แอบแซ่บ ผัวเพื่อน

    สาวโรงงานร่านสวาท 12 : เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด


    ความมืดมิดยามค่ำคืนโรยตัวปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณของเขตนิคมอุตสาหกรรมอันกว้างใหญ่ เสียงเครื่องจักรจากไลน์ผลิตในตึกใหญ่ยังคงครางกระหึ่มแว่วลอยมาตามสายลมหนาวที่พัดโบกโบยเอาความเย็นเยือกเข้ามากระทบผิวพรรณอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดหย่อนในราตรีนี้

    บนทางเดินคอนกรีตแคบ ๆ ด้านหลังตึกสาม ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังลานจอดรถพนักงานกะดึก ร่างบางของก้อยในชุดฟอร์มโรงงานสีน้ำเงินเข้มกำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและระแวดระวังลนลานอยู่ภายในจิตใจ

    ก้อยเพิ่งกดบัตรสแกนลายนิ้วมือเลิกงานตามเวลาปกติ แต่ทว่าเธอกลับไม่ได้เดินตรงไปยังประตูทางออกด้านหน้าเพื่อกลับหอพักเหมือนเช่นทุกวัน หัวใจของเธอมันเต้นรัวด้วยจังหวะที่แปลกไป ความกระวนกระวายใจแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง

    สายตาคู่สวยที่เคยสดใส บัดนี้กลับสั่นระริกด้วยความคลางแค้นระคนสงสัยที่สั่งสมมานานหลายสัปดาห์ ชัยผู้เป็นแฟนหนุ่มและเป็นหัวหน้าควบคุมงานฝ่ายผลิต หรือซูเปอร์ไวเซอร์ประจำกะดึก อ้างกับเธอว่ามีงานด่วนต้องเคลียร์สต็อกและคุมงานทำความสะอาดเครื่องจักรในไลน์ผลิตที่สาม

    ชัยบอกให้ก้อยกลับหอพักไปก่อนโดยไม่ต้องนอนรอ เพราะกลัวว่าเธอจะเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันเกือบสิบสองชั่วโมง คำพูดแสดงความห่วงใยเหล่านั้นช่างดูแสนดีจนน่าใจหาย หากก้อยไม่มีข้อมูลบางอย่างคาใจอยู่และสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เริ่มก่อตัวขึ้น

    พิรุธหลาย ๆ อย่างของชัยเริ่มเด่นชัดขึ้นจนก้อยไม่อาจหลับหูหลับตาเชื่อใจได้อีกต่อไป ทั้งพฤติกรรมการคว่ำหน้าจอโทรศัพท์มือถือทุกครั้งที่วางไว้ใกล้ตัว เสียงข้อความแอปพลิเคชันไลน์ที่ดังขึ้นถี่ ๆ ในยามวิกาล และกลิ่นน้ำหอมหอมหวานเย้ายวนใจของสตรีที่แปลกปลอมบนปกเสื้อทำงานของเขา

    กลิ่นน้ำหอมนั้น... ก้อยจำได้ขึ้นใจว่ามันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาถูกทั่วไป แต่มันคือกลิ่นกายอันเฉพาะตัวของน้ำอ้อย เพื่อนสนิทร่วมไลน์ผลิตเดียวกันที่ก้อยไว้ใจที่สุด น้ำอ้อยมักจะใช้น้ำหอมกลิ่นเย้ายวนนี้อยู่เป็นประจำเพื่อดึงดูดสายตาของบรรดาหัวหน้างานและผู้ชายทุกคนในแผนก

    ความคิดฟุ้งซ่านแล่นพล่านอยู่ในหัวสมองของก้อยจนแทบจะระเบิด ความทรงจำเก่า ๆ ย้อนกลับเข้ามาทำร้ายจิตใจ ชัยกับก้อยคบหาดูใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียนต่างจังหวัด ร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันความยากลำบากมาด้วยกันจนกระทั่งได้เข้ามาทำงานในโรงงานแห่งนี้ด้วยกัน

    ก้อยยอมประหยัดมัธยัสถ์ อดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินช่วยชัยผ่อนรถจักรยานยนต์คันใหม่ที่เป็นพาหนะคู่ใจของเขา ทว่าระยะหลังมาชัยกลับห่างเหิน เย็นชา และมองว่าก้อยเป็นเพียงสตรีจืดชืดไร้รสนิยมที่คอยแต่จะพูดเรื่องประหยัดเงินทองและทำตัวน่าเบื่อหน่ายไปวัน ๆ ในขณะที่น้ำอ้อย เพื่อนรักที่เพิ่งย้ายเข้ามาทำงานในไลน์ผลิตเดียวกันไม่นาน กลับมีชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือย มีกระเป๋าแบรนด์เนมใช้ และมักจะแสดงจริตจะก้านยั่วยวนจนชายหนุ่มในโรงงานต่างพากันเหลียวหลังมอง ความสนิทสนมระหว่างน้ำอ้อยกับก้อยทำให้ก้อยระบายทุกข์ใจเรื่องชัยให้น้ำอ้อยฟังเสมออย่างไม่มีความลับ

    ก้อยไม่เคยคาดคิดเลยว่า ความจริงใจและความไว้ใจที่เธอมีให้เพื่อนรักคนนี้ จะกลายเป็นช่องทางให้นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างน้ำอ้อยใช้เป็นเครื่องมือสืบหาจุดอ่อน เพื่อเข้ามาแทรกกลางขโมยผู้ชายของเธอไปอย่างหน้าด้าน ๆ ไร้ยางอาย

    เสียงลมพัดวูบใหญ่หอบเอาเศษใบไม้แห้งเกลือกกลิ้งไปตามพื้นคอนกรีต ท่ามกลางความมืดสลัวและไร้ผู้คน ก้อยค่อย ๆ ก้าวเดินอ้อมผ่านตู้คอนเทนเนอร์เก็บอะไหล่เก่าที่วางซ้อนกันจนเกิดมุมอับสายตา เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถเงียบ ๆ ด้านหลัง

    พลัน หูของก้อยก็แว่วได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบา เป็นเสียงหวานหยดย้อยสั่นประสาทที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือเสียงของน้ำอ้อยที่กำลังออดอ้อนกระซิบกระซาบกับใครบางคนในความมืดสลัวหลังกองเหล็ก

    "พี่ชัยขา... อย่าเพิ่งสิคะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้าอ้อยจะแย่นะคะเนี่ย" น้ำเสียงหวานใสแฝงความดัดจริตและยั่วยวนหลุดลอยมาตามลม ทำให้ก้อยสะดุ้งสุดตัวและหยุดยืนนิ่งราวกับถูกตรึงอยู่กับที่

    "ไม่มีใครเห็นหรอกจ้ะอ้อย ป่านนี้อีพวกในไลน์ผลิตมันสแกนนิ้วกลับหอกันหมดแล้วล่ะ" เสียงทุ้มต่ำของชัยตอบกลับด้วยความเร่าร้อนและสั่นพร่าด้วยแรงตัณหา น้ำเสียงแบบนี้ชัยไม่เคยใช้พูดคุยกับก้อยมานานหลายปีแล้ว

    ก้อยรู้สึกราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้ากลางอก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนสั่นเทา สองมือของเธอกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อ ความจริงอันโหดร้ายกำลังจะปรากฏแก่สายตาในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้แล้ว

    เท้าที่หนักอึ้งราวกับถูกตรึงด้วยโซ่เหล็กค่อย ๆ ขยับก้าวไปข้างหน้าทีละนิด ก้อยเบียดตัวเข้ากับมุมตึกพยายามชะโงกหน้ามองฝ่าความมืดสลัวหลังเสาไฟฟ้าแรงสูงต้นใหญ่ตรงมุมลานจอดรถที่ไม่มีแสงไฟส่องถึง

    แสงไฟสีส้มจากสปอตไลต์ของโรงงานส่องสว่างรำไรผ่านกิ่งไม้ใบหนา เผยให้เห็นภาพร่างของชายหญิงสองคนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างดูดดื่ม ชัยพิงแผ่นหลังเข้ากับเสาปูนหนา โดยมีร่างอวบอัดของน้ำอ้อยเบียดเสียดแนบชิดอยู่ตรงกลางเป้ากางเกงของเขา

    ชัยซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหงของน้ำอ้อย ลากลิ้นร้อนผ่าวผ่านผิวเนียนละเอียดจนสตรีในอ้อมกอดครางกระเส่า สองมือหนาหยาบโลนของซูเปอร์ไวเซอร์หนุ่มกำลังฟ้อนเฟ้นบีบคั้นสะโพกงอนงามของชู้รักอย่างเมามันไร้ความยับยั้งชั่งใจ

    สรีระอวบอัดของน้ำอ้อยถูกบดเบียดเข้ากับแผ่นอกกว้างของชัยอย่างจงใจ สองมือเรียวของเธอขยุ้มผมของชัยไว้แน่น พลางแอ่นอกยกปทุมถันคู่งามที่โผล่พ้นกระดุมเสื้อทำงานที่ถูกปลดออกสามเม็ดส่งให้ชัยไซ้ดมอย่างหน้าไม่อาย

    "อื้อ... พี่ชัยขา... อ้อยเสียวจังเลยค่ะ ซุกไซ้เก่งขนาดนี้ อ้อยจะขาดใจแล้วนะคะเนี่ย" น้ำอ้อยครวญครางพึมพำกระเส่าเย้ายวน รอยยิ้มพึงพอใจฉายชัดบนใบหน้าสวยใสเมื่อเห็นชายหนุ่มหลงใหลในเรือนร่างของตนจนแทบคลั่งไคล้

    "อ้อยตัวหอมเหลือเกิน ทั้งแน่นทั้งนุ่มไปหมดทั้งตัว พี่หลงอ้อยจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วรู้ไหม" ชัยพึมพำเสียงสั่นสะท้านพลางกดริมฝีปากจูบลงบนเนินอกอวบอูมอย่างตะกรุมตะกราม มือก็บีบเค้นสลับคลึงเคล้าเนื้อแน่นตึงอย่างเร่าร้อนรุนแรง

    "แล้วอีเมียหน้าจืดที่บ้านล่ะคะ พี่ชัยไม่เสียดายมันเหรอ?" น้ำอ้อยเอ่ยถามเสียงสูงพลางแกล้งจิกเล็บลงบนไหล่หนา แววตาของชู้สาวเต็มไปด้วยความสนุกสะใจที่ได้ลักลอบกระทำความชั่วช้าเบียดบังคนอื่น

    "พูดถึงมันทำไมให้เสียอารมณ์ล่ะอ้อย จืดชืดเหมือนน้ำล้างเท้าขนาดนั้น พี่หมดอารมณ์กับมันนานแล้วล่ะ" ชัยเอ่ยอย่างไม่ไยดีก่อนจะก้มลงบดริมฝีปากเข้ากับปากเรียวบางของน้ำอ้อยอย่างหิวกระหายสวาท

    ภาพตรงหน้าสะท้านโลกความเป็นจริงของก้อยอย่างรุนแรง ความไว้ใจและความรักที่ฟูมฟักมาหลายปีมลายหายไปสิ้นในพริบตา เหลือเพียงความเคียดแค้นเจ็บปวดปะทุพลุ่งพล่านขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยจนตาพร่ามัวไปหมด

    "ไอ้ชัย! อีน้ำอ้อย! พวกแกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!" เสียงกรีดร้องแหลมสูงของก้อยฉีกกระชากความเงียบยามวิกาลจนแว่วสะท้อนไปทั่วลานจอดรถพนักงานกะดึกอย่างน่ากลัว

    ชู้รักทั้งสองสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันทันที ชัยเบิกตากว้างใบหน้าซีดเผือดด้วยความตระหนกตกใจอย่างรุนแรง ขณะที่น้ำอ้อยรีบยกมือขึ้นปิดบังเนินอกของตนเองพยายามดึงเสื้อผ้าเข้าหากันพัลวันด้วยความลนลาน

    ก้อยพุ่งตัวเข้าไปราวกับคนเสียสติ ความเจ็บแค้นส่งผลให้สัญชาตญาณความโกรธมีพลังมหาศาล เธอฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของชัยอย่างแรงเสียงดังสนั่น "เพียะ!" จนใบหน้าของแฟนหนุ่มหันไปตามแรงตบอันหนักหน่วง

    "ก้อย! ฟังฉันอธิบายก่อน!" ชัยพยายามร้องห้ามและเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของก้อยเอาไว้ แต่แรงโทสะของสตรีที่ถูกหักหลังไม่อาจหยุดยั้งได้ง่าย ๆ ด้วยคำพูดตลบตะแลง

    ก้อยสะบัดตัวหลุดแล้วเบนเป้าหมายไปที่น้ำอ้อย เพื่อนสนิทตัวดีที่ยืนตัวสั่นอยู่ ก้อยพุ่งเข้าไปกระชากเส้นผมลอนยาวของน้ำอ้อยจนศีรษะหงายหลังแล้วง้างมือตบหน้าอย่างเต็มรัก "เพียะ! เพียะ!"

    "อีเพื่อนชั่ว! แกแย่งแฟนฉัน! แกรู้ทั้งรู้ว่าฉันรักชัยมากขนาดไหน!" ก้อยกรีดร้องปานจะขาดใจพลางรัวตบและทุบตีไปที่ร่างอวบอัดของน้ำอ้อยอย่างไร้ความปรานีดุดัน

    น้ำอ้อยร้องกรี๊ดเสียงหลงเมื่อโดนตบจนล้มพับลงไปกับพื้นคอนกรีต ฝุ่นดินเปรอะเปื้อนตามเนื้อตัว ใบหน้าสวยใสแดงช้ำและมีเลือดซึมออกมาจากมุมปากจากการจู่โจมอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่งของก้อยที่ควบคุมสติไม่อยู่

    ชัยเห็นชู้รักถูกทำร้ายจนสะบักสะบอมก็เกิดความโกรธและเป็นห่วงชู้รักสุดหัวใจ ชายหนุ่มพุ่งเข้ามากางปีกป้องน้ำอ้อยกวาดตัวเข้าขวางหน้า และผลักก้อยออกไปอย่างแรงจนร่างของเธอลอยละลิ่วล้มลงกระแทกกับพื้นคอนกรีตขรุขระอย่างโหดร้ายไร้ความปรานี

    "หยุดบ้าได้แล้วก้อย! ฉันบอกให้หยุด!" ชัยตวาดเสียงกร้าว แววตาของเขาไม่มีความรู้สึกผิดหรือใยดีก้อยเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ส่งผ่านไปยังน้ำอ้อยที่ก้มหน้าร้องไห้อยู่ข้างหลังเขาอย่างน่าสมเพช

    ก้อยรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งตัว ฝ่ามือและหัวเข่าถลอกจนเลือดไหลซิบ ทว่าความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบได้เลยกับความปวดร้าวในทรวงอกที่กำลังฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ จากการกระทำของชายที่เธอรักและยอมเสียสละให้ทุกอย่างในชีวิต

    "แกผลักฉันเหรอชัย... แกผลักฉันเพื่อปกป้องผู้หญิงร่าน ๆ พรรค์นี้งั้นเหรอ!" ก้อยเค้นเสียงถามผ่านหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ร่างกายสั่นระริกสะอื้นไห้จนตัวโยนด้วยความสมเพชในโชคชะตาของตนเอง

    "ก็แกมันบ้าไปแล้วก้อย! ดูสภาพแกตอนนี้สิ เหมือนคนบ้าไม่มีผิด!" ชัยพ่นคำพูดเหยียดหยามออกมาพลางประคองน้ำอ้อยให้ลุกขึ้นยืนช้า ๆ แตะต้องเนื้อตัวชู้รักด้วยความทะนุถนอมหวงแหน

    น้ำอ้อยที่ลุกขึ้นยืนได้แล้ว เริ่มคลายความตระหนกตกใจลงไปเมื่อเห็นชัยคอยกางปีกปกป้องอยู่ข้างหน้า สตรีหน้าจิ้มลิ้มกลับมาตั้งสติได้ มารยาและความร้ายกาจเริ่มทำงานทันทีโดยไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย

    น้ำอ้อยกอดอกยกมือขึ้นลูบมุมปากที่แตกช้ำ แววตาที่เคยหวั่นไหวกลับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาสมเพชเวทนาและเย้ยหยันก้อยอย่างปิดไม่มิด มุมปากหยักโค้งเป็นรอยยิ้มแดกดันสะใจอย่างโจ่งแจ้ง

    "เลิกทำตัวเป็นนางเอกละครน้ำเน่าได้แล้วก้อย โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกจ้ะ" น้ำอ้อยเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังอย่างจงใจยั่วโมโห

    "อีน้ำอ้อย... แกมันไม่ใช่คน แกแย่งแฟนเพื่อนได้ลงคอ!" ก้อยตะโกนด่าทอ ร่างสั่นเทาด้วยความรังเกียจและเกลียดชังเพื่อนสนิทที่เคยร่วมกินข้าวร่วมหลับนอนในหอพักเดียวกันมาตลอดหลายปี

    "เพื่อนเหรอ? ขอบใจนะที่คิดว่าฉันเป็นเพื่อน" น้ำอ้อยหัวเราะคิกคักเบา ๆ แดกดันใส่ "แต่เรื่องผู้ชายเนี่ย ใครดีใครได้นะจ๊ะ ก้อยรักษาชัยไว้ไม่ได้เองเพราะแกมันจืดชืด ไร้เสน่ห์ ไม่มีรสนิยมลีลาอะไรเลยสักอย่าง"

    "น้ำอ้อย! หุบปากเน่า ๆ ของแกซะ!" ก้อยหวีดร้องลั่นลานจอดรถ ชี้หน้าชู้รักด้วยความเกลียดชังจับขั้วหัวใจลึกซึ้ง

    "ทำไมต้องหุบปากล่ะจ๊ะ? ฉันพูดความจริงทุกคำ ชัยเขาเบื่อแกจะตายอยู่แล้ว เขาอยู่กับแกก็มีแต่ความเครียดเรื่องเงินผ่อนรถ เรื่องปากท้อง น่ารำคาญจะตายไปวัน ๆ " น้ำอ้อยกอดอกเย้ยหยันก้าวมายืนข้างชัยอย่างภาคภูมิใจในชัยชนะ

    "ใช่ก้อย... น้ำอ้อยพูดถูก" ชัยเสริมขึ้นมาเสียงเย็นชาไร้เยื่อใย "เราเลิกกันเถอะ ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว อยู่กับเธอมันอึดอัดไปหมด ตอนนี้ฉันเลือกอ้อย อ้อยเขามีสิ่งที่ฉันต้องการทุกอย่างที่เธอไม่มีให้"

    "แกพูดออกมาได้ยังไงไอ้ชัย! เงินที่แกใช้ผ่อนรถจักรยานยนต์คันที่แกขับอยู่ ก็เงินฉันทั้งนั้น! ฉันยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อให้แกได้ดิบได้ดี แต่แกกลับคาบเอาอีตัวกินบนเรือนขี้บนหลังคามานอนเสวยสุขชู้สาว!" ก้อยตวาดแฉความสัตย์จริงอย่างเจ็บแค้น

    ชัยสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวและอับอายที่ถูกพูดแทงใจดำต่อหน้าน้ำอ้อย เขาชี้หน้าก้อย "ถ้าเธอจะพูดเรื่องเงิน ก็เลิกพูดเถอะ เดี๋ยวฉันจะหาเงินมาคืนให้เธอทุกบาททุกสตางค์ แต่ตอนนี้สิทธิ์การตัดสินใจอยู่ที่ฉัน และฉันเลือกน้ำอ้อย!"

    ก้อยหัวใจพังยับเยินอย่างไม่มีชิ้นดี ความโง่เขลาของตนเองที่ทุ่มเทความรักให้ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้ปรากฏชัดเจนจนน่าสมเพช ก้อยพุ่งตัวเข้าไปหาชัยอีกครั้งหวังจะฟาดตบให้สาสมกับความสารเลวของเขาทั้งสองคน

    แต่ทว่าชัยกลับจับข้อมือของก้อยไว้ได้ทันและบีบอย่างแรงจนกระดูกข้อมือของเธอแทบจะหักคามือ ก่อนจะผลักร่างของเธอจนล้มลงไปกองกับพื้นปูนอีกครั้งอย่างไม่ปรานีรุนแรงป่าเถื่อน

    "อย่ามาแตะต้องตัวฉันอีกก้อย! เธอมันน่ารำคาญเกินไปแล้ว กลับหอพักของเธอไปซะ แล้วอย่ามาวุ่นวายกับชีวิตของฉันและอ้อยอีกต่อไปเลย!" ชัยตวาดใส่เสียงดังลั่นปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองด้วยความรังเกียจ

    น้ำอ้อยยืนกอดอกดูภาพนั้นด้วยรอยยิ้มสะใจ สายตาแฝงความผู้ชนะมองลงมาที่ก้อยซึ่งนอนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับพื้นดินปนคราบน้ำมันเครื่องของลานจอดรถอย่างหมดสภาพ

    "กลับไปนอนฝันหวานล้างหน้าร้องไห้ที่หอพักเถอะนะก้อย อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ" น้ำอ้อยพูดจาถากถางซ้ำเติมอย่างไม่ละอายต่อบาปกรรมและความเป็นเพื่อนที่เคยมีให้กัน

    ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาของก้อยที่ค่อย ๆ พยุงร่างกายอันบอบช้ำขึ้นมาจากพื้นดิน ความอ่อนแอในหัวใจถูกบดขยี้จนแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและอาฆาตแค้นลึกล้ำสุดประมาณ

    ก้อยปาดคราบน้ำตาออกจากแก้มอย่างแรง แววตาที่เคยอ่อนโยนและซื่อตรง บัดนี้กลับฉายประกายแวววับดุจปีศาจอาฆาตที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อความสะใจและคืนความเจ็บปวดกลับไปร้อยเท่าพันทวี

    เธอมองจ้องไปยังคนทั้งสองคนตรงหน้า ชัยยืนกอดไหล่น้ำอ้อยป้อนคำหวานและปลอบโยนชู้รักยั่วโทสะของก้อยอย่างเปิดเผยชวนสมเพชเวทนาที่สุด

    "พวกแกคิดว่าจะเสวยสุขกันบนกองกระดูกและความทุกข์ของฉันได้นานแค่ไหนกันเชียว?" ก้อยเค้นเสียงพูดช้า ๆ น้ำเสียงเย็นเยือกจนชู้รักทั้งสองถึงกับชะงักกึกและหันมามองด้วยความฉงน

    "พูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีกก้อย บอกให้กลับไปไงล่ะ!" ชัยขู่ตะคอกใบหน้าบึ้งตึงด้วยความโมโหที่ก้อยยังไม่ยอมจำนน

    "ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อ... แต่ฉันกำลังพูดถึงจุดจบของพวกแกทั้งคู่ต่างหากล่ะ" ก้อยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความสะใจอย่างลึกล้ำชวนขนหัวลุกชันขึ้นมาทันที

    น้ำอ้อยขมวดคิ้วมุ่น แววตาเริ่มมีความระแวงผุดขึ้นมา "แกจะทำอะไรฉันได้? คิดจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องหัวหน้าคนอื่นงั้นเหรอ? ไม่มีใครสนใจเรื่องผัว ๆ เมีย ๆ ในโรงงานหรอกนะจ๊ะอีดอกทอง"

    "เรื่องแกแย่งผัวฉันน่ะมันเรื่องเล็กน้ำอ้อย คนในไลน์ผลิตอาจจะแค่ซุบซิบนินทาแล้วก็ลืมไปตามกาลเวลา" ก้อยก้าวเข้าไปหาคนทั้งสองช้า ๆ แววตาจดจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของเพื่อนทรยศอย่างอาฆาตแค้น

    "แต่ถ้าเป็นเรื่องที่แกแอบนอนกับผู้จัดการธวัช... แอบแซ่บกันในห้องทำงาน และลักลอบไปมีเซ็กส์เร่าร้อนกันที่โรงแรมหรูในต่างจังหวัดล่ะน้ำอ้อย? แกคิดว่าเรื่องนี้มันจะเล็กสำหรับแกด้วยไหมล่ะ?" ก้อยทิ้งระเบิดลูกใหญ่เสียงดังฟังชัดเจน

    คำพูดของก้อยเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของน้ำอ้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้มอันตรธานหายไปสิ้นในทันที สีหน้าของน้ำอ้อยเปลี่ยนเป็นซีดสลดขาวราวกับกระดาษที่ไม่มีสีเลือดฝาดเลยสักนิด

    "แก... แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแกกัน!" น้ำอ้อยละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำเสียงสั่นสะท้านไม่มั่นคง ร่างกายเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวจับจิตเมื่อความลับที่ร้ายแรงที่สุดถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่คาดฝัน

    "ฉันไม่ได้พูดบ้า ๆ หรอกน้ำอ้อย ฉันมีทั้งภาพและหลักฐานวันที่พวกแกแอบนัดเจอกัน และฉันก็รู้ด้วยว่าแกนอนกับผู้จัดการธวัชเพื่อแลกกับตำแหน่งหน้าที่และการเงินทองเบิกพิเศษต่าง ๆ ที่แกเอามาอวดอ้าง!" ก้อยเน้นเสียงหนักแน่นสะใจ

    ชัยหันขวับไปมองน้ำอ้อยทันที แววตาของซูเปอร์ไวเซอร์หนุ่มเต็มไปด้วยความสับสนและระแวงแคลงใจ "อ้อย... ที่ก้อยมันพูดหมายความว่ายังไงกันแน่? อ้อยแอบนอนกับผู้จัดการงั้นเหรอ? ตอบพี่มาสิ!"

    "ไม่ใช่นะคะพี่ชัย! อีคนบ้ามันแต่งเรื่องใส่ร้ายอ้อยค่ะ! พี่ชัยอย่าไปเชื่อมันนะ!" น้ำอ้อยรีบปฏิเสธพัลวัน หันไปเกาะแขนชัยสั่นระริกพยายามบีบน้ำตาสร้างความน่าสงสารและมารยาออดอ้อนแต่ใบหน้ากลับซีดเผือดจนปิดบังความจริงไม่มิดเลยสักนิดเดียว

    "ใส่ร้ายงั้นเหรอ? งั้นลองดูว่าถ้าภาพและข้อมูลหลักฐานพวกนี้ส่งตรงไปถึงมือ 'คุณมนทิรา' เมียหลวงของผู้จัดการธวัช... ทุกอย่างจะจบลงยังไง!" ก้อยตะโกนประกาศกร้าวชี้หน้าชู้รักทั้งสองคนอย่างท้าทาย

    ชื่อของ 'คุณมนทิรา' หัวหน้าฝ่ายบัญชีผู้มีอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดในโรงงานแห่งนี้ ทำให้น้ำอ้อยถึงกับเข่าอ่อนจนเกือบทรุดลงกับพื้นคอนกรีต ทุกคนในโรงงานต่างรู้ดีถึงกิตติศัพท์ความดุร้ายและเด็ดขาดของเมียหลวงผู้จัดการธวัชคนนี้ดีว่าไม่มีใครกล้าตอแยด้วย

    หากคุณมนทิราได้รับทราบเรื่องชู้สาวของสามีตนเองกับพนักงานฝ่ายผลิตหน้าใหม่อย่างน้ำอ้อย ไม่เพียงแต่น้ำอ้อยจะถูกไล่ออกจากงานอย่างไร้เกียรติและไม่ได้เงินชดเชยใด ๆ เลย แต่ชีวิตของเธออาจจะพังพินาศจนไม่มีที่ยืนในสังคมโรงงานและวงการนี้อีกต่อไปชั่วชีวิต

    "ก้อย... ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะก้อยนะ" น้ำอ้อยเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ ละทิ้งมารยาเย่อหยิ่งและท่าทีกอดอกเย้ยหยันไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากเหยื่อที่เธอเคยเหยียบย่ำเมื่อครู่นี้อย่างหมดสภาพหมดลาย

    "ขอร้องงั้นเหรอ? ตอนแกนอนระเริงรสรักอยู่กับผัวฉัน แกเคยคิดถึงหัวใจฉันบ้างไหมน้ำอ้อย! แกเคยนึกถึงความเป็นเพื่อนที่เรามีให้กันบ้างไหม!" ก้อยตะคอกกลับด้วยความสะใจที่เห็นนางงูพิษตกอยู่ในสภาวะดิ้นพล่านด้วยความหวาดกลัวอย่างแสนสาหัส

    "ก้อย... เรื่องของเราค่อย ๆ คุยกันดี ๆ เถอะนะ อย่าเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยวเลยนะก้อย" ชัยเริ่มหน้าถอดสีและน้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรับรู้ว่าความฉาวโฉ่ครั้งนี้อาจจะลุกลามใหญ่โตจนทำให้เขาเดือดร้อนและตกงานไปด้วยหากผู้จัดการมีเรื่องอื้อฉาว

    "สายไปแล้วไอ้ชัย! สายไปแล้วอีน้ำอ้อย!" ก้อยประกาศเสียงเฉียบขาด แววตาเต็มไปด้วยเพลิงพยาบาทอันแรงกล้าที่ไม่มีวันดับลงง่าย ๆ จนกว่าพวกมันจะพังพินาศย่อยยับไปต่อหน้าต่อตาเธอ

    "จำใส่หัวสมองของพวกแกไว้เลยนะ... ถ้าภายในสามวัน อีน้ำอ้อยไม่ไสหัวออกไปจากชีวิตของผัวฉัน และแกไอ้ชัย... ถ้าแกยังคิดจะปกป้องอีตัวร่านรักคนนี้อีก..." ก้อยละเว้นจังหวะพลางแสยะยิ้มเย็นชาฉายแววตาอำมหิต

    "ฉันจะส่งหลักฐานทั้งหมดที่มีส่งตรงถึงมือคุณมนทิราทันที! ดูสิว่าผู้จัดการธวัชจะเอาปัญญาที่ไหนมาปกป้องชู้รักตัวน้อย ๆ อย่างแกจากเมียหลวงจอมโหดคนนั้นได้!" ก้อยประกาศคำขู่ตอนท้ายเสียงกร้าวสะท้อนก้องลานจอดรถอย่างเด็ดขาดและน่าสะพรึงกลัวที่สุด

    น้ำอ้อยยืนเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านราวกับลูกนกตกน้ำในฤดูหนาว หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวลนลานเริ่มไหลอาบแก้ม รอยยิ้มสมเพชเยาะเย้ยและท่าทางกอดอกท้าทายก่อนหน้านี้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่มีวันหวนคืนมาได้อีก

    ชัยยืนอึ้งใบหน้าหมองสลดปนหวาดเกรง ความกดดันและภัยเงียบคุกคามถาโถมเข้ามาจนหายใจแทบไม่ออก ความเงียบยามค่ำคืนกลับมาปกคลุมลานจอดรถอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงคนบาปสองคนที่เคยพลอดรักอย่างมีความสุขที่บัดนี้กลับต้องจมอยู่ท่ามกลางนรกแห่งความเครียดแค้นหวาดผวา

    ก้อยสะบัดหน้าหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบกับพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะหนักแน่นมั่นคงท่ามกลางความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นไห้กระวนกระวายใจของชู้รักที่กำลังเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่หลวงในชีวิตการทำงานของพวกตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในวันรุ่งขึ้น

    ---

    ก้อยก้าวเดินออกจากเขตรั้วโรงงานอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของเธอยังคงหอบถี่สั่นสะท้าน หยาดน้ำตาที่ไหลนองแก้มถูกเช็ดออกจนผิวหน้าแดงช้ำ ความรู้สึกเจ็บปวดร้าวรานใจแทบเจียนตายที่ล่วงรู้ความจริงว่าถูกชายคนรักและเพื่อนสนิทหักหลังพร้อมกัน มันบีบรัดหัวใจจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่กระนั้นความพยาบาทและแรงอาฆาตกลับเป็นพลังผลักดันให้เธอต้องก้าวต่อไปเพื่อชำระแค้นครั้งนี้ให้ถึงที่สุด

    เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อสัมผัสกับโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าซึ่งเก็บหลักฐานสำคัญเอาไว้ เครื่องนี้แหละที่เธอแอบบันทึกภาพหน้าจอแชตลับระหว่างน้ำอ้อยกับผู้จัดการธวัชซึ่งบังเอิญไปเห็นเข้าในคืนหนึ่ง รวมถึงภาพที่น้ำอ้อยแอบขึ้นรถของเขาที่ปั๊มน้ำมันนอกเมือง ข้อมูลเหล่านี้ที่เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้เตือนเพื่อนรักด้วยความหวังดี กลับกลายมาเป็นอาวุธสังหารชิ้นสำคัญที่จะใช้บดขยี้ชีวิตของเพื่อนทรยศให้พินาศสิ้น

    ขณะที่เธอก้าวเดินไปตามทางเท้าเปลี่ยวใต้แสงไฟริมถนน ความคิดลึกล้ำในใจของก้อยเตลิดเปิดเปิงไปถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า เธอไม่สนใจความถูกผิด ความถูกต้อง หรือผลกระทบใด ๆ ที่จะเกิดตามมาอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อพวกมันกล้าเหยียบย่ำความรักและความภักดีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี พวกมันก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตการทำงานและอนาคตที่ดับวูบลงในกองเพลิงแห่งความริษยาและตัณหาชั่วคราวนี้เช่นเดียวกัน

    ก้อยแหงนหน้ามองฟ้ามืดมิดที่ไร้แสงดาว ยิ้มหยันให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิตของเธอ ก่อนจะก้าวเดินหายลับไปในความสลัวรางของราตรีที่ยาวนาน ทิ้งค่ำคืนแห่งการนองเลือดและน้ำตาไว้เบื้องหลัง เพื่อรอคอยวันพิพากษาที่จะมาถึงในอีกไม่ช้า

    คล้ายกับเรื่องแอบแซ่บ ผัวเพื่อน ที่คุณอ่าน