ท่ามกลางความเงียบสงัดของชายป่าที่เพิ่งผ่านพ้นสมรภูมิเื หลินเฟิง ในร่างจิ้งจอกหนึ่งหางขนสีดำขลับยังคงยืนนิ่งอยู่บนซากศพของ พยัคฆ์ทมิฬ กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งไม่ได้ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่ฝังลึกอยู่ในยีนของปีศาจจิ้งจอกให้ตื่นตัวถึงขีดสุด แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาสะท้อนกับดวงตาสีทองอำพันของเขา ทำให้ดูราวกับมีเปลวเพลิงเต้นระบำอยู่ในนั้น
ลมกลางคืนพัดผ่านใบไม้แห้งที่ปลิวว่อนรอบๆ ซากศพ ทำให้เกิดเสียงกรอบแกรบที่น่าขนลุก หลินเฟิงหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความรู้สึกของการเป็นักล่าที่ประสบความสำเร็จซึมซาบเข้าไปในทุกเซลล์ของร่างกาย เขารู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของพลังปราณที่เพิ่งได้มาจากเหยื่อ มันร้อนแรงและเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่ดิบเถื่อน ไม่เหมือนพลังงานที่บริสุทธิ์และสงบของมนุษย์ที่เขาเคยรู้จักในชาติก่อน
เืของพยัคฆ์ทมิฬที่ยังคงอุ่นๆ ไหลซึมลงไปในดินแห้งแล้ง สร้างกลิ่นคาวคลื่นที่ผสมปนเปกับกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่บานในเวลากลางคืน การผสมผสานของกลิ่นนี้ทำให้หลินเฟิงรู้สึกเหมือนได้ดื่มสุราที่มึนเมา มันกระตุ้นให้สัญชาตญาณของนักล่าในตัวเขาตื่นตัวมากขึ้น เขาสามารถรู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจที่ช้าลงจากการต่อสู้ที่ดุเดือด และการไหลเวียนของพลังปราณที่ค่อยๆ สงบลงจากสภาวะที่เดือดดาล
"ติ๊ง! ยืนยันการดูดซับพลังปราณจากพยัคฆ์ทมิฬสำเร็จ... สถานะปัจจุบัน: ก่อเกิดแกนอสูรขั้นกลาง พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 20% ความเร็วเพิ่มขึ้น 15%" เสียงของระบบดังขึ้นในห้วงความคิดอย่างชัดเจน "โฮสต์... ร่างกายของท่านเริ่มปรับตัวเข้ากับพลังงานอสูรได้ดีขึ้นแล้ว แต่จงจำไว้ว่า พลังที่ได้จากสัตว์อสูรชั้นต่ำเช่นนี้เป็เพียงการเสริมสร้างรากฐานเท่านั้น หากท่าน้าก้าวสู่การเป็เทพจิ้งจอกเก้าหาง ท่านต้องหาแหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังกว่านี้"
หลินเฟิงเปิดตาขึ้นอย่างช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความพึงพอใจในชัยชนะเป็ความกระหายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "พลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลัง..." เขาพึมพำในใจ "เ้าหมายถึงพลังจากปีศาจจิ้งจอกตัวเมียใช่ไหม?"
"ถูกต้องแล้ว โฮสต์" ระบบตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะยิ้มได้ "พลังหยินจากจิ้งจอกเพศเมียที่มีระดับสูงจะช่วยให้ท่านเติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็พลังที่ได้มาจากการ... ผสมพันธุ์ใน่ที่พวกนางอยู่ในสภาวะเปราะบาง การดูดซับพลังหยินใน่ที่นางถึงจุดสุดยอดจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด"
หลินเฟิงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายของเขาอย่างชัดเจน กล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น กระดูกที่หนาแน่นขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงในระดับจิตใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เขาเคยมีในฐานะมนุษย์เริ่มเลือนลางไป แทนที่ด้วยความกระหายในการและการแสดงอำนาจที่รุนแรงขึ้น
เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนอนขดบนโขดหินที่เย็นเยียบ เขาใช้ลิ้นเลียทำความสะอาดกรงเล็บที่เปรอะเปื้อนเือย่างใจเย็น ทุกััของลิ้นที่ลากผ่านขนหนานุ่มทำให้เขารู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาที่แตกต่างจากโลกมนุษย์ที่เขาเคยจากมา ความเ็ปจากการต่อสู้เริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกซาบซ่านของพลังปราณที่ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณที่เพิ่งถูกขยายออก
การเลียขนของตนเองเป็สัญชาตญาณธรรมชาติของสัตว์ป่า แต่สำหรับหลินเฟิงแล้ว มันเป็มากกว่านั้น มันเป็การยืนยันตัวตนใหม่ของเขา การยอมรับว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็ปีศาจจิ้งจอกที่มีสัญชาตญาณของนักล่า ลิ้นที่ลากผ่านขนสีดำขลับทำให้เขารู้สึกถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใต้ิั ความคมของกรงเล็บที่สามารถฉีกเนื้อได้อย่างง่ายดาย และความไวของประสาทััที่สามารถรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว
"ระบบ... ข้าเริ่มรู้สึกว่าความเป็มนุษย์ของข้ากำลังถูกกลืนกิน" หลินเฟิงพึมพำในใจ "ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มเลือนลาง แทนที่ด้วยความกระหายในการล่าและการ ข้าเริ่มมองเห็นสิ่งมีชีวิตอื่นเป็เพียงเครื่องมือหรือเหยื่อเท่านั้น เมื่อครู่ที่ฆ่าพยัคฆ์ทมิฬ ข้ารู้สึกตื่นเต้นและพึงพอใจมากกว่าความรู้สึกผิด"
"นั่นคือวิถีแห่งอสูร โฮสต์" ระบบตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะยิ้มได้ "ในโลกนี้ ผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ความเมตตาคือจุดอ่อน และความปรารถนาคือแรงขับเคลื่อน ยิ่งท่านยอมรับตัวตนใหม่นี้ได้เร็วเท่าไหร่ ท่านก็จะยิ่งเข้าใกล้จุดสูงสุดได้เร็วเท่านั้น อย่าต่อสู้กับธรรมชาติของท่าน จงโอบกอดมันและใช้มันเป็อาวุธ ความเมตตาของมนุษย์จะทำให้ท่านอ่อนแอ แต่ความโเี้ของอสูรจะทำให้ท่านแข็งแกร่ง"
หลินเฟิงนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาคิดถึงชีวิตในอดีตที่เขาเคยมีความรู้สึกผิดเมื่อทำร้ายแมลงตัวเล็กๆ เคยรู้สึกเศร้าเมื่อเห็นสัตว์ตาย แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ฆ่าสัตว์ป่าที่ใหญ่กว่าตัวเขาหลายเท่า รู้สึกพึงพอใจเมื่อได้ดูดซับพลังชีวิตจากเหยื่อ ความเปลี่ยนแปลงนี้น่าหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกันก็น่าตื่นเต้น
"บางทีนี่อาจเป็สิ่งที่ข้า้าจริงๆ" เขาคิดในใจ "อิสรภาพจากข้อจำกัดทางศีลธรรม อิสรภาพในการทำตามความปรารถนาที่แท้จริง ในโลกเดิมข้าต้องปกปิดความ้าที่แท้จริง ต้องแสร้งเป็คนดี แต่ที่นี่ข้าสามารถเป็ตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง"
เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในการมองโลกด้วย สิ่งที่เขาเคยเห็นเป็สิ่งมีชีวิตที่มีค่า ตอนนี้เขาเห็นเป็ทรัพยากรที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ สัตว์ป่าเป็แหล่งพลังปราณ จิ้งจอกเพศเมียเป็แหล่งพลังหยิน และมนุษย์เป็เหยื่อที่อ่อนแอ ความคิดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิด แต่กลับทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้น
หลังจากพักฟื้นจนพลังปราณคงที่ หลินเฟิงลุกขึ้นยืนและบิดี้เีจนกระดูกสันหลังลั่นดังเปรี๊ยะ เสียงกระดูกเสียดสีกันดังกรอบแกรบในความเงียบ เขาััได้ถึงความแข็งแรงใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย กล้ามเนื้อที่ตึงตัวพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหว และประสาทััที่คมชัดขึ้น เขาพุ่งตัวออกไปในความมืดมิด มุ่งหน้าสู่ทิศทางที่ระบบชี้แนะ—หุบเขาอสูรจันทรา
การเดินทางในความมืดไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา สายตาของจิ้งจอกสามารถมองเห็นได้ชัดเจนแม้ในความมืดสนิท ในสายตาของเขา โลกกลางคืนเปลี่ยนเป็ภาพที่มีสีสันแปลกใหม่ ต้นไม้เป็สีเขียวเข้ม หินเป็สีเทาอมน้ำเงิน และสิ่งมีชีวิตต่างๆ เปล่งแสงอ่อนๆ ตามระดับพลังชีวิตที่มีอยู่ สัญชาตญาณของนักล่าช่วยให้เขาหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ ได้อย่างเชี่ยวชาญ เขารู้ว่าจะเดินทางอย่างไรให้เงียบที่สุด จะหลบซ่อนตัวอย่างไรให้มองไม่เห็น และจะโจมตีอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ยิ่งเขาเดินทางลึกเข้าไป บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าประหลาด ต้นไม้โบราณที่นี่มีขนาดมหึมา ลำต้นใหญ่จนต้องใช้คนหลายสิบคนโอบกอดจึงจะรอบ เปลือกไม้หนาและขรุขระ เต็มไปด้วยรอยแผลเป็และรอยขีดข่วนที่ดูเหมือนจะเป็ร่องรอยของการต่อสู้ครั้งใหญ่ในอดีต กิ่งก้านของมันบิดเบี้ยวราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความเ็ป ใบไม้สีดำปนเขียวแกว่งไสวไปมาแม้จะไม่มีลม เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันดังเศร้าโศกเหมือนเสียงร้องไห้ของิญญาที่ถูกขังอยู่
หมอกสีเงินจางๆ ที่ปกคลุมพื้นดินเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่หมอกที่เกิดจากความชื้น แต่เป็หมอกที่เกิดจากการควบแน่นของพลังหยินที่เข้มข้น หลินเฟิงรู้สึกได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมเข้าไปในกระดูก แต่แทนที่จะรู้สึกไม่สบาย เขากลับรู้สึกตื่นเต้น เพราะนี่คือสัญญาณว่าเขาใกล้จะถึงเป้าหมายแล้ว พลังหยินที่เข้มข้นนี้จะเป็ประโยชน์ต่อการเติบโตของเขา
หมอกสีเงินนั้นมีลักษณะพิเศษ มันไม่ได้เพียงแค่ปกคลุมพื้นดิน แต่มันเคลื่อนไหวเป็กระแสและมีชีวิต บางครั้งมันจะหมุนวนเป็เกลียว บางครั้งมันจะไหลเป็คลื่น และบางครั้งมันจะลอยขึ้นสูงราวกับมีจิตสำนึกของตัวเอง หลินเฟิงสังเกตเห็นว่าหมอกจะหนาแน่นขึ้นในบริเวณที่มีพลังหยินเข้มข้น และจะจางลงในบริเวณที่มีพลังหยางมากกว่า
ระหว่างทาง เขาได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากทุกทิศทาง เสียงใบไม้กรอบแกรบแม้จะไม่มีลม เสียงน้ำหยดที่ดังจากที่ไม่มีน้ำ เสียงเท้าเดินที่ตามมาแต่เมื่อหันกลับไปมองก็ไม่เห็นอะไร บางครั้งเขาเห็นเงาดำวิ่งผ่านไปในมุมตา แต่เมื่อมองตรงไปก็ไม่มีอะไร เสียงกิ่งไม้หักดังปรี๊ดๆ ในระยะไกล เสียงลมหวีดหวิวแม้จะไม่มีลมพัด และเสียงเพลงเศร้าโศกที่ดูเหมือนจะมาจากใต้ดิน
"พลังหยินที่นี่เข้มข้นจนทำให้เกิดภาพลวงตาและเสียงประหลาด" ระบบอธิบาย "แต่สำหรับท่านแล้ว มันเป็สัญญาณที่ดี พลังหยินจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแกนอสูรของท่าน จงระวังตัวให้ดี เพราะที่นี่ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยพลังหยินเช่นกัน"
หลินเฟิงต้องใช้ เนตรสิเน่หา ตลอดเวลาเพื่อหลบหลีกกับดักธรรมชาติและสัตว์อสูรเ้าถิ่น ในสายตาของเขา โลกถูกย้อมด้วยสีแดงและสีเงิน เขาเห็นเส้นสายของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ใต้ดินราวกับเส้นเืของโลก เส้นสายเหล่านี้เปล่งแสงสีต่างๆ ตามประเภทของพลังงาน สีแดงสำหรับพลังหยาง สีน้ำเงินสำหรับพลังหยิน และสีเขียวสำหรับพลังชีวิต
ระหว่างทางเขาพบกับ พฤกษาปีศาจ ที่พยายามจะใช้รากที่แหลมคมพุ่งขึ้นมาแทงเขา ต้นไม้ปีศาจเหล่านี้มีลักษณะแปลกประหลาด ลำต้นสีดำปนเขียว ใบไม้มีฟันแหลมคม และดอกไม้สีแดงเืที่เปล่งกลิ่นหวานเย้ายวน แต่ด้วยสัญชาตญาณที่ว่องไว หลินเฟิงะโหลบหลีกอย่างพริ้วไหวราวกับเงาที่ไร้ตัวตน เขาใช้ความเร็วและความคล่องตัวของจิ้งจอกหลบเลี่ยงการโจมตีของรากไม้ที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินอย่างไม่คาดคิด
พฤกษาปีศาจเหล่านี้มีความฉลาดระดับหนึ่ง พวกมันรู้วิธีการซ่อนตัวและวางกับดัก บางต้นจะปลอมตัวเป็ต้นไม้ธรรมดา แต่เมื่อเหยื่อเข้าใกล้ก็จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและโจมตีอย่างรุนแรง บางต้นจะใช้กลิ่นหอมของดอกไม้ล่อเหยื่อเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้เถาวัลย์พันรัดจนหายใจไม่ออก และบางต้นจะใช้รากไม้เจาะขึ้นมาจากใต้ดินในจุดที่เหยื่อไม่คาดคิด
"สัตว์อสูรและพฤกษาปีศาจที่นี่มีความแข็งแกร่งสูงกว่าที่อื่น" ระบบเตือน "พลังหยินที่เข้มข้นทำให้พวกมันวิวัฒนาการได้เร็วกว่าปกติ ระวังตัวให้ดี โฮสต์"
หลินเฟิงใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการเดินทาง เขาเลือกเส้นทางที่มีพลังหยินน้อยที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเกินไป เขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเสียง ใช้เงาของต้นไม้ใหญ่เป็ที่กำบัง และหยุดฟังเสียงรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ ทุกก้าวที่เขาเดินล้วนมีการคำนวณอย่างรอบคอบ
"พลังหยินที่นี่กดดันจนข้ารู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นหัวใจ" หลินเฟิงบอกกับระบบขณะที่เขาเริ่มเข้าใกล้ใจกลางหุบเขา อากาศรอบตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเขากำลังเดินอยู่ใต้น้ำ การหายใจเริ่มลำบาก และหัวใจเต้นเร็วขึ้น
"นั่นเป็สัญญาณว่าเป้าหมายของท่านอยู่ใกล้มากแล้ว" ระบบอธิบาย "พลังหยินระดับนี้จะช่วยกระตุ้นให้แกนอสูรของท่านเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อม โฮสต์... การล่าครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งไหนๆ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง แต่เป็การใช้ไหวพริบและการหลอกลวง"
ในที่สุด หลินเฟิงก็มาถึงจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เขาหยุดนิ่งอยู่หลังโขดหินใหญ่ที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีม่วง โขดหินนี้มีขนาดใหญ่พอที่จะซ่อนร่างของเขาได้อย่างสมบูรณ์ และตำแหน่งของมันให้มุมมองที่ดีต่อบริเวณโล่งที่อยู่ข้างหน้า กลิ่นหอมที่เย้ายวนและรุนแรงโชยมาตามลม มันเป็กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างดอกไม้ป่าที่บานในคืนพระจันทร์เต็มดวงและกลิ่นอายของสตรีที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ กลิ่นนี้ทำให้สัญชาตญาณของเขาตื่นตัวอย่างรุนแรง
เขาค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปมอง และนั่นคือครั้งแรกที่เขาได้เห็นนาง... หูเม่ย