(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

ตอนที่ 213 ครั้งแรกก็จะอึดอัดหน่อย

ตอนที่ 213 ครั้งแรกก็จะอึดอัดหน่อย



อู้อี้~

พริมโรส นาเดียและเมย่า สามสาวผู้ที่ไม่เคยสวมเจ้าโปริ่ง รู้สึกแปลกใจกับภาพที่เห็นเป็นอย่างมาก พวกเธอทั้งสามดูเงอะงะแบบน่ารักน่าชัง ยืนมองซ้ายมองขวาราวกับขอความช่วยเหลือ


ซึ่งไลท์ที่ได้แสดงให้ดูเป็นตัวอย่างก็ได้ เดินไปยังทั้งสามสาว ก่อนจะช่วยทั้งสามสวมใส่เจ้าโปริ่งให้กับพวกเธอทีละคน


“ไม่ต้องกลัวนะครับ ทำตัวตามสบาย ตอนแรกอาจจะอึดอัดหน่อยแต่เดี๋ยวก็ชินครับ” ไลท์ค่อยๆ วางเจ้าโปริ่งไว้บนกระหม่อมของนักแสดงพริมโรส ที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาไลท์ พร้อมกับทำตาปริบๆ


“เจ้าโปริ่งพวกนี้ ดูเชื่อฟังท่านไลท์มากเลยนะคะ” นักแสดงพริมโรส ยืนนิ่งไม่ไหวติง ได้แต่มองตามมือของไลท์ที่อุ้มเจ้าโปริ่งมาวางไว้ที่ศีรษะของเธอ

“ถึงจะเป็นแค่ร่างแยกของเจ้าโปริ่ง แต่พวกมันก็รู้ครับว่าผมคือ เพื่อนและเจ้านายของมัน”

ไลท์ลูบเจ้าโปริ่งที่สวมครอบใบหน้าของนักแสดงพริมโรสให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการส่งยิ้มให้กับเธอ เฉกเช่นเดียวกับ นาเดียและเมย่า ที่ได้รับการดูแลและปฏิบัติ ที่เหมือนๆ กัน

“ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว ก็ไปดูที่ฟาร์มปลาของผมกันเลยไหมครับ? ตอนเดินก็ระวังกันด้วยนะครับ พอดีผมยังไม่ได้ทำรั้วมากันระหว่างทางเดินกับขอบบ่อปลาครับ” ไลท์เดินนำหน้าทั้งสามสาว


ส่วนทางด้านของโทมัสและเอลล่า ที่คุ้นชินกับฟาร์ม จนไม่เหลือความตื่นเต้นใดๆ อีกแล้ว


ทั้งสองก็ได้แยกตัวออกไปจากกลุ่ม เพื่อไปพูดคุยกับ ไรอัน จีน่าและไรเซน ครอบครัวเจ้าของฟาร์มแห่งนี้ เพื่อที่จะสั่งเนื้อสัตว์และผักต่างๆ มาเติมร้านอาหารสามเวลาที่ตอนนี้เริ่มกลับมามีลูกค้ามากขึ้นจากแต่ก่อน เผื่อเอาไว้นั่นเอง


“จริงเหรอจ๊ะ? ที่ร้านอาหารเริ่มมีลูกค้ากลับมาแล้วเหรอ?” จีน่า ที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน หันมาเอ่ยทักกับ เอลล่า ที่เข้ามาช่วยเธอเก็บผักในสวน

“ค่ะ...ครั้งนี้เป็นลูกค้าจากเมืองหลวงเสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ว่าแต่มะเขือเทศรอบนี้ ดูแดงและชุ่มฉ่ำจริงๆ นะคะ” เอลล่าเช็ดคราบมะเขือเทศที่ได้เด็ดจากต้นมากัดกิน พร้อมกับดวงตาที่สดใสเป็นประกาย

“ก็เพราะได้ปุ๋ยของท่านไลท์ กับเจ้าโปริ่งนี้แหละ ทำให้พืชผลงดงามได้แบบนี้...จริงไหมเจ้าโปริ่ง” จีน่าลูบเจ้าโปริ่งร่างแยก ที่กำลังกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ข้างๆ ตัวเธอ



การได้เจ้าโปริ่งมาช่วยดูแลสวน รวมไปถึงทำงานในฟาร์มของพวกเขา นอกจากจะช่วยในเรื่องของผลผลิตแล้ว ชีวิตความเป็นอยู่ของฟาร์มแห่งนี้ก็ดีขึ้นมาก อากาศในฟาร์มนั้นถ่ายเทมากกว่าแต่ก่อน


เมื่ออากาศดี สรรพชีวิตในฟาร์มก็ดีตามไปด้วย...ไรอัน ไรเซน สองพี่น้องเจ้าของฟาร์ม สามารถที่จะดูแลฟาร์มได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเจอกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อีกแล้ว


ส่วนสัตว์ขุนเลี้ยงที่ได้เลี้ยงเอาไว้ เมื่อได้เจอกับสภาพแวดล้อมที่ดี มีหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ให้กับพวกมันกิน


อีกยังในช่วงหลังๆ มานี้ ไลท์ได้เอาตู้เพลงมาเปิดทิ้งไว้ให้กับสัตว์ได้ฟัง ซึ่งตอนแรกตัวของไรอัน จีน่าก็ไม่เข้าใจและงุนงงเป็นอย่างมาก ว่าไลท์นั้นเอาตู้เพลงมาเปิดให้สัตว์ฟังไปทำไม...แต่พอทราบถึงเหตุผลว่า พวกสัตว์เองนั้นก็มีความเครียดได้เหมือนกับคน พอคนเราเครียด ก็พาลให้กินอาหารไม่อร่อย กินได้น้อย


สัตว์เองก็เช่นเดียวกัน พวกมันก็มีความเครียดได้เหมือนกับมนุษย์ แต่ที่แตกต่างจากมนุษย์เลยก็คือ พวกมันไม่มีวิธีระบายความเครียดในตัวของมันได้ พวกมันไม่มีสิ่งรื่นรมย์อะไรไปมากกว่า แค่กินกับนอนหรือกลิ้งคลุกดินโคลนไปมาๆ


ผิดกับมนุษย์ที่ออกไปเที่ยวเล่นหรือดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูงได้ตามอำเภอใจ ฉะนั้นแล้วไลท์จึงได้เอาเสียงเพลง มาช่วยปัดเป่าความเครียดให้กับสัตว์ในฟาร์ม


จนช่วยระยะหลังมานี้ นับตั้งแต่ไลท์ได้เอาตู้เพลงมาเปิดให้กับสัตว์ในฟาร์ม ปริมาณเนื้อและการเติบโตของสัตว์ ก็ดูจะอ้วนท้วนสมบูรณ์ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง


“โทมัสนี้เอง...วันนี้ที่ร้านจะเอาเนื้ออะไรเพิ่มเติมอีกไหม?” ไรอันที่สวมเจ้าโปริ่งร่างแยกเพื่อทำงานอยู่โรงเลี้ยงสัตว์ ได้หันมาทักทายกับโทมัส ที่กำลังโบกมือเรียกตนเอง

“เชฟไลท์ขอเนื้อเพิ่มเติมอย่างละ 10 โลครับ อ้อ...แล้วก็ขอเครื่องในสัตว์อีกนิดหน่อยด้วยครับ”

“ไรเซนได้ยินที่โทมัสสั่งแล้วใช่ไหม รีบไปจัดการเสีย เดี๋ยวตรงนี้พี่จัดการต่อเอง” ไรอันหันไปหาผู้เป็นน้องชาย ไม่นานนักไรเซนก็ได้วิ่งกลับไปยังห้องแช่เย็นเพื่อไปจัดการเตรียมเนื้อที่อีกฝ่ายต้องการ


โดยห้องแช่เย็นในฟาร์มของพวกเขา ก็เป็นอีกหนึ่งในห้องแช่เย็นที่ไลท์ได้เข้ามาช่วยปรับปรุง ให้มีคุณภาพแบบเดียวกับที่ร้านอาหารสามเวลาใช้อยู่เช่นเดียวกัน

หรือก็คือ ตอนนี้ความเป็นคู่ค้าระหว่างพวกเขา มันพัฒนามากขึ้น จนไลท์นั้นแทบจะกลายเป็นเจ้าของฟาร์มแห่งนี้อีกคนไปเสียแล้ว



แน่นอนว่าทางด้านของไรอันและครอบครัวก็ไม่ได้อิดออดหรือติดใจอะไรกับการที่ได้ไลท์เข้ามาช่วยเหลือฟาร์มของตนเอง กลับกันยิ่งดีเสียอีกที่พอมีไลท์เข้ามา ฟาร์มที่เกือบจะต้องปิดตัวลงอยู่รอมร่อ กลับพัฒนามากยิ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด

ขอเพียงรักษามาตรฐานเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคตร้านขายเนื้อและร้านขายผัก ที่พวกเขาต้องทิ้งมันไปเพื่อรักษาฟาร์มเอาไว้ ก็อาจจะกลับมาเปิดได้อีกครั้งก็เป็นได้


“พี่พริมโรสเมื่อกี้เห็นไหม นั้นปลากำลังกระโดดอยู่ใช่ไหม?!” เสียงของนาเดีย ดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เมื่อได้เห็นกับฟาร์มปลา จำนวนสามบ่อของไลท์

หญิงสาวทั้งสามคน ต่างชี้ไม่ชี้มือ พลางชี้ชวนกันดูปลาต่างๆ ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในบ่อเลี้ยงปลาแบบปิดของไลท์

“ได้เวลาให้อาหารของพวกมันพอดี ทุกท่านอยากลองให้อาหารกันดูไหมครับ” ไลท์มองดูเวลาก็พบว่า นี้เป็นเวลาอันสมควรที่จะให้อาหารแก่ปลาของเขาแล้ว

“พวกเราให้อาหารได้เหรอคะ? แต่ว่าพวกเราไม่เคยทำมันมาก่อนเลยนะ” พริมโรส นาเดียและเมย่า ต่างดูเกร็งๆ แม้จะดีใจที่ไลท์อนุญาตให้พวกเธอสามารถให้อาหารกับปลาเหล่านี้ได้ แต่ด้วยความที่พวกเธอทั้งสามคน คนหนึ่งคือคุณหนูที่อ่อนต่อโลก อีกคนหนึ่งคือนักแสดงที่ถูกจำกัดในอิสระ และคนสุดท้ายคือลูกหลานบารอนผู้ที่รักการใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ


ทั้งสามคน ต่างก็มีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ไม่แปลกเลยที่เมื่อพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ มันจะทำให้พวกเธอเกิดความกังวลขึ้นมาในใจ


พวกเธอไม่รู้ว่าปลาเหล่านี้ ต้องให้อาหารกันแบบไหน ต้องให้อาหารพวกมันอย่างไร?


ในทันทีที่พ่อครัวหนุ่มหยิบยื่นถังไม้ที่บรรจุอาหารของปลา ส่งให้กับพวกเธอทั้งสามคน คนละ 1 ถัง ก็ทำให้พวกเธอ ได้แต่ยอมทำตามอย่างปฏิเสธไม่ได้


“การให้อาหารปลาไม่อยากเลย ทุกคนทำตามผมนะครับ” ไลท์ได้ใช้ช้อนตักอาหารขึ้นมาจากถังไม้ที่ นาเดียได้ถือไว้


ก่อนจะวาดแขนออกไป เพื่อโปรยอาหารลงในบ่อปลา...เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียว ฟุบ ฟุบ~ ปลาจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในบ่อ ก็พลันลอยตัวขึ้นเนื้อน้ำ ยื้อแย่งอาหารกันจนวุ่นวาย ป่ายปีนเบียดเสียดยื้อแย่งกันจนร่างของพวกมัน ลอยขึ้นมาเหนือน้ำเลยทีเดียว


“ไลท์ค่ะ พวกมันจะเป็นอันตรายหรือเปล่า?” พริมโรส ดูเป็นกังวลเมื่อเห็นปลาจำนวนมากกำลังยื้อแย่งอาหาร

“ก็อาจจะมีเจ็บตัวกันนิดหน่อยตามธรรมชาติของพวกมัน ดั่งสำนวนที่ว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาที่แข็งแรงกว่าย่อมเอาชนะปลาที่อ่อนแอกว่าเป็นสัจธรรมครับ แต่พวกคุณสามารถช่วยเหลือปลาเล็กได้ ด้วยการโปรยอาหารให้มันกระจายๆ อย่าโปรยกระจุกไว้จุดเดียว เช่นนั้นพวกปลาตัวเล็กๆ ที่สู้แรงปลาตัวใหญ่ไม่ได้ ก็จะว่ายไปกินกันเองครับ” ไลท์เองก็สอนวิธีการให้อาหารในลักษณะนี้ให้กับเอ็ดดี้และลูกห่าบที่ช่วยดูแลฟาร์มปลาของเขาเช่นเดียวกัน


ทำให้ปลาในบ่อของเขา โดยส่วนใหญ่มักจะมีขนาดเท่าๆ กัน เกือบทั้งหมด อาจจะมีบ้างบางตัวที่แข็งแรงไม่เท่าปลาส่วนใหญ่ แต่นั้นก็เป็นเรื่องของวัฏจักรปลาที่ไลท์ไม่อาจควบคุม


ฟิ้ว~!

พริมโรส นาเดียและเมย่า ต่างช่วยกันโปรยอาหารปลา ไปทั่วทั้งบ่อ พวกเธอออกแรงสาดอาหารให้มันกระเด็นไปไกลๆ ไม่กระจุกอยู่ตรงจุดเดียวตามที่ไลท์ได้แนะนำ และหลังจากทำเช่นนั้น ปลาในบ่อก็ไม่มีมายื้อแย่งอาหารกันเหมือนตอนแรกอีกแล้ว

ปลาในบ่อเริ่มกระจายตัวกันไปตามจุดต่างๆ ที่มีอาหาร เพียงเท่านี้ พริมโรส นาเดียและเมย่า ก็ดูจะสนุกสนานกับการให้อาหารปลาในครั้งนี้เป็นอย่างมาก


“สนุกมากเลยค่ะพี่ไลท์...ไม่คิดเลยว่าปลาพวกนี้จะน่ารักแบบนี้” นาเดียได้มองไปที่บ่อปลา ที่เธอเป็นคนให้อาหาร

พลางมองดูปลาขนาดเท่าฝ่ามือเหล่านั้นกำลังดำผุดดำว่าย กินอาหาร...อ้าๆ หุบๆ

“โลกใบนี้ยังมีปลาที่นอกเหนือจากปลาที่เลี้ยงไว้กินอีกนะครับ ทุกคนลองหลับตาดูสิครับ เดี๋ยวผมจะเอาให้ดู” ทั้งสามสาวยังคงสวมเจ้าโปริ่งไว้อยู่ที่ศีรษะของพวกเธอ ทำให้ไลท์สามารถที่จะถ่ายทอดภาพปลาสวยงามที่อยู่ในความคิดของเขา ให้กับพวกเธอได้ ด้วยพลังของเจ้าโปริ่ง


มีปลามากมายที่ไลท์ได้ถ่ายทอดให้กับพวกเธอได้เห็น ไม่ว่าจะเป็น ปลาหางนกยูง ปลาหมอสี ฯลฯ แต่ปลาที่ทำให้ทั้งสามสาวชื่นชอบมากที่สุด ก็คงจะเป็น ‘ปลาทอง’ ที่มีสีสันที่สวยงาม รูปร่างที่ดูอ้วนกลม รวมไปถึงปากรูปที่ฮุบเข้าออก Oo!


มันช่างทำให้พวกเธอ ดูจะตกหลุมรักกับปลาทองพวกนี้กันมากทีเดียว


“ไลท์คะนี้มันปลาอะไรเหรอ หน้าตาดูน่ารักน่าชังมากทีเดียว แถมบ่อของมันยังสวยมากๆ อีกด้วย” พริมโรสดูจะเคลิ้มไปกับปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในตู้ปลาที่เป็นตู้กระจกในโลกก่อนของไลท์อยู่ไม่น้อย


ยิ่งกอปรด้วยปลาพวกนี้ ล้วนมีสีสันที่งดงาม อีกทั้งยังได้อาศัยอยู่ในตู้ปลาที่ถูกตกแต่งด้วยหินและต้นไม้ที่สวยงาม แต่ทว่า...กลับทำได้แค่แหวกว่ายอยู่ได้เพียงแค่ตู้กระจก มันช่างทำให้พริมโรส อดที่จะเปรียบเทียบกับตัวเธอไม่ได้เลย


แม้จะสวยงามสักแค่ไหน แต่ชีวิตของพวกมันก็ถูกจำกัดอิสรภาพอยู่ได้แค่ในตู้...ทำไมกันนะ มันช่างเหมือนกับชีวิตของเธอจริงๆ


“มันชื่อว่าปลาทองครับ” ไลท์ได้พาทุกคนกลับเข้ามาสู่โลกของความเป็นจริง เมื่อเห็นว่าทั้งสามสาว เริ่มรู้สึกเศร้าที่เห็นปลาที่สวยงามเหล่านั้น ต้องมีชีวิตอยู่ได้แค่ในตู้ของมัน

“บางครั้งการที่ปลาพวกนี้อยู่ในตู้ปลาของมัน ไม่ได้หมายความว่ามันจะขาดอิสระไปเสียทั้งหมดนะครับ หากทุกคนลองมองอีกมุมปลาพวกนี้ก็สามารถใช้ชีวิตของพวกมันได้โดยไม่ต้องพบเจอกับอันตราย ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะตกเป็นเหยื่อ จริงไหมครับ” ไลท์ได้ลองให้ทุกคนคิดในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งนั้นก็ช่วยให้ทุกคนเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง


ไลท์ได้พาทุกคนเที่ยวชมฟาร์มทั้งหมดจนครบถ้วน ก่อนจะพบว่าใกล้จะถึงเวลาขายอาหารเที่ยงแล้ว เขาจึงพาทุกคนกลับไปยังร้านอาหารเพื่อที่จะเตรียมตัวขายอาหารเที่ยงในทันนั่นเอง


ซึ่งก่อนที่จะกลับ ไลท์ก็ได้พาทุกคนมาร่ำลา ไรอันและจีน่าเจ้าของฟาร์ม ตามมารยาท แต่ทว่าในระหว่างที่กำลังร่ำลากัน ทางด้านของเมย่าก็ได้เหลือบไปเห็นจักรเย็บผ้าของจีน่า ที่เจ้าตัวไม่ค่อยได้ใช้งาน วางตั้งเอาไว้อยู่ภายในบ้าน


ทางด้านของเมย่า จึงเอ่ยปากขอยืมจักรเย็บผ้ากับทางจีน่า มาใช้งานก่อนชั่วคราว เพื่อที่จะตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับ นาเดีย พริมโรส เอลล่าและตัวเธอเอง


แน่นอนว่าทางจีน่า ก็ตกปากรับคำให้เมย่าหยิบยืมจักรเย็บผ้าของเธอไปใช้งานได้ตามสบาย เพราะไหนๆ อยู่ที่บ้านของเธอ ก็ไม่ได้ถูกใช้งานอยู่แล้ว การให้คนที่ต้องการนำมันไปใช้งาน ดูจะดีกว่า ตั้งอยู่เฉยๆ ให้เก่าไปเสียเปล่าๆ

ดังนั้นนอกจากมาเที่ยวเล่นที่ฟาร์มปลาแล้ว ทางด้านของเมย่ายังได้จักรเย็บผ้ามาใช้งานอีกด้วย

เมย่าเป็นคนเดียวที่ร่าเริงที่สุดในกลุ่ม ผิดกับพริมโรสและนาเดียที่ดูเศร้าสร้อย หงอยเหงา เมื่อทั้งสองยังคงวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องของปลาทอง ที่ต้องมีชีวิตอยู่ในตู้ปลาอันคับแคบ

หรือแม้แต่ปลาตามธรรมชาติ ที่ถึงแม้จะมีชีวิตที่อิสระ แต่สุดท้ายก็ต้องคอยระวังจากภัยธรรมชาติต่างๆ จนพวกเธอก็ยังคิดไม่ตกว่าชีวิตแบบไหนมันดีมากกว่ากัน


“ถ้าทั้งสองอยากรู้ว่าชีวิตแบบไหน มันดีกว่ากัน งั้นไม่ลองเลี้ยงมันดูเองละครับ?” ไลท์หันมาถาม พร้อมกับยื่นข้อเสนอจะยกปลาที่พวกเธอต้องการให้เป็นของขวัญเสียเลย

“เอ๊ะ?! ท่านไลท์มีปลาทองด้วยเหรอคะ” พริมโรสดูดีอกดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินว่าไลท์จะให้ปลาทองกับเธอ


หากแต่ว่า ทางด้านของนาเดียกลับส่ายหน้าปฏิเสธ “พ่อของหนูคงไม่อนุญาตแน่ๆ” นาเดียนั้นรู้ดีว่าพ่อและครอบครัวของเธอที่เป็น ขุนนางยศศักดิ์ดยุกของอาณาจักรลูนาเทียคงไม่อนุญาตแน่ๆ หากเธอไปคล่องเกี่ยวกับ ปลา ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเหล่าเอลฟ์


แตกต่างจากพริมโรสที่อาศัยอยู่ในคณะละครเพียงลำพัง ซึ่งคนพวกนี้ไม่ได้แยแสเรื่องของเอลฟ์มากเท่าไรนัก


ฉะนั้นต่อให้พริมโรสจะเลี้ยงปลาไว้สักกี่ตัวหรือจะไปจับปลามากิน ขอเพียงแค่เธอยังทำเงินให้กับคณะละครได้ก็เพียงพอแล้ว



...โปรดติดตามตอนต่อไป...



ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

www.facebook.com/writelazy



คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน