ตอนที่ 20 : การฝึกควบคุมเพลิง
ภายในเขตลึกสุดของหอเทพเพลิง มีเพียงเสียงเพลิงลุกโชนก้องสะท้อนอยู่ทั่วถ้ำศิลา บรรยากาศอบอวลไปด้วยแรงกดดันของพลังธาตุไฟที่เข้มข้นถึงขั้นทำให้ลมหายใจกลายเป็กลุ่มไอร้อน
ห้องหลอมโอสถขนาดใหญ่ทอดยาวราววิหารแห่งเพลิง เตาหลอมทองคำเก้าขนาดเรียงรายอยู่ตามแนววงกลม มีอักขระเรืองแสงวิ่งไปรอบพื้นหินแดงเข้ม — อักขระที่หลอมรวมธาตุทั้งห้าให้เกิดสมดุลภายในอาณาเขตไฟเซียน
หวังเมิ่งหลงก้าวเข้ามาช้า ๆ ดวงตาเขาไหววาบเมื่อััได้ถึงพลังที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศ นี่คือ “เปลวเพลิงต้นกำเนิด” ของหอเทพเพลิง สิ่งที่แม้แต่ศิษย์เอกของตำหนักโอสถบางคนยังไม่เคยมีโอกาสััโดยตรง
ผู้าุโซูเต๋อเหวินยืนรออยู่เบื้องหน้า มือหนึ่งถือคัมภีร์เพลิงโบราณ อีกมือประสานหลังไว้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งลึก
“เมิ่งหลง... ั้แ่วันนี้ไป เ้าจะได้ฝึกการหลอมโอสถระดับสูงกับข้าในหอเทพเพลิงแห่งนี้ ด้วยเปลวไฟแห่งเซียนที่เ้ามี... ไม่ใช่เพลิงทั่วไป หากแต่คือ เพลิงเซียนห้าธาตุผสานราก มันสามารถเผาิญญาของคนอ่อนแอให้มอดไหม้ได้ในชั่วพริบตา”
เมิ่งหลงค้อมศีรษะ น้ำเสียงมั่นคง“ศิษย์เข้าใจ ผู้าุโ โปรดชี้แนะ”
ผู้าุโซูพยักหน้าเบา ๆ ก่อนวางคัมภีร์ไว้บนแท่นศิลา
ทันใดนั้นอักขระไฟโบราณบนพื้นก็ลุกสว่างขึ้นเป็สีทองแดงสด เปลวเพลิงห้าสี — แดง น้ำเงิน เขียว ม่วง และทอง — ปรากฏลอยขึ้นจากอากาศทีละสาย แล้วหมุนวนรอบเตาหลอมกลางห้อง
“นี่คือการฝึกขั้นแรก ‘การผสานจิตกับเพลิง’ ” เสียงผู้าุโก้องสะท้อนทั่วโถง “เ้าต้องเปิดตันเถียนทุกจุดให้สอดรับกับเพลิงเซียนทั้งห้า หากใจเ้าหวั่นเพียงเสี้ยว เพลิงจะย้อนกลับมาเผาิญญาเ้าทันที!”
เมิ่งหลงหลับตา นั่งขัดสมาธิกลางวงอักขระ ไหล่ทั้งสองเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อคลื่นพลังความร้อนพุ่งเข้าสู่ตันเถียนในร่าง เขาเริ่มบริกรรมตามที่อาจารย์ไป๋เคยสอน
เสียงเตาหลอมดัง “โครม...!” เปลวไฟพุ่งสูงขึ้นสามฉื่อ ลมร้อนหมุนวนรอบกายราวกับจะทดสอบจิตใจของผู้ฝึก
ภายในร่างเมิ่งหลง พลังธาตุทั้งห้าเริ่มหมุนเวียน—ไฟทองจากดวงจิตลำคอ, ไฟไม้จากหัวใจ, ไฟน้ำจากจุดท้องน้อย, ไฟดินจากเท้า และไฟโลหะจากแขนทั้งสอง แข่งกันไหลเวียนจนเกิดเสียงคำรามเบา ๆ ในกระดูก
เขาขบกรามแน่น ดวงหน้าซีดเล็กน้อย แต่ดวงตากลับนิ่งแน่วกว่าเดิม
“ไฟคือชีวิต... ไม่ใช่ศัตรู ข้าคือเพลิง เพลิงคือข้า...”
เสียงบริกรรมของเขากลายเป็แรงสั่นะเืในห้อง จิตและเพลิงเริ่มหลอมรวมกันช้า ๆ
จนกระทั่ง ฟึ่บ!
แสงสีทองจ้าปะทุขึ้นรอบกายเขา เปลวไฟแห่งเซียนห้าสีค่อย ๆ หลอมรวมเป็เพลิงเดียวที่เปล่งแสงดั่งสุริยันรุ่งโรจน์
ผู้าุโซูที่ยืนอยู่ด้านนอกถึงกับขมวดคิ้วแน่น
“นี่มัน... เปลวเพลิงเซียนสุริยันผสานธาตุ! ผู้ที่เพิ่งเปิดตันเถียนได้ไม่นานกลับผสานธาตุทั้งห้าได้สมบูรณ์เช่นนี้...”
เสียงเท้าดังขึ้นเบา ๆ จากด้านหลัง อาจารย์ไป๋เจี้ยนหรง ปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มบางในสายตา
“ข้าบอกท่านแล้วว่าศิษย์ข้าผู้นี้มีพร์เหนือธรรมดา”
ผู้าุโซูหันมามอง“พร์... หรือบางทีอาจเป็สายเื...”
คำพูดนั้นแ่เบา แต่เมิ่งหลงที่อยู่กลางเพลิงกลับได้ยินชัด เขาใจเต้นแรง แสงสีทองรอบกายสั่นไหวจนเตาหลอมแทบจะะเิ
“สายเื... ข้ามีสายเือะไร?” เขาคิดในใจ แต่ยังไม่ทันเปิดตา เสียงของผู้าุโซูก็ดังแทรกเข้ามาในจิต
“อย่าหวั่นไหว จิตแห่งเพลิงไม่อาจมัวหมอง เ้าคือผู้ควบคุม มิใช่ผู้ถูกกลืนกิน”
เมิ่งหลงสูดลมหายใจลึก สงบใจลงอีกครั้ง แสงทองที่วูบไหวกลับส่องสว่างมั่นคงกว่าเดิม เพลิงเซียนสุริยันห้าธาตุเริ่มหมุนเวียนรอบกายอย่างราบรื่น แล้วไหลย้อนเข้าสู่ตันเถียนกลางดวงจิต
ภายในชั่วอึดใจ เสียง “ปัง!” ดังขึ้นในร่าง เขารู้สึกว่าพลังทะลุขึ้นอีกขั้น เส้นลมปราณทุกสายเปิดโล่งจนแทบแสบในกระดูก
ผู้าุโซูมองด้วยสายตาเคร่งขรึม ก่อนจะกล่าวช้า ๆ
“หวังเมิ่งหลง... ั้แ่วันนี้ เ้าจะได้รับการบันทึกในบัญชีศิษย์หลักของหอเทพเพลิง เป็หนึ่งในผู้มีสิทธิ์เข้าทดลองหลอมโอสถชั้นเซียนในรอบพิธีเดือนหน้า”
อาจารย์ไป๋ยิ้มอย่างภาคภูมิ “เ้าทำได้ดีมาก เมิ่งหลง ข้าภูมิใจในตัวเ้า”
เมิ่งหลงคุกเข่าลง น้ำเสียงสั่นน้อย ๆ แต่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ ข้าจะหลอมโอสถที่บริสุทธิ์ที่สุดให้ได้ เพื่อคืนสิ่งที่สำนักและอาจารย์มอบให้ข้า”
อาจารย์ไป๋วางมือบนบ่าศิษย์ ดวงตาอ่อนโยนแต่แฝงความลึกล้ำ
“เ้าจะต้องเผชิญทั้งไฟแห่งเตาหลอม และไฟแห่งโชคชะตา... จงจำไว้ เมิ่งหลง เปลวเพลิงยิ่งสว่าง ก็ยิ่งมีเงามืดที่ใหญ่กว่าเสมอ”
เสียงเพลิงในใจลุกโชนดังขึ้นอีกครั้งราวกับตอบรับคำของเขา ในห้วงเพลิงนั้นดวงตาของเมิ่งหลงสะท้อนแสงสีทองเข้ม สัญลักษณ์ของจิตเพลิงที่เริ่มตื่นรู้ และเส้นทางของ “เทพโอสถ” ที่เพิ่งเปิดออก...