
“ขอพาชมบ้านเรือนะครับเพราะเมื่อกลางวันคุณน่าจะยังไม่ได้เห็นอะไรมาก” ลลิตาลอบถอนหายใจเบาๆเมื่อฟารีสพูดจบ ก่อนพยักหน้าพึมพำตอบรับคำเชิญของอีกฝ่ายบอกไม่ถูกว่าเสียดายหรือโล่งอกกันแน่
“ห้องที่เราอยู่ตอนนี้คือห้องรับประทานอาหารครับส่วนด้านนี้คือห้องครัว” ฟารีสเดินนำไปอีกด้านของห้องอาหารซึ่งเป็ส่วนท้ายเรือด้านในเป็ห้องครัวกว้างขวาง เครื่องครัวและอุปกรณ์สะอาดและทันสมัยก่อนเดินนำย้อนกลับมาผ่านห้องรับประทานอาหารไปตามทางเดินเล็กๆเลียบไปกับส่วนห้องพักมุ่งสู่ด้านหัวเรือเข้าสู่ห้องเอนกประสงค์ขนาดเล็กอีกด้านที่กั้นระหว่างส่วนห้องพักซึ่งอยู่กลางลำเรือกับห้องโถงใหญ่สำหรับพักผ่อน
“ส่วนนี่คือห้องนั่งเล่นครับ” ฟารีสผายมือเป็ห้องที่เธอนั่งจิบชาตอนมาถึงเมื่อ่บ่าย พื้นปูด้วยพรมลายสวยเต็มพื้นที่ตกแต่งด้วยโซฟาไม้ตัวยาวแกะสลักพร้อมเบาะนั่งหนานุ่มหุ้มผ้าลายดอกไม้วางชิดมุมห้องทั้ง 3 ด้านโต๊ะกลางเป็ไม้แกะสลักปิดผิวหน้าด้วยกระจกวางแจกันทรงสูงใบใหญ่และปักดอกไม้สดเช่นเดียวกับโต๊ะข้างโซฟาที่วางกระจายอยู่ตามมุมห้องอย่างลงตัว
ทุกห้องในบ้านเรือกรุผนังและเพดานด้วยไม้วอลนัทแกะสลักตกแต่งด้วยจากโคมระย้าบนเพดานแสงไฟนุ่มอุ่นความรู้สึกผ่อนคลาย
“นี่บ้านเรือหรือพระราชวังกันแน่คะ?”ลลิตากล่าวอย่างทึ่ง ๆ สไตล์การตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างดูมีรสนิยมและราคาแพงความใหญ่โต กว้างขวาง และหรูหรานี้ให้ความรู้สึกเหมือนว่าอยู่คฤหาสน์ไม่ใช่บ้านเรือ
“เชิญด้านนี้ครับ”ฟารีสเปิดประตูไม้บานใหญ่สูงจรดเพดานที่อยู่ด้านหนึ่งของห้องนั่งเล่นออก ผายมือและเดินนำไปด้านหัวเรือออกสู่ระเบียงกว้างภาพทะเลสาบดาลปรากฏสู่สายตา ณ เวลานี้ทะเลสาบกว้างใหญ่เห็นเพียงความมืดมิดแสงไฟจากบ้านเรือที่เรียงรายริมชายฝั่งส่องแสงวับแวม สายลมเย็นเยียบกระทบใบหน้า ลลิตาสูดหายใจลึกรับอากาศสดชื่นที่พัดผ่าน
“ตรงนี้ตอนเช้าบรรยากาศดีมากเลยครับ เหมาะมานั่งผิงแดดชมวิวทะเลสาบ”ฟารีสแนะนำพร้อมผายมือไปยังที่นั่งซึ่งทำไว้ยาวตลอดแนวระเบียงปูทับด้วยเบาะหนานุ่มหุ้มผ้าทอลายดอกไม้สีสวยสุดระเบียงด้านหนึ่งมีประตูสูงแค่เอวกั้นบันไดที่ทอดลงสู่ผิวน้ำ สำหรับขึ้นลงเรือชิคารา
“เข้าข้างในเถอะครับ เดี๋ยวไข้กลับต่อไปก็เป็ห้องนอน...”
ชายหนุ่มเดินนำไปตามทางเดินเล็กบนเรือผ่านห้องนั่งแล่นและเลี้ยวเข้าห้องเอนกประสงค์ท้ายเรือขวามือเป็ประตูห้องพักเรียงกัน 2 ห้อง
“เชิญพักผ่อนครับ พรุ่งนี้ไปโซนามาร์คอาหารเช้า 8 โมง ออกเดินทาง 9 โมงครึ่งนะครับ” เขาผายมือไปที่ประตูห้องด้านในสุดพร้อมแจ้งกำหนดการท่องเที่ยวสำหรับวันพรุ่งนี้
“แสดงว่าคืนนี้มีฉันอยู่บนบ้านเรือนี้คนเดียวหรือคะ?” ลลิตาถามอย่างหวั่นใจบ้านเรือใหญ่โตในต่างแดน แถมเป็พื้นที่อ่อนไหวยามค่ำคืนหากให้เธออยู่คนเดียวมันก็น่ากลัวเกินไป
“ที่พักเราเป็แบบบริการ 24 ชั่วโมงครับผมอยู่ห้องนี้หากคุณ้าอะไรเรียกได้ตลอดเวลา”ฟารีสชี้ประตูห้องข้างกันกับห้องเธอ
หัวใจลลิตาเต้นรัวรู้สึกถึงเืในกายสูบฉีด จนใบหน้าร้อนฉ่าแม้จะโล่งใจที่ไม่ต้องอยู่คนเดียวแต่การได้รู้ว่าค่ำคืนนี้มีเพียงเธอและเขาบนบ้านเรือหลังนี้ก็ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง
ลลิตาอยู่ชุดนอนกระโปรงตัวยาวสีครีมรู้สึกสดชื่นเมื่อได้อาบน้ำ หญิงสาวมองสำรวจห้องพักของเธอทุกอย่างถูกจัดวางอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็ยเตียงไม้สี่เสาขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยผ้าม่านลายดอกไม้ทั้งสี่ด้านโต๊ะหัวเตียงไม้แกะสลักฝังสวิตซ์ควบคุมไฟฟ้าภายในห้อง้าวางโคมไฟอ่านหนังสือ โคมระย้าบนเพดานส่องแสงสีส้มอุ่นผนังด้านตรงข้ามมีกระจกเงาแบบเต็มตัวตั้งอยู่ หน้าต่างไม้บานคู่กรุกระจกสีสวยและพื้นปูพรมหนานุ่มให้ความอบอุ่น
‘....ฉันต้องนอนคนเดียวในห้องที่โรแมนติคขนาดนี้รึนี่....’ลลิตานึกขำตัวเอง เตียงใหญ่แข็งแรงนั่นไม่เหมาะที่จะนอนคนเดียวเลยจริงๆ
ฟารีสนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ใจเอาแต่คิดถึงเ้าของร่างระหงที่อยู่ห่างออกไปเพียงแค่ผนังกั้นเขาสูดหายใจลึกระงับความฟุ้งซ่าน ก่อนผุดลุกขึ้นจากเตียง เอื้อมมือหยิบหนังสือแล้วเดินออกจากห้องไป
ชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาที่ห้องเอนกประสงค์พยายามอ่านหนังสือในมือโดยหวังว่าจะช่วยลดความรู้สึกฟุ้งซ่านภายในใจ แต่ท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้แก่แรงปรารถนาตาคมได้แต่เหม่อมองไปที่ประตูบานนั้น ส่วนใจเตลิดคิดถึงดวงหน้าหวานของเ้าของห้อง...
ลลิตาผงะเล็กน้อยเมื่อเปิดประตูออกมาพบร่างสูงนั่งนิ่งอยู่ที่ห้องเอนกประสงค์ แสงจากโคมไฟอ่านหนังสือสะท้อนเสี้ยวหน้าคมสันสาดกระทบเป็เงาดำทะมึนบนผนังห้อง ปากบางภายใต้ไรหนวดเม้มสนิทดวงตาคมมองตรงมาที่เธอสะท้อนแสงไฟวาววับ...ดูดุดันและน่าหวาดกลัว จนเธอผงะก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ
ฟารีสกระพริบตาปริบเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายร่างระหงในชุดนอนยาวสีอ่อนดูบอบบางและหวาดหวั่น เขาหลุบตาลงซ่อนเร้นความรู้สึกสูดหายใจลึก ก่อนยิ้มบางๆ ให้หญิงสาว
“คุณลิตา มีอะไรให้ช่วยเหรอครับ?”ฟารีสเอ่ยถาม
ลลิตาลอบถอนหายใจเบาความน่ากลัวที่เห็นเมื่อครู่คงเป็เพราะแสงเงาสินะ
“ฉันปรับอุณหภูมิผ้าห่มไฟฟ้าไม่ได้ค่ะ คุณพอจะช่วยแนะนำได้ไหม?”
ลมหายใจฟารีสสะดุดกึกบางสิ่งภายในร่างกายบอกเขาว่าหากเข้าห้องเธอไปตอนนี้ทุกอย่างคงไม่อาจย้อนกลับมาเหมือนเดิมได้อีกชั่วอึดใจของการต่อสู้กับความรู้สึกหลากหลายที่ไหลเวียน เขาเลือกที่จะเป็มืออาชีพและเก็บกักความปรารถนาทางร่างกายไว้ในส่วนลึก
“ได้สิครับ” เขาพูดพลางเดินนำไปที่ห้อง
ลลิตาได้กลิ่นหอมสะอาดเมื่อร่างสูงเดินผ่านเธอเดินตามเขาเข้ามาในห้อง ฟารีสหยิบรีโมทผ้าห่มไฟฟ้ามาถือไว้ในมือริมฝีปากบางใต้ไรหนวดเขียวอธิบายวิธีใช้ให้เธอฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าคมสันสะท้อนแสงไฟสลัวงดงามชวนหลงใหลข้อมือที่โผล่พ้นชายเสื้อกุรต่าสีหม่นออกมานั้นเรียว ใหญ่ ลลิตารู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนจะเป็ลมเมื่อมองมือใหญ่คู่นั้นขยับไปมา
‘...อยากโดนัั....’ ลลิตารู้สึกหน้าร้อนผ่าวกับสิ่งที่ตนคิด
“...ไม่ยากใช่ไหมครับ” ฟารีสถามพลางก้มหน้าลงสบตาอีกฝ่าย
ฟารีสยืนตัวแข็ง กลั้นลมหายใจเมื่อมือขาวนวลนั้นยื่นมาััใบหน้าดวงตากลมโตที่มองสบกลับมานั้นเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอย่างไม่ซ่อนเร้นชายหนุ่มแนบใบหน้าบนฝ่ามือเรียวบาง สองมือใหญ่ประคองใบหน้าขาวนวลของคนตรงหน้าสบตาค้นหาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง
“แน่ใจนะครับ...”ฟารีสถามเสียงพร่า ดวงตาคมฉายแววปรารถนาร้อนแรงอย่างไม่อาจปิดบังได้