เมื่อสายตาเริ่มปรับสภาพได้ สิ่งที่ได้เห็นตรงหน้าก็ทำให้เทียนฉินตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง เพราะมันคือแมงป่องสีดำตัวใหญ่ยักษ์ ที่จ้องมองเขาอยู่ด้วยดวงตาแดงก่ำ ก้ามทั้งสองรวมถึงหางชูตั้งขึ้นราวกับกำลังข่มขู่ผู้ที่บุกรุกเข้ามาในเขตแดนของมัน
และก่อนที่เขาจะคิดอะไรได้มากกว่านี้ แมงป่องยักษ์ก็พุ่งเข้าโจมตีเข้ามาอย่างรวดเร็ว เทียนฉินเห็นดังนั้นก็วาดดาบเขี้ยวพยัคฆ์เข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว ดาบกับก้ามใหญ่ของมันปะทะกันจนฝุ่นฟุ้งกระจาย ก่อนที่ร่างของแมงป่องยักษ์จะต้านคลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมาไม่ไหว ลอยกระเด็นออกไปไกลจนกระแทกเข้ากับโขดหินด้านหลังเต็มแรง
แต่ทันใดนั้นเองแมงป่องยักษ์ที่กระเด็นไปนั้น กลับพุ่งเข้าตวัดหางที่มีหนามแหลมคมเข้าใส่เขาราวกับว่ามันไม่ได้รับความเจ็บปวดอันใดเลย เทียนฉินผงะตกตะลึงพลันสัมผัสถึงอันตรายที่เขาไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต เพราะตอนนี้เขาไม่อาจจะหลบหนีได้ทันแล้ว
แต่ในขณะนั้นเองจิตวิญญาณของเทียนฉินพลันเข้าสู่สภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็กลายเป็นขยับเขยื้อนช้าลงเป็นอย่างมาก จนเขารู้สึกว่าร่างกายและจิตใจของเขาดูเหมือนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว และความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นมือขวาของเขาก็วาดดาบเขี้ยวพยัคฆ์ออกมาทันควัน จนเกิดเป็นเปลวเพลิงสามสีพุ่งเข้าใส่แมงป่องยักษ์เต็มแรง เปลวเพลิงเพียงแค่สัมผัสกับร่างแมงป่องยักษ์ก็พลันลุกโชน จนมันส่งเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูพร้อมกับดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น เพียงไม่นานร่างของมันก็แน่นิ่งตายไปในสภาพที่บางส่วนก็ถูกแช่แข็ง แต่บางส่วนกลับถูกเผาไหม้จนดำเป็นตอตะโก
เทียนฉินยังยืนหลับตานิ่งไม่ขยับเขยื้อน พลางครุ่นคิดถึงความรู้สึกตอนแรกที่เกิดขึ้นมาก่อนที่เขาจะตวัดดาบออกไป ก็พลันรับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ไหลวนอยู่ภายในทะเลปราณอย่างท่วมท้น
"นี่ต่างหากจึงถือว่าข้าได้บรรลุถึงขั้นผสานใจอย่างแท้จริง!'
เทียนฉินพึมพำอยู่ในใจขณะที่ตาทั้งสองข้างของเขาเปิดขึ้นมา อันที่จริงเขาคิดว่าตนเองได้บรรลุวิถีดาบถึงขั้นผสานใจได้ตั้งนานแล้ว แต่เมื่อได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ในช่วงที่กำลังเผชิญกับวิกฤต ก็ทำให้เขาเข้าใจความหมายของวิถีดาบของตนเองได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
จนตอนนี้เพียงแค่เขาคิดทิศทางของคลื่นดาบที่ปลดปล่อยออกมา ก็สามารถพุ่งไปตามจินตนาการของเขาได้ตลอดเวลา หรือก็หมายความว่าเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์ขั้นที่สี่ที่เขาพึ่งได้รับมาใหม่นั้น เทียนฉินได้เข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้วนั่นเอง
และในขณะที่เทียนฉินกำลังครุ่นคิดถึงความสำเร็จของตนเองอยู่นั้น ร่างแมงยักษ์ที่ถูกสังหารลงไปแล้ว พลันเปล่งแสงสีเหลืองนวลไปทั่วร่างจนสว่างจ้าไปทั่งบริเวณ แต่เพียงชั่วพริบตาแสงสีเหลืองที่เปล่งประกายแสงอยู่นั้น พลันค่อยๆหดตัวลงอย่างช้าๆก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นลูกแก้วลูกหนึ่ง ซึ่งมีสีเหลืองนวลไม่ต่างไปจากที่ปรากฏออกมาจากร่างของแมงป่องยักษ์นั้นแม่แต่น้อย
"หืม! ของรางวัลชั้นนี้เป็นเพียงลูกแก้วแก่นแท้ธาตุดินอย่างนั้นรึ?"
เทียนฉินที่จ้องมองดูอยู่เอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา เพราะแก่นแท้ธาตุต่างๆถึงแม้ว่ามันจะหาได้ยากนักก็ตาม แต่สำหรับเขาที่ทำความเข้าใจในธาตุต่างๆได้หลายธาตุอยู่แล้ว ก็ยังคงคาดหวังว่าจะได้ของที่เพิ่มความสามารถเขาได้มากกว่านี้ นั่นจึงทำให้เขาอดที่จะรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อยไม่ได้
แต่ถึงอย่างนั้นเทียนฉินก็ยังเดินไปเก็บลูกแก้วธาตุดินนั้นใส่ลงไปในแหวนมิติ เพียงไม่นานบันไดสีครามก็ทอดยาวลงมาให้เห็นอีกครั้ง เขาจึงก้าวเดินขึ้นไปชั้นที่สี่ของหอคอยเก้าธารานั้นทันที
เมื่อขึ้นมาถึงขั้นที่สี่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีคลื่นซัดสาดเข้ามาที่ชายฝั่งที่อยู่รอบๆ จนเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครมไปทั่ว และบางครั้งยังได้ยินเสียงคำรามต่ำดังมาจากทะเลสาบนั้น ถึงแม้ว่าเสียงจะดังไม่เท่าไหร่แต่ก็เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ยากจะบรรยายออกมาได้
เทียนฉินสัมผัสได้เพียงสัตว์อสูรสองตัวเท่านั้น ซึ่งทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่สัมผัสได้เป็นสัตว์อสูรชนิดใดกันแน่ อย่างไรก็ตามความรู้สึกที่ได้รับมานั้นก็พอจะคาดเดาความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรในทะเลสาบนี้ได้
"มันน่าจะมีระดับก่อกำเนิดขั้นต่ำเป็นอย่างน้อย!"เทียนฉินพึมพำออกมาด้วยสีหน้าดูจริงจัง เพราะตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามายังหอคอยเก้าธารานี้เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าสัตว์อสูรตัวแรกที่เขาพบจะมีความทรหดอดทนได้ขนาดนี้ ถึงแม้พวกมันจะมีพลังที่ไม่สูงมากนักก็ตาม
ทันใดนั้นเสียงคำรามที่แว่วอยู่ไกลๆก็ดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นน้ำในทะเลสาบก็เกิดคลื่นปั่นป่วนมากขึ้นเรื่อยๆ และภายในเกลียวคลื่นที่ปั่นป่วนก็ปรากฏหัวสีดำสนิทพร้อมกับดวงตาสองดวงซึ่งแต่ละข้างมีแสงสีเขียวมรกตเปล่งประกายออกมา ดูราวกับว่ามันเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลังยิ่งนัก
ปากที่อ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวสองข้างอันดุร้าย และมีร่างของปลาตัวใหญ่ดิ้นเบาๆอยู่ที่เขี้ยวข้างหนึ่ง พร้อมกับมีของเหลวสีแดงเข้มไหลย้อยออกมาดูน่าสยดสยอง และพริบตานั้นเองจู่ๆสัตว์อสูรตัวนั้นก็โผล่หัวออกมาจากทะเลสาบ ดวงตาสีเขียวเข้มทั้งสองดวงหันมาจ้องเทียนฉินอย่างดุร้าย จนเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างยิ่ง
เทียนฉินพริ้วตัวถอยหลบออกมาอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง สัตว์อสูรตัวนี้มันคือสัตว์อสูรชนิดใดกัน อีกทั้งกลิ่นอายที่มันปลดปล่อยมาเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้เทียนฉินพอเข้าใจว่าสัตว์อสูรตัวนี้อย่างน้อยต้องมีความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับก่อกำเนิดเป็นแน่
"แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นสัตว์อสูรชนิดใด ในวันนี้เจ้าก็ต้องตาย!" เทียนยี่ยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียมจากนั้นจึงวาดดาบออกกระบวนท่าเฉือนนภาเข้าหามันทันที
โฮ่วว!
สัตว์อสูรดูเหมือนจะรู้สึกถึงพลังอันแข็งแกร่งและคลื่นดาบที่ถูกปลดปล่อยออกมา ดวงตาทั้งสองของมันจ้องมองอย่างต่อเนื่อง อ้าปากร้องคำรามออกมาเสียงดัง ก่อนจะกระโจนออกมาจนผิวน้ำแตกกระจายออกเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นรูปร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นถนัดตา ผิวของมันมีตุ่มสีฟ้าขึ้นเป็นตะปุ่มตะป่ำไปทั่วทั้งตัว และตุ่มแต่ละอันมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น ซึ่งมีของเหลวสีฟ้าไหลออกมาทั่วทั้งตัว
"มันคือสัตว์อสูรชนิดใดกันแน่!" เทียนฉินอุทานออกมาอย่างตกใจ สัตว์อสูรตัวนี้นั้นรูปร่างน่ารังเกียจอย่างมาก แม้แต่ตัวเขาเองที่ได้เห็นยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความสยดสยอง
แต่ในขณะที่เทียนฉินกำลังคิดเกี่ยวกับตัวมันอยู่ สัตว์อสูรตัวนี้ก็อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำลงบนตัวเขาให้จมเขี้ยว จนได้กลิ่นลมหายใจเหม็นคาวที่โชยออกมา พร้อมกับพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นดาบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว
ตู้ม!
คลื่นดาบเข้ากระแทกใส่ปากของมันเต็มแรง แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย ร่างที่พุ่งเข้ามาไม่มีทีท่าว่าจะช้าลงแม้แต่น้อย จนเทียนฉินต้องพริ้วตัวหลีกเลี่ยงปากมหึมาของสัตว์อสูร์ตัวนั้นอย่างเร่งด่วน จากนั้นจึงขับเคลื่อนมังกรทั้งสี่ตัวพุ่งขึ้นไปที่ท้องฟ้าก่อนจะตกลงมากระแทกที่หัวของมันราวกับสายฟ้าฟาด จนเกิดแสงส่องสว่างไปทั่วทะเลสาบ
ตู้ม!
มังกรสี่ตัวหลอมรวมเป็นมังกรยักษ์เข้ากระแทกหัวของสัตว์อสูรอย่างแรงจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อย่างไรก็ตามเทียนฉินกลับสีหน้าแปรเปลี่ยนไปด้วยความแปลกใจ เพราะสัตว์อสูรตัวนั้นเพียงส่ายหัวด้วยความมึนงง แต่กลับไม่อาจจะสร้างบาดแผลให้มันได้เลยแม้แต่น้อย
"ทำไมหนังมันถึงหนาอย่างนี้!"เทียนฉินจ้องมองสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างตกตะลึง
ทันใดนั้นเองร่างของมันก็พุ่งเข้าใส่เขาราวกับสายฟ้า สัตว์อสูรตัวนี้นั้นเร็วมากจนมองเห็นได้เพียงร่องรอยจางๆในระยะไกล และถ้าหากไม่สังเกตุดูดีๆแล้วละก็ จะไม่อาจจะตรวจพบความเคลื่อนไหวของมันได้เลย
"อย่างนี้ไม่ดีแน่!"
เทียนฉินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นมาภายในใจของเขา และด้วยความคิดนี้เองเขาจึงรีบใช้ท่าร่างออกมาอย่างว่องไว และเมื่อเทียนฉินพริ้วตัวหายไปจากตรงนั้น ร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นก็พุ่งเข้ามายังตำแหน่งที่เขาอย่างแรง
ตู้ม!
พื้นที่เขาอยู่แต่เดิมถูกกระแทกเข้าจนเป็นหลุมลึก เทียนฉินพลันรู้สึกว่าหลังของเขาเต็มชุ่มไปด้วยเหงื่อ หากพลังจิตวิญญาณในการรับรู้ของเขาไม่พัฒนาขึ้นมาอย่างเช่นทุกวันนี้ คงเป็
นไปได้ยากที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีครั้งนี้ไปได้แน่
จบตอนที่ 144