“คุณชายรอง ข้ารู้ว่าท่านหวังดีกับครอบครัวข้า แต่การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเราเลยนะขอรับ” เยี่ยไห่พูดอย่างร้อนรน วันนี้เขาตั้งใจมาพบกับโจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียง หลังจากที่ลูกชายได้เล่าให้ฟังว่าคุณชายโจวทั้งสองต้องการช่วยเหลือครอบครัวเขาอย่างไร
“ท่านลุงเยี่ย ข้ากับอาเต๋อเป็นเพื่อนกัน ท่านไม่จำเป็นต้องพูดกับข้าสุภาพถึงเพียงนั้นขอรับ ส่วนเรื่องความช่วยเหลือ หากท่านกลัวเรื่องการทำการค้า ท่านก็ให้อาเต๋อมาเป็นคนดูแลร้านค้า ส่วนท่านลุงกับท่านป้าก็ดูแลงานที่โรงทอก็ได้นี่ขอรับ” โจวหยวนเฉิงอธิบาย
“ท่านพ่อห่วงเรื่องเงินลงทุนน่ะ” เยี่ยเต๋ออธิบายแทน
“ท่านก็ทำสัญญากู้ยืมกับหยวนเฉิงไปสิขอรับ สำนักขนส่งสินค้าของข้าก็ทำสัญญากู้ยืมกับพวกเขามาเหมือนกัน” เจียวเป่าอธิบาย วันนี้เขามีเวลาว่างจึงมาเยี่ยมสองพี่น้องโจว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับเยี่ยไห่พาครอบครัวมาพบกับสองพี่สองโจวพอดี
“แต่การจะเปิดโรงทอผ้าต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ข้าเกรงว่าจะใช้หนี้คืนเจ้าไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น” เยี่ยไห่พูดเสียงเบา
“ท่านลุงเยี่ยไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกขอรับ เอาไว้ข้าจะให้ท่านลุงของข้าไปช่วยท่านคิดคำนวณเงินลงทุนทั้งหมด หลังจากนั้นเราค่อยมาทำสัญญากู้ยืมกัน”
“ข้า...ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนกับความมีน้ำใจของพวกเจ้าได้อย่างไร เมื่อก่อนก็เป็นพวกเจ้าที่ช่วยเหลืออาเต๋อให้ได้เรียนจนจบ มาคราวนี้ยังช่วยเหลือครอบครัวของเราให้ได้มีอาชีพที่มั่นคงอีก พวกข้าอยากจะคุกเข่าคำนับเจ้าจริงๆ” เยี่ยไห่พูดทั้งน้ำตาคลอ
“ข้าเคยได้ยินอาเต๋อเล่าให้ฟังว่าท่านป้าเยี่ยทำซาลาเปาไส้เนื้ออร่อยมาก ถ้าไม่รบกวนพวกท่านจนเกินไป ท่านค่อยทำซาลาเปาไส้เนื้อมาฝากข้าก็ได้ขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอก
“ได้สิ ป้าจะทำมาให้พวกเจ้ากินเยอะๆ เลยนะ” ฮูหยินเยี่ยรีบตอบรับอย่างดีใจ นางรู้ว่าถึงจะเอาของมีค่ามากมายกว่านี้มากองไว้ตรงหน้า โจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงก็ต้องไม่รับแน่นอน ที่พวกเขาเสนอซาลาเปาไส้เนื้อขึ้นมา ก็เป็นเพราะอยากให้ครอบครัวเยี่ยของนางได้ตอบแทนเขาบ้างเท่านั้น
เมื่อส่งเยี่ยไห่และฮูหยินกลับไป ตอนนี้ที่บ้านสกุลโจวจึงเหลือเพียงสองพี่น้องโจว เจียวเป่า และเยี่ยเต๋อ
“พี่เป่า อาเต๋อ อีกสองวัน ข้าจะพาพวกท่านไปพบท่านเจ้าเมืองอีกครั้งนะขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอกแผนการ
“ข้าต้องเตรียมตัวอย่างไรเป็นพิเศษหรือไม่ ข้าไม่เคยเข้าพบคนใหญ่คนโตมาก่อน” เยี่ยเต๋อถามอย่างตื่นเต้น
“เจ้าไม่ต้องเตรียมสิ่งใดหรอก ข้าแค่จะพาเจ้าไปแนะนำให้ท่านเจ้าเมืองรู้จักเอาไว้เท่านั้น ส่วนพี่เป่า ท่านก็แค่รายงานผลงานของเจียวเนี่ยนเจินขนส่งให้ท่านเจ้าเมืองทราบ เน้นไปที่เรื่องความปลอดภัยและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการก็พอขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอก
“พวกเจ้าไม่มาหาปู่เสียนาน คนแก่ชักจะน้อยใจเสียแล้วสิ” แม่ทัพอาวุโสจ้าวยืนต้อนรับบรรดาเด็กหนุ่มอยู่หน้าเรือนรับรอง
“ช่วงนี้ที่ร้านงานเยอะมากเลยขอรับ พวกข้าแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ข้าต้องขออภัยท่านปู่ด้วยนะขอรับ” โจวหลี่เฉียงพูดขึ้นก่อนใคร
“ข้าเอาเหล้าองุ่นอย่างดีมาฝากท่านปู่ด้วยนะขอรับ คราวนี้จะมอบให้ท่านไว้สี่ไหเลย” โจวหยวนเฉิงพูดขึ้นบ้าง
“เจ้าเอามาให้ก็ดีแล้วล่ะ ข้าจะได้ไม่ต้องฟังท่านปู่บ่นเรื่องที่ท่านพ่อมาขโมยเหล้าองุ่นไป ข้าหูแทบชาเลยนะจะบอกให้” จ้าวตงจื่อบอก
“ก็พ่อของเจ้านั่นล่ะตัวดี รู้ว่าข้าเหลือเหล้าองุ่นอยู่แค่ไหเดียว เขายังกล้าขโมยไป คอยดูเถอะ กลับมาคราวหน้า ข้าจะตีมือของพ่อเจ้าให้หักไปเลย” แม่ทัพอาวุโสบ่นลูกชาย
ทั้งหมดนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับรองได้ไม่นาน ท่านเจ้าเมืองกับบุตรธิดาก็เดินทางมาถึง คราวนี้ท่านเจ้าเมืองเดินทางมาที่นี่เอง เพราะเกรงใจไม่อยากให้ท่านแม่ทัพอาวุโสต้องเดินทางไกลเพื่อไปหาตนเอง อีกทั้งเขายังอยากแนะนำ ‘ไฉลู่ซือ’ ลูกชายและ ‘ไฉลี่หลิน’ ลูกสาว ให้มาทำความรู้จักกับเด็กหนุ่มอนาคตไกลกลุ่มนี้ด้วย
“คารวะท่านแม่ทัพอาวุโสขอรับ วันนี้ข้าติดงานด่วนนิดหน่อยจึงเดินทางมาช้า ข้าต้องขออภัยท่านแม่ทัพด้วยนะขอรับ” ท่านเจ้าเมืองแนะนำลูกชายและลูกสาวต่อทันที “นี่คือไฉลู่ซือลูกชายของข้า ปีนี้อายุครบสิบแปดปี ส่วนนี่คือลูกสาวของข้า ไฉลี่หลิน ปีนี้อายุครบสิบห้าปีแล้วขอรับ”
“คารวะท่านแม่ทัพอาวุโสขอรับ/เจ้าค่ะ”
“ลุกขึ้นเถอะ คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องมากพิธีหรอก” ท่านแม่ทัพอาวุโสพูดอย่างใจดี “ลูกสาวของเจ้าอายุเท่ากับเจ้าลิงพวกนี้พอดี ส่วนลูกชายก็เป็นพี่ชายพวกเขาทั้งหมด เจ้าพาเขามาทำความรู้จักกันไว้ก็ดีแล้ว ต่อไปภายหน้า พวกเขาจะได้พึ่งพากันได้”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันขอรับ” ท่านเจ้าเมืองรับคำ
“ท่านพ่อเล่าเรื่องของคุณชายโจวให้ข้ากับน้องสาวฟังทุกวันขอรับ ทั้งเรื่องการค้า ทั้งเรื่องระบบขนส่งของคุณชายเจียวเป่า พอวันนี้ข้าทราบจากท่านพ่อว่าคุณชายโจวจะมาเสนอแผนธุรกิจให้ฟังอีกครั้ง ข้ากับน้องสาวจึงขอติดตามมาฟังด้วยน่ะขอรับ” ไฉลู่ซืออธิบายเสริม
“ข้าก็เช่นกันเจ้าค่ะ เดิมข้าก็อยากจะทำการค้า แต่ท่านพ่อกับท่านแม่มักจะบอกว่าข้าเป็นผู้หญิง ท่านทั้งสองจึงไม่เห็นด้วย แต่เมื่อวันนี้มีโอกาส ข้าก็เลยอยากมาขอคำปรึกษาจากคุณชายโจวเจ้าค่ะว่าถ้าข้าอยากทำการค้านั้น จะเป็นไปได้หรือไม่” ไฉลี่หลินพูดขึ้น
“หากพี่ลู่ซือกับแม่นางลู่หลิน ข้าขอเรียกพวกท่านว่าอย่างนี้นะขอรับ หากพวกท่านอยากจะทดลองทำการค้า ท่านก็ไปทดลองงานที่ร้านค้าสกุลโจวของเราได้นะขอรับ ที่ผ่านมา เพื่อนๆ ของข้าก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น” โจวหลี่เฉียงเสนอ
“อย่างนั้นจะเป็นการรบกวนพวกเจ้าเกินไปหรือไม่” ท่านเจ้าเมืองพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
“หากไม่ลงมือทำก็จะไม่รู้ความสามารถของตัวเองนะขอรับ” โจวหยวนเฉิงสนับสนุนอีกแรง “พูดกันมาสักพักแล้ว ตอนนี้ข้าอยากให้ทุกท่านลองชิมชาของข้าดูนะขอรับ”
โจวหยวนเฉิงเริ่มชงชาเอิร์ลเกรย์[1] ให้ทุกคนดื่ม โดยเขาไม่ลืมที่จะเตรียมน้ำผึ้ง นม และมะนาวเอาไว้ด้วย
“ชานี้หอมยิ่งนัก มีทั้งรสขมและเผ็ดเปรี้ยวนิดๆ ข้าไม่เคยดื่มชาอย่างนี้มาก่อนเลยนะนี่ เจ้าได้ชานี้มาจากที่ใดหรือ” ท่านเจ้าเมืองถามโจวหยวนเฉิง
“ข้าสั่งซื้อมาจากชวนอ๋องน่ะขอรับ เรือของท่านอ๋องที่ออกไปทำการค้ากับประเทศฝั่งตะวันตกเพิ่งกลับมาเทียบท่า ท่านอ๋องนำมาเสนอขายให้ข้า เพราะรู้ว่าข้ากำลังจะเปิดโรงน้ำชาน่ะขอรับ” โจวหยวนเฉิงอธิบาย
“โรงน้ำชาของครอบครัวเรายังมีชาอีกหลายชนิดเลยนะขอรับ และวิธีการดื่มก็แตกต่างกันออกไป เหมือนเช่นชานี้ หากท่านลองเติมน้ำผึ้ง นม หรือมะนาวลงไป ก็จะให้ความสดชื่นต่างกันไปคนละแบบเลยขอรับ” โจวหลี่เฉียงพูดพร้อมกับเติมส่วนผสมต่างๆ ลงไปในแต่ละถ้วยเพื่อให้ทุกคนได้ลองชิม และไม่ลืมที่จะเอาขนมดังโงะ[2] ราดซอสถั่วแดงกวน คุกกี้เนย และติ่มซำออกมาวางไว้คู่กันด้วย “ท่านลองทานคู่กับขนมนี้ดูนะขอรับ”
“รสชาติแตกต่างกันจริงๆ เสียด้วยสิ ต่อไปนี้นอกจากบุรุษที่จะชอบไปโรงน้ำชาแล้ว สตรีทั้งหลายก็ต้องชอบไปโรงน้ำชาของเจ้าด้วยเป็นแน่ ชาก็รสชาติหอมหวาน ขนมก็อร่อยและสวยงาม” ท่านเจ้าเมืองยังชมต่อ
“ข้าอิจฉาบิดาของพวกเจ้าเสียจริง ทำไมพวกเขาช่างมีลูกชายที่เก่งอย่างนี้ พวกเจ้าทั้งสองทำการค้าเก่งมากจริงๆ ตงจื่อ เจ้าต้องศึกษาการทำการค้าจากพวกเขาให้ดีล่ะ” แม่ทัพอาวุโสจ้าวบอกหลานชาย
“ขอรับท่านปู่ ข้าจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวังแน่นอนขอรับ” จ้าวตงจื่อรับคำเสียงดัง
“พี่ชายใหญ่โจว ขนมพวกนี้อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ ข้าขอไปทดลองงานที่ร้านชานี้ได้หรือไม่เจ้าคะ” ไฉลี่หลินหันถามโจวหลี่เฉียงด้วยท่าทางน่ารัก เพราะนิสัยของนางเป็นคนร่าเริงและเข้ากับคนง่าย นางจึงเรียกโจวหลี่เฉียงว่าพี่ใหญ่ได้อย่างไม่เคอะเขิน
ผิดกับโจวหลี่เฉียงเมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักเรียกตนเองออกมาตรงๆ ก็ได้แต่เขินจนหูแดงไปหมด ก่อนจะตอบรับหญิงสาวไปอย่างตะกุกตะกัก “ได้...ได้สิ”
โจวหยวนเฉิง เจียวเป่า จ้าวตงจื่อ และเยี่ยเต๋อ ต่างหันมามองหน้ากันอย่างมีความหมาย
____________________
[1] ชาอังกฤษชนิดหนึ่งโดยการนำชาดำมาผสมกับน้ำมันมะกรูด โดยจะมีรสชาติขม และเปรี้ยวเผ็ดเล็กน้อยของมะกรูด (ที่มา : https://eatconnection.com/th/what-is-earl-grey-tea-th/)
[2] ขนมดังโงะ เป็นขนมญี่ปุ่นที่ทำจากแป้งข้าวจ้าวรสชาติหวานอ่อนๆ มาปั้นแล้วนำไปต้ม บางครั้งก็ทานโดยการราดซอสโชยุหวาน ซอสถั่วแดงกวน หรือบางทีก็นำไปย่างไฟอ่อนๆ ก่อนที่จะนำมาทานกับซอส เพื่อเพิ่มกลิ่นให้หอมน่าทานยิ่งขึ้น (ที่มา : https: //matchazuki.com/รู้จัก-3-ขนมติดอันดับของ/)