หลูฉิงกวางถึงกับสะดุ้งนางหันขวับกลับมาก็เห็นเพียงต้นคอของชายหนุ่มเท่านั้น สาวน้อยจึงขยับถอยให้ห่างเป็เพราะเขาแท้ๆนางจึงเก็บเอามาฝันเป็ตุเป็ตะ....เ้าอันธพาลโหยวผู้นี้อันตรายกว่าหลางเฉิงเจ๋อเสียอีก!
“คุณชายโหยวั้แ่ท่านแต่งงานก็ไม่เห็นหน้าเลยนะเ้าคะ?”
“อย่าเรียกห่างเหินเช่นนั้นเลยข้ากับเ้าเหมือนพี่น้อง เรียกกันอย่างที่เคยเรียกสมัยเด็กจะดีกว่า”
“เ้าค่ะพี่อี”
“อืม...ค่อยฟังดูเหมือนเราเป็คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันหน่อย”เขาหันมาหาสาวน้อยที่ยืนทำหน้าบูดบึ้งอยู่ใกล้ๆ “แล้วกวางเอ๋อร์ล่ะ!ไม่คิดจะเรียกพี่อีเหมือนซวงเอ๋อร์บ้างเลยหรือ?”
หลูฉิงกวางค้อนควัก“พี่อี!”นางไม่กล้าออกฤทธิ์ออกเดชต่อหน้าคนหมู่มากเพราะหากพี่รองนำเื่ไปฟ้องท่านพ่อมีหวังนางต้องถูกสั่งให้คุกเข่าในหอบรรพชนข้ามคืนแน่
“ั้แ่พวกเราเริ่มโตก็ไม่เห็นพวกเ้ามาเล่นที่บ้านข้าเหมือนก่อนเอาอย่างนี้ดีกว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปเยือนจวนเ้าดีหรือไม่?”
“เอ๋?”
“ทำไมหรือกวางเอ๋อร์?เ้าไม่อยากให้ข้าไปเยี่ยมหรือไร?”
“มิได้เ้าคะ?แต่จวนข้าก็ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจให้ท่านหัวหน้าโหยวไปเยือนนี่เ้าคะ?”
“พี่อี!”เขาย้ำคำเสียงหนักแน่นพร้อมกับจ้องตาเพื่อให้นางเรียกเช่นนั้น
เมื่อเห็นหลูฉิงซวงทำตาขวางใส่นางหลูฉิงกวางจำต้องรับคำชายหนุ่มด้วยความจำใจ “เ้าค่ะ พี่อี”
จั๋วเหรินหาวเดินตามหลังตาสบตากับโหยวอีเล็กน้อยชายหนุ่มจึงเดินออกไปหา ทั้งคู่กระซิบกระซาบกันอยู่ครู่หนึ่งจึงหันมาลาสองพี่น้องแล้วออกจากร้านจินเซ่อไป
สาวน้อยเ้าของร้านเครื่องประดับตบอกด้วยความหวาดเสียว
“กวางเอ๋อร์! พี่อีของเ้าดูจะดุไม่น้อย”
“เ้าคิดดูก็แล้วกันหากเขารู้ว่าข้าเป็คนวางแผนให้พี่ชิงชิงหนีชีวิตน้อยๆ ของข้าจะเป็เช่นไร แต่เพื่อผดุงคุณธรรมข้าจำต้องทำเื่นี้ให้สำเร็จ”
“ว่าแต่ข้าได้ยินพวกเขาคุยกันเื่สำนักทะเบียนหรือว่าจะไปยื่นหนังสือหย่า?ภรรยาหนีตามชู้ไปเช่นนี้คงไม่มีบุรุษคนใดทนได้หรอกกระมัง?”
“อืม...จริงของเขาพี่ชิงชิงก็เขียนจดหมายลาเขาชัดเจนแล้วนี่” หลูฉิงกวางเหม่อลอยอยู่ครู่ก็รีบเดินกลับไปบอกพี่สาวว่าตนเองมีธุระด่วนต้องแยกตัวไปก่อนนางเดินกลับไปบอกสหายแล้วผลุบหายไป
“เ้านี่ยังไง?บอกว่าจะมาเป็เพื่อนข้า สุดท้ายก็ใช้ข้าหลบท่านแม่เพื่อออกไปเตร็ดเตร่อีกแล้ว”หลูฉิงซวงบ่นพึมพำ แล้วก็หันเอากำไลไปยื่นให้กับเ้าของร้านเพื่อจ่ายเงิน
“ช่างนางเถอะเ้าค่ะพี่รองกวางเอ๋อร์น่าจะไปทำประโยชน์ให้ผู้อื่นน่ะ”
“เ้าเองก็ปรามนางหน่อยเถอะเป็สหายกันก็อย่าไปตามใจนางมากนัก ท่านพ่อท่านแม่ห่วงนางจะแย่แล้วกลัวนางไปขัดแข้งขัดขาผู้ใดเข้าจะทำให้ตนเองเดือดร้อนเปล่าๆ”
หลูฉิงกวางลอบสะกดรอยจนกระทั่งโหยวอีไปถึงสำนักทะเบียนราษฎร์เข้าเขาไปพบหัวหน้าสำนักเพื่อปรึกษาเื่การหย่า
“ฮูหยินของข้าน้อยหนีตามชู้รักไปแล้วขอรับ!”
“ไอหยา!เ้าเพิ่งแต่งงานได้สองวันนางก็หนีไปแล้ว เช่นนี้ก็น่าเ็ปใจยิ่งนักแล้วนี่ตามหานางเจอหรือไม่?”
“ไม่ขอรับ! นางทิ้งไว้เพียงจดหมายลาครอบครัวข้าเห็นแก่มิตรภาพกับครอบครัวนางจึงไม่อยากทำให้เป็เื่เอิกเกริกอยากให้ท่านบันทึกการหย่าให้เงียบๆ ขอรับ!” เขายื่นจดหมายลายมือของนางให้กับหัวหน้าสำนักทะเบียนราษฎร์ได้อ่าน
“อืม...เื่นี้ชัดเจนแล้ว! ในเมื่อนางผิดตามลักษณะหนึ่งในเจ็ดขับ*ชัดเจนเช่นนี้ มาๆเ้ามาเขียนคำร้องการขอหย่าเพื่อเป็การยืนยันว่านางได้ทำผิดจริงข้าจะได้บันทึกการหย่าให้”
โหยวอีลงนามในบันทึกคำร้องขอหย่าเรียบร้อยก็ออกมาพร้อม จั๋วเหรินหาว
“หัวหน้าโหยวท่านไม่เสียใจจริงๆ หรือขอรับ?”
“ในเมื่อมิได้รักข้า! ต่อให้ข้าตามตัวนางมาได้เราสองคนก็ไม่ควรจะใช้ชีวิตร่วมกันเยี่ยงสามีภรรยาอีกต่อไปข้าเองก็อยากได้ภรรยาที่รักและซื่อสัตย์ต่อข้า เช่นนั้นหาหญิงอื่นคงจะดีกว่า”
“แล้วท่านไม่แค้นนางหรือขอรับ?”
“แค้นสิ! ข้าต้องตามตัวนางมาให้สอบถามให้ได้ว่าเหตุใดต้องรอให้แต่งงานแล้วค่อยหนี?เหตุใดจึงต้องทำให้ข้าอับอายผู้คน?อีกไม่นานเื่การหย่าของข้าคงต้องมีผู้รู้เห็นเป็แน่...ถึงเวลานั้นเื่ที่นางมีชู้คงเป็ที่โจษจันกันทั่วเมือง”
“หัวหน้าสำนักทะเบียนราษฎร์มิใช่คนพูดมากเื่นี้อาจจะเงียบไปเลยก็ได้นะขอรับ!”
“ข้าก็หวังเช่นนั้น”
ชายหนุ่มทั้งสองเดินเลี้ยวไปทางมุมอาคารหลังหนึ่งหลูฉิงกวางรีบเข้าไปในสำนักทะเบียนราษฎร์แล้วสอบถามเสมียนที่นั่งอยู่ด้านหน้ากลับมิได้ความอันใด? เพราะคนผู้นั้นปฏิเสธว่าหัวหน้าโหยวเข้าไปพบหัวหน้าสำนักทะเบียนราษฎร์ด้วยตนเองเขาจึงไม่รู้ว่าโหยวอีมาทำสิ่งใด?
หลูฉิงกวางส่ายหน้าด้วยความผิดหวังนางเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าพลางถอนหายใจยาว
‘ข้าจะรู้ได้อย่างไรกันว่าเขาทำหนังสือหย่าเสร็จสิ้นหรือยัง?’
--------------------------------------------------
“เจ็ดขับ” เป็พฤติกรรมของภรรยาที่สามีหย่าได้เลย ได้แก่ ไม่ปรนนิบัติพ่อแม่สามีไม่มีบุตร คบชู้ อิจฉาริษยา มีโรคร้ายแรง พูดมาก และลักขโมย
*******************************

