CEO สาวแห่งโลกลมปราณ

    ตอนที่ 35 : พาน้องสาวเที่ยวในเมือง

            'จวนสกุลจ้าว'

            

            เช้าวันรุ่งขึ้น ซิ่วอิงตื่นขึ้นมาภายในอ้อมกอดของเสี่ยวไป๋ ตั้งแต่กลับมาจากถ้ำบนภูเขา เธอจะนอนในมิติหรือไม่ก็นั่งปรับลมปราณแทนการนอน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผลอหลับในโลกภายนอก

            ซิ่วอิงมองน้องสาวนอนกอดเสี่ยวอันยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น จึงเข้าไปในมิติอาบน้ำแปรงฟัน เปลี่ยนชุดเป็นชุดจอมยุทธสีทับทิมขลิบทอง มัดผมม้าแบบง่ายๆแล้วออกจากมิติ มองไปที่เตียงเห็นน้องสาวยังนอนอยู่จึงเดินออกจากเรือน ทักทายหยูฮัวสาวใช้ของน้องสาวที่ยืนรออยู่ด้านหน้า ก่อนจะเดินเล่นไปเรื่อยจนถึงศาลากลางสระบัว  

            ภายในศาลา ซิ่วอิงเห็นมารดานั่งจิบชาอยู่กับฮูหยินเหอ มีสาวใช้ยืนอยู่ด้านข้างคอยรินชา จึงเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยทักทายขึ้น

            " คารวะท่านแม่ ฮูหยินเหอเจ้าค่ะ"

            " โอ้.. วันนี้อิงเอ๋อร์ของเราช่างสง่างามยิ่งนัก ท่านเห็นด้วยมั้ยเหอเจ๊.."

            นางจ้าวเอ่ยขึ้นมา ก่อนจะหันไปถามฮูหยินเหอที่ช่วงนี้สนิทสนมกันมากขึ้น

            " ถูกแล้วละ.. วันนี้นายน้อยจ้าวของเราดูดียิ่งนัก.."

            ฮูหยินเหอกล่าวคำด้วยรอยยิ้ม

            " ขอบคุณฮูหยินเหอเจ้าค่ะ.."

            " เอ่อ.. นายน้อยจ้าว ท่านเรียกข้าว่าป้าได้หรือไม่"

            ยามที่ได้ฟังคำของฮูหยินเหอ ซิ่วอิงเอ่ยเรียกนางอย่างไม่ลังเล

            " เจ้าค่ะท่านป้าเหอ.."

            " เห็นหรือไม่เหอเจ๊.. บุตรสาวข้าน่ารักที่สุด"

            " ท่านแม่ ท่านล้อข้าเล่นแล้วเจ้าค่ะ" 

            ซิ่วอิงกล่าวแล้วนั่งลงข้างๆมารดา พร้อมกับกอดรัดนางอย่างอารมณ์ดี เธอเห็นมารดามีความสุขตัวเองก็สุขไปด้วย ยิ่งช่วงนี้มารดาเธอคุยกับฮูหยินเหอถูกคอกันยิ่งนัก 

            ในทันใดนั้นซิ่วอิงพลันมีความคิดนึงขึ้นมา จึงกล่าวว่า

            " ท่านป้าเหอ.. ข้าเห็นว่าท่านแม่มีท่านป้าเป็นเพื่อนคุย ดูแล้วท่านแม่มีความสุขยิ่งนัก ถ้าข้าจะขอให้ครอบครัวป้าเหออยู่ด้วยกันเสียที่นี่เลย.. ท่านป้ามีความเห็นเช่นไร"

            " เอ่อ เรื่องนี้ป้าไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องถามสามีก่อน"

            " ได้เจ้าค่ะ.. ท่านป้าบอกเถ้าแก่เหอด้วยว่า ร้านแพรพรรณนั้นข้าต้องสร้างและให้เขาบริหารแน่นอน.. เพียงแต่ตอนนี้ข้ายังมีเรื่องอื่นต้องทำอีกมาก "

            " แล้วป้าจะบอกเขาให้"

            " เจ้าค่ะ"

            เวลาผ่านไปทั้งสามคนนั่งจิบชาดูดอกบัวคุยกันไป จนมีเสียงเล็กๆใสๆเอ่ยขึ้นมา

            " ท่านแม่ พี่สาว ท่านป้าเหอ.." 

            เป็นเสี่ยวหยวนนั่นเองที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อย สองแขนอุ้มเสี่ยวอันเดินนำหน้าเข้ามา ด้านหลังเป็นบุตรชายป้าเหอและหยูฮัวสาวใช้ส่วนตัว โดยมีบุตรชายของพ่อบ้านเหลียนเดินตามมาห่างๆ คล้ายกับว่าเด็กน้อยทั้งสามมีจุดประสงค์อื่น จึงรีบตื่นกันมาแต่เช้าเช่นนี้

            " หยวนเอ๋อ.. เช้านี้เจ้าตื่นไวเสียจริง เด็กน้อยช่นเจ้านอนอีกหน่อยก็ได้ " 

            ซิ่วอิงกอดร่างอันหอมกรุ่นของน้องสาว แล้วเอ่ยขึ้นมา

            " ข้ากลัวพี่สาวออกไปเสียก่อนนี่เจ้าคะ.. แล้วอีกอย่างนึง.. ข้าอยากไปเที่ยวตลาดกับพี่สาวเจ้าค่ะ" 

            เสี่ยวหยวนตัวน้อยพูดพร้อมส่งยิ้มให้อย่างออดอ้อน

            " ได้สิ.. พี่สาวจะพาเจ้าไปเอง "

            " ไชโย.. ข้าจะได้ไปเที่ยวกับพี่สาวแล้วว.." 

            เด็กน้อยพูดเสียงดังด้วยความดีใจ ซิ่วอิงจึงกล่าวขึ้นอีกว่า

            " ถ้าอย่างนั้นให้หยูฮัวกับเด็กๆไปด้วยกัน.. หยูฮัวเจ้าคงขี่รถม้าเป็นน่ะ.."

            " เป็นเจ้าค่ะ.."

            หยูฮัวเอ่ยตอบมือก็คอยจัดเสื้อผ้าให้เสี่ยวหยวน เพราะถูกเจ้าสิงโตน้อยเสี่ยวอันตะกายเล่นจนหลุดอยู่บ่อยๆ 

            " ท่านแม่.. ข้าพาน้องไปเที่ยวตลาดนะเจ้าคะ"

            " ไปเถิด แล้วดูแลน้องดีๆล่ะ.." จ้าวเหมยเอ่ยอนุญาตอย่างไม่ลังเล เพราะจากการบอกเล่าของสามี นางจึงรู้ว่าบุตรสาวนั้นมีฝีมือเพียงใด

             

            ‘ตลาดกลางเมืองมังกรฟ้า’

            ณ ตลาดใจกลางเมืองมังกรฟ้า ช่วงเช้าเต็มไปด้วยร้านค้าทั้งสองข้างทาง บ้างขายเนื้อขายปลา บ้างขายพืชผักสมุนไพร ผู้คนมากมายเดินไปมาขวักไขว่ เสียงเรียกซื้อสินค้า เสียงต่อรองราคาดังไปทั่วบริเวณ

            เสี่ยวหยวนตัวน้อยเดินนำพี่สาวที่สวมหน้ากากดำปกปิดใบหน้า เดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน เด็กชายลูกเถ้าแก่เหอคอยเดินตามไม่ห่าง หยูฮัวกับน้องชายซื้อหาของกินของใช้กันอย่างมีความสุข เพราะซิ่วอิงให้เงินไว้ใช้ส่วนตัวเป็นจำนวนมากพอดู นานแล้วที่หยูฮัวและน้องชายไม่ได้เที่ยวตลาดกันแบบนี้ ตั้งแต่ที่ครอบครัวของพวกเขาถูกขายเป็นทาส

            ผ่านไปครึ่งชั่วยามทั้งหมดเดินเที่ยวซื้อของกันทั่วตลาด เสี่ยวหยวนมีน้ำใจอันโน้นซื้อฝากท่านแม่ อันนี้ซื้อฝากท่านพ่อ อันนี้ให้พี่สาว ไหนจะของตนเอง จนแหวนมิติของซิ่วอิงเต็มไปด้วยของกินของใช้จากน้องสาว เสี่ยวหยวนตั้งแต่โตมาไม่เคยได้เที่ยวสถานที่อย่างนี้ ซิ่วอิงจึงตามใจเธอทุกอย่าง อยากได้อะไรอยากไปที่ใดก็นำไปทุกที่

            จนในที่สุด ซิ่วอิงพาทุกคนมาถึงที่คุ้นตาแห่งนึง

            " พี่สาวซื้อขนมมั้ยเจ้าคะ.."

            เสียงคุ้นหูซิ่วอิงดังขึ้นมาจากข้างทาง เมื่อหันไปดูเห็นเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่เธอเหมาขนมไปเมื่อวานนั่นเอง ซิ่วอิงเดินเข้าไปมองที่ขนมก็รู้สึกแปลกใจนัก เพราะขนมวันนี้มีเพียงอย่างเดียว แถมหน้าตาดูไม่ชวนกินเอาเสียเลย

            " เด็กน้อย.. ทำไมขนมเจ้าเป็นแบบนี้ล่ะ.."

            " เอ่อ.. เพราะข้าเป็นคนทำเองเจ้าค่ะพี่สาว"

            เด็กหญิงตอบน้ำเสียงสั่นเครือ

            " อ้าว.. แล้วยายเจ้าล่ะ.."

            " ฮือๆๆ..."

            เด็กหญิงตัวน้อยไม่ตอบกลับร้องให้โฮออกมา ซิ่วอิงและทุกคนต่างมองด้วยความสงสัย แล้วเป็นป้าจางร้านข้างๆพูดแทนเด็กน้อย

            " คุณหนูท่านนี้.. ข้าเล่าให้ฟังแทนอาซ่วนแล้วกัน.. เมื่อวานหลังจากพวกนางขายของเสร็จ กำลังเดินทางกลับไปบ้าน อยู่ๆก็มีพวกอันธพาลเข้ามาปล้นชิง.. ยายไม่ยอมให้จึงถูกพวกมันทำร้าย แล้วยังเอาเงินไปจนหมด.. พูดแล้วน่าสงสารจริงๆ.. เฮ้อ " 

            ยายจางบอกเล่าด้วยน้ำเสียงสงสารจับใจ

            ซิ่วอิงนั่งคุกเข่าลงข้างนึง มองเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องให้ตัวโยนอย่างน่าสงสาร เสี่ยวหยวนกับคนอื่นๆก็พากันสะอื้นตามไปด้วย ซิ่วอิงมองตามเนื้อตัวของเด็กน้อยเห็นว่าไม่เป็นอะไร จึงถามขึ้น

            " เด็กน้อย.. ยายเจ้าบาดเจ็บมากหรือไม่"

            " ฮือๆๆ ท่านยายเจ็บมากเจ้าค่ะ.. ยายเจ็บมากจนลุกไม่ไหว ข้าเลยทำขนมมาขายเอง.. ส่วนเงินที่พี่สาวให้ พวกมันเอาไปหมดเลยเจ้าค่ะ.. ฮือๆๆๆ"

            เด็กหญิงเล่าไปร้องให้ไปอย่างน่าเวทนา ทำเอาเสี่ยวหยวนกับคนอื่นๆพากันน้ำตาไหลไปด้วย ซิ่วอิงกัดฟันระงับความโกรธแล้วเอ่ยว่า

            " เด็กน้อยไม่ต้องร้องให้แล้ว.. พาพี่สาวไปหายายของเจ้า พี่สาวจะช่วยเจ้าเอง"

            ซิ่วอิงพูดจบบอกให้หยูฮัวเก็บของให้เด็กหญิง ก่อนจะพาทุกคนไปขึ้นรถม้า แล้วให้เด็กหญิงตัวน้อยบอกทางตรงไปยังบ้านตัวเองทันที

            ‘กุบกับๆ’

            ใช้เวลาไม่นานรถม้าซิ่วอิงมาถึงที่หมาย บ้านของเด็กน้อยกับยายอยู่ท้ายตลาดนี่เอง เป็นบ้านเก่าๆดูทรุดโทรมเป็นอันมาก เมื่อหยูฮัวบังคับให้รถม้าหยุดนิ่ง เด็กหญิงตัวน้อยรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที ซิ่วอิงกับทุกคนเดินตามเข้าไป

            เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นภาพอันน่าอนาถใจ

            บนเตียงไม้เก่าๆมีร่างผอมบางของหญิงชรานอนอยู่ ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ซิ่วอิงรีบเข้าไปใช้สัมผัสวิญญาณตรวจดู ไม่นานก็รู้ว่าหญิงชราถูกทำร้ายจนบาดเจ็บหนัก แขนข้างขวาหักนอนสลบด้วยพิษบาดแผล

            " ยายจ๋าา.. ข้าพาพี่สาวใจดีมาช่วยแล้ว ยายตื่นมาสิ.."

            เด็กหญิงตัวน้อยเรียกยายตนเองเสียงสั่น จนครู่นึงหญิงชราลืมตาขึ้นมา ซิ่วอิงกดร่างของยายไว้เบาๆไม่ให้เคลื่อนไหว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเครือๆ

            “ ท่านยายคงจำข้าได้.. ท่านยังไม่ต้องพูดอะไร ข้าจะรักษาอาการบาดเจ็บของท่านก่อน ”

            ท่านยายของเด็กหญิงมองซิ่วอิงด้วยน้ำตา แล้วพยักหน้าเบาๆ

            " หยูฮัวประคองยายขึ้นนั่ง.."

            ซิ่วอิงสั่งการหยูฮัว จากนั้นนำโอสถวารีชำระกับถังน้ำเล็กๆออกมาจากแหวนมิติ หยดน้ำทิพย์ดาราลงไปในถังน้ำสองหยด แล้วส่งโอสถวารีชำระให้หยูฮัวป้อนให้หญิงชรากิน

            หลังจากให้ยายกินโอสถ หยูฮัวเอาน้ำในถังให้ยายดื่มเข้าไปช้าๆ ขณะที่ซิ่วอิงใช้ฝ่ามือทาบที่แผ่นหลังหญิงชรา แล้วส่งลมปราณเข้าไปช่วยรักษา

            เวลาผ่านไปหลายอึดใจหญิงชราดื่มน้ำจนหมด ด้วยสรรพคุณของโอสถและน้ำทิพย์ ร่างกายที่อ่อนแรงของหญิงชราเริ่มดีขึ้น รอยฟกช้ำตามตัวค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้าๆ กระดูกแขนที่แตกหักค่อยๆประสานกันจนไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป

            ซิ่วอิงเอามือออกจากแผ่นหลังหญิงชรา แล้วถามว่า

            " ท่านยายรู้สึกอย่างไรบ้าง.."

            " รู้สึกดีมากเลยคุณหนู ขอบคุณมากที่มาช่วยข้า.." หญิงชราพูดเสียงสั่นเครือ

            " ไม่เป็นไรท่านยาย.. "

            “ ยายจ๋า.. เป็นอย่างไรบ้าง หายเจ็บแขนหรือยัง..” เสียงเด็กหญิงเอ่ยถามออกมา พร้อมกับค่อยๆยื่นมือไปจับแขนเล็กของยายตนเอง

            “ ซ่วนเอ๋อร์.. อย่าร้องยายไม่เป็นไรแล้วล่ะ..”

            จากนั้นสองยายหลานนั่งกอดกันบนเตียงเงียบๆ ถ่ายทอดความห่วงใยให้แก่กันเหมือนที่เคยทำมาตลอด ท่ามกลางสายตาของทุกคนในห้อง

            หลังจากซิ่วอิงรักษาหญิงชราจนอาการดีขึ้น หญิงชราจึงเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานหลังจากที่ขายขนมหมด กำลังเดินทางกลับมายังบ้านหลังนี้ แต่กลับเจอพวกอันธพาลสองคนเข้ามารีดไถเงิน ตนเองไม่ให้จึงถูกพวกมันทำร้ายจนแขนหัก และแย่งเอาเงินไปหมด รวมทั้งเงิน 50 เหรียญทองที่ซิ่วอิงให้มา

             หญิงชราเล่าด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ เด็กหญิงตัวน้อยกอดยายตนเองร้องให้ ทำเอาเสี่ยวหยวนและคนอื่นๆพากันร้องให้ตามไปด้วย ซิ่วอิงน้ำตาซึมด้วยความสงสาร สายตากวาดมองสภาพความเป็นอยู่ของสองยายหลาน คงปล่อยให้อยู่กันแบบนี้ไม่ได้แน่ จึงพูดขึ้นว่า

             “ ท่ายยายกับเด็กน้อยชื่ออะไรกันบ้าง.. แล้วท่านอยู่กันเพียงสองคนหรือ”

            “ ข้าชื่อลี่จู ส่วนเด็กน้อยชื่ออาซ่วน.. พวกเรามีกันแค่สองคนคุณหนู”

            ยายลี่เอ่ยตอบพลางหลบสายตาของซิ่วอิง เหมือนไม่อยากพูดถึงคนในครอบครัว ซิ่วอิงไม่ถามมากจึงเอ่ยจุดประสงค์ของตนเองออกมา

            “ ท่านยาย.. ต่อไปข้าจะดูแลพวกท่านเอง ท่านพาหลานไปอยู่กับข้าเถอะ”

            “ จะดีเหรอคุณหนู.. แค่นี้ก็เป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว”

            “ ไม่เป็นไรท่านยาย.. หากปล่อยไว้แบบนี้ข้าไม่วางใจ”

            “ ยายจ๋าๆ.. พวกเราไปอยู่กับพี่สาวเถอะ พี่สาวเป็นนางฟ้าใจดี”

            เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยกับยายตนเองด้วยสายตาวิงวอน นางอยากไปอยู่กับพี่สาวใจดีคนนี้

             “ อย่างนั้นก็ได้.. ต่อไปต้องรบกวนคุณหนูแล้ว”

             “ เป็นความต้องการของข้าเองท่านยาย.. เอาละพวกเราไปกันเถอะ เสื้อผ้าเดี๋ยวไปซื้อที่ตลาด”

             จากนั้นซิ่วอิงพากลุ่มน้องสาวและสองยายหลาน ขึ้นรถม้ากลับไปยังตลาดอีกครั้งนึง ไม่นานรถม้าที่มีหยูฮัวเป็นคนขี่มาถึงตลาดกลางเมือง ซิ่วอิงพาสองยายหลานไปหาซื้อเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ เพราะที่มีอยู่นั้นมันทั้งเก่าทั้งขาด เสี่ยวหยวนช่วยเลือกซื้อเสื้อผ้าให้เด็กหญิงจนเต็มสองมือ  

            เมื่อหาซื้อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ซิ่วอิงพาทุกคนมุ่งหน้ากลับจวน โดยหยูฮัวเป็นผู้ขับขี่รถม้าอยู่ด้านหน้า ด้านในซิ่วอิงชวนหญิงชราคุยกันไปเรื่อย ส่วนเสี่ยวหยวน หยูฮัวและสองหนุ่มน้อย พูดคุยกับเด็กหญิงอาซ่วนอย่างเป็นกันเอง

             

            ‘เส้นทางกลางเมืองสู่จวนสกุลจ้าว’

            โรงเตี๊ยมตระกูลหลินข้างร้านที่ซิ่วอิงจะเปิดขายโอสถ บนชั้นสองโต๊ะริมมีชายสองคนนั่งทานน้ำชายามเช้ากันอยู่ หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีวัย 20 กว่าปี แต่งกายด้วยชุดหรูหรามองก็รู้ว่าเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ ที่นั่งอยู่ด้านข้างเป็นผู้ติดตามวัยกลางคน ทั้งสองนั่งจิบชามองผู้คนผ่านไปมาบนถนน ด้านหลังมีชายหนุ่มวัยฉกรรจ์อีกสองคนยืนกุมมืออยู่ใกล้ๆ

            ทันใดนั้น.. ชายหนุ่มคนนึงที่ยืนอยู่พลันเอ่ยขึ้น

             “ คุณชาย.. ท่านดูรถม้าคันนั้นสิขอรับ ข้าน้อยคิดว่าผู้หญิงคนที่ขี่ม้า หน้าตาคุ้นๆนะขอรับ”

            ชายหนุ่มรูปงามมองรถม้าบนถนนหน้าโรงเตี๊ยม ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจ

             “ หือ.. นั่นมันนังหยูฮัวลูกสาวเจ้าต้าเหลียนอดีตพ่อบ้านของข้า ข้าขายเป็นทาสไปทั้งครอบครัวไม่ใช่หรือ.. ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่ พวกเจ้าสองคนไปดูสิ”

            " ขอรับคุณชาย.."

            ชายฉกรรจ์ทั้งสองกุมมือรับคำสั่ง จากนั้นกระโดดลงจากชั้น2 ไปขวางหน้ารถม้าไว้ทันที

             “ หยุดด.."

             

            …………………………….