“ ป๊ะป๋าหยูอยากเจอมาม้าอา.. ”
เด็กสาวทำน้ำเสียงออดอ้อนคุณพ่อให้เกิดความรู้สึกเห็นใจ เธออยากจะพบมาม้าหลังจากไม่เจอกันมาเป็นอาทิตย์
เฉินห่าวเห็นสีหน้าลูกสาวเขาทำได้เพียงถอนหายใจแล้วอุ้มอีกฝ่ายมาปลอบ ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ไม่กล้าพอจะเสนอหน้าไปหาจินม่าย เขายังคงเตรียมแผนการอยู่อาจจะเกิดปัญหาได้ถ้าหากพาเป่าเป้ยไปเจอคุณแม่
“ เรายังไปหามาม้าไม่ได้นะครับ”
“ ทำไมจึงไปหาไม่ได้เหยอ ”
“ ที่นั่นอันตรายมากครับ มีคนใจร้ายเต็มไปหมดเลย พวกเขาจะคอยกีดกันไม่ให้เราเจอกันเพราะงั้นรอพ่อก่อนนะครับ เราทั้งสองต้องมีแผนหากจะไปพบมาม้า ”
“ แผนเหยอ ”
“ ใช่ เราต้องมีแผนถ้าเราไปตอนนี้มาม้าจะเกิดอันตรายได้ เราต้องมีแผนช่วยมาม้าออกมาได้จากนั้นเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยไง เป่าเป้ยไม่ชอบเหรอ ถ้าหากเราไปตอนนี้เราจะไม่ได้เจอมาม้านะ แต่เป่าเป้ยรอให้ป๊ะป๋าเตรียมแผนให้เสร็จเราจะพามาม้ากลับมาอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยไง ”
“ หยูจะช่วยล้วย ”
“ โอเค ก่อนอื่นเราต้องห้ามบอกใครว่าเราวางแผนจะช่วยมาม้านะรู้ไหม ”
“ เป่าเป้ยจะเป็นเด็กดีเป่าเป้ยจะไม่บอกใครเด็ดขาด ”
เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักพลางทำสีหน้าจริงจังบอกให้คุณพ่อรู้ว่าเธอจะไม่บอกใครเกี่ยวกับแผนการช่วยมาม้าอย่างแน่นอน
“ เป่าเป้ยจะทำอะไรต่อเหรอครับ อยากจะออกไปเล่นข้างนอกไหม ”
เด็กสาวส่ายหัววันนี้เธออยากฟังแผนการจากป๊ะป๋ามากกว่าออกไปเที่ยวเล่น เฉินห่าวคิดว่าลูกสาวคงไม่เข้าใจอะไรมากนักก็เลยอุ้มเธอมานั่งตักแล้วเล่าเกี่ยวกับแผนการที่อยากจะทำ
เป่าเป้ยน้อยได้ยินว่าป๊ะป๋าจะทำอะไรบ้างทำตาเป็นประกายวิบวับอยากจะช่วยป๊ะป๋าให้เร็วขึ้น
“ หยูไปหาคุณลุงอ้ายก่อนนะคะ ”
“ ครับผม เดินทางดีๆนะ ”
เฉินห่าวปล่อยให้เป่าเป้ยเดินทางระหว่างฟิตเนสทั้งสองสาขา เขาไม่กลัวอะไรเลยก็เพราะว่าตนเองตรวจสอบทุกอย่างภายในตึกได้ ทันทีที่เห็นว่าลูกสาวขี่อันอันไปถึงชั้นที่ 100 ก่อนจะใช้พอร์ทัลเดินทางไปยังสาขาเขต X เขาจึงปล่อยให้ลูกสาวขี่สิงโตขาวเข้าไปทักทายสมาชิกคนอื่นๆ
“ ให้ตายสิ ดูเหมือนว่าฉันจะปล่อยไว้นานเกินไปแล้ว ”
ภาพมุมมองแยกออกเป็น 2 ภาพ ทางด้านขวาคือภาพของหน้าต่างจัดการร้านหลงเฉียงฟิตเนสและภาพอาณาเขต 1,000 กิโลเมตรรอบๆ ภาพทางซ้ายมือคือหน้าต่างจัดการระบบโรงแรมหรูอี้และภาพอาณาเขต 1,000 กิโลเมตรรอบๆ
สิ่งที่เขาต้องถอนหายใจออกมาคือกลุ่มคนที่กำลังจับตามมองดูการเคลื่อนไหวภายในตึกของเขา การจับตามองไม่ได้เกิดขึ้นที่สาขาลั่วหยาง ยังไม่มีศัตรูคนไหนรู้จักว่าเขาเปิดสาขาที่นี่ การจับตามองเกิดขึ้นที่สาขาเขต X เขายังไม่แน่ใจว่ากลุ่มคนที่สับเปลี่ยนกันมาเฝ้าจับตามองดูร้านเป็นใคร ดูท่าเย็นนี้เขาคงต้องจัดการให้เด็ดขาดก่อนจะมีเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้
“ ผู้จัดการครับ มีฮันเตอร์มาขอพบส่วนตัวการพบนี้ระบุว่าไม่ต้องการให้ใครเห็นและได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันแล้วยังบอกอีกด้วยว่าเทพดาบเลี่ยหยางแนะนำมาครับ ”
เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นสูงดูท่าจะมีบุคคลแข็งแกร่งเดินทางมาตามคำแนะนำของเทพดาบเลี่ยวหยาง เขาจึงให้ผู้จัดการจัดห้องรับลองที่ชั้น 2 เอาไว้อีกเดี๋ยวเขาจะตามลงไป
ผู้จัดการเห็นว่าเถ้าแก่เฉินตอบรับจึงรีบสั่งให้พนักงานเคลียร์พื้นที่แล้วพาตัวฮันเตอร์คนนั้นเข้าไปนั่งรอ จากนั้นเขาก็เดินนำทางเถ้าแก่ไปยังห้องรับรองที่เตรียมไว้
เฉินห่าวเข้ามาด้านในห้องพบว่าคนที่นั่งตัวตรงอยู่บนโซฟาสวมใส่ชุดเกราะหนักราวกับอัศวินหญิง ทันทีที่เธอจ้องมองมาที่เขาด้วยนัยน์ตาสีทองเฉินห่าวรับรู้ได้ในทันทีเลยว่าเธอปลุกพรสวรรค์ได้แล้วและเหมือนว่าพรสวรรค์จะเกี่ยวข้องกับดวงตาทำให้เธอเห็นหลายสิ่งที่ผู้คนไม่ควรเห็น
“ สวัสดีค่ะฉันชิงเหยาเป็นศิษย์ของตาเฒ่าเลี่ยหยาง เขาแนะนำให้ฉันมาหาคุณค่ะ ”
“ สวัสดีครับผมเฉินห่าวเป็นเจ้าของโรงแรมหรูอี้แห่งนี้ ไม่ทราบว่าคุณชิงเหยาอยากให้ผมช่วยอะไรเหรอครับ ”
เฉินห่าวลอบสังเกตอีกฝ่ายรูปร่างหน้าตาถือว่าสวยใช้ได้ ผมสีขาวมัดหางม้ารวบตรึงยิ่งทำให้ใบหน้ารูปไข่ของเธอโดดเด่น เมื่อมองเข้าไปในนัยน์ตาสีทองทำให้เธอดูพิเศษกว่าคนอื่นๆมาก อายุของอีกฝ่ายมากกว่าเขาราว 2 - 3 ปี หากเป็นโลกเซียนถือว่าเป็นรุ่นเดียวกัน
“ ฉันได้รับบาดเจ็บจากการล่าเมื่อ 1 อาทิตย์ก่อนจำเป็นต้องพักรักษาตัวนาน 2 - 3 เดือน ฉันไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้ค่ะเพราะมีกำหนดล่าในเร็วๆนี้ อาจารย์ของฉันเลยแนะนำให้มาหาคุณก่อน ”
“ ผมไม่ใช่หมอด้วยสิ คุณอย่าคาดหวังมากเกินไปนะก่อนอื่นผมขอดูหน่อยว่าคุณเป็นอะไร ”
หญิงสาวเตรียมจะถอดชุดเกราะเฉินห่าวจึงรีบห้ามเขามีลูกเมียแล้วและอีกอย่างเขาไม่ได้จะขอดูเรือนร่างของเธอ สกิลของเขาไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้าเพราะมันจะแสดงจุดที่มีข้อผิดพลาดให้เห็นไม่จำเป็นต้องโป้เปลือย
“ เจ็บใต้ชายโครงสินะครับ ดูท่าจะถนัดขวาด้วยทำให้เหวี่ยงแขนข้างนี้ได้ไม่ถนัด ”
ชิงเหยาเลิกคิ้วเล็กน้อยเธอไม่เคยบอกอาการนี้กับใครมาก่อนมีเพียงอาจารย์และนักบวชที่รักษาให้รับรู้ถึงเรื่องนี้ การต่อสู้ครั้งล่าสุดเธอต้องรับมือกับมอนสเตอร์ประหลาด มันใช้สกิลแปลกๆที่คอยยับยั้งผลของน้ำยาฟื้นฟู เธอถูกโจมตีเข้าที่ใต้ชายโครงฝั่งขวามือต่อให้นักบวชจะช่วยเหลือแล้ว ผลของสกิลกลับยังคงอยู่ทำให้เธอเจ็บทุกครั้งที่ชูแขนขึ้นไปด้านบน การโจมตีส่วนใหญ่จึงเป็นการกวาดดาบไปรอบๆแทนการฟาดฟันลงมาจากที่สูง
“ อาการเจ็บนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อแต่อย่างใด ถ้าจะให้ผมช่วยเหมือนลุงเลี่ยหยางคงทำไม่ได้ ”
“ ช่วยไม่ได้เหรอคะ ”
“ เปล่าครับ แค่จะบอกว่าวิธีต่างกันเท่านั้น ของลุงเลี่ยหยางผมต้องตัดกล้ามเนื้อแขนแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่จากโพชันแต่สำหรับของคุณชิงเหยาเกิดขึ้นจากพลังตกค้าง ลองใช้ไอเทมลบล้างพลังดูแล้วหรือยังครับ ”
“ ลองแล้วค่ะ พลังของมันเหมือนจะอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ไม่ว่าจะทำยังไงก็สัมผัสไม่ได้ มีเพียงมันที่ค่อยๆเล่นงานฉันค่ะ ”
เฉินห่าวขอวางมือทาบลงไปบนชุดเกราะบริเวณใต้ชายโครง จากนั้นเขาก็บอกให้อีกฝ่ายปล่อยใจให้โล่งสบายเพราะเขาจะทำการส่งพลังเข้าสู่ร่าง
หลังจากโคจรมานาเสร็จแล้วเฉินห่าวจึงส่งมานาเข้าสู่ร่างของชิงเหยาเพื่อดูว่ากลุ่มก้อนพลังงานที่เล่นงานเธอคืออะไร เขารู้สึกสนใจมันเพราะเป็นพลังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ว่ามานาของเขากลับทะลวงผ่านราวกับว่าตำแหน่งที่แท้จริงของมันและมานาของเขาอยู่คนละพื้นที่ แม้ดวงตาจะเห็นว่ามานาของเขาและพลังประหลาดอยู่ในตำแหน่งเดียวกันก็ตาม
“ อยู่คนละพื้นที่จริงๆด้วยสินะครับ ”
“ พอจะนำมันออกมาได้ไหมคะ ”
“ ไม่ยากครับแต่ต้องใช้เวลาสัก 1 วัน ”
“ ทำยังไงเหรอคะ ”
“ ก่อนอื่นผมขอถามก่อนได้ไหม มอนสเตอร์ตัวนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียวใช่ไหมครับ ”
ชิงเหยาทำสีหน้าลำบากแต่ก็ต้องพยักหน้ารับ เธอล่าอยู่ภายในซากโบราณสถานแห่งใหม่ที่พึ่งถูกค้นพบและมีคนรู้จักเพียง 5 คนเท่านั้น นั่นคือเธอและเพื่อนที่ล่าด้วยกัน
“ มีอะไรอย่างนั้นเหรอคะ ”
“ เปล่าหรอกครับ ผมแค่สนใจสกิลของมันก็เท่านั้น เลเวลของมันคงจะอยู่ราวๆ 140 - 150 สินะครับ”
“ ใช่ค่ะ ”
“ น่าเสียดายที่เลเวลมันน้อยไปหน่อย ”
ชิงเหยาเลิกคิ้วขึ้นสูง มอนสเตอร์เลเวล 140 - 150 นับว่าเป็นเลเวลที่สูงพอตัว อีกฝ่ายกลับบอกว่ามอนสเตอร์ที่พวกเธอล่าเลเวลน้อยทั้งที่ตัวเองเลเวล 110 เท่านั้น
“ ไม่ต้องสนใจที่ผมพูดหรอกนะครับ เอาล่ะมาเริ่มกันเลย ” เฉินห่าวโบกมือไปมาบอกให้ชิงเหยาอย่าได้ใส่ใจ สาเหตุที่เขาบอกว่ามันเลเวลน้อยเป็นเพราะมอนสเตอร์ที่เขานำพลังของมันเก็บเอาไว้ในกระดูกเซียนทั้ง 4 ส่วนมีเลเวล 180 ต่อให้มอนสเตอร์ที่ชิงเหยาล่าจะมีพลังประหลาดยากจะหาคนขจัดออก เลเวลของมันกลับน้อยกว่ามอนสเตอร์ที่เขาครอบครองพลังเฉินห่าวจึงไม่คิดสนใจ
หลังจากบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจึงใช้นิ้วแทงไปยังชุดเกราะด้วยจิตแห่งดาบก่อนจะมีมานาขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาจากบริเวณที่เขาจิ้มนิ้วเข้าไป
ชิงเหยารู้สึกตกใจเมื่อจู่ๆมานาในร่างกายก็เริ่มไหลทะลักออกมาจากร่างแม้แต่เธอยังไม่สามารถควบคุมได้
“ ไม่ต้องตกใจนะครับ วิธีรักษานั้นง่ายมากแค่ถ่ายเทมานาออกมาให้หมดแล้วก็รอให้มานาฟื้นตัว แค่นี้พลังนั่นก็หายไปแล้ว มันทรงพลังเพราะมานาของผู้ที่มันเกาะ หากไร้มานามันก็สลายไปเอง ”
“ หมายความว่าพลังประหลาดนี่มันอาศัยมานาของฉันเป็นพื้นฐานในการสร้างพลังโจมตี ”
“ ถูกต้องแล้วครับ แต่ก็อย่างว่ามันเป็นสกิลจากมอนสเตอร์เลเวล 150 พลังนี้หากใช้กับ 180 อาจจะไม่ได้ผล ”
เฉินห่าวเจาะร่างกายของชิงเหยาแล้วปล่อยให้เธอนั่งเงียบๆภายในห้องพร้อมกับกำชับให้ผู้จัดการหาพนักงานมาเฝ้าเธอเพราะในช่วงนี้เธอจะขยับไม่ได้ จนกว่ามานาจะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่จึงจะขยับได้อีกครั้ง
ทันทีที่ออกมาจากห้องเฉินห่าวก็เริ่มฉีกยิ้มหน้าบานเพราะดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใกล้ผู้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ไม่กี่วันก่อนเขาได้เข้าใกล้เทพดาบเลี่ยหยางวันนี้ลูกศิษย์ของเขาเดินทางมาหา ในอนาคตเขาคิดว่าคงจะมีคนใหญ่คนโตที่ 5 ผู้เฒ่าแนะนำให้มารู้จักเขาอย่างแน่นอน
ในภายภาคหน้าหากเขามีความบาดหมางกับตระกูลเจียงและตระกูลหานอีกฝ่ายคงไม่เข้ามายุ่ง ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับเขา ขอเพียงแค่ดูอยู่ห่างๆไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็พอ เขาอยากจะวัดกันตัวต่อตัวกับสองตระกูลนี้โดยไม่มีขุมอำนาจอื่นเข้าแทรกแซง
“ เอาล่ะ ต่อไปก็พวกด้อมๆมองๆสินะ ”