Amara จากคนสู่ราชัน

    Amara Nameless : 42

            'ดวงตาของเราจะหยุดทำงานเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เพราะฉะนั้น ณ ช่วงเวลานั้นเราต้องจดจำทุกอย่างทั้งหมดไว้ในสมอง และจำเสียงที่กำลังเข้ามา งานยากเลยแหะ' ชายหนุ่มลูบหน้ากากของตนเองไปมา

            'แต่ถึงอย่างนั้น เราที่ผ่านลานประลองผู้สืบทอดครั้งที่ 10 มีหรือที่จะพ่ายแพ้' ใช่แล้ว! นิรนามได้ผ่านด่านอย่างต่อเนื่อง แต่ละด่านนั้นยากเป็นเงาตามตัว และปีศาจทารกก็มากขึ้นเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 มากขึ้นเรื่อยๆ

            หลังจากที่เราสร้างสูตรจนครบ 10 ตัว ก็ได้ <สกิลอัญเชิญปีศาจทารก 4 เศียร> นิรนามพึงรู้ว่าหากตนเองรวบรวมอีก 20 ก็จะทำให้สัตว์อัญเชิญกลายพันธุ์ได้ แต่ที่น่าเสียดายคือมันจะออกมาก็จริง แต่อย่างไงมันก็เป็นเด็ก มันไม่เข้าใจภาษาคน

            แต่ดีกว่าทารกแดงก่อนหน้านี้หลายส่วน แม้มันจะโจมตีบ้าง แต่ก็ไม่บ่อย แถมยังเป็นทารกที่ประสาทเสียสุดๆ เพราะเมื่อเขาอัญเชิญออกมา มันสามารถขัดคำสั่งได้ว่าจะออกไม่ออก แถมพอออกแล้วจะขี้แง่ และใช้ <สกิลพักสัตว์> ได้เองด้วย ชั่งปวดหัวมากๆ

            'หวังว่าแกจะมีประโยชน์สักวัน' ด้วยของรางวัลแต่ละด่านคือค่าสถานะ 10 หน่วย และลบกับอีก 1 ระดับที่หายไปของคำสาป ทำให้เขามีค่าสถานะที่น่ากลัว เสมือนกับผู้เล่นเลเวล 147 ทีเดียว

            พลังชีวิต : 35.5k/35.5k   มานา : 3.52k/3.52k    

            ความเหนื่อยล้า : 100/100 (ไม่สามารถเพิ่มได้)

            พลังกายภาพ : 392    ความแข็งแกร่ง(ถึก) : 355

            ความว่องไว : 377    การมองเห็น : 352

            ---

            "แล้วแผนการว่าไง?"

             

            ***

            "อีเว้น์เริ่มขึ้นแล้ว!!"

            "โอ้~!!"

            ปึง! ปึง! ปึง!

            กองกำลังของผู้เล่นกว่า 10 ล้านคนได้เคลื่อนทัพมาอย่างรวดเร็ว โดยมี <กิลฟอร์นเทีย> ที่ซึ่งสามารถสังหารหัวหน้ากิลอันดับ 1 ได้ ต่อมาก็มี <กิลราชาแห่งราชัน> และ <กิลหยาดน้ำค้าง> ตามลำดับ

            ผู้เล่นนับหลายล้าน ต่างรู้สึกดีอย่างมาก และหึกเฮิมเมื่อจะได้ทำสงครามต่างเผ่าพันธุ์ ทุกคนเดินมาพร้อมกับกลิ่นอายอันน่าเกรงขาม ในเวลาเดียวกันหัวหน้าฟอร์นเทียก็พบกับความผิดปกติ

            "หยุด!!"

            กึง!

            ผู้เล่นทั้งหมดหยุดฝีเท้าโดยฉับพลัน ใบหน้าของหัวหน้ากิลฟอร์นเทียนั้นพลันไม่ดี คนอื่นๆ ต่างเห็นก็วิตกกังวลอย่างรุนแรง ไม่ต่างจากรองหัวหน้ากิลอย่างหยาดน้ำค้าง

            "ทำไมพวกมันหายไปเกือบ 50% เลยละ" จากสายตาขอเธอ เธอรับรู้ว่ากว่า 5 ล้านของศัตรูได้หายไปอย่างน่าตกใจ เหลือเพียงพวกเก่งๆ ที่ดูแล้วน่าจะรับมือกับกิลฟอร์นเทียพวกเธอได้มาก รองหัวหน้ากิลหยาดน้ำค้างก็วิตกไม่ต่างกัน

            "จะสนใจทำไมวะ ฆ่ามันทั้งหมดเลยไม่ดีหรอพวกเรา"

            "โอ้!! ใช่แล้ว"

            "ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน...!"

            ทั้งสองสาวหันไปมองชายกิลราชาแห่งราชันอย่างไม่พอใจ อีกฝ่ายยักไหล่เดินนำทัพอีกรอบ แต่คราวนี้ทั้งสองกิลยกเว้นกิลอันดับ 1 ได้เดินออกไปอย่างเดียว ในเวลาเดียวกันจอมเวทย์อาถรรพ์ก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

            "ทำไมพวกมันต้องกระทืบเท้าดังด้วย" เขาเป็นคนที่รำคาญเสียงดังๆ มากที่สุด เมื่อกี้ก็เกือบระเบิดทักษะสกิลฆ่าผู้เล่นแล้ว และคราวนี้ฝ่ายศัตรูกันโดนกระแทกเท้าจนแผ่นสะเทือน เห็นแล้วมันน่ารำคาญอย่างมาก

            "หากมองในมุมมองคนปกติ ฉันว่าพวกมันกำลังเดินไม่ให้ตนเองหวาดกลัว และเป็นการหึกเฮิมไปในตัว แต่อีกฝ่ายนั้นมีศัตรูแข็งแกร่งมากมาย การกระทำแบบนี้ย่อมมีเหตุผล" คิมชินยองมองอย่างสงสัย 

            ในเวลาเดียวกันแววตาของทั้ง 4 ก็เบิกตาโต เมื่อทีพหน้าปรากฏชายคนหนึ่งสวมชุดผ้าคลุมดำ และหน้ากากโครงกระดูกเดินนำทัพมา

            "นั้นเขา.." รองหัวหน้ากิลหยาดน้ำค้างกล่าวตกใจ จอมเวทย์อาถรรพ์พลันตื่นเต้น และกระหายการต่อสู้มาก ส่วนหัวหน้ากิลฟอร์นเทีย และหยาดน้ำค้างต่างขมวดคิ้ววิตกมากกว่าเดิม เพราะทักษะของอีกฝ่ายนั้นน่ากลัวมาก เพียงแต่อาถรรพ์ไม่เคยเห็น

            "นี้สินะคลาสยูนีค ดูยังไงก็ไม่เหมือนสักนิด" แววตาจอมเวทย์อาถรรพ์เปลี่ยนไปเป็นดุดันทันที เขาพบว่ากลิ่นอายของอีกฝ่ายนั้นผสมมั่วกันหมด จนชวนให้รู้สึกอึดอัด

            "เขาจะเข้ากิลเราจริงหรอ?" คิมชินยองกล่าวสงสัย แน่นอนทุกคนก็ต่างสงสัยไม่ต่างกัน เพราะหากอีกฝ่ายเข้ากิลเขานั้นหมายถึงการนำมาสู่กบฏของเผ่ามนุษย์ทันที

            "นอกจากสกิล <ดาบโลหิตจันทรา> ของเขาแล้ว ก็ต้องระวังสกิล <หลอกฟัน> ของเขาด้วย แต่สองสกิลนี้ก็เต็มกลืนแล้วจากที่ฉันสังเกตุ หากสู้กับนายคงอยู่ไม่ได้นาน" หัวหน้ากิลฟอร์นเทียกล่าวกับจอมเวทย์อาถรรพ์

            "สิ้นคิดซะจริง หึ!" รองหัวหน้าหยาดน้ำค้างแสระยิ้มเยาะเย้ย ทำให้ 2 หนุุ่ม และ 1 สาว บวกกับสมาชิกกิลฟอร์นเทียไม่พอใจทันที

            "หากเอาเวทย์น้อยของนายไป มีโอกาสที่จะชนะเขาแน่หรอ" ทันใดนั้นหญิงสาวชาวจีนก็นึกอะไรได้บางอย่าง ก็กัดฟันมองชายหนุ่ม

            "มีอีกอย่างนึงที่นายแพ้ทางเขา นั้นคืออัญมณีสีแดงนั้น มันมีฤทธิ์ในการทำลายล้างทักษะสกิลของนายทั้งหมดได้ในพริบตา จากที่ดูมาเหมือนจะส่งผลให้พลังนั้นโจมตีนายเองได้ แต่การที่จะหลบมันนั้นไม่ง่าย นายต้องยกเลิกเวทย์มนต์ก่อนที่ เขาจะโยนอัญมณีออกมา เข้าใจไหม?"

            จอมเวทย์อาถรรพ์พลันหน้าเครียด ก่อนจะพยักหน้า

            "สงครามเริ่มขึ้นแล้ว" ทุกคนเคลื่อนตัวออกไปทันที

            ***

            "มาแล้วสินะ"

            'กิลฟอร์นเทีย'

            นิรนามกำลังมองเหล่าผู้เล่นกว่า 10 ล้านคนบุกมาหาตน และหยุดห่างกัน 200 เมตร แน่นอนการเว้นระยะนี้กันไม่ให้ทุกคนทำร้ายทันทีโดยไม่ฟังคำสั่งของหัวหน้า และเขาคือ หัวหน้าการก่อกบฏครั้งนี้

            "ไม่เจอกัน 16 วันเป็นไงบ้าง?" คำกล่าวของการเจอหน้ากันโดยหัวหน้ากิลฟอร์นเทีย ทำให้ชายหนุ่มโค้งตัวลงอย่างเคารพกล่าว

            "เป็นเกียรติมากที่ได้พบหัวหน้ากิลฟอร์นเทีย และรองหัวหน้ากิลหยาดน้ำค้าง และสวะกิลราชาแห่งราชัน" คำพูดของเขาเหมือนใบมีด ทำให้กิลอันดับ  พุ่งตัวหมายจะสังหารเขาทันที

            "ไอ้บัดซบ!! นี้แก"

            ผัวะ! อัก!

    คล้ายกับเรื่องAmara จากคนสู่ราชัน ที่คุณอ่าน