กบฏไร้เดียงสา (มี E-Book)

    22 เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ก็มีจนได้ (2/2)

    บทที่ 22 เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ก็มีจนได้ (2/2)


    ร่างสูงไอแก้เขินออกมาทั้งที่ยังหันหน้าหนีอยู่เหมือนเดิม เขาเป็นคนเปลี่ยนชุดให้เกรเทลเอง แต่สาบานได้เลยว่าตนไม่ได้แอบดูเรือนร่างใด ๆ ของหญิงสาว

    เขาหลับตาเปลี่ยนชุดให้เธออยู่เกือบชั่วโมงด้วยซ้ำ แถมยังต้องคอยไล่เซราสออกไปนอกห้องเพราะอีกฝ่ายเอาแต่พูดบ่นเขาไร้สาระจนหูชา

    เมื่อวอลล็อคพูดจบเธอค่อย ๆ เอียงคอหันไปมองยังอีกฝ่าย เขาก็ยังอยู่ท่าเดิมเป๊ะ แอบรู้สึกประหลาดใจในความใจดีของเขาเล็กน้อย ต่างจากปกติที่เขาแทบจะเล่นเหลี่ยมใส่เธอไม่หยุด

    “ส่วนผ้าพันหน้าอกเจ้า…เดี๋ยวข้าหาให้ใหม่ ข้าเอาผ้าไปส่งซักมันคงติดไปกับชุดเก่าเจ้า”

    สิ่งที่เกรเทลคิดได้รับการไขให้กระจ่างจากปากวอลล็อค มิน่าล่ะของของเธอถึงได้หายไป ที่แท้ผ้ามันติดไปกับชุดเดิมเพราะหมอนี่เอาไปส่งซัก

    แต่มันจะไม่มีปัญหาอะไรจริง ๆ หรือ? แล้วมีใครรู้เรื่องนี้อีกบ้างไหม? เธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิมจนชายหนุ่มจับสังเกตได้แม้ตนเองจะหันหน้าเข้ากำแพงก็ตาม

    เพราะวอลล็อครู้แล้วว่าเธอไม่ใช่ผู้ชาย

    “เจ้าไม่ต้องกังวลมีแค่ข้าที่รู้เรื่องเจ้า”

    ขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากถาม เขาก็ชิ่งพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วปานสายไฟแลบ ลองคิดดูอีกทีเหมือนอีตานี่มานั่งอยู่กลางใจเธอเสมอ แหม่คนอะไรจะดักคำถามเธอได้ทุกทาง

    “ท่านแน่ใจนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง…แต่มันจำเป็น”

    “อืม เจ้าวางใจเถอะ”

    หางตาเธอเหลือบเห็นหัวสีเขียวขยับขึ้นลงน้อย ๆ พร้อมขานตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถ้าหากเขายืนยันแบบนั้นเธอก็จะเชื่อใจเขาดู แม้ว่าจะยังรู้สึกระแวงอยู่บ้างก็ตาม

    “เจ้าสลบไปเกือบ 3 วัน” เขาเว้นจังหวะพูดเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

    “เวทที่ข้าลงติดตามตัวเจ้าไว้มันทำงานเพราะเจ้าพยายามหนีออกไป”

    ระหว่างที่เกรเทลสลบไสลไม่รู้สึกตัวนั้นนางมีไข้ขึ้นสูงไม่หาย เขาต้องคอยเข้าออกห้องนี้สลับกับเซราสอยู่หลายครั้งเพราะเป็นห่วงว่านางจะมีอาการแทรกซ้อน

    “…”

    เกรเทลเงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไปเพราะตอนนี้เธอแอบเคืองกับสิ่งที่อีหมอนี่ทำลงไป

    เธอปวดหัวแทบตายจนนึกว่าไม่รอดแล้ว! อย่างน้อยบอกหรือเตือนกันบ้างก็ยังดี เธอจะได้ไม่หาเรื่องใส่ตัวให้ตนเองเจ็บแบบนี้

    “ท่านควรเตือนข้าบ้าง”

    น้ำเสียงที่ดูเหมือนประชดประชันหลุดออกมาจากลำคอเล็ก

    “ข้าไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ ข้าขอโทษ”

    “...”

    แม้ว่าบางครั้งชายหนุ่มจะทำเกินไปบ้าง แต่เมื่อใดก็ตามที่มันเป็นความผิดเขาจริง ๆ เขายินดีแสดงความรับผิดชอบและรู้สึกสำนึกผิดจากใจ ครั้งนี้ก็เช่นกันไม่ว่ามันจะเกิดจากความหวาดระแวงหรือความไม่ไว้ใจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่คุ้มเสียเลย

    ทั้งเขาและเธอต่างเกือบไม่รอดทั้งคู่ ถ้าเขากลับมาไม่ทันเขาคงไม่ให้อภัยตัวเอง

    เกรเทลพยักหน้าให้ ยังไงสถานะเธอก็เป็นแค่ชนชั้นทาส จะให้ไปเรียกร้องอะไรได้มากมาย เธอรู้ตนเองดีว่าควรอยู่ตรงไหน ต่อให้ขัดใจหรือรู้สึกแย่ก็ต้องเก็บมันไว้ให้ลึกที่สุด

    ถามว่าเธอน้อยใจเขาไหม คำตอบคือก็ใช่ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกล่าวคำขอโทษออกมาแล้วเธอจะใจจืดใจดำคิดแค้นเคืองไปทำไม

    วอลล็อคยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตนเองเพราะรู้สึกกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูก นาน ๆ เขาจะกล่าวพูดขอโทษใครสักคน

    ผลพ่วงจากเวทพันธะรุนแรงมาก จนร่างกายของนางแสดงอาการต่อต้านร่วมกับตราเวทที่ข้อมือ จึงกลายเป็นว่านางล้มป่วยไม่สบาย พลังภายในยิ่งโหมกระหน่ำแปรปรวนหนักกว่าเดิม

    จนเขาต้องร่ายเวทใหม่ให้อานุภาพเบาน้อยลง มิฉะนั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัส รวมถึงเขาเองด้วย

    “เจ้าดีขึ้นแล้วหรือไงถึงลุกเดินเพ่นพ่านไปมาในห้อง”

    ชายหนุ่มเลือกยิงคำถามใส่เพราะไม่อยากให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดไปมากกว่านี้

    “ข้าดีขึ้นแล้ว แต่ยัง…ปวดหัวนิดหน่อย”

    เกรเทลยังยืนหันหลังให้เขาอยู่ไม่กล้าขยับไปไหน หูได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินไปมาในห้อง มีเสียงวางแก้วน้ำบนโต๊ะแล้วตามมาด้วยเสียงเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

    “เจ้าเอาเสื้อตัวนี้คลุมไปก่อน”

    วอลล็อคหยิบเสื้อคลุมตัวที่ดีที่สุดในตู้ออกมา มันเป็นผ้าสีน้ำเงินเข้มกรมท่า เนื้อสัมผัสค่อนข้างหนานุ่มใส่สบาย เขาคิดว่าน่าจะเหมาะกับเกรเทล

    หางตาเห็นฝ่ามือหนาถือเสื้อยื่นมาจากด้านหลังให้ เธอเอื้อมมือไปหยิบพร้อมกล่าวขอบคุณเขา

    “ขอบคุณขอรับ”

    พอเสื้อมาอยู่ในมือเธอก็รีบจัดการเอามาคลุมตัวเองทันที เมื่อเนื้อผ้าได้สัมผัสผิวเธอรู้ทันทีเลยว่าต้องมีราคาพอสมควรเพราะมันช่างนุ่มใส่สบายอบอุ่นแถมผ้ายังหนา

    “เดี๋ยวข้าซักคืนให้ท่านนะ”

    พอเธอจัดระเบียบเสื้อผ้าตนเองเสร็จเรียบร้อย วอลล็อคจึงหันหน้ามามองเธอเต็มตา ถึงเสื้อคลุมจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวของนางไปหน่อยก็จริง แต่มันช่างเข้ากับสีผิวของเจ้าตัวเป็นอย่างมาก

    วอลล็อคเผลอยกยิ้มมุมปากครู่เดียวก็กลับมาทำหน้านิ่งเฉยตามเดิม

    “ช่างมัน เจ้าทำตัวตามปกติเถอะหรือเจ้าจะทำตัวเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไร”

    เขาไม่ซีเรียสอยู่แล้วว่านางจะพูดแบบไหนหรือทำตัวอย่างไร เพราะทุกวันนี้เจอหน้ากันแทบจะตลอดเวลาบ่อยกว่าเห็นเฟียซหรืออารอล์ฟด้วยซ้ำ ฉะนั้นมันจึงกลายเป็นความเคยชินไปโดยปริยาย

    ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนไปนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาเว้นแต่กับเด็กสาวคนเดียว

    เกรเทลเม้มขบริบฝีปากเล็กน้อย เธอไม่รู้จะทำปฏิบัติตัวอย่างไรต่อเขาดี แม้วอลล็อคจะพูดว่าไม่เป็นไร ทว่าเธอมีแฟนมาหลายคนก็จริง แต่เธอมักจะเว้นระยะห่างจากเพศตรงข้ามเสมอ

    ทว่าเมื่อตื่นมาอยู่โลกนี้ เธอรู้สึกกดดันที่ต้องคอยแสร้งเป็นผู้ชาย แต่ก็สบายใจด้วยที่ทำทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกคิดมากเพราะทุกคนคิดว่าเธอเป็นผู้ชาย

    ไม่ว่าจะอารอล์ฟ เฟียซ ไรเดอร์ ทุกคนในโรงครัว หรือแม้กระทั่งเหล่าป้าแม่บ้าน ทุกคนต่างปฏิบัติดีกับเธอต่อให้เธอมีสถานะเป็นทาสก็ตาม

    บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าหากทุกคนรู้ว่าเธอแกล้งทำเป็นผู้ชาย ทุกคนจะยังทำดีกับเธอเหมือนเดิมไหม ทุกคนจะรู้สึกเหมือนถูกหลอกหรือเปล่า

    แค่คิดเล่น ๆ เธอก็รู้สึกแย่แล้ว แต่มันคงไม่มีอะไรแย่ลงไปกว่านี้หรอกมั้ง

    “ถ้างั้นตอนอยู่กันข้างนอกข้าจะทำเหมือนเดิมแล้วกัน…ค่ะ”

    เธอพูดเสียงอ้อมแอ้มเล็กน้อยพร้อมกระชับเสื้อคลุมเข้าหากัน เธอยังไม่ชินกับการพูดลงท้ายด้วยคำว่า คะ หรือ ค่ะ เกรเทลใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาได้สักพักแล้ว จะบอกว่าเธอติดการพูดแบบผู้ชายไปแล้วคงจะใช่

    ร่างสูงยักไหล่ให้เธอเป็นเชิงว่าจะทำอะไรก็ได้ตามใจ

    “เดิมห้องนี้เป็นห้องลับที่ข้าไม่ค่อยได้ใช้ หากยังรู้สึกไม่ค่อยดีเจ้าจะพักต่ออีกหน่อยก็ได้ไม่เป็นไร”

    ขายาวก้าวหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องเพื่อให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนต่ออีกหน่อย ทว่าเสียงเล็กก็เอ่ยเรียกเขาอีกครั้ง

    “แล้วนายทานอะไรหรือยัง…เดี๋ยวข้าไปทำอาหารให้”

    พอเขาบอกว่าเธอสามารถพักต่อได้ แต่ใครมันจะอยากนอนอยู่แต่ในห้องล่ะ แถมรู้สึกหิวข้าวด้วยถือโอกาสไปทำอาหารให้อีกฝ่ายแล้วกินพร้อมกันไปเลย

    แต่คำตอบที่ได้กลับมาทำเอาเธอหน้าเหวอ

    “ข้าทานมาแล้ว”

    เกรเทลถึงกลับไปไม่เป็นเลยเมื่อเขาบอกว่าทานมาแล้ว คนเขาอุตส่าห์จะหาอะไรทำเพื่อไม่ให้รู้สึกคิดมาก เขาดันมาดับฝันเธอซะงั้น

    “กินตั้งแต่เช้า แต่นี่ก็ใกล้เย็นแล้วข้าคิดว่าจะทานรวบมื้อเที่ยงไปด้วยเลย”

    ชายหนุ่มรีบพูดเสริมทันทีที่เห็นสีหน้าตลก ๆ ของเกรเทล แม่คุณคงอยากหาอะไรทำแก้บรรยากาศด้วยคนไม่ต่างจากเขา

    “ถ้างั้นข้ารีบไปทำมื้อเย็นให้ท่านเลยนะ”

    พูดจบร่างบางก็วิ่งหน้าตั้งผ่านเขาออกจากห้องนอนลับไปโดยทันทีไม่รอให้เขาได้พูดว่า ‘ถ้ายังไม่ไหววันนี้ข้าจะทำอาหารเอง’


    ------

    กดหัวใจ ❤️ หรือคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ได้นะคะ

    หากพบคำผิด แก้ไขหรือติชม โปรดคอมเมนต์อย่างสุภาพไรต์ยินดีปรับปรุงแก้ไขค่ะ


    Talk with writer

    ไรต์หายไปนานเลย ขอโทษคุณรี้ดด้วยที่ไม่ได้อัปตอนเลย พอดีไรต์ไปตบตีการทำอีบุ๊ก หน้าปก พิสูจน์อักษรและภาพพิเศษภายในเล่มมาค่ะ คิดว่าปลายเมษายนนี้จะได้ออก E-book ตามที่สัญญาแน่นอน ส่วนรูปเล่มจะตามมาทีหลังเพราะมีขั้นตอนเยอะกว่า เผลอ ๆ ออกไล่เลี่ยกับเล่ม 2 เลย คิดถึงทุกคนนะคะไม่ได้ลืมไม่ได้หายไปไหน ไรต์ดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมันก็จะช้า ๆ แบบนี้นิดหนึ่ง จะได้กลับมาอัปตอนอีกครั้งแล้ว จุดพลุฉลอง!


    แวะมาพูดคุยเล่นหรือดูอัปเดตเกี่ยวกับนิยายไรต์ได้ที่

    Facebook : C.T.Tiana

    X (Twitter) : @Ccttiana