ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 57 มังค์งิง ผู้กลับมาจากความตาย

            หุบเขาลึกลับเขตพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน

            “เป็นไปไม่ได้!...ทำไมกัน?ทำไมมันถึงทำลายอำนาจนางพญาและราชาปลวกได้”ผู้เฒ่าวัยชราผิวกายสีขาวซีดราวไม่ใช่คนมีชีวิต
    พูดพึมพำกับตัวเอง

            “เกิดอะไรขึ้นหรือครับท่านหัวหน้าเผ่า?”หนึ่งในชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่คอยติดตามดูแลกล่าวถาม

            ผู้เฒ่าวัยชรามีร่างกายผอมบางเค้าโครงร่างกายแสดงให้เห็นถึงความเป็นชายกำยำแข็งแรงเมื่อสมัยหนุ่ม มีผมขาวม้วนเป็นมวยโพกมัดไว้ด้วยผ้าผืนหนึ่งนุ่งห่มด้วยชุดจงกระเบนผ้าพาดไหล่สีม่วงแดงเข้มเหมือนกับสีของแก่นไม้ คนผู้นี้คือ‘มังค์งิง’

            มังค์งิง หัวหน้าเผ่ามังค์ยาวิงที่กำลังซ่องสุมกำลังเพื่อทำการใหญ่เขานั่งเข้าสมาธิอยู่บนจอมปลวกหน้าปากถ้ำภายในป่าแห่งหนึ่ง
    ขณะที่ผู้เฒ่าอาร์ลูถูกทำลายวิชาอาคม ก็รู้สึกรับรู้ได้จึงลืมตาออกจากสมาธิ

            “วิชาอาคมของอาร์ลูถูกทำลายแล้ว”มังค์งิงบอกต่อคนที่ติดตาม “หนึ่งในพวกเจ้ารีบแจ้งข่าวหามังค์จา พาคนออกจากป่าที่ฝึกการต่อสู้
    ให้มาพบข้าที่นี้ทั้งหมด” เขาออกคำสั่ง

            “เป็นไปได้หรือครับท่านหัวหน้าเผ่าผู้เฒ่าอาร์ลูจะถูกทำลายวิชาคาถาอาคม” คนติดตามผู้หนึ่งกล่าว

            “ไม่ผิดแน่ เสียดายตอนนี้ตัวข้ายังมีพลังอำนาจไม่เต็มกำลังไม่อย่างนั้นข้าจะทำลายชีวิตของอาร์ลูจากตรงนี้
    ตอนนี้ไม่แน่ว่ามันจะเปิดเผยร่องรอยของพวกเรา พวกเจ้ารีบไปทำตามที่ข้าบอก” มังค์งิงพูดด้วยประกายสายตาที่โหดเหี้ยม

            “ครับท่านหัวหน้าเผ่า”ชายฉกรรจ์คนหนึ่งรับคำก่อนหันไปหาคนติดตามให้ไปส่งข่าว “เจ้ารีบไป....”

            “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”ชายคนนั้นรีบไปในทันที ป่าบริเวณนี้เป็นที่ชำนาญของคนพวกนี้และไปอีกไม่ไกลก็ยังมีหุบเขาที่พวกคน
    ของมังค์จาใช้เป็นที่ฝึกทักษะการต่อสู้

            “หึๆ หลานของไอ้สินอย่างนั้นรึไว้ข้าจะทำลายชีวิตของมันและคนรอบข้างมันให้หมดทุกคนข้าไม่เชื่อมันจะต้านทานอำนาจของข้าได้
    รวมทั้งพวกอิระมังค์ยารอคนของข้าพร้อมแล้วจะลงใต้ไปทำลายพวกมัน” มังค์งิงกล่าวพร้อมด้วยสายตาอาฆาต

            “เรายังต้องการอาวุธจำนวนหนึ่งนะครับท่านหัวหน้าเผ่าพวกอิระมังค์ยาแม้จะมีคนจำนวนมากกว่าพวกเราตอนนี้ แต่ถ้ามีอาวุธทำลายล้างสูงเราก็จะจัดการพวกมันได้ครับ” คนติดตามผู้หนึ่งกล่าว

            “ข้าจะต้องเปลี่ยนแผนเพราะถ้าอาร์ลูมันเปิดเผยกับพวกนั้นรวมทั้งตำรวจพวกเราทั้งหมดจะดำเนินการได้ยากมากขึ้น
    เพื่อฟื้นฟูเผ่ามังค์ยาวิงของพวกเราจำเป็นต้องรอบคอบ” มังค์งิงพูดกับผู้ติดตาม

            “เข้าใจแล้วครับ”คนติดตามของเขาหลายคนตอบรับ

            ........................

            บ้านของเรนิตา

            หลังจากผู้เฒ่าอาร์ลูสิ้นฤทธิ์ยอมสารภาพ บอกเรื่องราวของฝ่ายมังค์งิงและมังค์จาตามที่ตัวเองรู้ รวมทั้งการสร้างรีสอร์ท
    ของจรัสเพื่อใช้เป็นที่ลอบซื้อขายอาวุธเถื่อนข้ามแดนก่อนเคลื่อนย้ายไปให้ต่อพวกของมังค์จา

            กำลังฝ่ายตำรวจก็ได้มาควบคุมตัวผู้เฒ่าอาร์ลูไปยังสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นความลับของทางการ ยังคงเหลือผู้กองวศินกับเจ้าหน้าที่
    นอกเครื่องแบบคนสนิท ตอนนี้ทุกคนอยู่ที่บ้านของเรนิตาพร้อมด้วยเหล่าการ์ด

            “ผมไม่อยากรอให้ถึงงานหมั้นของฤดีเราควรช่วยครอบครัวของลุงวิชิต” เทวินกล่าว

            “เราได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมจึงสามารถดำเนินการได้นะครับคุณเทวิน ไม่เช่นนั้น
    ถึงแม้ว่าเราแม้จับคุณจรัสได้ก็จะไม่สามารถรวบอาวุธเถื่อนเหล่านั้น” ผู้กองวศินให้ความเห็น

            “ผมมีความคิดว่าพวกมันตอนนี้อาจจะรู้แล้วว่าผู้เฒ่าอาร์ลูยอมสารภาพ พวกมันอาจจะเปลี่ยนแผน” เทวินกล่าว

            “พี่วินครับพวกเราแม้ต้องการช่วยเหลือครอบครัวลุงวิชิต โดยเฉพาะพี่ฤดี แต่เราควรเชื่อผู้กองวศินนะครับ”พิเชษฐ์ให้ความเห็น

            “ก็จริงแต่ว่าถ้าเกิดพวกมันเปลี่ยนแผน เราก็อาจจะพลาดโอกาสสำคัญได้นะครับ” เทวินกล่าว

            “ขออนุญาตครับ”ตัวแทนการ์ดของเรนิตาที่เป็นคนไทยกล่าว

            “คุณมีแผนอะไรก็สามารถให้ความเห็นออกมาได้ครับ”ผู้กองวศินกล่าวถึงเวลานี้ทุกคนในที่นี้สามารถแสดงความเห็นหรือเสนอแผนได้

            “เรื่องนี้ผมมีความเห็นครับเราอาจจะสวมรอยจังหวะที่พวกมันยังไม่พร้อมต่อการค้านี้ชิงลงมือก่อน” ตัวแทนการ์ดชาวไทยกล่าว

            “ความหมายของคุณคือ?”เทวินเอ่ยออกมาพร้อมกับมีประกายตาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

            “องค์กรสากลของพวกเราพอมีข่าวสารการค้าอาวุธเถื่อนข้ามแดนครั้งนี้ถ้าเรามีเงินพอก็อาจเป็นไปได้ที่จะสวมรอยชิงเป็นฝ่ายซื้อ
    แล้วให้เป็นสถานที่รีสอร์ทนั้นและค่อยหาทางนำเงินก้อนนั้นกลับคืนมาในภายหลัง”

            “องค์กรพวกคุณอยู่ระดับแนวหน้าของโลกถ้าเป็นแบบนั้นเราก็จะดำเนินการได้ในส่วนที่เราสามารถตามขอบเขตของเรา
    เพียงแต่ว่าพวกกองกำลังของมังค์งิงและมังค์จาอยู่นอกเขตแดนประเทศ” ผู้กองวศินกล่าว

            “ผมเข้าใจเรื่องนี้ครับผมคิดดูแล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” เทวินกล่าว

            “มันจะไม่เสี่ยงเกินไปเหรอคะพี่วิน?”วิชุดาให้ความเห็น

            “น้องดา เชื่อใจพี่พี่พอจะมีวิธี ก่อนอื่นเราต้องหาทางช่วยเหลือครอบครัวลุงวิชิต
    จัดการกับจรัสและพรรคพวกให้ได้ก่อนที่จะมีงานหมั้น” เทวินกล่าว

            “เรนิตาจะช่วยทุกคนค่ะมีบัญชีธนาคารอยู่บางบัญชีที่จะไม่สามารถตรวจสอบไม่ได้ ถ้าหากคิดจะล็อบบี้และสวมรอยพวกนั้น
    อาจจะใช้เงินก้อนหนึ่งผ่านบัญชีนี้ได้” เรนิตากล่าวเสนอช่องทาง

            “เรื่องเงินก้อนใหญ่ ผมตอนนี้สามารถขอความช่วยเหลือจากเครือหยดน้ำไพลิน ก็จะใช้ออกมาได้” เทวินกล่าว

            “บัญชีที่ตรวจสอบไม่ได้นี้ให้เรเนียจัดการเรื่องเงินก้อนใหญ่นี้เถอะนะคะ” เรนิตากล่าวกับเทวิน

            “เออ...เรเนีย เอาอย่างนั้นก็ได้ผมขอบคุณมากนะครับ” เทวินรู้ว่าเธอไม่มีความเดือดร้อนในเรื่องนี้แต่เขาก็เกรงใจเธอ

            “คุณช่วยติดต่อองค์กรของพวกคุณที่ส่งพวกคุณมาดูแลคุ้มครองเรนิตาจะออกหน้าต่อเรื่องนี้เอง” เรนิตากล่าวกับการ์ดของเธอ

            “ได้ครับคุณเรนิตา”การ์ดของเธอกล่าวตอบรับก่อนหันมากล่าวและวางแผนร่วมกับทีมผู้กองวศิน

            “ทีนี้ก็เหลือกลุ่มกองโจรมังค์งิงและมังค์จาผมจะนำคนฝีมือดีกลุ่มหนึ่งข้ามแดนไปจัดการ หากเราไม่รุกก่อน เราก็จะต้องรับ”
    เทวินกล่าวกับทุกคน

            “ถ้าคุณต้องการแบบนั้นก็ให้นำการ์ดของเรเนียไปด้วยนะคะ” เรนิตาพูดกับเขาด้วยความเป็นห่วง

            “พวกเราจะแจ้งไปยังองค์กรหาคนมาดูแลคุ้มครองคุณเรนิตาแล้วพวกเรายินดีเป็นแนวร่วมกับคุณครับ คุณเทวิน คุณพูดถูกครับ”

    ตัวแทนการ์ดกล่าว “หากเราไม่รุกก่อน เราก็ต้องรับ”