ด้วยความ้าที่จะฝึกฝนปราณอัคคีเพื่อจะใช้เป็ฐานพลังจักระัต่อไป เพื่อทำยา ทำอาวุธ และการต่อสู้ ลี้เฟยวางแผนจะเข้าที่สำนักอัคคีไห่เหิง ส่วนวิชากระบี่ ลี้เฟยมีวิชาระดับัอยู่แล้วในตัว เพียงฝึกฝนให้ชำนาญเหมือนกับที่าุโจินสอนไว้ก่อนหน้านี้ก็สามารถพัฒนากระบวนยุทธได้เอง
ลี้เฟยสวมหมวกฟางที่หาซื้อชาวบ้านชายป่า แล้วมุ่งหน้าไปที่ในเมืองชางไห่ หลังจากเข้าเมืองมาแล้ว พบว่า เมืองนี้เป็เมืองใหญ่มากใหญ่กว่าเมืองที่จากมา ร้านค้าขนาดใหญ่โต ร้านโอสถที่นี่มีมากมาย แต่ละร้านใหญ่กว่าของตระกูลลี้แทบทั้งนั้น ลี้เฟยเดินเข้าไปในเมืองเพื่อหาอาหารมื้อกลางวัน หลังจากเดินเข้ามาแล้ว จึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่มีร้านอาหารด้านล่าง สั่งอาหารพร้อมจิบน้ำชา อื่ม น้ำชานี้รสชาติดีแท้ "คุณชาย ท่านชอบน้ำชานี่่ใช่ไหม ข้าดูสีหน้าท่าน นี่เป็ชาชางจื่อ มีที่เมืองเราที่เดียว รสชาติกลมกล่ม ไม่ฝาดลิ้นใช่ไหม" เสียวเอ้อพูดคุยกับลี้เฟยอย่างใจเย็น ลี้เฟยไม่ว่ากล่าวใด ๆ หากแต่พงกหัวพร้อมสั่งอาหารไป ลี้เฟยยังคงนั่งสวมหมวกไม่พูดอะไรมากมาย
"เ้าตกลงเลือกได้หรือยัง จะเข้าสำนักไหน เ้ามาธาตุเย็น น่าจะเข้าสำนักวารีพิรุณนะ ส่วนข้าคงจะเข้าสำนักกระบี่ ข้าอยากเป็เซียนกระบี่ให้ได้" ชายหนุ่มโต๊ะด้านข้างพูดคุยกันเสียงดัง
"หยานเอ๋อ เ้าจะเข้าสำนักอะไร วารีพิรุณไม่เปลี่ยนใช่ไหม ..." เสียงนี้ ลี้เฟยไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเป็ลี้ไห่กำลังพูดคุยกับจ้าวหยานเอ๋อที่เดินเข้ามา หลังจากนั่งและสั่งอาหารแล้ว ทั้งสองต่างคุยเื่ที่จะเข้าสำนัก "ใช่ ท่านปู่บอกว่าข้ามีธาตุน้ำแข็งกว่าธาตุอื่น การเข้าวารีพิรุณย่อมดีสำหรับข้า แต่ข้าก็ไม่อยากแยกจากเ้าไป เ้าเข้าใจไหมลี้หยุน" หยานเอ๋อบ่นพร้อมทำสีหน้าเบื่อหน่าย
"เอาเถอะ สำนักกระบี่ และสำนักวารี ต่างเป็สำนักพี่น้อง จ้าวสำนักทั้งสองต่างเป็พี่น้องกัน ระยะทางก็อยู่ไม่ไกลเกินไป อะไรเหมาะอะไรควรเ้าน่าจะคิดได้ ข้าเองจะต้องเข้าสำนักกระบี่ให้ได้ ข้าจะทำให้ลี้เฟยสยบให้ได้ มันทำให้ท่านพ่อข้าอับอาย ถึงแม้พ่อข้าจะกำชับไม่ให้ข้าก่อเื่กับลี้เฟยอีก แต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่า ข้าจะสู้มันไม่ได้ ข้าเหนือกว่ามันมาตลอด ท่านพ่อแค่าเ็จากต่อสู้มาก่อน จึงทำอะไรลี้เฟยไม่ได้ ถ้าข้าอยู่ ข้าย่อมจัดการลี้เฟยได้แน่นอนในตอนนั้น " ลี้หยุนกล่าวออกมาด้วยโทสะและดูถูกลี้เฟย "พอแล้ว ข้าไม่อยากยุ่งกับเื่ของเ้า ข้ากับเ้าเถียงเื่นี้มานานมากแล้ว ข้าไม่อยากทะเลาะกับเ้าอีก เ้าก็รู้อยู่อะไรถูกอะไรผิด อะไรควรไม่ควร" หยานเอ๋อกล่าวตำหนิออกมาแล้วถอนหายใจ
ลี้เฟยนั่งฟังมาตลอด พร้อมกับคิดในใจ ข้าอยู่ของข้าดี ๆ พวกเ้าคิดทำร้ายข้า ทำร้ายท่านปู่ ท่านพ่อของข้า เ้ายังมีหน้ามาโกรธเกลียดข้าอีก ร้านประจำตระกูลข้าก็ไม่คิดยึดไว้ ลี้ไห่ข้าก็ปราณีไว้ชีวิต เ้าช่างไม่มีมโนสำนัก ไร้ซึ่งยางอายสิ้นดี ลี้เฟยเรียกเสี่ยวเอ้อแล้วเดินออกไป
ในที่สุด ... วันเลือกเข้าสำนักก็มาถึง ผู้คนมากมายต่างเข้ามาที่สำนักที่ตนใฝ่ฝัน ลี้หยุนไปที่สำนักกระบี่ชางไห่ หยานเอ๋อไปที่สำนักวารีพิรุณ และลี้เฟยไปที่สำนักอัคคีไห่เหิง ผู้คนมากมายที่ไม่ผ่านการเป็ศิษย์สายนอก ก็มุ่งหน้าไปสำนักที่ตนเอง้าเช่นกัน แม้ว่าจะต้องเป็ศิษย์แรงงานก็ตาม
สำนักวารีพิรุณ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองชางไห่ ติดูเาและน้ำตก สมแล้วที่เป็สำนักแห่งธาตุน้ำและเย็น ผู้คนส่วนใหญ่ที่มามักจะเป็หญิง จ้าวสำนักเป็หญิงมีนามว่า ฟางฉู่เหมย มีศักดิ์เป็พี่กับ ฟางฟั่นเจ๋อ จ้าวสำนักกระบี่ ฟางฟั่นเจ๋อ มีนิสัยดุดัน อารมณ์รุนแรง เป็ที่รู้กันในหมู่จ้าวสำนักทั้งหลาย
"พวกเ้าที่ผ่านการทดสอบทั้งสอบรอบ เข้ามาลงชื่อที่นี่ ข้าเป็ศิษย์พี่ของพวกเ้า นามว่า ฉู่จิน พวกเ้าเข้ามาและแสดงตราประทับที่เ้าได้รับ ศิษย์สิบกว่าคนที่ผ่านทั้งสองรอบก้าวเข้าไปพร้อมแสดงรอยประทับ ทันทีที่รอยประทับที่มือปรากฏก็จะถูกส่งเป็พลังเข้าไปด้านในร่างกาย แสดงว่าผ่านการยืนยันตัวตนเเล้วและยังได้รับพลังนั้นเป็รางวัลด้วย จ้าวหยานเอ๋อก็เช่นกัน นางเดินเข้าไป มีผู้คนซุบซิบและพูดถึงนางไม่น้อย นั่นก็เพราะว่า นางเองถือเป็สาวงามสูงระหง หน้าอกไม่ใหญ่เอวคอด ดูสมส่วน เสื้อผ้าที่นางใส่ก็ดีดู ทำให้ผู้คนหันมามองไม่ใช่น้อย รวมถึงศิษย์ในสำนักที่มารวมดูกัน จ้าวหยานเอ๋อเองก็รู้และก็ไม่สนใจอะไร นางเชิดหน้าด้วยความภูมิใจ ไม่ว่านางจะไปที่ไหน ก็เป็เื่ปกติไปแล้วที่จะมีคนหันมาดู
"เอาละ ... พวกเ้าที่ลงทะเบียนศิษย์สายนอกแล้ว เ้าตามข้าไป ข้าจะพาเ้าไปยังที่พัก ในปีนี้พวกเ้าจะต้องอยู่ด้วยกันเป็คู่ เ้าจงจับคู่ดูกันเอง ถึงเวลา จะมีระฆังสำนักเรียกพวกเ้ามารวมตัวกันอีกทีในวันพรุ่งนี้" ฉู่จินพูดพลางมองไปที่จ้าวหยานเอ๋อตาไม่กระพริบ
สำนักกระบี่ชางไห่ ลักษณะการรับสมัครก็เป็ในทำนองเดียวกันเหมือนกับที่สำนักวารีพิรุณ นั่นก็เพราะใช้วิธีการเดียวกัน ฟางฟั่นเจ๋อใช้วิธีเดียวกับพี่สาวในการบริหารจัดการ ฟางฟั่นเจ๋อไม่ชอบพิธีรีตรองมากมาย ปล่อยให้ศิษย์สายในเข้าไปดูแลเช่นเดียวกัน หากใครดูไม่ถูกใจ แม้จะได้ผ่านการคัดเลือกมาแล้วทั้งสองสนาม ก็ไม่สามารถเข้าได้เช่นกัน
ลี้หยุนเข้ามาและแสดงตราประทับ เหมือนกับคนอื่น ๆ และเดินตามศิษย์สายในไปสู่ที่พัก และที่นี่ การเป็อยู่จะเป็เหมือนกับสำนักวารีพิรุณ เพียงแต่จะอยู่กันสี่คนต่อหลัง ที่อยู่จะหลังใหญ่ จะมีที่ทำกับข้าวอยู่ส่วนกลาง ทุกคนสามารถไปใช้ทำอาหารได้ เนื่องจากที่นี่เป็ศิษย์ชายมากกว่า ศิษย์หญิงมีค่อนข้างน้อย สถานที่ของศิษย์สายนอกที่นี่จึงดูสกปรกไม่ค่อยเป็ระเบียบไปหน่อย
ลี้หยุนเข้ามาไม่นานก็พบว่า มีหลายคนค่อนข้างไม่พูด เรียบร้อย เวลาพูดอะไรไปก็จะเออ ๆ ออ ๆ ทำตาม คิดอยู่ในใจ "อืม ดีมาก อย่างนี้ข้าก็ไม่ต้องเหนือยละ มีพวกเ้าอย่างน้อยข้าก็สบายละ ฮ่า ฮ่า"
ไม่นาน ลี้หยุนก็ได้เพื่อนร่วมรุ่นสองคน ที่ไม่ค่อยพูดและดูจะกลัว ๆ เป็เพื่อนอยู่ในบ้าน ด้วยความที่ลี้หยุนเป็คนกร่าง ชอบทำตัวเป็เ้านาย ทำให้ข่มสองคนในบ้าน เป็ลูกน้องลี้หยุนได้ในเวลาไม่นาน
ณ สำนักอัคคีไห่เหิง ผู้คนไม่มากเหมือนอีกสองสำนักใหญ่ บรรยากาศดูเงียบเหงา มีผู้คนที่ผ่านสองรอบการทดสอบมาลงทะเบียนบางตา ผู้เฒ่าคนหนึ่งนอนเอกเขนกดื่มสุราพูดจาเสียงดังเหมือนจะโวยวายกับศิษย์สายในที่มาดูแลการรับสมัครศิษย์ใหม่
"คนก็น้อย ทำไมนับวันสำนักอัคคีคนถึงน้อยลงนะ เลือกเยอะเหมือนจะกำหนดอะไรเยอะไป คนเค้าก็เอาไปพูดปากต่อปาก ไม่สิ้นสุด จนป่านนี้แล้ว อาจารย์ลุงยังโวยวายอยู่อีก เฮ้อ ข้าไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน" ศิษย์สายในบ่นอยู่ในใจ
ลี้เฟยเดินเข้ามาด้วยความสงสัย ไม่คาดว่าจะมีศิษย์นอกเข้ามาน้อยเช่นนี้เลย ช่างเถอะ บี้เฟยเดินเข้ามาเหลือบเห็นชายชราโวยวายก็ส่ายหน้าเบา ๆ
เหมือนจะััได้ ชายชรายิ้มเยาะที่มุมปาก ทันใดนั้นก็โวยวาย "พวกเ้าฟังข้าดี ๆ นะ ใครก็ตามเข้ามาตีข้าได้ ข้าจะให้เข้าเป็ศิษย์นอกชั้นดีทันที" ทันใดนั้น พลังปราณก็ขับเคลื่อนออกมา ฝุ่นปลิวคลุ้ง แต่แปลกพลังแรงส่วนใหญ่กระแทกไปทางลี้เฟย พื้นดินแตกเป็ทางไม่หยุด ต้นไม้เอนโค่นแทบหัก บางคนมีพลังตะวันต่ำไม่ทันตั้งตัวก็ปลิวออกไปกระแทกต้นไม้
ลี้เฟยมองพลังที่พุ่งเข้ามา "ทำไมพลังมุ่งมาทางข้าเป็หลัก ข้าลองเปลี่ยนดีกว่า" แต่ไม่ว่าลี้เฟยจะไปทางไหน พลังก็เปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของลี้เฟย คนที่อยู่รอบข้างต่างขับไล่ลี้เฟยออกไปไกล "เ้าไม่เห็นรึไง เ้าไปทางไหนก็มีแต่พลังพุ่งเข้ามา ไปไกล ๆ เลยไอ้บ้าเอ๊ย" เสียงก่นดาะโเข้ามาไม่หยุด
ลี้เฟยอับจนคำพูด จึงใช้พลังจักระัทะยานเดินทะยานเข้าไปหาชายชรา ยิ่งเดินก็เหมือนจะยิ่งห่าง ชายชราคนนี้ตั้งใจกดดันพลังใส่ข้านี่เอง ลี้เฟยจ้องมองไม่หยุด พร้อมเดินพลังไม่หยุดเช่นกัน "ไม่รู้จักข้าเสียแล้วตาเฒ่า" ลี้เฟยก่นด่าในใจ
ัทะยานลี้ ลี้เฟยเดินพลังปราณจักระเข้าไปอีก ชายชราเห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะที่มุมปาก "ไม่เลว ไอ้เด็กคนนี้ มันมีดีเหมือนกัน"
"ตูม" ลี้เฟยพุ่งเข้าไปหาชายชราที่เก้าอี้นั่งทันที ชายชราใที่ลี้เฟยพุ่งมาได้รวดเร็วกว่าที่คิ จากนั้นจึ
กระแทกพลังใส่ตัวลี้เฟย พร้อมะโออกมาทันท่วงที ลี้เฟยโดนพลังกระแทกเข้ามากระทันหัน ไม่คาดคิด ตั้งตัวไม่ทัน จึงโดนพลังกระแทก โลหิตทะลักออกมา ล้มเซลงไป
"เอาละ หมดเวลา ... พวกเ้าสมัครกันต่อไป หมดเวลาที่ข้ากำหนดแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ชายชรากล่าวเสียงดัง
"อ้าว ท่านหลอกข้านี่ ท่านทำร้ายข้า ข้าะโเข้ามาใส่ท่านก่อนที่ท่านจะบอกแล้ว ท่านจะมีทำแบบนี้ได้อย่างไร เสียแรงเป็ผู้ใหญ่" ลี้เฟยะโออกมาด้วยความไม่พอใจ
"เ้าต้องรู้จักป้องกันตัว เ้าจะสู้หรือจะป้องกัน มันอยู่ที่ตัวเ้า ไม่มีใครที่ไหนมาบอกเ้าก่อนหรอก จำไว้ มันเป็กฏของโลกนี้ ส่วนเื่ที่เกิดขึ้นมานั่นมันเื่ของเ้า แต่การตัดสินใจเป็เื่ของข้า" ชายชราขี้เมาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ไม่มีท่าทีโกรธใด ๆ แล้วเดินจากไป
ลี้เฟยได้แต่กัดฟันด้วยความโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่บอกตัวเอง ข้าต้องเร็ว เก่งและแกร่งกว่านี้ให้ได้
ในที่สุดศิษย์สายนอกเกือบสิบคนและศิษย์แรงงานก็เข้าไปในสำนัก พร้อมแยกไปยังที่พักของแต่ละฝ่าย
"ข้าต้องอยู่ถ้ำหรือนี่ สำนักอัคคีให้อยู่ถ้ำ อะไรกันนี่ โอ้#$%#$^^@" ลี้เฟยบ่นออกมาพร้อมคนอื่น พลางส่ายหัว "ช่างมันเถอะ ยังไงพวกเราก็เข้ามาแล้ว ถ้ำก็ถ้ำ จะทำอะไรได้ละ" ชายคนหนึ่งกล่าว
"พรุ่งนี้เช้า พวกเ้าทุกคนเข้าไปที่โถงประชุมสำนัก ผู้าุโใหญ่จะอธิบายรายละเอียดสำนักให้พวกเ้า" ศิษย์สายในที่รับสมัคระโบอกทุกคนแล้วเดินจากไป
เป็เพราะลี้เฟยได้แต้มตะวันมากที่สุดในปีนี้ ลี้เฟยจึงได้เลือกถ้ำที่ใหญ่สุด้าติดูเา ลี้เฟยเดินเข้าไปสำรวจ พร้อมสีหน้าพอใจ ถ้ำใกล้ ๆ ด้านล่างมีศิษย์สายนอกอีกคนไม่พูดไม่จา ตั้งหน้าตั้งตาซ้อมพลังทวนทันทีที่เข้าที่พักเสร็จแล้ว "เ้าหมอนี่ไฟแรงจริง ๆ ไม่พักอะไรเลย" ลี้เฟยมองไกล ๆ จากนั้นเดินเข้าไปในถ้ำพร้อมเดินพลังปราณจักระั
"แก็ง ๆ ๆ ๆ ... เสียงระฆังของสำนักดังขึ้นในตอนสายของวันรุ่งขึ้น เพื่อเรียกรวมประชุม ..." ลี้เฟยตื่นขึ้นมานานแล้ว หลังจากได้ยินเสียงระฆังจึงเดินออกไป ไล่ ๆ กับศิษย์สายนอกคนอื่น
ที่ลานประชุมสำนัก ทุกคนต่างมารอฟังาุโใหญ่ ... บนลาน้า มีาุโไม่กี่คนมานั่งอยู่ด้านหลังาุโใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ ชายชราที่โวยวายและกระแทกพลังใส่ลี้เฟยเมื่อวานนี้เอง ...
ถ้าลี้เฟยจำได้ ... วันนี้ ลี้เฟยจะรู้ว่า ชายชราคนนี้ คือ รองจ้าวสำนักตงเจ๋ย ผู้ที่ไม่ชอบพิธีรีตรอง ชอบดื่มสุราเป็นิจนั่นเอง