เขาอยากกลับบ้านแล้ว... ตั้งแต่ออกจากบ้านมาวันนี้เป็นวันที่เขารู้สึกอยากกลับบ้านที่สุด อยากกลับไปหอสมุดแล้วอยู่แบบเงียบตามเดิม
ใบหน้างามสง่าภายใต้ผ้าคลุมนิ่งขรึมสนิทกว่าปกตินักเนื่องจากอารมณ์ของมิคาเอลในตอนนี้ที่กำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่อาละวาดระบายความโมโหโทโสความหงุดหงิดภายในใจโออกมา เขาเป็นคนเก็บอารมณ์ได้ดีมาตลอดแต่วันนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าที่เขาเก็บอารมณ์ได้ดีนั่นก็เพราะว่าไม่มีใครกล้าก่อกวนเขาให้มากความก็เท่านั้น ซึ่งมันแตกต่างจากตอนนี้โดยสิ้นเชิง เจ้าพวกตัวน่ารำคาญทั้งหลายแหล่นี้ล้วนแล้วแต่บัดซบสิ้นดี!
“นี่มิคาเอลเจ้าจะไม่สนใจข้าเสียหน่อยรึ เจ้าเป็นนายข้านะ” ก้อนกลมๆ สีดำขนาดเท่ากำปั้นผู้ที่เรียกตนเองว่า ‘เตาหลอมโอสถผู้มีชีวิต’ ยังคงตามติดมิคาเอลไม่ห่างทั้งยังถือวิสาสะเคลื่อนย้ายเตาหลอมโอสถอันเก่าดำครึนั้นเก็บเข้าแหวนมิติเก็บของของมิคาเอลด้วยเลย เมื่อตอแยมากๆ แน่นอนว่ามิคาเอลไม่สนใจปล่อยปละไปทำเป็นไม่เห็นปิดหูปิดตาดับความรำคาญตามประสาคนขี้รำคาญและไม่ชอบคุยมากความแต่ตรงกันข้ามกับมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาหาใช่เช่นนั้นมันสนใจมาก
‘เตาหลอมโอสถผู้มีชีวิต’ น่าสนใจมากทีเดียว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นของจริงคงต้องตรวจสอบให้มากกว่านี้
“เฮ้ๆ มิคาเอลๆ ๆ เฮ้ๆ ๆ เจ้ายังไม่ตั้งชื่อให้ข้าเลยนะ เฮ้ มิคาเอลสนใจข้าหน่อยสิ”
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เต็มใจแต่สุดท้ายแล้วไหนๆ เจ้าก็เป็นนายข้าแล้วเจ้าจะเมินข้าแบบนี้ไม่ได้นะ!”
‘เห๊อะ เจ้านี่ถือดีอะไรมาให้นายข้าตั้งชื่อให้ห๊ะ!’ (แอลฟ์)
‘มีลล์เจ้าทำให้เจ้าก้อนสกปรกนั่นหุบปากสักทีได้ไหม ข้ารำคาญจะตายอยู่แล้วนะ’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าวพลางมองผ่านสายตาของมิคาเอลให้ความรู้สึกแปลกๆ กับเจ้าสิ่งนี้ มันรู้สึกไม่ชอบ... และไม่ถูกชะตากับเจ้าของเหลือนี้จริงๆ เลย ดีที่ไอ้เจ้าก้อนสกปรกนี้ไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของมันได้ไม่งั้นล่ะก็มีแต่ต้องมีผู้ใดผู้หนึ่งหายกันไปข้างหนึ่งแน่
อีกทั้งความสงสัยก็มีมากด้วย แม้เตาหลอมโอสถซึ่งเป็นสถานที่ผนึกแกนจิตวิญญาณของเจ้าก้อนสกปรกนี้เข้าไปอยู่ในแหวนมิติแล้วแต่เจ้าก้อนวิญญาณนี่กลับสามารถออกมาก่อกวนอารมณ์มิคาเอลได้แบบนี้แปลว่ามันต้องไม่ธรรมดาและต้องมีปริศนาความลับอะไรบ้างอย่างแน่ๆ เจ้าก้อนวิญญาณสีดำนั้นหารู้ไม่ว่าตัวมันได้ถูกเจ้าแห่งมังกรคิดคาดไว้แล้ว
แต่เหนือสิ่งอื่นใดเจ้ามังกรไม่ชอบให้เจ้าก้อนสกปรกนี้มันเกาะแกะนายตัวเอง!
‘บอกให้โยนทิ้งๆ เจ้าก็ไม่โยน พกพาของพรรค์นี้มีแต่อับอายขายขี้หน้าไปเปล่าๆ นะ!’ (แอลฟ์)
‘หง๊าว หง๊าวๆ ๆ ๆ’ (ราชสีห์เพลิงเกล็ดมังกร) ส่วนเจ้าราชสีห์เองก็พยายามส่งเสียงให้มิคาเอลได้ยินเช่นกันเนื่องจากมิคาเอลได้เก็บมันลงในคริสตัลเก็บสิ่งมีชีวิตแล้วแต่เหมือนว่ามันจะไม่ชอบ
“พวกเจ้าหุบปากซะทีเถอะ!!” สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทนไม่ไหวแล้วระเบิดไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย เส้นประสาทที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างสัมผัสได้ก่อนจะทอดถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ยกเลิกสัญญากับเจ้ามังกรก็ไม่ได้ ไล่เจ้าราชสีห์ก็ไม่ได้ ดันมีเจ้าก้อนวิญญาณเตานี่อีกที่อยู่ๆ สัญญาก็พันธะก็พันธนาการมาอย่างไม่รู้ตัว มิคาเอลคิดว่าโชคด้านความสงบสุขของเขาไม่มีเอาซะเลย... เขาอยากกลับหอสมุดประจำตระกูลสถานที่แห่งความสงบของเขาแล้ว แต่ก่อนจะได้คิดถึงความสงบเก่าก่อนของตัวเองมากกว่านี้ดวงตาของเขากลับรู้สึกหนักอึ้งแบบแปลกๆ
ในขณะที่กำลังมุ่งหน้าออกจากเขตเมืองแฟร์รี่แล้วไปต่อสู่เส้นทางกลับภูเขาแอลฟ์ เขาใช้วิธีโคจรพลังกายที่บริเวณขาเหาะเหินตัวเบาเคลื่อนย้ายตามเส้นทางป่ารกชัดอำพรางผู้คนอย่างเร่งรีบให้เข้าเขตแดนที่มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาจะสามารถเวทเคลื่อนย้ายกลับที่ภูเขาแอลฟ์ได้ มิคาเอลกลับพบว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติไป รู้สึกเหมือนว่าร่างกายของเขาจะรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมากะทันหันและอทรุดตัวลงพื้นทันที... หรือว่าจะโดนพิษรึ
“ผู้ใด!”
มิคาเอลพอมีสติอยู่ตะโกนเสียงดังกราว คิ้วเรียวเข้มขมวดเป็นปม เบนสายตามองรอบๆ แต่กลับพร่าเลือนลงไปทุกขณะ มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเองก็ไม่นิ่งนอนใจระแวดระวังทั่วทุกทิศมันเองเพราะมัวแต่ไม่ชอบใจกับเจ้าเตาหลอมทำให้ลืมตรวจตรารอบทิศเช่นกัน... บัดซบเอ้ย มันสบถด่าภายในใจพลางปล่อยไอนภาออกมาบางเบาสู่ภายนอกเพื่อค้นหาตรวจจับผู้ที่บังอาจมาเล่นเล่ห์ซ่อนแอบนี้กับมัน แต่ฉับพลันนั้นเองมันก็ต้องตกใจ... มีประมาณราวๆ แปดเก้าคนทั้งยังมีฝีมือไม่ธรรมดานัก
และต่อมานั้นเองก็ทำให้มันต้องตกใจยิ่งขึ้นเพราะการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามที่จู่โจมออกมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้ามุ่งมาคล้ายจะปลิดชีวิตมิคาเอลให้ได้ภายในดาบเดียว
‘มิคาเอลระวังอยู่ข้างบน!’ (แอลฟ์)
พรึ่บๆ พรึ่บๆ
สิ้นเสียงกล่าวของมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดดำปิดหน้าปิดตาก็ปรากฏขึ้นมาทันทีจากด้านบนพร้อมหมายจะช่วงชิงชีวิตของมิคาเอลแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย มิคาเอลที่ทรุดตัวอยู่บนพื้นแหงนหน้ามองเหล่าชายฉกรรจ์ชุดดำที่เคลื่อนไหวรวดเดียวเข้ามาด้วยภาพที่เชื่องช้าลงและเชื่องช้าลงเรื่อยๆ ดวงตายิ่งหนักอึ้งจะหลับลงคล้ายกำลังจะหลับรอรับดาบปลิดชีพนั้นแต่โดยดี... มีคนกำลังจะฆ่าเขา มีคนกำลังจะมาเอาชีวิตเขา หัวใจของมิคาเอลเต้นแรงมากแทบจะทะลุอกออกมาเต้นแรงมากอย่างกับมีคนรัวกลองอยู่ข้างใน เขาหอบหายใจถี่ ความรู้สึกสั่นไหวในขณะตอนที่กำลังจะมีคนมาคร่าชีวิตของเขามันกำลังบีบคั้นหัวใจเขาเอง ทั้งความกลัว หวาดผวา ตกใจ ปะปนกันไปหมด
คิดจะฆ่าเขาหรือ... ก็ต้องถามเขาก่อนเถอะว่าเขาจะยอมหรือไม่
ฉึก!
มิคาเอลกะพริบตาถี่พยายามเรียกหาสติแต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วก่อนจะสิ้นสติไปรวบรวมเรี่ยวแรงฮวบหนึ่งสะบัดมือขวาคว้ามีดสั้นภายในกระเป๋าออกมาจ้วงแทงเข้ามาที่หัวไหล่ซ้ายของตัวเองอย่างไม่ออมแรงจนทะลุฝั่ง เลือดสีแดงชาดไหลย้อมซึมออกมาไหลรินตามเรียวแขนซ้ายความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งแขนแทบจะขยับไม่ได้ เพราะความเจ็บปวดจากการลงมือที่ไม่ปรานีตัวเองนั้นเองก็พลันเรียกสติที่เลือนรางไปของมิคาเอลให้ค่อยๆ กลับมา
“อึ่กอั่กกก อ่า”
พรืดดดดดดด
ดวงตาที่พร่าเลือนเริ่มชัดเจนแล้ว มิคาเอลไม่รอช้าเพียงเสี้ยววินาทีเขารีบเบี่ยงตัวทรุดลงกับพื้นพร้อมกับมืออีกข้างวาดเพลิงอัคคีเป็นวงกลมเข้าปะทะกับคมดาบ ก่อนโคจรสมาธิไปที่ขาทั้งสองเสริมพลังกายใช้แรงทั้งหมดไถลตัวแนบติดกับพื้นเบี่ยงตัวเลี่ยงปลายดาบทั้งหลายที่พ้นจากเพลิงอัคคีมุ่งมาจนตัวเขาไถลลื่นไปชนพนักเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งไม่ไกลนัก แต่การหลบดาบทั้งหลายนั้นช่างยากนักถึงแม้ว่าจะหลบดาบส่วนใหญ่ได้แต่ก็ใช่ว่าจะพ้นทั้งหมด ปลายดาบคมของผู้หนึ่งปาดเข้าที่ลำคอของเขาเสียจนเลือดสีแดงสดกระเซ็นเป็นวงกว้างและไหลทะลักออกมาจากบาดแผลสาหัสนั้น
“อ๊าาาา อั่กกก...”
‘มิคาเอล!’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาแทบจะนิ่งนอนใจไม่ได้แต่ก็ไม่กล้าจะทำอะไรบุ่มบ่ามจนเกินไปอย่างเช่นการออกไปปรากฏตัวเลย เช่นนั้นมีแต่จะเป็นการชักนำภัยเข้ามาเพิ่มเสียมากกว่า... รอดูไปก่อน
‘เจ้าไหวหรือไม่’ (แอลฟ์)
“อึ่กอั่กก... อ่า พวกเจ้าเป็นใคร ไม่ใช่สิ พวกเจ้าเป็นพวกใคร” มิคาเอลกระอักเลือดอึกใหญ่ยกมือกุมแผลที่หัวไหล่ซ้ายนั่งนิ่งหลับตาพิงหลังไปกับต้นไม้ เขาพยายามข่มใจทั้งกัดริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกของตัวเองพาให้สงบใจลงก่อนเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง... การโจมตีเอาชีวิตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่
ในหัวมิคาเอลก็พยายามเค้นสมองคิดหาทางอกให้กับตัวเองไปด้วย ขณะนี้เขาจวนตัวแล้วจริงๆ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเลือดทั้งที่ไหล่ขวาและที่ลำคอไหลออกมาไม่หยุด ความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูร่างกายแทบจะกระดิกไม่ได้
“หึ” ชายฉกรรจ์ในชุดดำผู้หนึ่งเพียงเค้นหึในลำคอเท่านั้นแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามของคนที่ใกล้จะตายแหล่อยู่แล้ว สายตาคมกริบมองพาดไปทั่วทั้งร่างของเหยื่อในครั้งนี้ที่อาบชโลมไปด้วยเลือดแดงชาด เสี้ยวหนึ่งก็ให้ความรู้สึกค่อนข้างแปลกใจนักและ... น่าสนใจ
ตัวเขาเคยเจอเหยื่อมาแล้วก็หลายประเภททั้งมีน้ำยาและไร้น้ำยาทั้งจัดการได้ง่ายและไม่ง่ายแต่กับคนผู้นี้เขากลับให้รู้สึกน่าสนใจทีเดียว ไม่ใช่ไม่เคยพบกับคนที่กล้าลงมือกับตัวเองแต่ว่าคนตรงหน้านี้ทั้งทีเป็นเพียงแค่เด็กชายนายน้อยจากตระกูลผู้ดีแท้ๆ ทั้งยังอายุแค่เจ็ดขวบเท่านั้นเองแต่กลับสามารถเหี้ยมอำมหิตลงมือกับตัวเองได้ถึงขนาดนี้ทั้งยังไม่ลังเลและไม่ออมแรงด้วย อีกทั้งยังสามารถคืนสติกลับมาโต้ตอบและถอยหลบดาบทั้งหลายที่มุ่งตรงมาอย่างดุดันนี้ได้อีกต่างหาก
เขาเพิ่งจะเคยพบเด็กแบบนี้แท้ๆ เป็นคนมีความสามารถสินะ เพียงแต่รู้สึกน่าเสียดายนัก... เสียดายความเฉลียวฉลาด เสียดายความสามารถนี้ ทั้งๆ ที่เป็นนายน้อยแห่งตระกูลใหญ่แท้ๆ ทั้งๆ ที่มีพรสวรรค์แท้ๆ หากได้รับการศึกษาเคี่ยวกรำที่ดีย่อมต้องกลายเป็นคนเหนือคนได้ไม่ยากแน่ๆ และน่าเสียดายที่อีกฝ่ายต้องจบชีวิตลงที่นี้
“ฆ่า”
--------------------------------
แล้วเอาแล้วเว้ยยยยยยยย มิคาเอลเจองานยากแบ้วววว!!
มิคาเอลไม่ชอบพูดมากทั้งขี้รำคาญแต่ดูคนรอบข้างแล้ว..... 5555มีแต่บันเทิงทั้งนั้น!!
Tips : อันที่จริงต้องบอกก่อนว่าไรท์เคยแต่งนิยายเรื่องนี้มาก่อนแล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้แต่งต่อหายไปหลายเดือนเลย แล้วนี่เพิ่งกลับมาต่อค่ะเพราะฉะนั้นตั้งแต่ตอนที่แล้วคือตอนที่ 29 เป็นต้นไปคือตอนใหม่เพิ่งเริ่มกลับมาแต่งใหม่นะคะ ชื่อจึงเปลี่ยนจาก มีคาเอล เป็น มิคาเอล แล้วให้อ่านง่ายขึ้น แต่ไรท์ยังไม่กลับไปแก้ตอนเก่านะคะ ขอไปต่อข้างหน้าก่อนล่ะกัน
ตัวไรท์เพิ่งเคยแต่งนิยายแฟนตาซีเรื่องแรกมีอะไรก็แนะนำกันได้ค่ะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านเข้ามาสนับสนุนนะคะ :)