……………
หลังจากที่บรรดามนุษย์ป้าทั้งหลายได้กลับกันไปแล้ว โชจึงได้หยุดแกล้งกวาดหน้าร้านขายของชำและเดินเข้ามาที่ด้านในร้านค้า ป้าเพ็ญคนดีของเขาในตอนนี้กำลังนั่งถอดถอนหายใจอย่างคนที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง หล่อนบอกขอบใจหลานชายเพราะรู้ดีว่าเขาได้ช่วยไล่คนพวกนั้นออกไปอย่างเรียบง่าย และอีกอย่างป้าเพ็ญเองก็ยังไม่พร้อมที่จะคุยเื่ของลุงพุธกับใคร ๆ อีกด้วย
“ผมว่าป้าเพ็ญไม่น่ารีบเปิดร้านขายของเลยครับ” โชพยายามบอกกับป้าเพ็ญ
“แล้วจะให้ป้านอนอยู่ที่บ้านเฉย ๆ ยังงั้นรึโช? ป้าคงทำไม่ได้หรอก อีกอย่างแผลนี้มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร และไม่มีอะไรแล้วคงแค่ล้างแผล ใส่ยากินยาตามหมอสั่งก็พอแล้วล่ะ” ป้าเพ็ญพยายามบอกเหตุผลกับโช
แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น มันเป็เหตุการณ์ที่ใหญ่โตพอสมควรสำหรับคนในชุมชนแห่งนี้ เพราะว่าผู้คนที่นี่เขาอยู่กันอย่างสงบสุขไม่เคยมีใครที่มาทะเลาะเบาะแว้งและมีการขู่ที่จะฆ่ากันให้ตายไปอย่างนี้แบบเื่ของลุงพุธนั่นเอง จึงทำให้เื่นี้เป็เื่ที่ชาวบ้านในชุมชนที่มีจิตใจใฝ่ในเื่ของชาวบ้านเอาไปคุยเล่นกันอย่างสนุกปาก ทำให้ป้าเพ็ญกับยายต้องรู้สึกอับอายขายหน้าและมีอาการเครียดกันไปกับเื่นี้ ส่วนตัวของลุงพุธผู้เป็ต้นเื่กลับไม่ใส่ใจและคงยังใช้ชีวิตไปตามเช่นเดิมอย่างปรกติเหมือนคนไม่รู้ทุกข์รู้ร้อน ช่างเป็อะไรที่ไม่ค่อยจะยุติธรรมเอาเสียเลยกับผู้ที่โดนผลกระทบอย่างป้าเพ็ญและยาย
ป้าเพ็ญนอกจากจะเครียดกับเื่ที่ชาวบ้านคอยตั้งคำถามยิงตรงมาในทุก ๆ ครั้งที่มาเข้าร้านค้าของเธอแล้ว ป้าเพ็ญยังคงเครียดและรู้สึกผิดหวังในตัวของลุงพุธอีกด้วย แน่นอนว่าป้าเพ็ญนั้นรักลุงพุธผู้เป็สามีของเธอมาก เธอยอมทำทุกอย่างให้ลุงพุธมีแต่ความสุขและความสบายใจเมื่อยามที่อยู่กับเธอ ทั้งยังช่วยดูแลแม่สามีอย่างดีและทุก ๆ คนในครอบครัวพร้อมกับยอมเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังเป็คนทำงานในบ้านและนอกบ้านอย่างขยันขันแข็ง แต่พอเธอได้รู้ว่าสามีที่เธอรักมาก ๆ มาทำร้ายจิตใจของเธอด้วยการไปมีผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ เื่แบบนี้ป้าเพ็ญก็ไม่เคยได้คาดคิดมาก่อนเช่นกันแล้วพอได้เจอกับเหตุการณ์ปัญหาแบบนี้จริง ๆ เข้าก็ไม่รู้จะตั้งรับกับเื่ที่เกิดในครั้งนี้ได้อย่างไร
…………..
บ่ายของวันนั้น
ผู้หญิงชื่ออ้อยมาหาลุงพุธถึงที่บ้าน หล่อนคนนี้หน้าตาดูจัดจ้านและแต่งตัวเก่งพอดู อ้อยเป็ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าลุงพุธอยู่หลายปีนัก ดูจากลักษณะท่าทางเธอดูเป็ที่น่าจะฉลาดพอตัวเลยทีเดียว เพราะเนื่องจากที่พี่ชายของเธอมาก่อเื่เอาไว้แถมยังโดนจับเข้าคุกไปอีกแล้วด้วยนั้น หล่อนกลับมาหาลุงพุธที่บ้านเพื่อมาตกลงและปรับความเข้าใจกับลุงพุธเสียใหม่อีกครั้งหนึ่ง
หล่อนเข้ามาที่บ้านของยายอย่างไม่เกรงกลัวใครในบ้านเลยสักนิด แต่ด้วยความฉลาดหลักแหลมของเธอ อ้อยจึงทำทีเป็อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ซึ่งนั่นก็คือยายซึ่งเป็แม่ของลุงนั่นเอง หล่อนบอกกับยายว่าตัวเองไม่มีที่พึ่งแล้ว พ่อกับแม่ของเธอตายไปหมดแล้วและเหลือเพียงพี่ชายอยู่เพียงแค่คนเดียว ญาติพี่น้องที่ไหน? ก็ไม่มีเลย เธอเป็เด็กที่มาจากชนบทและมาทำงานที่กรุงเทพ ด้วยความรู้ที่ต่ำต้อยเรียนมาก็น้อย เลยหางานทำที่กรุงเทพได้อย่างลำบาก แต่ด้วยความที่เสียงของเธอพอใช้ได้ อ้อยจึงได้ไปเป็นักร้องตามคาเฟ่เพื่อประทังชีวิต แต่ก็เป็ได้ไม่นานนักจนมาเจอกันกับลุงพุธ แล้วลุงพุธเองก็เป็คนใจดีมีเมตตาแถมยังมาทำดีกับเธออีกด้วย อ้อยเลยรู้สึกดีและคิดว่าลุงพุธเป็ดั่งพี่ชายของเธออีกคน คราวนี้หล่อนก็เลยเริ่มคิดดี ๆ กับลุงพุธเพิ่มมากขึ้นจนถึงขนาดรักและชอบพอกับลุงพุธ โดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าเขานั้นได้มีเมียอยู่ก่อนแล้ว จนกระทั่งตัวของเธอได้ท้องขึ้นมาและจู่ ๆ ลุงพุธก็หายเงียบไป ที่หายไปเพราะลุงพุธไม่มีงานทำอยู่่หนึ่งเลยไม่มีข้ออ้างเพื่อที่จะออกไปข้างนอกในตอนนั้นนั่นเอง
เมื่อยายได้ฟังก็พินิจพิจารณาตามลำดับของเหตุการณ์ ก็เลยได้รับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ทำผิดแค่คนเดียว เป็เพราะเธอไม่รู้มาก่อนต่างหากล่ะว่า ลูกชายของยายนั้นมีภรรยาอยู่ก่อนหน้านี้แล้วเป็ตัวเป็ตน ลูกชายเธอเสียอีกที่ไปหลอกแม่อ้อยคนนี้ว่าเป็โสดแล้วก็แอบไปมาหาสู่จนเกิดท้องขึ้นมา จึงทำให้ลุงพุธกลายเป็คนที่ผิดอยู่เต็ม ๆ แล้วอีกอย่างอ้อยในตอนนี้ยังท้องกับลุงพุธลูกชายของยายอีกด้วย
ซึ่งยายเองก็เกิดความสงสารเด็กที่อยู่ในท้องตอนนี้ขึ้นมา และอีกอย่างป้าเพ็ญที่แต่งงานอยู่กินกันมากับลูกชายของยายนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะท้องหรือมีบุตรอะไรกันเลย ลุงพุธอายุน้อยกว่าป้าเพ็ญถึงสิบปีในตอนนี้ลุงอายุ 36 ปีได้แล้วและป้าเพ็ญอายุ 46 ปีอยู่กันมานานกว่าสิบปีแล้ว ซึ่งในตอนนี้อายุของป้าเพ็ญก็คงยากที่จะมีบุตรเช่นกัน แต่อ้อย…ผู้หญิงคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าของยายกำลังมีเด็กที่อยู่ในท้องตอนนี้ซึ่งเป็ลูกของลูกชายของเธอ และจะเป็หลานในอนาคตของยายอีกด้วย ยายจึงคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
“เธอ!! ในวันนี้ช่วยกลับไปก่อนจะได้ไหม? ขอฉันปรึกษาเื่นี้กับลูก ๆ ของฉันก่อน แล้วอีกสองวันเธอค่อยมาฟังคำตอบนะ แต่ถึงอย่างไรฉันก็จะรับผิดชอบเื่ที่ลูกชายของฉันเป็คนทำ ขอให้เธอสบายใจได้”
“ค่ะ…คุณแม่ แล้วหนูจะรอคำตอบนะคะ สวัสดีค่ะ” อ้อยยกมือไหว้สวัสดีกับยายแล้วลากลับบ้านไป
…………..
อ้อยเป็คนฉลาด!! หล่อนเข้าทางผู้ใหญ่เพื่อขอความเห็นใจด้วยอาการที่นอบน้อม และเรียกคะแนนความน่าสงสารเพราะเธอขาดที่พึ่งไม่มีพ่อแม่ แล้วพี่ชายยังมาโดนจับเข้าคุกไปเสียอีก แถมยังโดนหลอกเพราะลุงพุธหลอกเธอว่าเขานั้นยังโสดและไม่มีเมีย อ้อยจึงแสดงตนให้เห็นว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำเื่แบบนี้เพียงลำพังคนเดียวจนยายก็พอที่จะเข้าใจถึงเื่ราวได้แล้ว ทำให้เกิดความสงสารและเห็นใจอ้อยขึ้นมาเพราะอย่างน้อยในตอนนี้หล่อนก็มีเด็กที่อยู่ในท้อง และเป็หลานของแกอยู่วันยังค่ำ ยายจึงได้ไปปรึกษาหารือเื่ปัญหาในครั้งนี้กับลุงพุธและป้าเพ็ญ
“เพ็ญ…แม่ก็ไม่ได้อยากให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นมาหรอกนะ แต่ว่า…พ่อพุธของเราน่ะ ดันไปก่อเื่ให้มันเกิดขึ้นมาเสียแล้ว ทางฝ่ายนั้นเองก็ไม่รู้เื่ั้แ่แรกเลยด้วยว่าพ่อพุธมีเมียอยู่แล้ว แถมหล่อนในตอนนี้ก็ยังท้องลูกของพ่อพุธของพวกเราอยู่อีก แม่เพ็ญจะว่ายังไงกันดี?”
“หนู…หนู…” ป้าเพ็ญคงคิดว่าจะพูดอะไรดีนะ? แต่หล่อนกลับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกนั่นเอง
“ฉันไม่ได้เร่งรัดอะไรแม่เพ็ญหรอกนะ แต่ฉันสงสารเด็กที่มันอยู่ในท้องเท่านั้นแหละ ส่วนแม่เพ็ญจะว่าอย่างไรฉันก็จะรับฟังทุกอย่าง เพราะลูกชายของฉันมันเป็คนผิดจริง ๆ” ยายพูดกับป้าเพ็ญเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกประหม่าเพราะยายก็ยังคงรักแล้วเอ็นดูในตัวของป้าเพ็ญอยู่เหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้น หนูก็จะรับเด็กคนนั้นมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรมได้ไหมคะแม่? เพราะถึงยังไงเด็กคนนั้นก็เป็ลูกของพุธ” ป้าเพ็ญพยายามอย่างมากในการตอบคำถามออกมา
“ฉันก็ไม่รู้ว่าแม่เด็กเขาจะยอมยกให้แม่เพ็ญรึเปล่านะ? แต่ถ้าเป็แม่ก็คงทำใจลำบากเหมือนกัน ใคร ๆ ก็รักลูกของตัวเองกันทั้งนั้นนั่นแหละ” ยายยังคงคิดมากและลำบากใจกับเื่แบบนี้ด้วยเหมือนกัน
“เพ็ญก็ให้แม่อ้อยมาอยู่ช่วยงานเพ็ญที่บ้านดีไหม? เพ็ญจะได้ไม่เหนื่อยยังไงล่ะ?” ลุงพุธออกความคิดเห็น
“แบบนั้นจะไม่ดีละมั้งพ่อพุธ บ้านเราก็…” ยายรีบท้วง
“ไหน ๆ ก็ตั้งใจจะเอาลูกของอ้อยมาเลี้ยงอยู่แล้วนี่นา แล้วจู่ ๆ ใครเขาจะยอมยกให้กันง่าย ๆล่ะแม่? ก็ให้มาอยู่ด้วยกันไปเสียเลยจะได้มาช่วยกันทำมาหากินด้วยอย่างไรล่ะ? และอีกอย่างในตอนนี้อ้อยก็อยู่แค่ตัวคนเดียว แถมยังท้องลูกของผมอยู่อีก แม่เอง…ก็จะได้มีหลานเพิ่มมาอีกคนยังไงล่ะ? ดีใช่ไหมล่ะแม่แบบนี้น่ะ?” ลุงพุธพูดโดยไม่ถามความคิดเห็นของป้าเพ็ญเลย ในตอนนี้ป้าเพ็ญนั่งหน้าชาจนปากสั่นและไม่คาดคิดว่าลุงพุธจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้อย่างไม่คิดอะไรแบบนี้
“พ่อพุธจะไม่ถามความคิดเห็นของแม่เพ็ญหน่อยหรือ? แม่ว่านะ เรายังไม่รู้จักนิสัยใจคอของคนที่ชื่ออ้อยดีเลย แล้วจู่ ๆ จะให้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้แม่ว่ามันไม่น่าจะเหมาะนะ!? แม่เพ็ญจะรู้สึกอย่างไรกันล่ะ?” ยายกำลังเตือนสติลุงพุธ
“ถ้าเป็อย่างนั้น…เอาอย่างที่พุธว่ามาก็ได้ค่ะแม่ ส่วนตัวของหนู…ไม่เป็ไร…ให้อ้อยมาอยู่ที่บ้านก่อนก็ได้ เพราะว่าเธอกำลังท้องอยู่ด้วย แถมตอนนี้ก็ยังอยู่ตัวคนเดียวทำให้น่าเป็ห่วง ไว้ให้เธอคลอดลูกเสร็จเราค่อยตกลงกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี” ป้าเพ็ญพูดด้วยใจที่คิดว่าตนเองนั้นกำลังพ่ายแพ้เพราะว่าหล่อนไม่มีลูกกับลุงพุธเลยนั่นเอง
ยายมองดูป้าเพ็ญก็ให้นึกสงสารและเวทนาในตัวของลูกสะใภ้คนนี้นัก ยายเองก็คิดว่าทำไมป้าเพ็ญถึงไม่มีลูกกับลุงพุธเลยนะหรือว่าหล่อนจะเป็หมันกันแน่? แต่ยายก็ไม่ได้อยากที่จะได้หรอกนะไอ้หลานอะไรนั่น!! แต่ในความเป็จริงแล้วเด็กที่อยู่ในท้องของอ้อยก็เป็ลูกของลุงพุธลูกชายของยายจริง ๆ เสียด้วย จึงทำให้ยายตัดสินใจลำบากว่าจะทำยังไงกันดี แต่ในเมื่อมันก็คือความเป็จริงที่หนีไม่พ้น แล้วเื่นี้ตัวต้นเหตุก็เป็ลูกชายของยายนั่นแหละ!! แต่ตัวต้นตอกลับทำท่าทีดูดีมีความสุขอย่างสบายอกสบายใจโดยไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรทั้งนั้น ทั้งที่ในตอนนี้เขากำลังทำความลำบากใจให้ทั้งเมียและแม่ของเขาก็ตามที
อันที่จริงลุงพุธเป็คนเ้าชู้มาโดยตลอดั้แ่แรกแล้วต่างหาก แต่เขาไม่เคยได้ทิ้งร่องรอยอะไรให้จับได้เลยมานานแล้ว ป้าเพ็ญกับยายต่างก็ไม่มีใครได้รับรู้ในความจริงของเื่นี้เลย มันเป็เพราะเวลาที่ลุงออกไปทำงานข้างนอกเขาก็แวะเที่ยวที่นู่น ที่นี่ออกบ่อย ๆ เนื่องจากลุงทำงานรับเหมาก่อสร้างซ่อมแซมโดยทั่วไปอยู่แล้ว การได้รับเงินค่าจ้างจากการรับเหมาในแต่ละครั้งจึงได้เงินเป็ก้อนเป็กอบเป็กำแต่…เขาแสร้งโกหกทั้งเมียและแม่ตัวเองว่าได้เงินน้อยบ้าง!? รับจ้างราคาถูกจะได้มีงานจ้างบ่อย ๆ มากขึ้นบ้างละ!? เ้าของบ้านกดราคาค่าแรงอีกแล้ว!? ลุงพุธจึงเป็คนกะล่อนที่ยายกับป้าเพ็ญจับโกหกกันไม่ได้ต่างหาก แถมเวลาที่ไปซื้อของที่ร้านค้าขายอุปกรณ์ก่อสร้างในแต่ละครั้ง ลุงพุธก็จะฮั้วกับเ้าของร้าน โดยให้เขียนในบิลให้ราคาเกินกับความเป็จริง บางทีของราคาแค่หลักสิบลุงพุธก็ให้ใส่ราคาหลักร้อยหลักพันไปบ้างก็มี เพราะบางทีเ้าของบ้านที่จ้างลุงให้ทำงานนั้นพวกเขาก็ไม่รู้เื่อะไรแบบนี้กันหรอก คือพูดง่าย ๆ ลุงก็โกงผู้จ้างอีกทีนั่นล่ะ แล้วแบบนี้จะเอาอะไรมาเรียกว่าเป็คนดีได้ล่ะ? แต่อย่างน้อยก็ยังคงให้เงินยายใช้บ้างล่ะนะ ยังดีที่ลุงพุธยังคงมีความเป็คนกับเขาอยู่บ้าง
ถึงยังไงลุงพุธก็เป็ลูกชายเพียงคนเดียวของยาย ซึ่งยายเองก็รักลุงพุธมากอยู่ดีและยังคงตามใจลูกชายมาั้แ่ตอนเด็ก ๆ แถมลุงพุธยังเป็ลูกชายคนโตของบ้านจึงเป็พี่ใหญ่ประจำตระกูล น้อง ๆ เลยต้องเชื่อฟังอย่างไม่ต้องสงสัย ลุงพุธเลยมีนิสัยที่เอาความคิดของตนเองเป็ใหญ่และค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง มักจะคิดว่าตนเองเป็ฝ่ายถูกอยู่เสมอมาั้แ่แรกอยู่แล้ว ประมาณแบบที่เขาเรียกว่ามนุษย์ลุงในยุคนี้กระมัง?
อย่างเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ลุงก็คิดว่าตัวเองคือฝ่ายที่ถูกต้อง เขาเป็ผู้ชายจะมีเมียกี่คนก็ยังได้ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลย!? แล้วยังสามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้โดยเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขา ถึงการหาเงินนี้จะโกงเขามาบ้างล่ะนะ? เพราะแบบนี้ก็ต้องเชื่อฟังในตัวของเขาเท่านั้นสิ!! และอีกอย่าง…ความคิดของลุงในตอนนี้คงอยากจะมีเมียเด็กเอาไว้ประดับบารมีของตัวเองกระมัง? หรืออีกนัยหนึ่งเขาอาจจะเบื่อป้าเพ็ญไปแล้วก็ได้นี่นา…ไม่มีใครรู้ถึงความคิดในใจจริง ๆ ของลุงพุธหรอก ถึงป้าเพ็ญจะแสนดีแค่ไหนก็ตาม
ขนาดในครั้งอดีตที่โชเคยผ่านมาจริง ๆ ในตอนแรกป้าเพ็ญาเ็เพราะถูกยิงเข้าที่เบ้าตาจนทำให้ป้าเพ็ญต้องกลายเป็คนพิการตาบอดไปหนึ่งข้าง ในครั้งนั้นลุงยังไม่เคยไปดูแลและใส่ใจป้าเพ็ญเลยสักนิด คงทิ้งไว้ให้ป้าเพ็ญต้องชอกช้ำทั้งกายใจ แล้วยังปล่อยปละละเลยจนในที่สุดก็ได้เลิกรากันไปกับป้าเพ็ญในตอนนั้น โชยังอดสงสารป้าเพ็ญในเวลานั้นเสียไม่ได้ แต่เื่ของชีวิตคู่นั้น มันเป็เื่ของคนเพียงแค่สองคนจริง ๆ ทำยังได้ในเมื่อลุงพุธหมดรักในตัวของป้าเพ็ญไปแล้ว…และป้าเพ็ญก็เป็คนที่อ่อนไหวจึงยอมแพ้ให้กับลุงพุธไปเป็แบบนั้นมาั้แ่แรกเริ่มเดิมทีไปเสียแล้วนี่นา
ในครั้งนั้นป้าเพ็ญกลับคิดว่าตัวเองหมดค่าคงแก่เกินไปและมีลูกให้ลุงพุธไม่ได้ แถมยังต้องมาตาบอดหน้าตาเป็แผลเป็ ทำให้หมดความมั่นใจในตนเองไปจนยอมแพ้ให้กับเื่ราวในครั้งนั้น แต่ตัวของป้าเพ็ญไม่ได้ขัดสนเื่เงินทองเท่าไหร่นัก แกมาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลางแต่ขยันทำมาหากินจึงเก็บเงินต่อเนื่องมาจากการที่ตัวเองนั้นหาเอาไว้ได้ หลังที่จากเลิกกับลุงพุธไปแล้วป้าเพ็ญก็ย้ายไปเปิดร้านขายของแถว ๆ ที่บ้านเก่าของเธอ โชยังเคยแวะเวียนไปหาบ้างนาน ๆ ที ป้าเพ็ญยังคงเป็ป้าที่แสนจะใจดีเหมือนเดิมทั้ง ๆ ที่แกในตอนนั้นเลิกกับลุงพุธไปนานโขแล้ว ในแต่ละครั้งที่โชแวะเวียนไปหาป้าเพ็ญในแต่ละครั้ง หล่อนจะให้เงินกับโชมาทีละหนึ่งร้อยถึงสองร้อยบาทแทบจะทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่โชก็ไม่เคยได้ขอเงินกับป้าเพ็ญเลย หล่อนจะพยายามยัดใส่มือหรือแอบใส่ในกระเป๋าให้โชด้วยความเต็มใจมาด้วยทุกครั้ง
และมาถึงในครั้งนี้ ในเหตุการณ์ปัจจุบันที่โชได้ช่วยเปลี่ยนอดีตให้กับป้าเพ็ญไปแล้ว ถึงแม้ว่าป้าเพ็ญจะคงาเ็อยู่บ้างแค่เพียงเล็กน้อยที่ร่างกาย แต่ใครจะรู้บ้างว่าลุงพุธได้ทำร้ายจิตใจของป้าเพ็ญให้เจ็บและบอบช้ำไปถึงขนาดไหนกัน? คิดดูเถิดใครกัน?! ใครที่เป็คนเอาร่างกายของป้าเพ็ญมาบังตัวเองเพื่อกันะุเพราะว่ากลัวความตาย ป้าเพ็ญไม่ได้ะโเข้าใส่หรือเอาตัวเองไปบดบังเองนะ แต่ลุงพุธเป็คนดึงเธอมาเป็โล่ถึงหล่อนจะรักลุงพุธมากก็ตามทีแต่การกระทำแบบนี้มันบั่นทอนจิตใจของป้าเพ็ญยิ่งนัก นอกจากลุงพุธจะกระทำการอันน่ารังเกียจและน่าอับอายนี้ยังคงเห็นแก่ตัวเป็ที่สุด ป้าเพ็ญจะอดทนลุงต่อไปได้นานอีกแค่ไหนกัน? โชเองก็ยังคงคิดว่า
‘โชคยังดี ที่ฉันสามารถช่วยป้าเพ็ญได้ อย่างน้อยป้าเพ็ญก็ยังเป็เหมือนเดิมคือไม่พิการตาบอด ถึงเลิกกับลุงไปหล่อนก็ยังคงมีร่างกายที่เป็ปรกติ บางทีป้าเพ็ญอาจจะมีความสุขมากกว่าอดีตที่เคยเป็อยู่ก็ได้ แต่เื่ของจิตใจฉันคงช่วยป้าเพ็ญไม่ได้หรอกนะ? คงมีแต่เวลาเท่านั้นแหละที่จะเยียวยาจิตใจให้กับป้าเพ็ญได้ และฉันก็ยังอยากให้ป้าเพ็ญมีความสุขมาก ๆ ต่อไปอยู่ดี’
โชได้แต่คิดและตั้งความหวังเอาไว้ว่าสักวันทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นนั่นเอง