cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    สองวิธี

    เมื่อกลับมาถึงยังดราก้อนการ์เด้น พวกไป๋ฉีกับเทพสงครามคนอื่นๆก็ไม่ได้หยุดพักแต่อย่างใด ในตอนนี้พวกเขาอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่โดยมีผู้พิทักษ์ห้าคนนั่งอยู่เบื้องหน้าและกำลังปรึกษากันเรื่อง 'มังกรมารเก้าเศียร' ที่พวกเขาพึ่งไปเจอมาเมื่อครู่นี้

     

    แน่นอนทุกสายตาจับจ้องไปยังไป๋ฉี เนื่องจากเขาเป็นคนเตือนให้ทุกคนถอย ดังนั้นทุกคนจึงคิดว่าไป๋ฉีน่าจะมีข้อมูลอะไรบ้าง

     

    "เทพสงครามไป๋ฉี ตอนนั้นคุณรู้ได้อย่างไรว่าอบิสที่อันตรายกำลังจะมา"ผู้พิทักษ์คนหนึ่งกล่าวถามออกมา แน่นอนคำถามนี้ทุกคนเองก็อยากรู้ได้เช่นกัน

     

    ไป๋ฉียืนขึ้นและเริ่มอธิบาย "ท่านผู้พิทักษ์ เทพสงครามทุกคน ที่ผมรู้ว่ามันจะมานั้นเป็นเพราะว่า ผมได้ใช้คอสมิคฟรอสธาตุแม่เหล็กผสานกับคอสมิคฟรอสธาตุสายฟ้าสร้างเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าปกคลุมพื้นที่นั้นเอาไว้ และผลของมันทำให้ผมสัมผัสได้ถึงสัญญาณชีพและกลุ่มก้อนพลังของอบิสกับนักสู้ได้"

     

    "เหตุการณ์ในตอนนั้นผมสัมผัสได้ถึงกลุ่มก้อนพลังขนาดใหญ่ที่พุ่งฝ่าเขตแดนของผมเข้ามา ดังนั้นผมจึงได้เตือนทุกคนในทันที"

     

    กล่าวมาถึงตรงนี้ไป๋ฉีก็นั่งไป ทางด้านเหล่าเทพสงครามรวมไปถึงผู้พิทักษ์ต่างพากันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะหันไปหาหมิงเย่ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

     

    "เทพสงครามหมิงเย่ ในฐานะที่คุณเป็นคนที่มีพลังจิตแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเทพสงคราม คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเจ้ามังกรเก้าหัวตนนี้"

     

    หมิงเย่ลุกขึ้น "ท่านผู้พิทักษ์ เทพสงครามทุกท่าน ขอบอกตามตรงพลังจิตของอบิสตนนั้นเหนือกว่าฉันมาก แต่จากที่ศึกษาดูในตอนที่มันสังหารอบิสระดับจ้าวพิภพตัวอื่นๆรวมไปถึง ผู้พิทักษ์ และเหล่าเทพสงคราม ฉันคาดว่ามันจะไม่ได้มีเพียงแค่พลังจิตเท่านั้น"

     

    เมื่อหมิงเย่พูดมาถึงตรงนี้เธอก็สั่งให้ AI ฉายภาพมังกรเก้าหัวออกมาและเริ่มอธิบายต่อไปประกอบกับภาพที่แสดงขึ้นมา

     

    "อย่างที่ทุกท่านเห็นมันมีหัวเก้าหัว แต่มีสองหัวที่แตกต่างกว่าหัวอื่น และในตอนที่มันใช้พลังจิต เขาของหัวที่มีดวงตาสีน้ำเงินจะเปล่งแสงออกมา ดังนั้นฉันจึงตั้งสมุติฐานไปว่าหัวทั้งสองหัวนี้น่าจะมีพลังที่แตกต่างกัน ส่วนอีกเจ็ดหัวนั้นน่าจะเป็นหัวธรรมดาที่ยังไม่มีพลังอะไร"

     

    เมื่อหมิงเย่อธิบายมาถึงตรงนี้ ผู้พิทักษ์และเทพสงครามทุกคนถึงกับใจสั่นสะท้าน เพราะสมมุตินี้มีสิทธิ์เป็นไปได้มากเลยทีเดียว อบิสหนึ่งตัวมีสองพลังอย่างนั้นหรือ แค่พลังจิตอย่างเดียวพวกเขาก็ไม่รู้จะรับมืออย่างไรแล้วนี่มีถึงสองพลัง แล้วพวกเขาจะจัดการมันได้อย่างไร

     

    'ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมากเลยแห๊ะ เธอวิเคราะห์และพูดในสิ่งที่ฉันคิดจะพูดไปหมดเลย......แต่เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน'ไป๋ฉีที่นั่งสังเกตุอยู่ก็พลันคิดออกมาในใจ

     

    หลังจากนั้นก็ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นออกมาอีกเลย เพราะในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะจัดการ มังกรมารเก้าหัว ด้วยวิธีไหนสถานที่ประชุมกลายเป็นเงียบงัน

     

    เมื่อผู้พิทักษ์ทั้งห้าคนเห็นดังนั้นก็ทำการยุติการประชุมในทันทีแล้วให้มาประชุมต่อในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาเห็นว่าฝืนประชุมไปทั้งอย่างนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา

     

    หลังจากสิ้นสุดคำสั่ง ทุกคนที่มาจากประเทศอื่นก็พากันไปพักผ่อนในยานรบของตนเอง ส่วนคนที่อยู่ในประเทศดราก้อนการ์เด้นอยู่แล้วต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านไป หนึ่งในนั้นก็คือไป๋ฉี

     

    "สามี นายว่าเราจะมีโอกาสชนะเจ้าอบิสมังกรเก้าหัวได้หรือเปล่า"ระหว่างทางเดินกลับบ้านซุนหรงเป็นคนแรกที่เอ่ยปากถามออกมาท่ามกลางความเงียบงัน

     

    ไป๋ฉีตอบไปว่า "พวกเราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากสู้เต็มที่และต้องชนะเท่านั้น หากแพ้ล่ะก็ทั้งโลกใบนี้และมนุษย์ก็คงต้องถึงคราวล่มสลาย"

     

    ภรรยาทั้งห้าคนต่างเข้าใจในคำพูดนั้น เมื่อกลับถึงบ้านพวกเธอพากันอาบน้ำและพักผ่อนในทันทีแม้วันจะเป็นช่วงกลางวันก็ตาม การที่ต้องนั่งคิดหาวิธีกำจัด มังกรมารเก้าเศียร ถึงสองชั่วโมงสำหรับพวกเธอแล้วมันเพลียยิ่งกว่าการล่าอบิสทั้งวันเสียอีก

     

    ส่วนทางด้านของไป๋ฉีตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในห้องซ้อมของตนเองแล้วกล่าวออกมาเสียงพึมพำ "เสี่ยวไป๋ เมื่อตอนนั้นเธอบอกฉันว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะชนะมังกรมารเก้าเศียรได้ใช่ไหม"

     

    เสี่ยวไป๋ปรากฏตัวขึ้นแล้วตอบว่า "ใช่แล้วเจ้าค่ะ นายท่านมีข้อสงสัยงั้นหรือ"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้า "เธอบอกว่าแทบเป็นไปไม่ได้ ถ้างั้นก็แสดงว่ามันยังมีวิธีที่สามารถชนะมันได้สินะ"

     

    เสี่ยวไป๋ได้ยินคำถามถึงกับอึ้งก่อนไปในทันที ก่อนที่เธอจะก้มหน้าก้มตาแล้วกล่าวออกมาว่า "มีอยู่สองวิธีเจ้าค่ะ แต่มันอันตรายมาก หากใช้มันนายท่านอาจจะตายได้"

     

    ไป๋ฉีส่ายหน้า "บอกมาเถอะเสี่ยวไป๋ หากฉันไม่ใช้วิธีที่ว่าแล้วเกิดแพ้ขึ้นมาจุดจบมันก็คือความตายเหมือนกันไม่ใช่หรือไง"

     

    "หากให้ฉันเลือกระหว่างการตายอย่างไร้กำลังแถมยังปกป้องใครไม่ได้เลย กับการตายเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญเอาไว้ ฉันเลือกอย่างหลังจะดีกว่า อย่างน้อยๆพ่อ แม่ น้องๆ และภรรยาของฉันก็ยังคงปลอดภัย"

     

    เสี่ยวไป๋ได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมา "ก็ได้เจ้าค่ะ เสี่ยวไป๋บอกก็ได้ วิธีแรกก็อย่างที่นายท่านทำกับเจ้าอุโรโบรอสไงเจ้าคะ ทำให้มันเป็นสัตว์ในพันธะสัญญาซะเพียงเท่านี้ก็จะคลี่คลายปัญหาได้ ทว่านายท่านก็ต้องไม่ลืมด้วยว่ามันเป็นสัตว์อสูรระดับนักรบแห่งดวงดาวขั้นกลางแถมยังมีพลังจิตที่แข็งแกร่งความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จจึงมีเพียงไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ"

     

    "ส่วนวิธีที่สองนั้นก็คือใช้ร่างพลังงานมังกรกลืนดาราบวกกับชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ สู้กับมัน วิธีนี้เสี่ยวไป๋มั่นใจว่านายท่านจะสามารถกำจัดมันได้อย่างแน่นอน ทว่าก็ต้องมาลุ้นกันว่านายท่านจะแบกรับพลังงานของมังกรกลืนดาราไว้หรือไม่"

     

    "เพราะโดยปกติแล้วต้องให้นายท่านไปถึงระดับจ้าวพิภพเสียก่อน ถึงจะแบกรับพลังของร่างพลังงานมังกรกลืนดาราขั้นแรกได้สามนาที"

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ นี่หมายความว่าตอนนี้เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะใช้สองวิธีนี้โดยปลอดภัยเลยสินะ หากเลือกการทำพันธะสัญญาก็ต้องไปสู้กับดวงจิตและพลังจิตอันแข็งแกร่งของ มังกรมารเก้าเศียร

     

    แต่หากเลือกใช้ร่างพลังงานมังกรกลืนดาราก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะแบกรับพลังอันมากมายมหาศาลของร่างพลังงานได้หรือไม่

     

    "ขอบใจที่บอกฉันตามตรงนะ ฉันจะเก็บสองวิธีนี้เอาไว้เป็นสองวิธีสุดท้ายก็แล้วกัน"ไป๋ฉีตัดสินใจและลูมผมเสี่ยวไป๋ที่ดูซึมไปหลังจากที่บอกสองวิธีนี้แก่เขา

     

    เธอพยักหน้าให้กับไป๋ฉีและหายกลับไปเข้ายังด้านในทะเลพลังงาน ส่วนตัวของไป๋ฉีนั้นก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องซ้อมในทันที