ตอนที่ 35 วงกต
หลินเฟยทำใจอยู่นานก่อนจะก้าวเข้าไปในเขาวงกตแห่งนี้มาถึงตอนนี้ราวกับเขาหลุดเข้ามาอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งซึ่งไม่ใช่โลกที่คุ้นเคยราวกับมันแบ่งแยกออกมา
ยังดีที่พลังฟ้าดินรอบกายอันเป็นต้นกำเนิดของพลังลมปราณภายในร่างยังคงสัมผัสได้มิเช่นนั้นหากพบเจอเรื่องไม่คาดฝันคงเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน
เดินเข้ามาได้ไม่นานก็พบเจอกับทางแยกแรกทางแยกซ้ายขวาเขาเลือกซ้ายเดินตรงไปอีกว่าสามชั่วยามก็เจอเข้ากับทางตันขณะทอดถอนใจหันหลังกลับก็เหยียบผลุบเข้ากลับกับดักที่ซ่อนอยู่บนพื้น
“มีกับดัก!”
หลินเฟยแม้จะตกใจแต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความมาดมั่นมองซ้ายมองขวาด้วยสายตาคมกริบมือก็เรียกดาบปราบพยัคฆ์ออกมาอย่างรวดเร็วชั่ววินาทีเดียวกันนั้นปรากฏนักรบที่มีใบหน้าน่าเกลียดราวกับภูตผีโผล่ขึ้นมาจากช่องลับที่เขยื้อนออกจากการเหยียบของเขา
นักรบปีศาจสองตนที่โผล่ออกมาพวกมันถือดาบผุพังไว้คนละเล่มทั่วทั้งตัวมองเห็นกระดูกทิ่มทะลุเนื้อหนังแห้งๆนั่นออกมาน้ำเลือดน้ำหนองไหลออกทุกรูขุมขนดูน่าสยดสยองดูน่าสยดสยอง
เมื่อเห็นหลินเฟยพวกมันกระโจนเข้าหาอย่างปราดเปรียวดวงตาสีดำมืดหม่นไร้ประกายแสงส่งผ่านความรู้สึกอันเยียบเย็นรอบกายแผ่กลิ่นอายของความตายออกมาอย่างเข้มข้นเขี้ยวโง้งยาวเหลืองอ๋อยน่าเกลียดทั้งตบะยังดูเหมือนไม่ด้อยไปกว่าหลินเฟย
หลินเฟยกรีดร้องเสียงแหลมหน้าซีดเป็นไก่ต้มกระโดดผลุบเดียวก็ข้ามหัวพวกมันไปวิ่งสวนออกไปด้วยความเร็วสูงสุด
เขากลัวผี...
แม้จะรู้ว่านั่นไม่ใช่ผีซะทีเดียวแต่ทุกอย่างที่ส่งผ่านสายตามันทำให้รู้สึกเหมือนเจอผีตัวเป็นๆอีกทั้งพวกมันยังวิ่งไล่เขาไม่หยุด
แล้วก็เป็นเช่นนี้หนึ่งคนหนีสองผีไล่ก็กลายเป็นมหกรรมคลื่นเคลงไปทั่วเขาวงกตหลินเฟยวิ่งมั่วซั่วไปทั่วเหยียบเข้ากลับกับดักอีกไม่น้อยจนตอนนี้ด้านหลังไม่ได้มีแค่นักรบปีศาจสองตัวเท่านั้นยังเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่คล้ายกลับซากศพไม่น้อยกว่ายี่สิบตัว!
“ม่ายยย!”
หลินเฟยน้ำตาจะไหลระหว่างนี้เคล็ดมังกรเหินวิชาตัวเบาของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างพรวดพราดถึงขนาดตั้งแต่ออกจากสำนักโลหิตมังกรมานี่เป็นครั้งแรกที่วิชาตัวเบาก้าวหน้าไปขนาดนี้
“มังกรมายา!”
เมื่อถึงทางแยกอีกครั้งหลินเฟยจึงใช้วิชามังกรมายาออกมา ด้วยเคล็ดมังกรเหินขั้นที่สามนี้ใกล้จะถึงขั้นสมบูรณ์แบบร่างแยกที่เกิดจากมังกรมายาจึงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งร่าง!
เงาร่างของหลินเฟยรวมเขาเป็นสามต่างแยกออกไปคนละทิศละทางพวกสัตว์อสูรปีศาจก็เฮโลแยกตามพวกเขาไป
“รังแกกันเกินไปแล้ว!”
หลินเฟยร่างจริงที่แยกพวกมันออกมาได้ห้าหกตัวก็พลันเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตัดสินใจหันกลับมาเผชิญหน้าพายุหมัดเมฆาคลั่งถูกใช้ออกก่อนเป็นอันดับแรกตามติดๆด้วยดาบเงาวายุที่ครั้งนี้ออกจากแตกต่างอยู่บ้างนอกจากพายุคมดาบลมปราณขนาดสิบจั้งที่สะท้านสะเทือนออกไป
ยังก่อเกิดอำนาจจิตวิญญาณอันน่าครั่นคร้ามของมังกรเกิดขึ้นด้านหลังอย่างเลือนลางหากใช้กับนักพรตผู้บำเพ็ญตนพวกเขาคงจะต้องเกิดจิตใจสั่นไหวกับคลื่นจิตวิญญาณนี้กันอย่างแน่นอน
หลินเฟยมองออกถึงตบะของพวกมันแม้จะใกล้เคียงกับเขามากแต่ก็เพียงแต่เป็นพื้นฐานหยาบๆเท่านั้นอีกทั้งสติปัญญาของพวกมันก็ดูเหมือนจะไม่มี
แม้จะพบเจอกับพายุคมดาบอันเกรี้ยวกราดกระนั้นก็ยังพุ่งถลาเข้าหาอย่างไม่หยุดยั้งไม่นานหลังจากโดนวิชาทั้งสองของหลินเฟยเล่นงานร่างของสัตว์ปีศาจทั้งหกก็แหลกเละไม่เหลือชิ้นดี
หลินเฟยลอบถอนหายใจเล็กน้อยยังดีที่ตัวน่าสยดสยองที่เขาพบเจอในตอนแรกถูกร่างแยกล่อไปไม่งั้นเขาคงคิดหนักกว่านี้ถ้าจะลงมือในใจรู้สึกโล่งอกไม่น้อยส่งอำนาจจิตสั่งให้ร่างแยกจัดการในส่วนของพวกมันโดยไม่แม้แต่แบ่งอำนาจจิตไปมองผลที่เกิดขึ้น
หลินเฟยใช้เวลาอีกกว่าสามวันในการหาเส้นทางในเขาวงกตระหว่างนี้เขาคอยระวังทุกย่างก้าวแม้จะมีหลายครั้งที่มีตัวประหลาดโผล่ออกมาแต่พวกมันก็ทำให้เขาสะดุ้งได้เล็กน้อยเท่านั้น
จนในที่สุดเขาก็เข้ามาอยู่ในใจกลางของเขาวงกตแห่งนี้ลานกว้างขนาดใหญ่มีประตูไม้เหมือนกับที่อยู่ในห้องศิลาอย่างไม่ผิดเพี้ยนตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางหลินเฟยมองด้วยสายตาแวววับความลำบากตลอดหลายวันมานี้ทำเอาเขาปวดหัวอย่างที่สุด
ไม่นับพวกสัตว์อสูรผีดิบประหลาดๆพวกนั้นหนทางที่สลับซับซ้อนคดเคี้ยวไม่สิ้นสุดยังเป็นปัญหาใหญ่ยังดีที่หลินเฟยมีวิชามังกรมายาที่สามารถแยกร่างออกมาอันเป็นส่วนหนึ่งของเคล็ดมังกรเหินวิชาตัวเบาของเขาเข้าช่วยไม่เช่นนั้นยังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาขนาดไหนกว่าจะหาจุดสิ้นสุดได้เจอ
“นึกว่าจะหนักหนากว่านี้ซะอีก”
หลินเฟยก้าวอาดๆเข้าไปอย่างผู้ชนะในใจเต็มไปด้วยความลำพองใจกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างถึงที่สุดแต่ทันทีที่เขาเข้าไปใกล้ประตูไม้แสงสว่างวาบพลันเกิดขึ้นหนึ่งครั้งเหมือนกระตุ้นกลไกอะไรบางอย่าง
ฉับพลันร่างของสัตว์อสูรขนาดใหญ่กว่ายี่สิบจั้งก็ปรากฏขึ้นขวางกั้นอยู่หน้าประตูไม้มันคืออสูรกายร่างใหญ่ผิวสีม่วงเข้มทั้งตัวใส่เกราะเหล็กสีดำสนิทหมวกเหล็กของมันเว้นช่องเล็กน้อยพอจะเห็นเขาแหลมงอกออกมา
ดวงตาของมันเป็นสีขาวไร้แววมองดูแล้วน่าขนลุกอีกทั้งเขี้ยวที่ล้ำออกมาจากปากเรียงตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบนั้นเพียงทำให้จิตใจสั่นไหวมันยืนกอดอกนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น
แต่หลินเฟยรู้หากเขาขยับไปมากกว่านี้เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ย่อมต้องลงมือ!
หลินเฟยเหงื่อตกเจ้าตัวนี้แตกต่าง ตบะของพวกตัวประหลาดก่อนหน้านี้เพียงปราณยุทธขาวช่วงต้นเท่านั้นแต่ดูเหมือนเจ้าตัวนี้จะเต็มไปด้วยพลังลมปราณที่สมบูรณ์แบบไม่น้อยไปกว่าเขาเลย
ความรู้สึกถึงวิกฤตบ่งบอกออกมาผ่านคลื่นพลังน่าขนลุกที่รายล้อมอสูรกายตัวนี้อยู่แม้มันจะแข็งแกร่งแต่หลินเฟยก็รู้ว่าต้องผ่านมันไปให้ได้เท่านั้นถึงจะได้ออกไปจากที่นี่
เมื่อคิดได้ดังนั้นดาบปราบพยัคฆ์ในมือก็วาดผ่านความว่างเปล่าดาบปลิดวิญญาณถูกใช้ออกไปทันที!
คลื่นพลังก่อตัวกลายเป็นคมดาบเปลวเพลิงสองเส้นไขว่กันเป็นรูปกากบาทระเบิดพลังอันน่าครั่นคร้ามออกมากระจายคลื่นความร้อนออกไปทั่วทั้งสี่ทิศ
อสูรกายยักษ์ขยับตัวออกเป็นครั้งแรกพร้อมกับยกมือขวาขึ้นต่อยออกไปตรงๆคลื่นพลังอันน่าครั่นคร้ามก็ระเบิดออกกลายเป็นหมัดขนาดยักษ์สีดำที่แผ่ออร่าแห่งความตลบอบอวลออกไปปะทะเข้ากับเปลวเพลิงรูปกากบาทของหลินเฟย
เสียงดังเลื่อนลั่นสั่นสะเทือนไปทั้งวงกตพื้นดินยังพลันสั่นไหวการปะทะกันของพลังทั้งสองตอนนี้ดูเหมือนเปลวเพลิงของหลินเฟยจะค่อยๆปริแตกออกแล้วสลายหายไปช้าๆ แม้จะทำให้คลื่นพลังจากหมัดยักษ์สีดำจางลงไปได้หลายส่วนแต่ก็ยังพุ่งตะลุยเข้าใส่หลินเฟยอย่างเกรี้ยวกราด!
“แย่แล้ว!”
ครั้งแรกที่พลังของเขาแตกกระจายออกเร็วขนาดนี้ทำให้ตอนนี้จะหนีก็หนีไม่ได้ได้แต่สู้เท่านั้น! หลินเฟยกัดฟันเรียกใช้ท่าสลายเมฆาต่อยออกไป
คลื่นพลังสีเขียวก่อตัวเป็นหมัดพลันพุ่งทะยานเข้าปะทะกับหมัดยักษ์สีดำอีกครั้งก่อนจะแหลกสลายลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับหมัดยักษ์ที่จางลงไปยิ่งกว่าเดิม
หลินเฟยที่ตอนนี้มีเกราะป้องกันที่เกิดจากท่าสลายเมฆาล้อมวนอยู่รอบตัวก็พลันพุ่งทะยานเข้าใส่หมัดยักษ์ด้วยความบ้าคลั่ง
เสียงตู้มดังอีกครั้งพื้นของลานกว้างกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่พร้อมกับฝุ่นควันที่กลบมิดไม่ต้องรอให้ฝุ่นควันจางหายหลินเฟยพุ่งตัวออกจากฝุ่นควันพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ แม้กระนั้นก็ยังคงพุ่งเข้าอสูรกายยักษ์ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวไอสังหารที่พาดผ่านดวงตายิ่งมายิ่งเข้มข้น
อสูรกายยักษ์ขยับเข้าหาหลินเฟยเช่นกันแม้มันจะช้าไปนิดแต่เพียงก้าวเดียวก็มาหยุดตรงหน้าหลินเฟยแล้วเงื้อหมัดขึ้นอีกครั้ง
หลินเฟยวาดดาบรับไว้อย่างทันท่วงทีแรงกระแทกทำให้พื้นที่เขายืนอยู่ยุบลงไปคลื่นลมกระจายออกเป็นวงกลมพร้อมกับหลินเฟยที่กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง เขาสะบัดตัวออกอย่างยากลำบากด้วยท่าเท้าเงามังกรภาพติดตาก็เกิดขึ้นเป็นสาย
หลินเฟยหมุนวนอยู่รอบตัวอสูรกายวนไต่ขึ้นไปยังศีรษะของมันตบะในร่างก็เร่งโคจรตามเคล็ดลมปราณหวนท้าสวรรค์เพียงชั่วสามลมหายใจก็พลันครบสองร้อยรอบ!
ปากเขาถึงขยับขึ้นมาเบาๆพร้อมกับประกายเย็นชาที่วาบผ่าน
“ต้านสวรรค์”
.
.
.