ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่407 สนามประลองปราณจิต

      อี้เฉินระหว่างที่เดินฝ่าฝูงชนเข้าไป ใจกลางสนามประลองปราณจิต กลางน้ำ เขาได้แต่ผ่อนลมหายใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "สหายโปรดหลีกทางให้ข้าเข้าไปหน่อย"
 


       เหล่าหญิงสาวที่ดูคุณชาย ชางอี้ ยืนหลับตา ท่ามกลางลานกว้าง กลางน้ำ ครั้นเห็นชายหนุ่ม ใบหน้าหล่อเหล่า ดึงดูดอยู่ไม่น้อย เดินเข้ามาหมายมั่นจะแทรก เข้าไปด้านใน หญิงสาวหลายคน กล่าวคำพูดด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ "เจ้าหนุ่มเจ้าจะแทรก สตรีเข้าไปเฉกเช่นนี้ไม่ได้" ทว่าหญิงสาวหลายๆ คน กลับไต่ถามผู้คนโดยรอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แววตาเป็นประกาย ในกรอบสายตาหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย "เขาเป็นคนของตระกูลใดอย่างนั้นหรือข้าไม่ยักเคยเห็น ใบหน้าเขามาก่อน"



        สตรีอีกท่านเองก็ตาลุกวาว จนต้องป้องปาก ปิดรอยยิ้ม น้อยๆ ไว้ "ข้าเองก็แปลกใจเช่นกัน แม้ว่าชายหนุ่มผมขาวผู้นี้ จะมีบาดแผลไฟไหม้ที่หางคิ้วทว่า ก็ไม่ลดความหล่อเหลา น่าดึงดูดของเขาลงเลย"

 


         ระหว่างที่อี้เฉิน แทรกตัวเข้าไป เขาไม่ลืมที่จะกล่าวคำขอโทษพวกนาง "ข้าขอโทษพวกเจ้าก็แล้วกัน พอดีข้ากลัวว่าจะผิดนัด" ทว่าเมื่ออี้เฉินแทรกขึ้นไปยืนบนลานกว้าง กลางทะเลสาบ ประจันหน้ากับ คุณชายชางเหยียน มันก็ทำให้หมู่ชน โดยรอบหนังตากระตุกน้อยๆ

 


"เจ้า ไอ้หนุ่ม ลงไปเดียวนี้ มันไม่ใช่ที่เล่นสำหรับเจ้า!!"

 


         ครั้นน้ำเสียงนั้นดังขึ้นมา หมู่ชนโดยรอบก็ต่างจับจ้องไปยังบริเวณลานกว้าง จ้องมองอี้เฉิน อย่างไม่วางตา ทว่าเมื่อหมู่ชน จดจำชายหนุ่ม ที่ปล่อยข่าวการหมั้นหมายออกมาได้ พวกเขาต่างเดือดดาลบ้าคลั่งเป็นโทสะ "เจ้าๆ หรือว่าจะเป็นชายหนุ่มที่อยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่ ไม่ยอมออกมาพบหน้าผู้คน?"

 


         อี้เฉินเพียงหันใบหน้า ยิ้มกว้างให้หมู่ชน เสียงสาปแช่งก็ดังออกมาระงมในทันใด แม้แต่คุณหนู ยี่ผิงที่อยู่ด้านล่างยังส่ายหัวให้กับการกระทำของอี้เฉิน อายสังหารของเหล่าหนุ่มสาวโหมซัดออกมาอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง กระอักกระอ่วน ไม่น้อย

 


         ก่อนคุณชาย ชางเหยียน อนุชนผู้เป็นอันดับหนึ่งของเผ่าสงคราม จะเปิดเปลือกตาขึ้นมา จ้องมองไปที่อี้เฉินด้วยสายตาคมกล้า "เจ้ามาแล้วอย่างนั้นหรือ เชิญเจ้า เข้าไปใจกลางสนามประลองปราณจิต พร้อมกับข้า หากเจ้าอยู่ได้นานกว่าข้าก็ถือว่าเจ้าชนะ"

 


         ครั้นอี้เฉินได้ยิน กติกาที่ดูเรียบง่าย เขาไม่ได้ใส่ใจเดินเข้าไปด้านในสนามประลองในทันที ทว่าเมื่อเห็นใจกลางมีวงแหวนอักขระ ไม่ใหญ่มากนัก เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย "แล้วเราจะสู้กันอย่างไร เหตุใด วงแหวนอักขระ สนามประลอง ใจกลาง มันถึงเล็กมากถึงเพียงนี้"

 


ครั้นหลายๆ คนได้ยิน พวกเขายิ่งหน้ามืดทะมึน "ไอ้หมอนี้มันมา ประลองทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรเนี่ยนะ มันไม่ไต่ถาม หรือปรึกษาใครก่อนเลยหรือไงเล่า"

 


        ยี่ผิงนางตบหัวตนเองน้อยๆ ลืมบอกเรื่องสนามประลองปราณจิตไปเสียสนิท มันไม่ใช่การประลอง ต่อสู้กับผู้อื่นแต่อย่างใด มันเป็นการฝึกต่อสู้กับตนเอง ภายในสนามประลองปราณจิต หากพ่ายแพ้ในระยะเวลาที่รวดเร็วเกินไป ร่างปราณจิตจะบาดเจ็บหนัก จนส่งผลถึงขั้นพลังเสียหาย ครั้นนางที่เห็น อี้เฉินเดินเข้าไป โดยที่ไม่รู้อะไร นางได้แต่ทอดถอนหายใจ ทว่ามันก็เหมาะเป็นที่ฝึกฝนไม่น้อยภายในนั้นเวลาไหลช้าเป็นอย่างมาก ทว่าก็แลกมากับความยากยิ่งที่จะใช้เวลาอยู่ภายในสนามประลองปราณจิต เมื่อต้องสู้กับตนเองที่เก่งกาจกว่าถึงหนึ่งเท่าตัว

 


        อี้เฉิน กับ คุณชาย ชางเหยียน ครั้นพวกเขาทั้งสองเข้าไปยืนใจกลางสนามประลองปราณจิตได้ วงแหวนอักขระ ที่สลักลวดลายเก่าแก่โบราณ ก็ปลดปล่อยกลิ่นอายของกาลเวลาออกมาไม่ขาด ประหนึ่งก้าวเดิน หวนคืน สู่ยุคสมัยบรรพกาล ทะลักทลายออกมาพรั่งพรู ขับเคลื่อนวงแหวนอักขระโดยรอบ จนส่องแสงสีทองหมุนวนเร็วจี๋ สว่างพร่างพราว มองเห็นฟั่นเฟือนของกาลเวลา สูงท่วมหัวออกเป็นชั้นๆ ราวกับมีเจดีย์สีทอง ปรากฏออกมา พร้อมกฎเกณฑ์ของกาลเวลาลอยล่อง ไปทั่วทิศ

 


      ส่งผลให้ทั้งสองจมดิ่งลงไปภายในห้วงลึก ราวกับท่องโลกของกาลเวลา เข้าไปอยู่ในสนามประลองของยุคสมัยเบิกฟ้า เหมือนอยู่บนหมู่ดาวที่รกร้างเป็นหลุมเป็นบ่อ เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ของรูปสลักเทพผู้พิทักษ์ มองดูดี..ดีช่างคล้ายสุสานยิ่งนัก

 


       อี้เฉินครั้นมองไปรอบๆ ที่เขายืนอยู่เขาอดไม่ได้ที่จะตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกาลเวลาลอยตลบอบอวลไปทั่วทิศ "นี่หรือสนามประลองปราณจิต เหตุใดมันช่างให้ความรู้สึกที่น่าหวั่นเกรงถึงเพียงนี้ ราวกับข้ามาอยู่ในช่วงสิ้นสุดของโลกใบนี้" รอบๆ ไร้สีสัน เต็มไปด้วยภาพขาวดำ ความหม่นหมอง จึงนำพาให้หัวใจอี้เฉินใจ ตกวูบในฉับพลัน

 


        ทว่า ไม่กี่เสี้ยววินาที ที่อี้เฉินเตรียมจะก้าวเท้าเดิน จู่ๆ ด้านหน้าเขาก็เหมือนมีปราณพลังบางอย่างหมุนวนอยู่ด้านหน้าตัวเขา ส่งแรงดึงดูดปราณพลังฟ้าดินโดยรอบเข้ามารวมตัวอย่างบ้าคลั่ง ราวกับด้านหน้าของเขามีน้ำวนลูกยักษ์ก่อตัวขึ้นมองเห็น ปราณพลังฟ้าดินหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกัน ด้วยตาเปล่า

 


      ก่อนมันจะก่อรูปร่างขึ้นมาเป็นตัวอี้เฉินอีกคน ทว่าอี้เฉินผู้นี้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและบ้าคลั่ง ยกยิ้มออกมากว้างพุ่งเข้ามาประหัตประหาร กับตัวของอี้เฉินโดยไม่มีท่าทีหวั่นเกรง
กำปั้นที่แหวกอากาศดังออกมา หวีดแหลมพุ่งเข้าใส่กายาอี้เฉิน ชนิดเขาที่เป็นตัวจริงยังตั้งตัวไม่ทัน ครั้นยกท่อนแขนขึ้นมาปัดป้อง มันก็ทำให้กระดูกแขนของเขาเกิดรอยแตกร้าว แขนช้าหนึบในทันใด แม้แต่ความเจ็บปวดยังเป็นของจริง มันยิ่งทำให้อี้เฉิน หน้ามืดทะมึน

 


       อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา "นี่มันสนามประลองบ้าอะไรกัน เหตุใดข้าถึงรู้สึกเจ็บปวดสมจริงเช่นนี้เล่า แม้แต่จิตวิญญาณภายในร่างของข้ายังกรีดร้อง ถึงความตาย ประหนึ่งข้าเผชิญอยู่ต่อหน้าศัตรูผู้ชั่วร้าย ไม่อาจเอาชนะได้"

 


       อี้เฉินเลิกคิดเรื่องที่จะยอมแพ้ ไปเสียหมดครั้นรับรู้ถึงความตายประหนึ่ง ยามนี้เขาประลองเป็นตายจริงๆ กับตัวของเขาเอง วิชาต่างๆ ถูกสำแดงออกมาไม่ขาดสาย แสงสีแดงพร่างพราวถูกปล่อยออกมาทั่วทิศ เสียงปะทะกันดังออกมากึกก้อง ส่งเสียงปัง!!ดังออกมาสนั่นหวั่นไหว ปลดปล่อยระลอกคลื่นที่น่าคร้ามเกรงออกมาไม่ขาด จนรอบๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอาบย้อมท้องฟ้า ไปพร้อมกับร่างเงาที่วูบไหวพุ่งเข้าใส่กัน ประหนึ่งมารผู้ชั่วร้ายย่างกายลงมา ห้ำหั่น ประหัตประหาร ฆ่าสังหารกันอย่างบ้าคลั่ง

 


       ทว่าอี้เฉินกลับไม่อยู่ในสภาพที่ต่อกรได้แม้แต่น้อย กายาของเขา ค่อยๆ ถอยร่น โดนไล่ต้อนออกไป เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ กระดูกทั้งร่าง ลั่นไปทั่วกายา ริมฝีปากเริ่มมีเลือดสีแดงสด ไหลซึมออกมา

 


       ด้านนอกสนามประลองปราณจิต หมู่ชนครั้นเห็น ชายหนุ่มผมสีขาวยืนเด่นสง่า ริมฝีปากมีเลือดไหลซึมออกมา เหล่าผู้คนต่างพากันหัวเราะขำขันในทันที "ฮ่าๆ!! ไม่ทันไรมันก็เลือดไหลซึมออกมาแล้ว แล้วอย่างนี้มันจะอยู่ได้ถึงหนึ่งก้านธูปอย่างงั้นหรือวะ"

 


"ฮ่าๆ ข้าก็ว่าอย่างนั้น มันคงไม่ใช่ จะทำลายสถิติ ออกจากสนามประลองปราณจิตเร็วที่สุดหรอกนะ ไม่เช่นนั้นขั้นพลังมันได้เสียหายหนักแน่"

 


       ยี่ผิงครั้นเห็นหมู่ชนขำขันในตัวอี้เฉิน นางที่เฝ้าดู หน้ามืดทะมึนอยู่ไม่น้อย อยากจะสบถด่า 'ไอ้พวกที่ ขั้นพลังยังไม่ถึงขั้นอี้เฉิน แต่ดันมา ปากเก่งพวกนี้เสียจริง' ทว่าอย่างไรนางก็อดที่จะเป็นห่วงอี้เฉินไม่ได้ หากอี้เฉินออกก่อนเวลาครึ่งชั่วยาม (1ชั่วโมง) ขั้นพลังที่อี้เฉินสะสมมาจะเสียหาย "อย่างไรเจ้าต้องผ่านมันไปให้ได้นะอี้เฉิน ข้ารู้ว่าเวลาภายในนั้นกว่าจะผ่านมันไปได้ช่างยากลำบากเสียเหลือเกิน อย่างน้อยๆ เจ้าทำได้ ครึ่งชั่วยาม ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว"

 


        สถิติ ผู้ที่อยู่นานภายในสนามประลองปราณจิต ทำได้แค่3ชั่วยาม ตั้งแต่ในอดีตจน จวบปัจจุบัน ทว่า คุณชาย ชางเหยียน อนุชนผู้เป็นอันดับหนึ่งเขาเกือบจะทำลายมันได้ ยามนี้เหมือนว่าจะใช้โอกาสนี้ประกาศศักดา ให้หมู่ชนโดยรอบรับรู้

 


        คุณชายน้อยท่านหนึ่งกล่าวคำพูดออกมาด้วยความโอหัง ครั้นเห็น พี่ใหญ่ในตระกูลของเขา ยังมีสีหน้าเรียบนิ่ง "พวกเจ้ารอดูได้เลย ข้ามั่นใจว่า คุณชาย ชางเหยียน ของตระกูลข้า ต้องทำลายสถิติ ที่มีมายาวนาน นับพันปีได้อย่างแน่นอน"

 


       "ข้าเองก็มั่นใจ ว่าคุณชาย ชางเหยียน จะต้องทำลายสถิติ 3ชั่วยามได้อย่างแน่นอน คราวที่แล้วเขาเกือบจะทำสำเร็จ ทว่าคราวนี้ เขาต้องไม่พลาดท่า อย่างแน่นอน"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน