เพิ่งสิ้นเสียงสีหน้าของเขาก็เริ่มแข็งทื่อขึ้นมา เจียงอันเหอรออยู่สักครู่ แต่ไม่ได้รอดูเขาใช้มือวาดไปวาดมาตรงหน้ามนุษย์ประหลาด เห็นมนุษย์ประหลาดไม่มีปฏิกิริยาเดาว่าเขาคงเข้าไปในสถานการณ์บางอย่างแล้ว เหมือนกับวิหคซ่างฟู่ในตอนนั้นเจียงอันเหอจึงตอบออกไปว่าตกลง มนุษย์ประหลาดจึงได้พูดออกมา
“หลังจากที่ปิศาจกุ่ยเยวี่ยจุนได้ทิ้งิญญาเอาไว้ที่นี่แล้วปิศาจจำนวนนับไม่ถ้วนจึงใช้สถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทยอยกันมากราบไหว้ไม่หยุดหย่อน หรืออาจจะเรียกว่าหาสมบัติก็ได้ จนทำให้สถานที่แห่งนี้ปกคลุมไปด้วยไอปีศาจ พวกที่มาบำเพ็ญเซียนจึงได้สร้างถ้ำไว้ที่นี่นักบำเพ็ญก่อนยุคจินตานขออยู่ที่นี่เพื่อรักษาการได้สำนักใหญ่หลายสำนักจะเป็ผู้ดูแลค่าตอบแทนและก็เป็การปกป้องคนธรรมดาอีกทางหนึ่งด้วย
มนุษย์ประหลาดพูดๆ ไปก็ตบปากตัวเองแล้วลูบคลำแหวนที่อยู่บนมือ หยิบสุราที่บรรจุในน้ำเต้าออกมาดื่ม แล้วเล่าต่อ
“ว่ากันว่าสองร้อยปีก่อนผู้บำเพ็ญเซียนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็ผู้บำเพ็ญพเนจรไร้สำนักเดิมทีก็ไร้อุปสรรคใดๆ อยู่หรอก หากแต่ในกลางดึกของคืนหนึ่งคนจำนวนมากเห็นว่าแสงพระจันทร์เป็สีเืวงใหญ่ พวกปิศาจต่างทยอยกันมายังที่แห่งนี้ว่ากันว่าิญญาของปิศาจกุ่ยเยวี่ยจุนจะถือกำเนิด เสียดายพวกเขาคิดไม่ถึงสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือการสังหารฉากหนึ่ง"
“ในตอนที่พวกผู้บำเพ็ญเซียนเร่งกันมารอบๆ ถ้ำเต็มไปด้วยซากของพวกปิศาจ แต่ไม่เห็นผู้บำเพ็ญพเนจรผู้นั้น ต่อมาพวกเขาก็ได้เจอผู้บำเพ็ญพเนจรผู้ก่อความวุ่นวายผู้นั้นเพื่อที่จะสืบรู้ความจริง จึงมีผู้บำเพ็ญใช้กระจกน้ำร่ายมนตร์แล้วย้อนดูเหตุการณ์"
“ที่แท้เวลาที่ผู้บำเพ็ญพเนจรนั้นตั้งเอาไว้บังเอิญไปปลุกิญญาของปิศาจกุ่ยเยวี่ยจุนเข้า ิญญาปิศาจได้ปลดยันต์ปิดผนึกออกแล้วผู้บำเพ็ญพเนจรนั้นก็โดนดูดิญญาไป ผู้บำเพ็ญพเนจรนั้นสองตาแดงก่ำสีหน้าบิดเบี้ยว คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากไอสังหารในพลังปิศาจประจวบเหมาะกับการมาถึงของพวกปิศาจ จึงยิ่งเป็การกระตุ้นผู้บำเพ็ญผู้นั้นิญญาของปิศาจกุ่ยเยวี่ยจุนทำให้เขาคลุ้มคลั่ง และก็ทำให้เขาบำเพ็ญได้ก้าวหน้าไม่น้อยเช่นกันเพื่อที่จะไม่ให้ผู้บำเพ็ญจากข้างนอกทำลายพลังลมปราณสัญชาตญาณที่เหลือจึงทำให้เขาต้องสังหาร”
“จากนั้นในตอนที่เขาไล่ฆ่าปิศาจบางตนไปถึงริมลำธาร แต่กำลังแรงกลับไม่อ่อนลงเลยแม้แต่น้อยเห็นได้ชัดว่าพลังจากการบำเพ็ญของปิศาจลึกล้ำยิ่งนัก ในเวลานี้เอง จู่ๆผู้บำเพ็ญพเนจรก็หยุดลง มองซ้ายแลขวา แล้วล้มพับลงบนพื้นไปอย่างอ่อนแรง สลบไสลไปสิ่งที่กระจกน้ำสะท้อนมีแต่ภาพเหตุการณ์ ไม่มีเสียงพวกผู้บำเพ็ญเซียนทั้งหลายก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้บำเพ็ญพเนจรคนนั้น”
“ผู้บำเพ็ญบางคนเสนอให้สังหารผู้บำเพ็ญพเนจรผู้ที่ดูดิญญาปิศาจกุ่ยเยวี่ยจุนนี่เสียบางคนให้คิดเสียว่าเป็ความเมตตาจาก์หากแต่ก็ไม่ได้เป็ความปรารถนาของผู้บำเพ็ญพเนจรเหตุใดชนหมู่มากไม่ร่วมกันหล่อหลอมเขาเสียเล่า พวกเขาตกลงอะไรกันมีแต่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นที่รู้ เอาเป็ว่าเท่าที่ข้ารู้สุดท้ายผู้บำเพ็ญพเนจรผู้เคราะห์ร้ายผู้นั้นก็ยังมีชีวิตต่อไป”
ในตอนที่เขาเล่าถึงเคราะห์ร้ายของผู้บำเพ็ญพเนจรผู้นั้นบนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มประหลาดขึ้น
ในที่สุดมนุษย์ประหลาดก็เล่าจบแล้วมอบเกล็ดน้ำให้เจียงอันเหอ “นี่คือกุญแจของประตูถ้ำในวันวาน เบาะแสที่หาอยู่ในนี้”
เห็นเขาเพียงโยนสุราน้ำเต้าในมือขึ้นแล้วมันก็โตขึ้นหลายเท่ากลางอากาศ มนุษย์ประหลาดะโพลิกตัวยืนอยู่บนน้ำเต้านั้นแล้วบังคับน้ำเต้าให้ทะยานขึ้น ทิ้งคำพูดไว้คำหนึ่ง “ข้าชื่อมิ่วอี สหายน้อย หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก!”
เจียงอันเหอเงยหน้ามองดูมิ่วอีจากไปแม้ว่าก่อนหน้าจะได้ััมนตร์คาถาที่มู่ชิงกับชางไป๋ซานใช้แต่ตอนนี้มาเห็นลีลาท่าทางการท่องโลกกว้างของมิ่วอีถึงได้รู้สึกว่าเขยิบเข้าใกล้วิถีของเซียนเข้าไปอีกนิด
เจียงอันเหอกำกุญแจเกล็ดน้ำที่ใช้เปิดประตูถ้ำไว้ค้นพบว่าในตอนที่ตัวเองหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เกล็ดน้ำจะส่องประกายเขาจึงออกเดินทางไปยังทิศนั้น
เจียงอันเหอเดินทางไปตามป่าเขียวขจี เกล็ดน้ำในมือเขาส่องประกายแวววาวขึ้นทุกทีกระทั่งเป็ประกายจนแสบตา
ยังไม่ทันรอให้เขาได้มีปฏิกิริยาใดๆจู่ๆ เกล็ดน้ำก็ลื่นหลุดออกจากมือ พุ่งลอยขึ้นกลางอากาศเปล่งแสงประกายเป็วงกว้างออกมา วงล้อมของเกล็ดน้ำค่อยๆ แผ่กระจายออกมาเป็วงถ้ำ
ประตูใหญ่ของถ้ำเก่าแก่และผุผังเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ป้ายที่เอียงกระเท่เร่มองเห็นแต่เพียงคำว่า เซียน เท่านั้น
เจียงอันเหอมองซ้ายมองขวายืนยันแล้วว่าน่าจะเป็ถ้ำแห่งนี้ จึงเดินผ่านวงน้ำแล้วผลักประตูใหญ่เข้าไปประตูใหญ่ส่งเสียง ‘แอ๊ด’ ขึ้นเบาๆ แล้วเปิดออกโดยง่าย เขามองเข้าไปในถ้ำที่ดำสนิทอดพูดออกมาเบาๆ คำหนึ่งไม่ได้ “รบกวนแล้วขอรับ”
ในถ้ำสะท้อนพลังงานของคนที่มีชีวิตอยู่ไฟค่อยๆ ส่องสว่างขึ้นเองและนี่ก็ทำให้เจียงอันเหอเห็นว่าถ้ำแห่งนี้ถูกทำลายไปมากขนาดไหนแล้ว
ในตอนนี้ ระบบก็มีการแจ้งเตือนเจียงอันเหอคลิ๊กดู ภารกิจอัพเดตแล้ว้าให้ผู้เล่นทำความสะอาดถ้ำของผู้บำเพ็ญพเนจร
เจียงอันเหอมองดูใยแมงมุมที่เป็วงวงนั้นแล้วได้แต่ไปหาอุปกรณ์ทำความสะอาด
เขากวาดหยากไย่ลงมาจัดเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาดให้เป็ระเบียบ กวาดฝุ่นผงที่มองเห็นรอบๆ ดวงหน้าน้อยๆของเจียงอันเหอสกปรกมอมแมม ในตอนที่เขาจะไปขัดทำความสะอาดประตูใหญ่ระบบก็ร้องแจ้งเตือนอีกครั้งว่าภารกิจสำเร็จแล้ว
ดูท่าระดับความสะอาดของประตูใหญ่ยังไม่อยู่ในระดับที่ถูกจัดให้อยู่ในภารกิจเจียงอันเหอจึงกดปุ่มภารกิจเสร็จสิ้น
ชายผู้สวมชุดยาวอย่างผู้บำเพ็ญเซียนสีขาวคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะดวงตาทั้งสองข้างหลบพริ้ม ตาเนื้อเห็นแสงสีขาวสว่างจากตัวเขาพุ่งออกมารอบทิศ
เจียงอันเหอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมองผู้ชายที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นกับถ้ำต่างๆ ที่ไม่เหมือนเดิมเดาว่าน่าจะเป็การเข้าไปในเนื้อเื่เกม
การเคลื่อนไหวของพลังเร็วขึ้นทุกทีคิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน
ด้านนอกถ้ำที่เจียงอันเหอมองไม่เห็น พระจันทร์ได้กลายเป็สีเืไปแล้วเรียบร้อยค่อยๆ แทรกซึมผสมผสานกับพลังงานสีขาว กลายเป็จิตสังหาร
ชายหนุ่มลืมตาทั้งสองขึ้นแววตาที่เดิมทีสุกใสเป็ประกาย ค่อยๆ เลือนหายและหม่นหมองลง
สถานการณ์ถัดไปเหมือนเื่ราวที่มิ่วอีเล่าให้เขาฟังไม่มีผิดเพี้ยน ปิศาจมารวมตัวกัน การสังหารใหญ่ของผู้บำเพ็ญพเนจรเสียงร้องคร่ำครวญตอนก่อนตายของพวกปิศาจ เืสดที่สาดไปทั่วไม่มีสิ่งใดเลยที่ไม่ไปกระทบประสาทััของเจียงอันเหอ
เขาใช้มือปิดตาได้แต่แอบดูสถานการณ์ผ่านร่องนิ้ว แล้วคอยบอกตัวเองเป็นัยว่า “ฉันกำลังดูหนัง ฉันกำลังดูหนัง...”
ในที่สุดมีปิศาจที่ผ่านการบำเพ็ญเพียรตนหนึ่งวิ่งออกมาจากถ้ำ ชายหนุ่มก็วิ่งไล่ตามสถานการณ์ก็หยุดลงเพียงเท่านี้