั้นรึ เหตุใดชีวิตต่างมิติของมันจึงโหดร้ายต่อมันเช่นนี้ ความร่ำรวยจากการปล้นฆ่าตบทรัพย์เฉกเช่นพระเอกในนวนิยาย ภาพวาดฝันนี้ของตัวมันฉินเทียนกำลังค่อยๆ มลายหายไป ฉินเทียนเจ็บช้ำภายในใจเกินจะกล่าว หากแต่ก็เป็นอีกครั้งที่มันทำได้เพียงปล่อยวาง


    เพราะเมื่อเทียบกับการโดนโทษจากทัณฑ์ฟ้าโดยอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้ามันไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย แม้แต่จิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ของฉินเทียนมันยังถึงกับต้องสั่นสะท้าน มิต้องพูดกล่าวถึงผู้อื่นที่จะต้องตกตายเป็นธุลีอย่างแน่นอน


    ในที่สุดตัวมันก็ทำใจได้พร้อมสะบัดหน้าหนีออกจากำไลมิติสามชิ้นนั้น หากแต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ ฉินเทียนก็รู้ดีว่าจุดอ่อนของระบบศาลเทพสวรรค์นั้นมีอยู่


    "ลูกผิง ลูกจวิ้นเจี๋ย" ฉินเทียนเดินหันหลังกลับพร้อมทำราวกับว่าการสื่อจิตวิญญาณนั้นจบสิ้นแล้ว


    สตรีตัวน้อยและพี่ชายของนางรีบขานรับ "ท่านพ่อมีอะไรหรือเจ้าค่ะ"


    "ลูกผิง ลูกจวิ้นเจี๋ยพวกเจ้าทั้งสองจงไปเก็บกำไลสามชิ้นตรงนั้นเสีย ของสิ่งนี้ปล่อยไว้แบบนี้ก็น่าเสียดาย แม้จะไม่ได้มีค่าราคาอะไร หากแต่ในดินแดนต่ำต้อยเช่นนี้มันก็พออำนาจความสะดวกแก่การเดินทางให้พวกเจ้าทั้งสองในวันหน้าได้บ้าง"


    เมื่อฉินเทียนกล่าวจบ สองเด็กน้อยก็รีบวิ่งไปคว้าจับกำไลมิติทันที ทั้งสองมองดูสิ่งของภายในนั้นก็พบว่าช่างมีมากมายเหลือเกิน เงินทองก็เยอะแยะ


    หากแต่ดูท่านพ่อสิ ท่านกับไม่ไยดีกับมันเลย


    ไม่ช้าเจ้าตัวน้อยทั้งสองก็รีบเดินกลับมาหาฉินเทียนพร้อมกล่าวถามถึงปรากฏการณ์ประหลาดที่พึงเกิดขึ้น "ท่านพ่อขอรับจวิ้นเจี๋ยเห็นปรากฏการณ์ประหลาดเมื่อกี้ มันใช้อัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้า ในตำนานใช่หรือไม่ขอรับ"


    ฉินเทียนเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ หากแต่ภายในใจมันกับกรดด่าศาลเทพสวรรค์เฮงซวยเสียงดังนัก ความเจ็บปวดของจิตวิญญาณของมันยังแทบไม่จางหายอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้านี้ช่างโหดร้ายเกินทน หากแต่มันจะให้สองตัวน้อยของมันรู้ไม่ได้ว่าไอ้เจ้าอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้านี้ปรากฏออกมาเพราะเหตุผลใด แน่นอนเหตุผลนั้นก็คือลงโทษตัวมันฉินเทียนที่คิดจะเป็นโจรขโมยทรัพย์ของคนตาย


    "หุหุ จวิ้นเจี๋ยลูกพ่อ แน่นอนนั้นคืออัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้า การปรากฏของมันนั้นย่อมเป็นเพราะบิดาของเจ้าผู้นี้ การฝืนมติฟ้าย่อมนำพาให้อัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้านั้นปรากฏ บิดานั้นฝืนใช้อำนาจเทวะแห่งตนดึงดวงวิญญาณที่จากไปกลับมาสู่ห้วงมิตินี้อีกครั้ง อัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้า จึงปรากฏขึ้นเพื่อย้ำเตือน ว่าสิ่งนี้คือการฝืนลิขิตแห่งฟ้าดิน หากแต่สำหรับบิดาแล้วการช่วยคนย่อมสำคัญ กว่าสิ่งอื่นใด ในเมื่อบุรุษชราผู้นี้มีความนัยอยากฝากฝัง การพบเจอของสองเราก็ประหนึ่งวาสนา ลิขิตฟ้า ชะตาสวรรค์ แม้บิดาจะต้องทนรับอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้านี้ด้วยตัวเอง หากแต่บิดาก็จำทน อย่างน้อยๆ ก็ได้ทำฝันของคนผู้หนึ่งให้เป็นจริงขึ้น จากนี้ไปมันผู้นี้จะได้จากลาโลกใบนี้อย่างหมดห่วง"


    ฉินผิงและฉินจวิ้นเจี๋ย สองตัวน้อยได้ยินคำพูดของฉินเทียนเช่นนี้ก็คล้ายมีน้ำตาคลอในทันที ทั้งสองได้ยินจากปากอาจารย์ของตนเองว่า อำนาจแห่งอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้านั้นช่างยิ่งใหญ่ ทวยเทวะมากมายตกตายเพราะมันมามากต่อมาก แม้แต่ผู้เป็นราชันย์สวรรค์ห้าชั้นฟ้ายามเมื่อเจอกับอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้า ยังแลดูกล้าๆ กลัวๆ โอกาสเป็นตายนั้นพอๆ กัน


    หากแต่บิดาตรงหน้าของทั้งสองกับไม่เกรงกลัวมันเลยแม้แต่น้อย พร้อมที่จะถูกอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้าประหัตประหาร เพียงเพื่อช่วยทำฝันของชายชราผู้ที่แทบจะไม่รู้จักกันมาก่อน


    ทั้งสองได้แต่คิดว่าหัวใจของบิดาของนางนั้นทำด้วยอะไร ไยจึงได้เสียสละและมีเมตตาเพื่อผู้คนได้มากมายถึงเพียงนี้ ฉินผิงและฉินจวิ้นเจี๋ยน้ำตาคลอสั่นไหวอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อรู้ว่าบิดาที่ตัวเองรักนั้นยอมเจ็บปวดมากมายเพื่อผู้อื่น "...ท่านพ่อ" สองตัวน้อยกล่าวเรียกฉินเทียนน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมๆ กัน


    หากแต่ฉินเทียนก็ได้แต่ยกมือขึ้น มิให้พูดกล่าววาจาสิ่งใดต่อ ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องสามัญ หากแต่ยามฉินเทียนเดินก้าวไปข้างหน้า ร่างกายของฉินเทียนก็สั่นเครือพร้อมทรุดกายลงคล้ายกำลังจะหกล้ม


    สองตัวน้อยวัยเยาว์ตะโกนร้องเสียงดังพร้อมพุ่งร่างมาหาฉินเทียน "!!!ท่านพ่ออออออออออออออ"


    ฉินผิงสตรีตัวน้อยและฉินจวิ้นเจี๋ยผู้เป็นพี่ชายรีบประคองร่างฉินเทียนทั้งซ้ายขวา ก่อนที่ในไม่ช้าฉินผิงสตรีตัวน้อยจะมิอาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป นางร้องไห้พร้อมกล่าววาจาต่อฉินเทียน "ท่านพ่อเจ้าค่ะ ต่อไปอยากทำแบบนี้อีกได้หรือไม่เจ้าค่ะ ฉินผิงมิอยากเห็นท่านพ่อต่อเจ็บปวดเช่นนี้"


    ฉินเทียนที่แกล้งทรุดกาย มันทำใบหน้านิ่ง มันได้วางแผ่นสองชั้นเอาไว้ในใจแล้ว ในห้วงเวลาแบบนี้มีโอกาสทองอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่เสมอ หากแต่มันจำต้องหลอกลวงสองเด็กน้อยของมันเพื่อผลประโยชน์ของตัวมันเองอย่างห้ามไม่ได้ แม้มันจะไม่ชอบวิธีการเช่นนี้ก็ตาม


    ฉินเทียนมันแกล้งไอสองสามทีก่อนจะเอามือลูบศีรษะเจ้าตัวน้อยของมัน "ลูกผิง ลูกจวิ้นเจี๋ยพวกเจ้าไม่ต้องกล่าวอะไรอีกแล้ว บิดาผู้นี้มิได้เป็นอะไรมาก" หากแต่แม้ฉินเทียนจะพูดไปแบบนี้ หากแต่เมื่อมันแสร้งพยายามยันกายลุกขึ้น และก้าวขาได้อีกเพียงหนึ่งก้าว ไม่ช้าร่างของมันก็ทรุดลงอีกครั้งทันที


    สองตัวน้อยตะโกนร้องเรียกหาบิดาเสียงดังอีกครั้ง "!!!ท่านพ่ออออออออออออออ เหตุใดท่านต้องฝืนตัวเองถึงเพียงนี้"


    ฉินเทียนตัวมันทำใบหน้าราวกับจนใจเป็นที่สุด ราวกับว่าตัวมันไม่อยากเป็นแบบนี้ ไม่อยากให้เด็กน้อยทั้งสองของมันต้องเห็นภาพมันสภาพนี้เหลือเกิน หากแต่สุดท้ายมันก็ทำมิได้ จำเป็นต้องให้ทั้งสองเห็นภาพตอนมันย่ำแย่ด้วยเหตุผลแห่งการฝืนตัวเองในการช่วยเหลือผู้คน


    จิตใจของเด็กน้อยทั้งสองตอนนี้สั่นไหวเกินทนแล้ว


    ฉินเทียนก็ราวกับรู้เวลา ตอนนี้ทุกสิ่งอย่างอยู่ในการคำนวณหมดแล้ว บทละครควรจบลง


    "บิดามิอยากให้เจ้าทั้งสองเห็นภาพบิดาเช่นนี้เลยจริงๆ ฮะฮาฮา หากแต่อัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้า นั้นก็มิได้ธรรมดาเลยจริงๆ เห็นทีวันนี้บิดาคงมิอาจเฝ้าสั่งสอนพวกเจ้าได้อีกต่อไป"


    สองเด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็รีบกล่าวว่าไม่เป็นไรอยู่หลายคำ สิ่งที่ทั้งสองปรารถนามีเพียงให้ท่านพ่อแข็งแรงเท่านั้น ฉินเทียนตัวมันเอามือไม้ลูบหัวทั้งสองอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวคำที่มันปรารถนานัก


    แผนการทุกสิ่งอย่างของมันกระทำทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้ แม้อัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้าจะมีอำนาจยิ่งใหญ่ หากแต่ฉินเทียนแล้วมันก็แค่ทำให้ร่างวิญญาณของมันสั่นไหวและชักกระตุกไปชั่วครู่เท่านั้น เพราะอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้านี้โจมตีแต่จิตวิญญาณของตัวมัน ดังนั้นสิ่งนี้จึงไม่นับเป็นปัญหาใหญ่ของตัวมันแม้แต่น้อย


    หากแต่ปัญหาใหญ่ของมันยามนี้คือ เมืองพยัคฆ์ขาว เดินทางมา 7 เดือนกว่าแล้วยังไปไม่ถึงเสียทีแม่ลูกตระกูลฟู่ ฟู่เหยียนและฟู่เฉิงเกรงว่ายามนี้ผู้อ่านก็คงลืมเลือนทั้งสองไปจนสิ้นแล้ว หากแต่ฉินเทียนมันเล่า มันมีภารกิจล่าแต้มบุญ มันจะลืมทั้งสองได้เยี่ยงไร หากแต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือการติดอยู่ในเทือกเขาอสูรเวรตะไลนี่ต่างหาก


    หากฉินเทียนมันโบยบินได้ ปัญหาทุกอย่างคงจบสิ้นปัญหาไปนานแล้ว


    หากแต่เพราะเป็นแบบนี้ ฉินเทียนมันจึงได้คิดแผ่นพลิกวิกฤตเป็นโอกาสขึ้น


    "เด็กดีทั้งสองพวกเจ้าทั้งสองมาช่วยพยุงบิดาโบยบินไปเมืองพยัคฆ์ขาวกันก่อนเถอะ การช่วยคนของบิดามิอาจจะรีรอได้"


    สองเด็กน้อยได้ยินเช่นนี้ก็ได้แต่ปาดเช็ดน้ำตาอีกครั้ง นี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านพ่อพึงโดนอัสนีสวรรค์ 9 ชั้นฟ้าอันยิ่งใหญ่ หากแต่ตัวท่านกลับมิได้ห่วงตัวเองเลย ยังกลับปรารถนาไปช่วยเหลือผู้อื่นอีกงั้นรึ สองเด็กน้อยไม่รู้เลยว่าการค้นวิญญาณของบิดานั้นพบเจออะไร หากแต่ถึงอย่างนั้น


    สิ่งหนึ่งที่สองตัวน้อยรับรู้ หัวใจบิดาของพวกมันสองพี่น้องช่างยิ่งใหญ่และมีเมตตานัก เพื่อการช่วยหนึ่งชีวิต กลับมิห่วงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ไม่ช้าฉินจวิ้นเจี๋ยเด็กน้อยผู้ล่ำบึ้กก็อุ้มแบกฉินเทียนขึ้นหลัง มือข้างหนึ่งก็บาดเช็ดน้ำตาตัวมันเองเป็นระยะๆ เศร้าใจในความเจ็บปวดของบิดา หากแต่อีกใจหนึ่งก็ภูมิใจเหลือเกินที่ได้เป็นลูกของท่านพ่อผู้นี้


    มันเร่งกำลังฤทธาโบยบินอย่างรวดเร็ว


    โดยมีสตรีตัวน้อยบินตามไม่ห่าง


    ส่วนตัวมันฉินเทียนยามนี้ก็ได้แต่คิด


    'ในที่สุดก็ได้ออกจากเทือกเขาเวรนี่สักที หลังจากติดอยู่ 6 เดือน เห้อ'


    .


    .


    .


    และก็เป็นอีกครั้งที่สองตัวน้อยมิรู้เลยว่าบิดาที่แกล้งชราของมันนั้นเป็นพวกเสแสร้งแกล้งทำ มันกล่าววาจายืดยาว แกล้งล้มคะมำทรุดตัวราวกับดารานำ ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อจะเกาะหลังพวกเอ็งบินไปเมืองพยัคฆ์ขาวโดยเร็วไวก็เท่านั้น มิคิดเลยว่าในหัวของฉินเทียนมันนั้นจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้เร็วขนาดนี้


    พร้อมด้วยจิตใจชั่วช้าที่กล้าหลอกแม้แต่เด็กน้อย เห้อ...


    .


    .


    .


    ---------- ณ ตำหนักจันทรา แดนบัวมณี ----------


    หนึ่งสตรีผู้งดงามผู้มีเส้นผมเป็นสีชมพูใบหน้าแลดูคล้ายสตรีวัยงามสะพรั่ง งามพริ้งพรายนักปากกระจับได้รูปมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ หากแต่แท้จริงนางกลับมีอายุมานับหมื่นปีแล้ว ปราชญ์บัวมณี นางนั่งคุกเข่าทรุดกายต่อหน้าบุรุษผู้หนึ่ง


    "นายท่านเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อครึ่งปีก่อนอาจจะทำให้แผนการที่เราวางไว้ไม่แน่นอนอีกแล้ว"


    ชายชราที่มีผ้าปิดตา ตัวมันเองยกจอกชาขึ้นดื่มช้า ทำทีท่าขบคิด ก่อนในไม่ช้าจะพูดกล่าวความคิดนึกของมันออกมา


    "แม้ข้าจะยอมสละอายุขัยของตัวเองเพื่อเผยลิขิตฟ้าแล้ว หากแต่ดูเหมือนสิ่งต่างๆ จะไม่เป็นดังหวังเลย เรายังมิอาจจะค้นพบบุรุษผู้นั้น บุรุษผู้ครอบครองสมบัติฟ้าดินอันยิ่งใหญ่แห่งผู้สร้างฟ้าในตำนานที่ถูกผนึกไว้ในประตูแห่งอริยะ หากแต่เวลานี้กลับมีผู้เป็นถึงราชันย์สวรรค์ปรากฏตัวที่นี่ได้เสียแล้ว ดูถ้าอีกไม่ช้ามหาจักรวาลคงใกล้ถึงคราววิบัติแล้ว จ้าวเหลียนต่อจากนี้ไปเราคงมิอาจจะปล่อยวันเวลาเช่นดังเก่าก่อนได้อีกต่อไปแล้ว ลี่อิ่งของพวกเราจำต้องได้รับการฝึกฝนและเร่งรัดสู่ขอบเขตชาวสวรรค์โดยเร็วที่สุดแล้ว มิเช่นนั้น... ในอีกไม่ช้าเรามิอาจจะรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อายุขัยของร่างแบ่งภาคของข้านี้ก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว และในอีกหลายร้อยปีต่อจากนี้ข้าคงมิอาจจะแบ่งภาคร่างเพิ่มเติมได้อีก จ้าวเหลียนข้าต้องฝากลี่อิ่งให้เจ้าดูแลสักพักแล้ว เจ้าจำต้องเป็นผู้ชี้นำนางแทนข้า ในช่วงเวลาหลายปีต่อจากนี้ที่ข้ามิอาจจะปรากฏตัว"


    ปราชญ์บัวมณีทรุดกายก่อนรีบกล่าววาจาอย่างนอบน้อม "บรรพชนมหาจักรพรรดิสวรรค์จ้าวเหลียนผู้นี้จะดูแลองค์หญิงที่เป็นความหวังสุดท้ายของพวกเราให้ดีที่สุดเพคะ ขอองค์มหาจักรพรรดิสวรรค์โปรดวางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตจ้าวเหลียนก็จะทำหน้าที่นี้ให้ลุล่วงให้จงได้เพคะ"


    พูดจบชายชราผู้มีผ้าปิดตาก็พยักหน้ารับเบาๆ


    และในเวลานั้นนั่นเอง...


    ก็มีสตรีผู้งดงามตระการตาอีกผู้หนึ่ง รีบเดินก้าวมาอย่างรวดเร็ว นางทรุดกายโอบกอดนอนหนุนตักของชายชราผู้มีผ้าปิดตา


    นางร่ำร้องออดอ้อนราวกับเป็นสตรีวัยเยาว์


    "ท่านปู่มาเหตุใดถึงไม่บอกลี่อิ่งเจ้าค่ะเมื่อท่านมาถึง"


    ชายชราผู้มีผ้าปิดตาหัวเราะเบาๆ สองสามที ก่อนจะพูดกล่าว "ปู่พึงรู้ว่าเจ้าพบเจอเรื่องใหญ่โตจึงมาถามท่านปราชญ์บัวมณีด้วยตัวเอง ลี่อิ่งเจ้าละเป็นอย่างไรบ้าง"


    "ลี่อิ่งมิได้เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะท่านปู่ ตอนนี้ความแค้นในใจของลี่อิ่งหมดสิ้นแล้ว ความแค้นใดๆ ไม่เหลือในใจอีกต่อไป"


    ชายชราผู้มีผ้าปิดตาทำหน้านิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับพร้อมทำสีหน้าเมตตานัก พร้อมเอามือลูบหัวนางมารลี่อิ่งเบาๆ หากใครมาเห็นภาพนางมารยามเป็นเช่นนี้คงตกตะลึงไม่น้อย ไม่คิดเลยว่านางมารร้ายที่ใครต่อใครเคยหวาดกลัว จะสามารถเป็นสตรีน่ารักน่ามองได้ถึงเพียงนี้


    หากแต่ในไม่ช้าชายชราผู้มีผ้าปิดตาก็ดึงมือของนางขึ้นมา พร้อมตบหลังมือของนางเบาๆ อยู่หลายที


    จากนั้นในไม่ช้าก็พูดกล่าวบางสิ่งบางอย่างอยู่นาน เวลาราวกับค่อยๆ คล้อยผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ช้าก็ผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้ว


    และในไม่ช้านัยน์ตาของลี่อิ่งนางก็คล้ายหวั่นไหวและตกตะลึงในเวลาเดียวกัน


    สิ่งที่ชายชราผู้มีผ้าปิดตาพูดกล่าวคือสิ่งที่นางมิมีวันคาดคิดถึงได้


    นัยน์ตาของลี่อิ่งคล้ายสั่นไหวแฝงไว้ด้วยความรู้สึกหลากหลายอันมากล้น นางร้องถามชายชราตรงหน้านางอย่างรวดเร็ว


    "ท่านปู่เจ้าค่ะ ที่ท่านปู่พูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริงรึเปล่าเจ้าค่ะ"


    .


    .


    .


    ไม่ช้าชายชราที่ลี่อิ่งรู้จักในนามหนึ่งเนตรพยากรณ์ก็พยักหน้ารับคำ


    ลี่อิ่งทรุดกายร้องไห้ซบลงบนตักของชายชรา อย่างมิอาจจะทำใจเรื่องเช่นนี้ได้


    .


    .


    .


    อะไรคือสิ่งที่ทำให้นางมารผู้นี้ร่ำร้อง


    อะไรคือสิ่งที่ชายชราที่มีนามเรียกขานหนึ่งเนตรพยากรณ์พูดบอก


    และคำเรียกขาน [มหาจักรพรรดิสวรรค์] คืออะไรกัน?

    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648