หานอู่นำดอกเจียงหมิงกลับมาสำเร็จและช่วยชีวิตท่านหมอฉินฟงได้ทันเวลาพอดี
ฉินฟงค่อยๆ ลืมตาพร้อมกับพูดเสียงแผ่วเบาว่า “ชิงชิง เจ้าอยู่ไหน”
“ข้าอยู่นี่ท่านพี่ ท่านพี่ฟื้นแล้ว” ชิงชิงรีบจับมือฉินฟงด้วยความดีใจ
ฉินฟงเช็ดน้ำตาให้ “อย่าร้องไห้สิ ฮูหยินของข้า ข้าไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกนะ” เขาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วกอดชิงชิงไว้ “ข้าฝันถึงเจ้าด้วยนะ ชิงชิง”
“ข้าขอโทษ ท่านพี่ ที่ข้า...” ชิงชิงพูดทั้งน้ำตาเพราะรู้สึกผิด
ฉินฟงค่อยๆ ผละออก แล้วเอามือปิดปากฮูหยินเบาๆ “อย่าพูดเรื่องที่ผ่านมาอีกเลย ต่อไปพวกเรามาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ด้วยกันนะชิงชิง”
“แต่ท่านพี่เป็นประมุขนี่คะ” ชิงชิงกังวล
“ฉินฟุชิงอำนาจไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะก่อเหตุวุ่นวายสับสนอลหม่านมากแค่ไหน” สีหน้าฉิงฟงเปลี่ยนเป็นกังวล
“ไว้ให้ท่านพี่แข็งแรงเมื่อไหร่ ค่อยชิงตำแหน่งกลับมาก็ได้นี่คะ” ชิงชิงให้ความเห็น
“ความจริงแล้วข้าเพียงแค่ดำรงตำแหน่งเพื่อรักษาการเป็นประมุขพรรคเท่านั้น ผู้ที่สมควรได้รับตำแหน่งคนต่อไปคือ ฉินหยาง น้องชายของข้า” ฉินฟงยอมเผย
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะคะ” ชิงชิงสงสัย
“ฝึกวิชาที่วัดเส้าหลิน”
“ทำไมถึงไม่ให้ฝึกวิชามารล่ะคะ” ชิงชิงสงสัยอีก
“ข้าไม่ได้ต้องการให้น้องแข็งแกร่งเหนือทุกคนในยุทธจักร แต่ต้องการให้เขามีคุณธรรมและเป็นผู้นำที่ดี” ฉินฟงกล่าว
“ช่วงนี้พวกเราคงต้องพักอยู่ที่นี่ไปก่อน อีกสองวันจะมีการประชุมชาวยุทธ์ค่ะท่านพี่”
“ฮูหยินของข้าอยู่ที่ไหน ข้าก็อยู่ที่นั่น ตกลงมั้ย” ฉินฟงจับจมูกชิงชิงและบี้เบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว แล้วก็สวมกอดไปที่ท้องของนางอย่างทะนุถนอม พร้อมกับเอาหูไปแนบเพื่อฟังเสียงลูก
ชิงชิงยิ้มอย่างตื้นตัน มันเป็นความรู้สึกที่โล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอกที่เห็นสามีรอดชีวิตกลับมาแข็งแรงดังเดิม
ชิงชิงประคองท่านหมอลุกไปที่หน้าห้องเพื่อขอบคุณพี่หานอู่
“ขอบใจเจ้ามาก อุตส่าห์ช่วยตามหาสมุนไพรช่วยข้า” ฉินฟงกล่าว
“เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เป็นสหายกันไม่ใช่หรือ” หานอู่กล่าวเป็นกันเอง
“อื้อ ต้องขอบคุณฮูหยินของข้า ที่ช่วยทำให้ข้ารู้จักกับคำว่ามิตรภาพ” ฉินฟงมองไปที่ฮูหยินและยิ้มหวาน
“รู้จักคำว่ารักด้วย” หานอู่ก็เลยแซว
“อย่าว่าแต่ข้าเลย เจ้าเองก็เช่นกัน ยังไม่รีบไปหาพระองค์อีก” ฉินฟงล้อกลับ
“ใช่จริงด้วย ขอบใจมากสหายรัก” หานอู่เพิ่งนึกได้
ฉินฟงส่ายหน้าพร้อมกับโอบฮูหยินมองดูมือปราบรีบวิ่งมุ่งหน้าไปโรงทานอย่างรวดเร็ว
********************************************************
หานอู่รีบไปพบองค์หญิงหลังโรงทานปิดพอดี
องค์หญิงทรงทอดพระเนตรเห็นหานอู่มาแต่ไกล ก็ทรงรีบวิ่งไปกอดมือปราบอย่างลืมพระองค์ “หานอู่เจ้ากลับมาแล้ว ข้าไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย”
“กระหม่อมคิดถึงพระองค์ทั้งยามหลับและยามตื่นเลยนะพะย่ะค่ะ” หานอู่กอดตอบ
“เจ้ายังปากหวานไม่เปลี่ยนจริงๆ เจ้ามาถึงแบบนี้ แสดงว่าท่านฉินฟงก็หายดีแล้วใช่มั้ย” องค์หญิงทรงคาดการณ์
“ฟื้นเป็นปกติเหมือนไม่เคยป่วยเลยพะย่ะค่ะ”
หานอู่จึงจูงพระหัตถ์พาพระองค์ไปที่ห้องพักหมอฉินฟงเพื่อเป็นการยืนยันคำพูด พอไปถึง พระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นสามีภรรยากำลังจุมพิตกัน องค์หญิงทรงยิ้มและรีบรั้งตัวมือปราบไม่ให้เข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า
“ทำไมพะย่ะค่ะ”
“ทั้งสองคงมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกันอีกมาก เจ้าไปส่งข้าที่วังเถิด” องค์หญิงตรัส
ระหว่างที่ทั้งสองเดินไปด้วยกัน หานอู่ก็รีบทูล “อีกสองวันกระหม่อมจะไปทูลขอองค์หญิงกับฝ่าบาทนะพะย่ะค่ะ”
“แล้วเจ้าไม่กลัวถูกลงโทษงั้นหรือ” องค์หญิงทรงกังวล
“ไม่กลัวพะย่ะค่ะ เป็นไงเป็นกัน” หานอู่ยินยอมทุกอย่าง
“ตามใจเจ้าก็แล้วกัน” องค์หญิงตรัสและมีสีพระพักตร์แดงจัดด้วยความเขิน
พอมาถึงหน้าประตูวังองค์หญิงก็ทรงกอดหานอู่อีกและฝ่ายชายก็กอดตอบ
“ข้ารักเจ้ามากนะ ดูแลรักษาตัวดีๆ ด้วยหานอู่” องค์หญิงตรัสเผยความรู้สึก
“กระหม่อมก็รักพระองค์พะย่ะค่ะ” มือปราบยิ้มด้วยความปลื้มใจ
ฉากที่ทั้งสองกอดกัน อยู่ในสายตาของใครบางคน
********************************************************
ตกดึก ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้องค์หญิงซานยี่เข้าเฝ้า แต่คราวนี้พระองค์ทรงเข้าเฝ้าเสด็จพ่อตามลำพังเท่านั้น
ณ ห้องทรงงานของฝ่าบาท
“เจ้าแอบคบหามือปราบหานอู่มานานเท่าไหร่แล้ว ซานยี่” ฝ่าบาททรงกริ้ว
“พระองค์ทรงทราบหรือเพคะ” องค์หญิงทรงตกพระทัย
“ตอนแรกซานตงมาฟ้องพ่อ พ่อก็ยังไม่เชื่อ แต่พอเจ้าพูดเช่นนี้ก็หมายความว่ามันเป็นเรื่องจริง” ฝ่าบาทตรัสเสียงแข็ง
“ใช่เพคะ ลูกรักมือปราบหานอู่ และรักมานานแล้วเพคะ” องค์หญิงทรงยอมสารภาพ
“แต่เจ้ากับหานอู่ไม่คู่ควรกัน เจ้าเป็นถึงองค์หญิงสูงศักดิ์ แต่ชายผู้นั้นเป็นเพียงมือปราบตำแหน่งเล็กๆ เท่านั้น” ฝ่าบาททรงคัดค้าน
“แต่เขาเป็นคนดีนะเพคะ”
“เอาล่ะ พ่อคงต้องเด็ดขาดกับเจ้าสักที หากเจ้ายังคงดื้อดึงกับพ่ออยู่ พ่อจะส่งหานอู่ไปเป็นมือปราบแถวชายแดนไปตลอดชีวิต” ฝ่าบาทตรัส
“เสด็จพ่อเพคะ ได้โปรดทรงอย่าทำเช่นนั้นเลยนะเพคะ” องค์หญิงทรงพยายามขอร้อง
“มันขึ้นอยู่กับเจ้า…ซานยี่ เจ้าจงกลับไปคิดทบทวนให้ดีเถิด และหากเจ้าคิดได้แล้ว พ่อจะจัดพิธีเลือกคู่หาคนที่เหมาะสมให้เจ้าเอง” ฝ่าบาทตรัส
“เพคะเสด็จพ่อ หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
********************************************************
วันถัดมา วันนี้เป็นวันหยุดของหานอู่ ช่วงเช้าองค์หญิงทรงเสด็จไปที่บ้านของหานอู่ และทรงตะโกนเรียก
“หานอู่ หานอู่ เจ้าอยู่มั้ย”
ไม่มีเสียงตอบรับ ตอนแรกองค์หญิงทรงกะว่าจะเสด็จกลับ แต่พอทอดพระเนตรเห็นประตูบ้านพักแง้ม พระองค์จึงทรงถือวิสาสะเสด็จเข้าไป และก็ต้องยิ่งตกพระทัยเมื่อเห็นหญิงชาวบ้านยืนอยู่ภายในห้องนอนของคนรักพร้อมกับหันหลังให้พระองค์
“เจ้าเป็นใครทำไมถึงอยู่ในบ้านของหานอู่ และหานอู่ไปไหน” องค์หญิงตรัสถามทันที
“ข้าเป็นฮูหยินของเขา ตอนนี้เขาไปซื้อกับข้าวให้ข้าอยู่” ผู้หญิงคนนั้นยังคงหันหลังให้พระองค์
“เจ้าว่าไงนะ หานอู่มีภรรยาอยู่แล้วงั้นหรือ” องค์หญิงทรงตกพระทัยและรู้สึกกริ้วมาก
“และเจ้าล่ะเป็นใคร หรือเป็นเมียน้อยของสามีข้า” ผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่หันหน้ามา
“ข้าแค่รู้จักหานอู่เพียงผิวเผินเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรกับเขา อย่าได้เข้าใจผิด ข้าขอตัวกลับก่อน” องค์หญิงทรงกริ้วจนพร้อมที่จะตัดขาดกับมือปราบเจ้าชู้คนนั้น
“เดี๋ยว”
องค์หญิงทรงหันกลับไปทอดพระเนตร ก็เห็นผู้หญิงงามระหงหันหน้ามา แต่ทว่าใบหน้านางกลับมีรอยแดงเป็นรูปมือที่แก้มและพระองค์ก็รีบตรัสถาม “ใครทำอะไรเจ้าน่ะ”
สักพักผู้หญิงลึกลับก็นั่งไปกับพื้น แล้วร้องไห้พร้อมเอามือจับแก้มของตน “ฮือฮือ เจ้าตบข้าทำไม ข้าทำอะไรเจ้า”
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลยนะ” องค์หญิงทรงฉงน
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” หานอู่เข้ามาเห็นเหตุการณ์
“หานอู่ ฮือฮือ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ นางก็บุกเข้ามา พอเห็นข้าอยู่ในห้องของเจ้า ก็ไม่ยอมไถ่ถามอะไร แสดงความโกรธแล้วตบข้าไม่ยั้ง ข้าเจ็บแก้มไปหมดแล้ว หานอู่” ผู้หญิงแปลกหน้าร้องไห้คร่ำครวญ
“องค์หญิง เหตุใดถึงพระทัยร้ายนักล่ะพะย่ะค่ะ” หานอู่ตกใจพร้อมกับเข้าไปประคองหญิงชาวบ้านคนนั้น
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรนางเลยนะ หานอู่” องค์หญิงทรงพยายามอธิบาย
“ที่แท้พระองค์ทรงเป็นถึงองค์หญิง แต่ถึงยังไง พระองค์ก็ทรงไม่ควรกดขี่ข่มเหงชาวบ้านอย่างหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” หญิงชาวบ้านพูดเชิงต่อว่า
หานอู่ประคองหญิงลึกลับให้ไปนั่งบนเตียง
องค์หญิงทรงรู้สึกน้อยพระทัย ก็เลยรีบวิ่งออกจากบ้านหานอู่ไป
หานอู่พยุงหญิงให้นอนพักดีๆ แล้วตนก็วิ่งตาม ด้วยพลังยุทธ์ของหานอู่ยังไงก็วิ่งตามทัน และดักหน้าพระองค์ไว้
“ตามมาทำไม ไปดูแลนางสิ” องค์หญิงตรัสอย่างน้อยพระทัย
“อย่าทรงไร้เหตุผลสิพะย่ะค่ะ และไม่ควรใส่อารมณ์กับนางแบบนั้นด้วย นางเพิ่งประสบเคราะห์หนีลูกน้องของฉินฟุจนได้รับบาดเจ็บ กระหม่อมเลยพามารักษาตัวอยู่ที่บ้านกระหม่อม” หานอู่อธิบาย
“เจ้าคิดว่า ข้าเป็นคนทำร้ายนางงั้นหรือ ในใจเจ้า นิสัยข้าคงแย่มากสินะ” องค์หญิงทรงน้อยพระทัยหนักกว่าเดิม
“พระองค์ทรงพระทัยร้อนนี่พะย่ะค่ะ” หานอู่เห็นว่าสมัยก่อนองค์หญิงทรงเอาแต่พระทัยมากแค่ไหน
“เจ้ากลับไปดูนางเถอะ ในเมื่อนางก็บอกว่าเป็นฮูหยินของเจ้า ต่อไปข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเจ้าอีก” องค์หญิงตรัสพร้อมตัดขาด
“ไม่ใช่นะพะย่ะค่ะ ฟังกระหม่อมก่อน” หานอู่ตกใจเพราะมันไปกันใหญ่แล้ว
“ช่างเถอะ วันนี้ข้าจะมาบอกเจ้าว่า เรื่องของพวกเรามันจบลงแล้ว ข้ามาคิดดูแล้ว ข้าควรจะอภิเษกกับคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์คู่ควรกับข้า ไม่ใช่มือปราบต่ำต้อยอย่างเจ้า” องค์หญิงแกล้งตรัส
“ทรงคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือพะย่ะค่ะ” หานอู่รู้สึกเสียใจ
“ใช่ ที่ผ่านมาข้าก็แค่ทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะเจ้าเท่านั้น หานอู่ ลาก่อนนะ” องค์หญิงเสด็จจากไปทันทีโดยไม่ยอมหันกลับมาอีกเลย
มือปราบยืนชะงักค้าง มองหญิงสูงศักดิ์เสด็จจากไป จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไปและไม่เหลียวหลังกลับมาเช่นกัน
องค์หญิงเสด็จจากมาพร้อมกับมีน้ำในดวงเนตรไหลรินไม่ขาดสาย พอเสด็จไปได้สิบก้าวก็หันกลับมาดูหานอู่เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทรงคิดในพระทัยว่า “แบบนี้คงดีแล้ว”
********************************************************
องค์หญิงเสด็จไปที่กระท่อมชิงชิงที่ป่าลึกลับ เนื่องจากหมอฉินฟงเปลี่ยนแผนการไปตั้งหลักอยู่ที่นั่น เพราะต้องรวบรวมสมุนไพรไว้สำหรับรักษาอาการบาดเจ็บของเหล่าจอมยุทธ์
พระองค์ทรงวิ่งเข้าไปในกระท่อมกรรแสงอย่างกับเด็กๆ และไม่ได้ทอดพระเนตรอะไรทั้งสิ้น ทรงเข้าพระทัยว่าชิงชิงอยู่ในกระท่อมตามลำพัง เลยรีบตรัสออกมา “ฮือฮือ ชิงชิง หานอู่หลอกข้าอีกแล้ว ข้าไปบ้านหานอู่ และไปเห็นผู้หญิงอยู่ในห้องของเขา ผู้หญิงคนนั้นบอกข้าว่า นางเป็นฮูหยินของเขาน่ะชิงชิง”
“ทรงพระทัยเย็นก่อนพะย่ะค่ะ”
“มีอะไรค่อยๆ ตรัสคุยกันดีๆ นะเพคะ”
“ทรงอาจเข้าพระทัยผิดก็ได้พะย่ะค่ะ”
องค์หญิงทรงได้ยินเสียงที่พากันปลอบพระองค์ ต่างเป็นเสียงผู้อาวุโสทิ้งสิ้น ก็เลยตั้งสติเช็ดน้ำตา ก็เห็นว่ามีผู้อาวุโสทั้งห้าคนกำลังนั่งสมาธิอยู่ภายในกระท่อม เพื่อรอให้ท่านหมอฉินฟงฝังเข็มให้
“เอ่อ ท่านทั้งห้าบาดเจ็บ และกำลังทำการรักษาอยู่งั้นหรือ” องค์หญิงทรงรู้สึกอาย
ทั้งห้าพยักหน้าพร้อมกัน
“งั้นข้าไม่รบกวนนะ” องค์หญิงทรงอยากหายตัวไปจากจุดนั้นทันที
“ชิงชิงอยู่ในสวนสมุนไพรพะย่ะค่ะ” ฉินฟงกล่าวหลังฝังเข็มเสร็จ
องค์หญิงทรงรู้สึกเหมือนพระพักตร์แตกเป็นเสี่ยงๆ เลยรีบเสด็จไปหาชิงชิงและสวมกอดนาง แล้วพระองค์ก็ทรงกรรแสงคร่ำครวญต่อ
“ฮือฮือ หานอู่เขามีฮูหยินอยู่แล้ว เขาหลอกข้าอีกแล้ว”
“เป็นไปไม่ได้ ถ้าพี่หานอู่มีฮูหยินแล้วจริงๆ ข้าก็ต้องรู้ เพราะพวกเราเติบโตมาด้วยกัน” ชิงชิงไม่เชื่อ
“แต่ข้าเห็นผู้หญิงอยู่ภายในบ้านเขานะชิงชิง” องค์หญิงทรงยืนยัน
“รึว่า หานอู่ก็โดนหลอกเช่นกัน” ชิงชิงคาดการณ์
“หมายความว่ายังไง” องค์หญิงทรงฉงน
“ตอนนี้ฝ่ายมารรุกหนักมาก พวกเขาไม่ทำร้ายซึ่งหน้า แต่ใช้วิธีลอบกัด ดูอย่างพ่อข้า และหัวหน้าพรรคทั้งสี่ ได้แก่ พรรคเพยยี่ พรรคเซียนสง พรรคผาเป่ย และพรรคซูหมิง ต่างได้รับพิษเพราะพวกมันทั้งสิ้น พวกมันใช้ประโยชน์จากความใจอ่อนความสงสารของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ โดยการส่งคนปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วให้พวกเขาแอบวางยาพิษใส่อาหารหรือน้ำตามแต่สถานการณ์ ผู้อาวุโสทั้งห้าจึงได้รับพิษ แล้วรีบมารักษาตัวกับสามีข้า”
“งั้นข้าจะรีบไปเตือนเขา” องค์หญิงทรงตั้งพระทัยจะไปเตือนหานอู่
“เดี๋ยวกระหม่อมไปเองพะย่ะค่ะ กระหม่อมน่าจะมองออกว่านางเป็นมารจริงหรือไม่” ฉินฟงเดินออกมาและได้ยินพอดีเลยขันอาสา
“ทรงรออยู่ที่นี่ก่อนนะพี่ซานยี่” ชิงชิงกล่าว
“ตอนนี้ฝ่ายมารรุกหนักมาก ต้องรีบหาทางปราบปราม” องค์หญิงตรัส
“พวกเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาก คงปราบปรามยาก” ชิงชิงกังวล
“ทำไมล่ะ เดี๋ยวหัวหน้าพรรคหาย ก็ไปต่อกรพวกมันได้แล้ว” องค์หญิงทรงสงสัย
“สามีข้าบอกว่า ขับพิษได้ก็จริง แต่ขับออกไม่หมด มีผลทำให้กำลังภายในของพวกเขาทั้งหมดหายไป ตอนนี้พวกท่านกลายเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่มีวรยุทธ์หลงเหลืออยู่เลย” ชิงชิงเล่า
“แล้วจะทำยังไง” องค์หญิงทรงกังวล
“ต้องหายาถอนพิษของประมุขพรรคมารคนใหม่มารักษาเท่านั้น พวกเขาถึงมีกำลังกลับคืนมา แต่ไม่รู้ว่ามารร้ายคนนั้นเอายาไปเก็บไว้ที่ไหน” ชิงชิงบอกทาง
“อย่างนี้ก็ไม่มีใครไปต่อกรกับมารร้ายได้เลยน่ะสิ” องค์หญิงทรงไม่เห็นหนทาง
“เหลือเพียงพี่หานอู่ แต่ไม่รู้ว่าพี่หานอู่จะเสียท่าเหมือนหัวหน้าพรรคคนอื่นๆ หรือเปล่า” ชิงชิงกังวล
“แสดงว่า เขาเป็นบุคคลสำคัญของยุทธภพ ขาดเขาไม่ได้เลยใช่มั้ย”
“ไม่ได้เด็ดขาด ดีนะที่พี่หานอู่ทำงานที่เมืองหลวง ไม่ได้ขอย้ายไปเป็นมือปราบที่บ้านเกิดตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก” ชิงชิงกล่าว
องค์หญิงทรงคิดถึงคำตรัสของฝ่าบาทที่จะย้ายหานอู่ไปชายแดนหากพระองค์ทรงไม่ยอมเชื่อฟัง ก็เลยว่า “ช่างเถอะ ชิงชิง ความจริงข้ากับหานอู่ก็ได้เลิกรากันแล้ว ข้าคงต้องปล่อยเขาไปจริงๆ ซะที”
“ท่านพี่ใจร้อนเกินไปนะ ควรปรับความเข้าใจกันก่อนดีมั้ย” ชิงชิงตกใจ
“ไม่แล้วล่ะ เจ้าเองก็รู้ว่าฐานะระหว่างข้ากับเขาแตกต่างกันมากแค่ไหน ยังไงเสด็จพ่อ เสด็จแม่ต้องทรงคัดค้านอย่างแน่นอน” องค์หญิงทรงยอมรับชะตากรรม
“ลองคิดใคร่ครวญอีกทีเถอะพี่ซานยี่” ชิงชิงเกลี้ยกล่อม
“ขอบใจมากชิงชิง ไม่ต้องห่วงพี่แล้วล่ะ พี่คงต้องรีบกลับวังแล้ว” องค์หญิงทรงกอดชิงชิงอีกครั้งแล้วเสด็จจากไป
ชิงชิงทำได้แต่ยืนมองดูพี่สาวเดินดุ่มๆ ไปจากกระท่อม นางรู้ดีว่าหากพี่ซานยี่ตัดสินใจไปแล้ว ใครก็คงไม่อาจพูดทัดทานได้