เฟยเทียนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติก่อนจะส่งมันให้กับลูกชายส่วนตัวเขาโอบกอดปิงลี่อินตัวน้อยที่กำลังหลับหลังจากตื่นเต้นกับการทะยานเวหามาได้สักพักแล้ว พอเฟยหรงคลี่ม้วนกระดาษออกมาดูสิ่งที่เห็นคือแผนที่ขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งเป็น เหนือ ใต้ ออก ตกอย่างชัดเจนใจกลางมีจุดคล้ายกับพระราชวังตั้งอยู่ บริเวณรอบนอกคือมหาสมุทรนิรันทร์
"นี่คือแผนที่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์!!"
"ใช่ นั่นคือแผนที่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดจะแบ่งออกเป็นเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตกอย่างชัดเจน โดยที่ตระกูลไป๋มีอำนาจมากที่สุดในภาคเหนือ ตระกูลเฟิงมีอำนาจมากที่สุดในภาคตะวันออก ตระกูลหลงมีอำนาจมากที่สุดในทิศตะวันตกและตระกูลเสวียนอู่มีอำนาจมากที่สุดในทางทิศใต้ แต่ที่เรากำลังจะไปคือทวีปฝั่งตะวันออก"
'ฝั่งตะวันออกตระกูลเฟิงที่มันเรื่องบังเอิญหรืออย่างไร ดีเหมือนกันข้าจะได้พบเจอนางกับลูกเสียที'เฟยหรงยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ นานแล้วที่เขาไม่เจอเฟิงเสวียทั้งยังมีลูกที่ยังไม่แม้แต่จะพบหน้ากันอีก
"แล้วพวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหนกันขอรับ??"เฟยหรงกล่าวถาม
"ว่ากันว่าขุมกำลังเหล่านั้นแม้เปลือกนอกจะดูเหมือนมีเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้นที่อยู่ระดับจักรพรรดิเทวะขั้นปลายแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่พวกเขายังมีเหล่าผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิเทวะอยู่ในเงามืดไม่ต่ำกว่าสิบคนด้วยกัน โดยพวกเขาเหล่านั้นจะถูกเรียกขานกันว่าบรรพบุรุษ"เฟยเทียนกล่าว
"สะ สิบคน!!"เฟยหรงตื่นตระหนกในทันที เขาไม่คิดว่าจะมีคนที่อยู่ระดับจักรพรรดิเทวะมากมายพึ่งเพียงนั้น หากรวมสี่ตระกูลนี้เข้าด้วยกันระดับจักรพรรดิเทวะก็มีจะมีถึงสี่สิบคนด้วยกันแล้วจะไม่ให้เขาตื่นตระหนกได้อย่างไร
"ฮ่าๆๆเจ้าหนูถึงพวกเขาจะมีมากขนาดนั้นแต่ก็เป็นแค่ขุมกำลังระดับสูงเท่านั้นหาใช่ขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่"จักรพรรดิมังกรหลงเสี่ยวหยากล่าวขึ้นอย่างขบขันหลังเห็นอาการตื่นตระหนกของเด็กหนุ่ม แต่เขากลับไม่รู้ว่าคำกล่าวเหล่านั้นทำให้เฟยหรงตื่นตระหนกไปยกใหญ่ ขุมกำลังระดับสูง ขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ตอนนี้เฟยหรงเป็นเหมือนดังบ้านนอกเข้าเมืองใหญ่ไม่มีผิดเพี้ยน
"ท่านพ่อขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์คืออะไร!!"เฟยหรงหันไปกล่าวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์คือขุมกำลังที่มีมหาเทวะปกครองอยู่และเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปศักดิ์สิทธิ์ โดยพวกเขาเหล่านี้จะว่าอาศัยอยู่ในที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวเพราะพวกเขาจะมีมิติของพวกเขาเองนอกจากออกมาทำภารกิจเป็นครั้งคราวก็ไม่ค่อยปรากฏตัวให้พวกเราเห็นมากนัก ส่วนขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์ที่พ่อรู้จักก็จะมี พระราชวังเยือกแข็ง นิกายพิษสวรรค์ ตำหนักรัตติกาล แล้วก็มหาสมุทรนิรันทร์ที่แม่เจ้าอยู่"
"มหาสมุทรนิรันทร์!!"
"ใช่ มหาสมุทรนิรันทร์ แม้คนที่ปกครองจะเป็นเทพสมุทรเป่ยเฉินผู้ครองบัลลังก์ราชันเหมือนกับลูก แต่ขุมกำลังนี้ยากแท้เกินยั่งกว่าที่คิด ท่านหลงเสียวหยาเคยบอกพ่อว่าคนที่กุมอำนาจทั้งหมดนั้นหาใช่เทพสมุทรเป่ยเฉินแต่เป็นภรรยาของเขา เป่ยอวิ้นเอ๋อ ว่ากันว่านางเพียงพลิกฝ่ามือก็ทำให้ทวีปศักดิ์สิทธิ์ทั้งทวีปจมอยู่ใต้น้ำได้เลยทีเดียว"เฟยเทียนกล่าวแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดหัวใจที่พูดถึงมหาสมุทรนิรันทร์
เฟยหรงที่เห้นดังนั้นจึงไม่กล่าวถามเรื่องนี้กับเฟยเทียนอีกต่อไปและหันไปหาจักรพรรดิมังกรทองหลงเสี่ยวหยาแทน "ท่านรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรมันสมควรเป็นความลับของมหาสมุทรนิรันทร์ไม่ใช่หรือ"จักรพรรดิมังกรทองหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เขาจะกล่าวเพื่อไขความกระจ่างให้ชายหนุ่ม
"ข้ามีสหายคือจักรพรรดิมังกรสมุทรผู้ที่เป็นสัตว์เทพคู่บารมีของเป่ยอวิ้นเอ๋อน่ะสิ ในวันที่ข้าและมันดื่มสุราด้วยกันเจ้านั่นก็เปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก เจ้าก็รู้คนเมาย่อมไม่โกหก"เฟยหรงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ดูเหมือนว่าแผนการช่วยมารดาออกมาจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสียแล้ว
ไหนจะบัลลังก์ราชันเปลวเพลิงของเขาที่แพ้ทางอีกฝ่ายหากสู้ในมหาสมุทร ตบะพลังที่ไม่อาจจะเทียบกันได้แถมขุมกำลังของเขาเองถึงแม้จะใหญ่ก็ยังเทียบกับอีกฝ่ายไม่ได้อีก เรียกได้ว่าทุกอย่างในเวลานี้มีแต่คำว่าเสียเปรียบในทุกๆด้าน
ไม่เพียงแต่เฟยหรงเท่านั้นที่คิดแบบนี้ เฟยเทียนเองก็คิดแบบนี้เช่นกันแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันทนและพัฒนาความแข็งแกร่งและขุมกำลังเท่านั้นเพื่อหวังว่าสักวันเขาจะแข็งแกร่งมากพอที่จะไปพาภรรยาของตัวเองกลับมา
"ท่านพ่ออย่าได้กังวลไป ขอเวลาไม่เกินสิบปีข้าจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะพาครอบครัวเรามาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง"เหมือนชายหนุ่มจะรู้ถึงความกังวลของคนเป็นพ่อดังนั้นเขาจึงกล่าวมาด้วยท่าทีมุ่งมั่น ในระยะเวลาสิบไปนั้นไม่เพียงเขาแต่ชายหนุ่มยังมั่นใจมากว่าจะทำให้บิดาคนนี้กลายเป็นจักรพรรดิเทวะได้อีกด้วย
"เจ้าเด็กคนนี้ เอาเถอะไว้พ่อจะรอก็แล้วกัน ฮ่าๆๆ"เฟยเทียนหัวเราะร่า แม้มันจะดูเหมือนเรื่องขบขันแต่ชายหนุ่มกลับคิดว่าลูกชายของเขาจะสามารถทำมันได้อย่างแน่นอน จักรพรรดิเทวะที่อายุไม่ถึงห้าสิบปีงั้นหรือยิ่งคิดเฟยเทียนยิ่งรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นวันนั้นเร็วๆจริงๆ
พวกเขาพูดคุยกันอยู่นานในที่สุดจักรพรรดิมังกรก็โบยบินมาถึงหอกระบี่ดาวตกสักที สถานที่แห่งนี้เป็นเกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่มีสิ่งปลูกสร้างมากมายที่ทำจากหินผาทำให้มันดูเก่าแก่และน่าหลงไหล ด้านบนภูเขาใหญ่สุดของนิกายมีหินแกะสลักรูปกระบี่ประดับไว้ทำให้มันเหมือนเป้นแดนศักดิ์สิทธิ์ของผู้ใช้กระบี่เลยก็ว่าได้ เฟยหรงและหญิงสาวที่นั่งอยู่บนหลังของจักรพรรดิมังกรต่างลุกขึ้นยืนอย่างช่วยไม่ได้ดวงตามองไปดินแดนในฝันขนาดใหญ่ด้วยความตื่นเต้น
"มาถึงแล้ว ยินดีต้อนรับลูกเข้าสู่ดินแดนที่พ่อสร้างขึ้น หอกระบี่ดาวตกแห่งทวีปศักดิ์สิทธิ์"เฟยเทียนกล่าวอย่างภาคภูมิ ทุกที่ๆจักรพรรดิมังกรบินผ่านเหล่าผุ้อาวุโสและลูกศิษยืของสำนักพากันหยุดชะงักและทำความเคารพอย่างจริงใจ นี่ไม่ใช่การบังคับแต่อย่างใดแต่ทุกคนต่างทำมันด้วยความเคารพ