จ้าวฉงหย่วนถือแส้ในมือพลางเดินตรงไปยังจ้าวเจ๋อ
"เ้ายังรู้ตัวอีกหรือว่าข้าเป็บิดาของเ้า?"
"เสด็จพ่อ ลูก..." จ้าวเจ๋อรีบเอ่ยแก้ตัว
"เ้าไม่อยากให้บรรเลงเพลงต่อแล้วให้ร่ายรำต่อหรอกหรือ? บรรเลงเพลงสิ ร่ายรำสิ!" พูดจบก็ฟาดแส้เข้าใส่จ้าวเจ๋ออีกครั้ง
เมื่อเห็นแส้ฟาดลงมา จ้าวเจ๋อก็สั่นเทาราวกับตะแกรงร่อนแป้ง เขาถอยหลังพลางตัวสั่นงันงก มองจ้าวฉงหย่วนด้วยสายตาขอความเมตตา
"เสด็จพ่อ ฟังลูกอธิบายก่อน..."
ในขณะที่ขอความเมตตา จ้าวเจ๋อยังคอยส่งสายตาให้หวังลี่ซื่อช่วยพูดขอความเห็นใจ ทว่าหวังลี่ซื่อกลับเงยหน้ามองฟ้า ทำเหมือนจ้าวเจ๋อเป็เพียงอากาศธาตุ
เมื่อเห็นท่าทางของหวังลี่ซื่อที่ไม่กล้ายื่นมือเข้ามาแทรก มุมปากของจ้าวเจ๋อก็กระตุก เขาลอบกลืนน้ำลายแล้วมองไปยังจ้าวฉงหย่วน พร้อมส่งยิ้มประจบ
"เสด็จพ่อ ก่อนที่ท่านจะเสด็จมา ท่านน่าจะส่งคนมาบอกลูกล่วงหน้าสักนิด ลูกจะได้ส่งคนไปรับ"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จ้าวเจ๋อก็เผยรอยยิ้มที่คิดว่าดูจริงใจที่สุดออกมา จ้าวฉงหย่วนแสยะยิ้มเช่นกัน จากนั้นก็ตวัดแส้ในมือ
เพียะ!
ฟาดเข้าใส่จ้าวเจ๋ออย่างจัง เสียงแหวกอากาศที่รุนแรงนั้นทำให้จ้าวเจ๋อหนังศีรษะชาหนึบ ร้องะโเสียงหลง
"เสด็จพ่อ ท่านคิดจะฆ่าลูกในไส้ของท่านหรือพ่ะย่ะค่ะ!"
"วันนี้ข้าจะฆ่าเ้าให้ได้ จะตีเ้าลูกอกตัญญูให้ตาย!" จ้าวฉงหย่วนด่าทอด้วยความโกรธพลางกวัดแกว่งแส้ไล่ตามหลังจ้าวเจ๋อ
"เ้าจะหนีทำไมกัน เ้าบอกว่าเ้าเป็ขี้ข้าในพระราชวังหลวงมาสิบแปดปี อยากจะหาความสุขให้เต็มที่มิใช่หรือ มาเถิด พ่อคนนี้จะให้เ้าได้เสพสุข!"
เพียะ!
พูดจบก็ฟาดแส้ใส่จ้าวเจ๋ออีกครั้ง
"เสด็จพ่อ ท่านจะตีข้าให้ตายจริง ๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ!?"
จ้าวเจ๋อร้องโวยวาย พลางะโตัวลอยจนสูงลิ่ว แต่ถึงกระนั้นก้นของเขาก็ยังถูกฟาดโดนเข้า ทำให้ความรู้สึกแสบซ่านอย่างรุนแรงจู่โจมเข้ามาทันที
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ พร้อมกับความทรงจำอันยาวนานที่หวนกลับมา ความรู้สึกแสบซ่านแบบนี้ เขาไม่ได้ััมาหลายปีแล้ว
"เ้าเด็กนี่ หลบเก่งนักนะ" จ้าวฉงหย่วนด่าทอ ก่อนจะไล่ตามหลังจ้าวเจ๋อแล้วหวดแส้ใส่ไม่ยั้ง
คนหนึ่งหนี คนหนึ่งตี
ไม่นานนัก จ้าวฉงหย่วนก็เหนื่อยจนหอบ เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่อายุน้อยแล้ว
จ้าวเจ๋อที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกและนั่งลงบนพื้นด้วยอาการหอบเหนื่อยเช่นกัน และในใจยังรู้สึกหดหู่ถึงที่สุด
เหตุใดเสด็จพ่อของตนถึงได้บุกมาถึงเหยี่ยนโจวอย่างกะทันหันเช่นนี้ และพอเจอหน้ากันก็ตีทันที...
ทว่าในเวลาต่อมาก็ได้ยินจ้าวฉงหย่วนะโบอกหวังลี่ซื่อว่า "กงกง พาทหารมามัดเ้าลูกทรพีคนนี้ไว้"
"เดี๋ยวก่อนเสด็จพ่อ ท่านเอาจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ!?" เมื่อเห็นหวังลี่ซื่อนำคนเดินเข้ามา จ้าวเจ๋อก็เริ่มลนลาน แต่หวังลี่ซื่อได้นำคนเข้ามาถึงตัวแล้ว
"หวังกงกง ข้า..." จ้าวเจ๋อรีบถอยหลัง
"ฉีอ๋อง ท่านโปรดสงบเสงี่ยมหน่อยเถิด อย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย รอให้ฝ่าาคลายโทสะก่อน แล้วท่านก็จะไม่มีปัญหาอะไรพ่ะย่ะค่ะ"
หวังลี่ซื่อยิ้มขื่นพร้อมกับสะบัดมือ ทำให้ทหารองครักษ์วังหลวงหลายนายรุดเข้าไปทันที และเพียงไม่กี่อึดใจก็มัดจ้าวเจ๋อจนแ่า พร้อมกับแขวนจ้าวเจ๋อขึ้นไป
"เ้าเด็กนี่เก่งนักหรือ? คิดว่าสร้างเมืองในเขตศักดินาได้ดีแล้วจะมาโอ้อวดใส่ข้าใช่หรือไม่ ยังคิดจะหลอกข้าอีก? ข้าเป็คนที่เ้าคิดจะหลอกก็หลอกได้งั้นหรือ? ถึงขั้นบังคับให้ข้าสาบานด้วยคำสาปแช่ง? หือ? ดูความสามารถของเ้าสิ เ้าคิดว่าข้าโง่หรือ? ข้าใช้ชื่อปลอมต่างหาก!"
จ้าวฉงหย่วนฟาดจ้าวเจ๋อไปพลางด่าทอไปพลาง แต่จ้าวเจ๋อฟังไปฟังมาก็เริ่มงุนงง
เขาไปหลอกจ้าวฉงหย่วนตอนไหนกัน? ทั้งยังมีการสาบานด้วยคำสาปแช่งอีก? เื่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เขาไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
แต่ยังดีที่จ้าวฉงหย่วนไม่ได้ลงมือรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต แส้ถูกเปลี่ยนเป็ไม้ขนไก่ของจวนอ๋องไปนานแล้ว และจุดที่ถูกตีก็มีเพียงที่ก้นเท่านั้น
แม้จะเป็เช่นนั้น แต่จ้าวเจ๋อก็ยังถูกตีจนหน้าเหยเก
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของจ้าวเจ๋อ หวังลี่ซื่อก็ยกมือปิดปากที่เกือบจะหลุดขำออกมา
ที่แท้นายท่านของตนก็แค่หาโอกาสระบายอารมณ์ ในเมื่อจัดการจ้าวติ้งไม่ได้ก็เลยเอามาลงที่จ้าวเจ๋อแทนสินะ?
ผ่านไปครู่ใหญ่
จ้าวฉงหย่วนนั่งหอบอยู่บนพื้น ไม้ขนไก่ในมือถูกตีจนขนแทบจะร่วงหมด
จ้าวเจ๋อที่ถูกแขวนอยู่บนขื่อบ้านมีสีหน้าอัดอั้นตันใจแต่ไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ได้แต่มองบิดาของตนด้วยสายตาเศร้าสร้อย
"มองอะไร ตีเ้าแล้วยังไม่สำนึกอีกหรือ" จ้าวฉงหย่วนถลึงตาใส่
จ้าวเจ๋อรีบหดหัวลงทันที หันหน้าไปทางอื่นด้วยความน้อยใจและไม่กล้าพูดอะไรอีก
เมื่อเห็นจ้าวเจ๋อเงียบลง จ้าวฉงหย่วนจึงกระแอมไอแล้วมองไปยังจ้าวเจ๋อพร้อมกล่าวว่า "ข้าให้เวลาเ้าสามปี ข้าไม่อยากเห็นผู้อพยพในแคว้นต้าเฉียนอีก!"
"เอ๊ะ มีเื่แบบนี้ด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ?" จ้าวเจ๋อมองจ้าวฉงหย่วนด้วยความมึนงง
"แขวนมันขึ้นไป! เอาแส้ม้ามาให้ข้า!"
เมื่อเห็นท่าทางมึนงงของจ้าวเจ๋อ จ้าวฉงหย่วนก็โกรธจนควันออกหู เขายื่นมือไปรับแส้ม้าจากองครักษ์ข้างกาย
เพียะ!
ฟาดแส้ลงบนก้นของจ้าวเจ๋ออย่างจัง
ในชั่วพริบตา ิัก็ฉีกขาด ใบหน้าของจ้าวเจ๋อกลายเป็สีแดงก่ำทันที
"เสด็จพ่อ ไว้ชีวิตด้วยพ่ะย่ะค่ะ!" เขารีบะโลั่น
"ไว้ชีวิต? แล้วใครไว้ชีวิตราษฎรเ่าั้บ้าง?" จ้าวฉงหย่วนด่าทอด้วยความโกรธ
เพียะ!
ฟาดแส้ลงไปอีกครั้ง ทันใดนั้น รอยเืที่น่าสยดสยองสองรอยก็ปรากฏขึ้นบนก้นของจ้าวเจ๋อ ชุดคลุมัสีดำถูกตีจนฉีกขาด
"เสด็จพ่อ ลูกผิดไปแล้ว ลูกผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวเจ๋อร้องไห้ขอความเมตตา
เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเสด็จพ่อจะมา ก่อนหน้านี้เองก็ไม่มีข่าวคราวเลยสักนิด แล้วปัญหาเื่ผู้อพยพเขาจะแก้ได้อย่างไร ั้แ่สมัยราชวงศ์ก่อนมันก็เป็แบบนี้ไม่ใช่หรือ?
เพียะ เพียะ เพียะ!
แส้ถูกฟาดลงไปอีกหลายครั้ง เขาตีจนจ้าวเจ๋อร้องไห้โวยวายระงม
หากใครไม่รู้คงคิดว่ากำลังฆ่าหมูอยู่
"เสด็จพ่อ เลิกตีเถิด ลูกผิดแล้ว ลูกผิดจริง ๆ แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
จ้าวเจ๋อร้องไห้พลางมองไปยังจ้าวฉงหย่วน น้ำตาของเขาไหลพรากออกมาโดยไม่ต้องพยายามเลยสักนิด
เมื่อเห็นสภาพของจ้าวเจ๋อ จ้าวฉงหย่วนก็หอบหายใจแรง
"ข้าให้เวลาเ้าเพียงสามปี หากภายในสามปี ในเขตเหยี่ยนโจวยังคงมีผู้อพยพอยู่ทุก ๆ แห่ง เ้าก็ไม่ต้องเป็ฉีอ๋องอีกต่อไป เ้าคิดว่าเื่ผู้อพยพเป็เื่ปกติใช่หรือไม่? ถึงตอนนั้นข้าจะให้เ้าไปเป็ผู้อพยพเสียเอง"
"หา? ท่านพ่อ ข้าเป็ลูกในไส้ของท่านนะขอรับ" เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฉงหย่วน จ้าวเจ๋อก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม
"เ้ากล้าร้องอีกคำดูสิ" จ้าวฉงหย่วนโกรธจนเงื้อแส้ขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ จ้าวเจ๋อก็หดหัวทันทีแล้วมองจ้าวฉงหย่วนด้วยความน้อยใจ "ข้าทราบแล้วขอรับ"
"อย่าเรียกข้าว่าพ่อ ที่นี่มีเพียงฮ่องเต้และขุนนาง" จ้าวฉงหย่วนด่าเสียงดัง พร้อมกับตวัดแส้ขึ้นอีกครั้ง
"พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ!" จ้าวเจ๋อหดหัวลงแล้วรีบตอบกลับอย่างนอบน้อม
"นอกจากนี้ ให้งดเบี้ยหวัดเป็เวลาสามปี เพื่อเป็การตักเตือน" จ้าวฉงหย่วนปรายตามองจ้าวเจ๋อ
"หา!" จ้าวเจ๋อร้องอุทาน "เสด็จพ่อ ลูกต้องใช้เงินนี้ประทังชีวิตนะพ่ะย่ะค่ะ หากท่านไม่ให้เบี้ยหวัด ลูกจะเอาอะไรกินเล่า?"
ทว่าจ้าวฉงหย่วนกลับไม่ชายตามองจ้าวเจ๋อแม้แต่น้อย เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกจากห้องโถง และทันทีที่ก้าวพ้นประตู เขารู้สึกปลอดโปร่งและสดชื่นขึ้นมาทันที
ข้าจัดการเ้าไม่ได้ แต่ข้าลงโทษคนอื่นไม่ได้เชียวหรือ??
สบายใจแล้ว สบายใจที่สุดเลย
เมื่อออกจากจวนฉีอ๋อง จ้าวฉงหย่วนมองไปยังเมืองที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งแตกต่างกับโยวโจวราวฟ้ากับดิน รวมถึงถนนหนทางที่ดูเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาของจ้าวฉงหย่วนเต็มไปด้วยความกังวล เขาถอนหายใจยาว
"ข้าเคยคิดว่าขอเพียงขยันบริหารบ้านเมือง รักราษฎร และปรับปรุงการปกครอง วันหนึ่งจะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่ราชวงศ์ก่อนทิ้งไว้ เพื่อให้ราษฎรมีความเป็อยู่ที่มั่งคั่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนข้าจะคิดเื่นี้ง่ายเกินไป ไม่นึกเลยว่าข้าที่เป็ถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเฉียน สุดท้ายกลับสู้บุตรชายของตนเองไม่ได้ น่าขัน ช่างน่าขันจริง ๆ "
"ฝ่าา โยวโจวเป็เพียงเมืองเดียว แต่สิ่งที่ฝ่าาต้องเผชิญคือทั้งเก้าแคว้น ยี่สิบแปดเมืองของแคว้นต้าเฉียน ซึ่งสถานการณ์มีความซับซ้อนกว่าโยวโจวมากนัก แม้เยียนอ๋องจะมีความสามารถ แต่หากอยู่ในตำแหน่งของพระองค์ก็ไม่แน่ว่าจะทำได้ดีกว่าฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ" หวังลี่ซื่อรีบปลอบโยน
จ้าวฉงหย่วนไม่ได้ตอบอะไร เขามองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงขึ้นม้าและมุ่งหน้าไปยังท่าข้ามแม่น้ำฉี