Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 100 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

    ตอนที่ 100 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

     

    " เธอชื่อจูดี้ใช่มั้ย "

    " ฟังภาษาคนไม่เข้าใจรึไง ฉันก็บอกแล้วว่าฉันคือจูดี้ ประสาทรึไง" 

    เสียงที่จูดี้เปล่งออกมานั้นมันดังก้องไปทั่ว ทำให้ 2 สาวที่ยืนอยู่ข้างหลังริวจิแค่ไม่กี่เมตรได้ยินได้ชัดเจน มิโกะเธอโกรธมากที่มีใครกล้ามาพูดแบบนี้กับพี่ชายของเธอ ถึงแม้ว่าจูดี้พูดอะไรก็ตามแต่เธอก็สามารถสังเกตจากท่าทางของหล่อนได้ซึ่งมันแสดงออกมาชัดเจนว่าหล่อนกำลังด่าพี่ชายของเธอ ส่วนอายูเธอไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเหมือนกับมิโกะ แต่เธอกลับปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมาแทน 

    ฟู้มมมมมมมมมมม 

    แค่จิตสังหารของเธอมันก็ก่อให้เกิดลมพัดอันเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งบริเวณ จูดี้เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงภัยอันตราย เธอรีบกระโดดถอยมาทันที และเหงื่อก็ไหลออกจากบริเวณหน้าผากของเธอ ส่วนแม็กนั้นเขาได้ตะโกนออกมา 

    " ผู้หญิงบ้าอะไรเนี่ยะ " 

    ส่วนทางบัวขาวนั้นดูเหมือนว่าเขาจะมีผลกระทบต่อจิตสังหารของอายูน้อยที่สุด ซึ่งมันทำให้ริวจิแปลกใจไม่น้อย แต่เขาก็ยังไม่ตอบโต้หรือพูดอะไรทั้งนั้น แต่บัวขาวก็พูดดังขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

    " นายมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไร " 

    " นายยังจะมาถามอีกอย่างงั้นเหรอ นายเข้ามาในประเทศของพวกฉันโดยพลการแถมยัง เข้ามาทำร้ายเพื่อนของฉันและแถมใช้พวกเขาเป็นเชลย และที่สำคัญที่สุดพวกนายทำลายหลุมศพของเพื่อนฉันนั้นยังไม่พอ ยังเอาอาวุธของเขาไปอีก " 

    เมื่อเห็นริวจิกำลังพูดคุยกับบัวขาวอยู่อายูก็ลดจิตสังหารของเธอออกไป 

    " เรื่องนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ พวกนั้นโจมตีพวกเราก่อน พวกเราแค่ป้องกันแต่แค่นั้น เราไม่ได้ตั้งใจ " 

    ภาพที่บัวขาวพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะซึ่งมันทำให้แม็กตกใจเป็นอย่างมาก 

    " โกหก ! " 

    เสียงที่ริวจิตอบโต้กลับมาแค่เพียงโกหกคำเดียวนั้น มันทำให้บัวขาวหน้าเจื่อนไปไม่เป็นท่า 

     

    " เอาละตอนนี้ฉันเสียเวลามานานมากแล้วนะ " 

    พูดจบเด็กก็หายไปจากสายตาของทุกคนทันที 

    ฟึบบ 

    ฉั้วววววววว 

    เสียงของดาบของริวจิฟันเข้ากับคอของจูดี้โดยที่ทั้ง 5 คน รวมถึงจูดี้ยังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ และตอนนั้นเองคอของเธอก็ได้หลุดลงจากบ่าแทบจะทันที 

    เหตุการณ์ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่เมื่อเสียงเลือดพุ่งออกจากคอของจูดี้มันเหมือนกับไปดึงสติของพวกเขาให้รู้สึกตัว และแม็กเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น เขาเป็นคนที่อยู่ใกล้จูดี้มากที่สุดรวมไปถึงบัวขาวเช่นกัน 

    " จูดี้ !!!!!!! " 

    " แกนะแก " 

    แม็กพยายามพุ่งเข้าใส่ไปทำร้ายริวจิ พร้อมกับใช้สกิล 

    [Claw Thunder] 

    เมื่อริวจิสังเกตเห็นสายฟ้าปรากฏบนกรงเล็บของแม็กทำให้ริวจิแปลกใจไม่น้อย แต่ความเร็วของมันก็ไม่ได้มากไปกว่าที่เขาจะสามารถหลบได้ ริวจิเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายและหลบกรงเล็บของแม็กอย่างง่ายดาย มันทำให้หน้าของแม็กเหว๋อไปเลย และมันทำให้เขารู้สึกว่าศัตรูที่อยู่ข้างหน้าของเขานี้มีจุดเด่นในด้านความเร็ว และฉวยโอกาสได้เป็นเลิศ 

    " แก แก แกฆ่าจูดี้ทำไม " 

    แต่ริวจิกลับไม่ตอบโต้อะไร เขาหายไปจากสายตาของแม็กอีกครั้ง 

    ฉับบบบบ ฉับบบบ 

    ทุกคนได้ยินเสียงดาบสองครั้ง จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องตามมา 

    " แขนฉันนน แขนฉันนนน อ้าาาาาาาาาาา " 

    แขนทั้งสองข้างของแม็กได้ขาดออกอย่างง่ายดาย เขาไม่สามารถตอบโต้มันได้ด้วยซ้ำ 

    " ฉันก็ไม่ได้อยากฆ่าพวกนายหรอกนะ แต่ว่าพวกนายล้ำเส้นฉันมากเกินไป ถ้าพวกนายทำกับคนที่ไม่ใช่เพื่อนของฉัน ฉันคงไม่ต้องมาถึงที่นี้ " 

    พูดจบเด็กหนุ่มก็เคลื่อนที่ไปหาแม็กทันที 

    ฉับบ 

    คอของแม็กก็ได้ขาดออก ในขณะที่เขากำลังโอดโอยร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ว่าคอของเขาตอนนี้มันก็ได้ขาดออกเสียก่อนแล้ว เขาไม่มีเวลาแม้แต่กระทั่งเตรียมตัวตายด้วยซ้ำ 

    เมื่อบัวขาวเห็นเพื่อนของเขาทั้ง 2 ตายลงไป เขาก็ได้โมโหขึ้นทันที 

    " ฉันว่านายทำเกินไปหน่อยนะ ก็จริงอยู่ว่าเพื่อนของฉันทำผิด แต่ว่าไม่เห็นต้องฆ่าพวกเขาเลยนี่ " 

     

    " อ๋องั้นเหรอ แล้วคนที่พวกนายฆ่าไปทั้งหมดตอนเข้ามายึดที่นี่ นายจำได้รึเปล่าว่าพวกเขาตายไปทั้งหมดกี่คน " 

    การตายของพวกเขามันส่งผลกระทบกับริวจิไม่น้อยเพราะพวกเขามีหน้าที่ดูแลผลผลิตเมล็ดพืชที่ริวจิให้ไป และอาหารบางส่วนจะถูกแบ่งออกไปให้กับค่ายโตเกียว ถึงริวจิจะมีวิธีหาอาหารแบบใหม่แล้วก็เถอะ แต่ว่าคนทั้ง 3 หมื่นคนเขาคงไม่สามารถหาอาหารจากCoinให้ทุกคนได้หรอก 

    " เอ่อ เอ่ออ " 

    บัวขาวได้แต่อ่ำๆอึ้งๆ เขาไม่รู้จะตอบริวจิยังไง เพราะเขาไม่รู้จริงๆว่าพวกเขาฆ่าไปทั้งหมดกี่คน และตอนนี้มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะกับริวจิได้ ทำให้ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปทันที 

    โอ้ววววววววววววววววววววววว 

    เสียงคำรามดังลั่นทุ่ง 

    จากนั้นก็มีเสียงระบบเตือนขึ้นมาบนหัวของริวจิ 

     

    [ คุณได้รับผลกระทบจากสกิล Roar ค่าสถานะทั้งหมดลดลง 20% เป็นเวลา 5 นาที ] 

    หมายเหตุ : ไม่สามารถทับซ้อนได้ หลังจากครบเวลาที่กำหนดผู้เล่นจะสามารถป้องกันผลจากสกิลนี้ได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

     

    " สกิลบ้าอะไรเนี่ยะ แม่งโกงชะมัด " 

    ริวจิไม่มีเวลามาบ่น เขารู้ตัวอีกที บัวขาวก็ได้พุ่งเข้ามาใส่เขาแล้ว 

    ตู้มมมม 

    เขาได้มือที่ใส่สนับมือต่อยเข้าไปที่ริวจิทันที แต่ริวจิก็สามารถจับดาบเพลิงสีชาดนำมันขึ้นมากันได้ทันเวลา แต่บัวขาวไม่ได้รอให้ริวจิตอบโต้ เขาใช้ขาของเขาฟาดไปที่ริวจิอย่างรุนแรงทันที 

    แต่ริวจิไม่ได้มาที่นี่คนเดียว เขาเรียนรู้การต่อสู้เป็นทีมกับอายูที่ Gate ระดับ D มาแล้ว และมันไม่จำเป็นต้องใช้พละกำลังมหาศาล เพราะถ้าเขาใช้แรงไปมากกว่านี้ละก็ เขาไม่รู้เลยว่าเขาจะพบ Gate ตอนไหนและเขาต้องเตรียมพร้อมกับ Safe กำลังไว้ตลอดเวลา 

    " อายู มิโกะ " 

    ได้ยินเสียงเรียกของริวจิ มิโกะเธอเป็นปลื้มเป็นอย่างมาก จากนั้นเธอก็จับดาบมาซามุเนะขึ้นมาทันที และพุ่งเข้าไปหาบัวขาวทันที 

    ส่วนอายูนั้นเธอใช้ Steal และความเร็วของเธอก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ถึงเธอจะไม่แสดงออกทางสีหน้า แต่ว่าเธอก็รู้สึกดีใจที่ริวจิให้พวกเธอช่วยบ้าง 

    แต่ในขณะทั้ง 2 สาวกำลังพุ่งเข้าไปใกล้บัวขาวพวกเธอก็ได้รับผลกระทบของสกิล Roar เช่นเดียวกับริวจิ ในขณะที่ริวจิกำลังตอบโต้ไปกับบัวขาวอยู่นั้น เขาก็เหลือบไปมองสีหน้าของสองสาวพบว่าพวกเธอตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

    " ไม่เป็นไรไม่ต้องสนใจ " 

    ได้ยินแบบนั้นทั้ง 2 สาวก็มั่นใจและพุ่งเข้าไปบัวขาวต่อไป

    บัวขาวเขาไม่ได้สังเกตเห็นอายูและมิโกะ เขาไม่ได้มีสกิลตรวจสอบเหมือนกับริวจิ เขามีสมาธิกับแม่ทัพของศัตรูให้ถึงที่สุด ริวจิพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของเขามาแล้วในตอนที่ฆ่าเพื่อนทั้ง 2 ของเขา 

    แต่ในขณะที่บัวขาวกำลังตั้งใจต่อสู้กับริวจิอย่างใจจดใจจ่อ อายูและมิโกะพวกเธอก็ไปเข้าใส่เขาทั้ง 2 ฝั่งจากด้านซ้ายและด้านขวา 

    ฉิ๊งงง 

    ฉิ๊งงงง 

    แต่ว่าทั้งกริชเสือขาวของอายู และดาบมาซามุเนะของมิโกะกลับตัดแขนของบัวขาวไม่ขาด ทำให้พวกเธอตกใจเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างงั้นมันก็เหลือแค่ 5 เซนติเมตรมันก็จะขาดแล้ว 

    อ้าาาาาาาาาาาาาาา 

    เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด 

    " พวกหมาหมู่ ฉันคิดว่านายจะแน่กว่านี้ซะอีกนะ " 

    บัวขาวเขาทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากตะโกนด่าริวจิ ที่ต่อสู้แบบไม่ยุติธรรม แต่ริวจิไม่ได้สนใจ เพราะการฆ่ากันไม่มีกติกาหรืออะไรทำนองนั้นอยู่แล้ว คนอ่อนแอและคนโง่ก็ต้องแพ้ไปมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกใหม่นี้อยู่แล้ว 

    ริวจิไม่รีรอ และไม่เสียเวลาอีกแล้ว เขาต้องใช้เวลาให้คุ้มที่สุด เขาต้องไปหา Gate อีก 2 Gate ให้พบก่อนที่ Gate อันใหม่จะปรากฏขึ้น สภาพของบัวขาวตอนนี้ถึงแม้เขาจะบาดเจ็บสาหัสมาก แต่ว่ามันก็แค่แขนของเขาเท่านั้น ขาของเขายังปกติดีและมันสามารถวิ่งได้ เขารีบพุ่งหนีจากตรงบริเวณนี้ทันทีด้วยท่าทีรีบร้อนและความรู้สึกเหมือนว่าความตายกำลังเข้าใกล้มา มันทำให้ใบหน้าของชายที่ดูเคร่งขรึมตอนนี้มันเปลี่ยนไปไม่ต่างกับคนที่ขี้ขลาดสักเท่าไหร่นัก

    ริวจิสังเกตเห็นบัวขาวทุกการเคลื่อนไหวดี จากนั้นสายตาของเด็กหนุ่มก็เพ่งไปที่บัวขาวก่อนจะพูดขึ้น 

    " ช่วยไม่ได้นะ พวกนายล้ำเส้นฉันมากเกินไป " 

     

    ฉิ๊ง 

    ริวจิเลือกฟันไปที่คอของบัวขาวเพื่อไม่ต้องให้เขากรีดร้องออกมาแต่อย่างใด เขาไม่มองไปที่ศพของทั้ง 2 ด้วยซ้ำ  แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงร้องดังขึ้น 

    " พี่คะ พี่คะ ดูนั่น "

    ริวจิก็ต้องหันกลับไปโดยเสียงของน้องสาวของเขา  แต่ตอนที่ริวจิกำลังจะถามมิโกะกลับไปว่าเธอมีอะไรจะพูด แต่ตอนนั้นเองริวจิก็สังเกตเห็นปรากฏการที่เกิดขึ้น ร่างของทั้ง 3 มันค่อยๆ สลายหายไป 

     

    และตอนนั้นเอง ริวจิก็สังเกตเห็นสิ่งที่เขาคุ้นเคย 

    " ม้วนสกิล " 

    เขาได้อุทานขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจ จากนั้นเขาก็ถูกมันดึงดูดเพราะถ้ามันเป็นสกิลเดียวที่เขาโดนผลกระทบละก็ มันก็จะเป็นประโยชน์ให้กับเขามากมายมหาศาลเลยทีเดียว 

    ริวจิรีบเดินตรงดิ่งไปที่ม้วนสกิลทันที จากนั้นเขาก็หยิบมันขึ้นมา และระบบมันก็ส่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น 

     

    [ ผู้เล่นได้รับสกิล Roar ขั้นที่ 3 ระดับต่ำผู้เล่นต้องการเรียนรู้หรือไม่ ] 

    คุณสมบัติ : มีผลลดค่าสถานะของอีกฝ่ายในรัศมี 200 เมตร เป็นระยะเวลา 5 นาที

    หมายเหตุ : ไม่สามารถทับซ้อนได้ หลังจากครบเวลาที่กำหนดผู้เล่นจะสามารถป้องกันผลจากสกิลนี้ได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

    [ ใช่ ] [ ไม่ ] 

    " ใช่ " 

    ริวจิเลือกยืนยันมันทันทีโดนไม่รอด้วยซ้ำ จากนั้นม้วนสกิลมันก็ค่อยๆ หายไปและแตกเป็นละอองสีขาวพร้อมกับซึมไปที่ตัวของเด็กหนุ่มโดยทันที  

     

    ริวจิลืมสัญญาของน้องสาวเขาด้วยซ้ำว่าถ้าเขาเจอสกิลอีก เขาจะยกให้เธอ แต่เนื่องจากสกิลนี่มันโกงมากทำให้เขาลืมตัวและเรียนรู้มันโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง 

    เมื่อริวจิสังเกตไปที่ใบหน้าของมิโกะพบว่าเธอผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อถ้าผู้เล่นตายพวกเขาจะดรอปสกิลลงมาละก็ ริวจิรีบกวาดสายตามองอีกศพทันที และพบว่ามันก็มีม้วนสกิลเช่นกัน 

    จากนั้นเขารีบพุ่งตรงดิ่งเข้าไปที่ศพของแม็กที่ตาย จากนั้นมันก็มีเสียงระบบเตือนขึ้น 

    [ผู้เล่นได้รับสกิล Claw Thunder ขั้นที่ 2 ระดับกลางผู้เล่นต้องการเรียนรู้หรือไม่]

    คุณสมบัติ : สามารถนำสายฟ้ามาครอบคลุมอาวุธของท่านซึ่งจะสามารถ +250 ความแข็งแกร่ง , +ความเร็ว 250 

    [ ใช่ ]  [ ไม่ ] 

    " ไม่ "

    สกิลนี้ถึงมันจะแข็งแกร่งไม่น้อย แต่เขาก็จะไม่ทำพลาดเป็นครั้งที่สอง เขาปฏิเสธที่จะเรียนรู้พร้อมกับยกม้วนสกิลให้กับมิโกะทันที 

    เมื่อมิโกะได้รับม้วนสกิลมาแล้ว เธอรีบเรียนรู้ทันที และมันทำให้เธอรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่เธอเป็น Hunter ที่มีสกิลเหมือนกับพี่ชายของเธอสักที 

    ริวจิคิดว่ามันหมดแล้ว เพราะมีแค่ 2 คนที่สามารถใช้สกิลได้  

     

    " มาดูนี่สิ " 

    เสียงอายูได้ดังขึ้น จากนั้นริวจิก็หันกลับไปพร้อมกับสังเกตเห็นม้วนสกิลที่อยู่บนมือของอายู

     

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

    คล้ายกับเรื่องDoomdays ซอมบี้ล้างโลก ที่คุณอ่าน