"คุณชายท่านหัวเราะอะไร" กัวเฉินถามฉีเยี่ยนด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
"ไม่มีอะไร ข้าก็แค่คิดว่า การมาที่นี่ครั้งนี้ อาจจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับตัวข้า... กัวเฉินเจ้าคิดว่า หากมีคนที่แอบร่ายเวทย์หรือคำสาปใส่ข้า โดยที่ข้าไม่รู้ตัวได้ คนคนนั้นต้องเป็นคนแบบไหน หรือตัวตนแบบไหนกัน"
กัวเฉินประหลาดใจในคำถามของฉีเยี่ยน เขาเอามือเกาคางพร้อมทำหน้านิ่ว คิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง ในใจกัวเฉินตัวตนของฉีเยี่ยนสูงส่งมาก
"เหล่า 'ปราชญ์' ไม่มีทางทำแบบนี้กับท่านได้แน่ๆ และข้าเชื่อว่าเกินครึ่งของเหล่าปราชญ์ที่มีอยู่บนโลกใบนี้ ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าท่าน ทั้งในด้านความสามารถ สติปัญญาและสภาวะจิตใจ ดังนั้น คนที่ทำแบบนี้กับท่านได้ ก็ย่อมมีเพียงเหล่านักบุญและเทวทูตแล้ว แต่นักบุญท่าทำคำสาปใส่ท่าน ท่านต้องสัมผัสถึงได้อย่างแน่นอน คุณชายท่านมีปัญหากับเทวทูต หรือถูกเทวทูตเล่นงานงั้นเหรอขอรับ"
"ถ้าเป็นแค่เทวทูต... ก็คงน่าเบื่อแย่สิ" ฉีเยี่ยนเอามือเท้าคาง สายตามอบความรู้สึกคล้ายกับว่า เขากำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง
จากนั้นฉีเยี่ยนก็พึมพำเบาๆ "เจ้าเด็กนั่นมีบางสิ่งเกี่ยวกับเทพเจ้ารึเปล่านะ... แต่ข้าไม่เห็นเลยสักนิดว่าบนร่างกายของเขามีตราสัญลักษณ์แห่งเทพเจ้าประทับอยู่ หรือแม้แต่เทวทูต บุตรแห่งเทพเจ้าทั้งหลายต่างต้องมีสิ่งนี้สิ หรือเขาแค่เป็นคนที่เทพเจ้าบางพระองค์สนใจนะ ..."
...
ในที่สุดก็ถึงวันที่เซี่ยซีหานต้องกลับไปยังป้อมปราการลับอันเป็นที่หลอม 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' ของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง
"ไงเจ้าน้องชาย ทำไมไม่พบหน้ากันเพียงไม่กี่วัน ข้ารู้สึกว่าเจ้าดูลึกล้ำมากกว่าเดิมมาก งานประมูลบ้านเร้นลับเจ้าคงได้รับอะไรดีๆ มาไม่น้อยสินะ บอกข้าได้หรือไม่ว่า เจ้าได้ประมูลอะไร" ท่านเหวินชูพูดกับเซี่ยซีหานอย่างเป็นกันเองในห้องนั่งหรูหราภายในรถลาก
เซี่ยซีหานไม่กล้าตอบท่านชายเหวินชู ว่าตัวเขาไม่ได้อะไรเลยสักอย่างจากงานประมูลบ้านเร้นลับ นั่นเพราะเขาไม่ได้ไปร่วมงาน
ดังนั้น เซี่ยซีหานจึงได้แต่ตีเนียน "ข้าดื่มยาวิเศษไปสองสามขวดนะขอรับ พอดีท่านลุงที่พาข้าเข้างาน เขาซื้อให้ข้านะขอรับ"
"เป็นเช่นนั้น..." ท่านชายเหวินชูพูดตอบ ก่อนในห้วงสำนึกเขาจะปรากฏภาพของผู้ประมูลยาวิเศษ ที่น่าสนใจทั้งหมดในงานประมูลบ้านเร้นลับ และเขาก็คิดในใจ 'ในงานประมูลมียาวิเศษที่น่าสนใจไม่มากนัก และยาวิเศษที่น่าสนใจที่เพิ่มความหนาแน่นของพลังโอน่า สำนึกและพลังจิต เกรงว่ามีเพียงแค่สามรายการเท่านั้น และพวกมันถูกประมูลไปในราคา 80,000 บูลนี่ 250,000 บูลนี่ ส่วนยาวิเศษอันสุดท้ายราคามันทะลุไปถึง 565,000 บูลนี่ ซึ่งผู้ประมูลน่าจะเป็นคนที่มาจากอาณาจักรชั้นสาม หากคนที่สนับสนุนไอ้เด็กนี่ประมูลยาวิเศษในการประมูลจริง ไม่ว่ามันจะเป็นราคา 80,000 บูลนี่ หรือ 250,000 บูลนี่ นี่ก็แสดงว่ากองกำลังป้อมปราการขาวของเขามีเงื่อนงำบางอย่างอย่างยิ่งยวด เงินจำนวนมากมายขนาดนี้ แค่หลอมสร้างศาสตราวุธสามัญในอาณาจักรเล็กๆ ไม่มีทางหาได้แน่ๆ เจ้าเด็กนี่และกองกำลังของเขาน่ากลัวจริงๆ ใช่แล้วกองกำลังหมาล่าเนื้อที่เคยอยู่ที่อาณาจักรที่ล่มสลายแห่งนั้น'
'ข้าเคยได้รับข่าวสารบางอย่างที่ข้าอาจจะมองข้ามไป ตัวตนระดับรองผู้นำ เคยไปท้าทายป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว หลังจากกลับมา ข่าวที่ข้าได้มาคือเขามีอาการบาดเจ็บหนัก แม้สายข่าวจะไม่ลงรายละเอียดมากนัก แต่นี่ก็ชี้ให้เห็นอะไรบางอย่าง เพราะหลังจากนั้นอีกไม่นาน กองกำลังหมาล่าเนื้อก็หายไป'
'การที่กองกำลังหนึ่งถูกลบล้างนั้นไม่ใช่ปัญหา นั่นก็เพราะข้าก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ปัญหาก็คือ ความตายและสภาพการตายของกองกำลังหมาล่าเนื้อ มันเป็นการตายอย่างเบ็ดเสร็จเกินไป การล้มล้างกองกำลังขนาดกลางกองกำลังหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่การฆ่าทั้งหมดโดยไม่ให้มีใครรอดนี่สิ คือเรื่องที่ลำบากอย่างแท้จริง ยกเว้นอีกฝ่ายจะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งและเอาชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จ ใช่แล้ว... ผู้ที่ทำลายกองกำลังหมาล่าเนื้อของอาณาจักรที่ล่มสลาย คือกองกำลังจากป้อมปราการขาวนี่เอง'
...
"พี่ชาย... พี่ชายเหวินชู ทำไมท่านนิ่งไป" เซี่ยซีหานพูดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ท่านชายเหวินชูก็รู้สึกตัว
โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ตัว ท่านชายเหวินชูกำลังประเมินกองกำลังของป้อมปราการขาวสูงขึ้นอีกขั้น จนมันอยู่ในระดับ... คู่ค้าที่น่าสนใจของอาณาจักรแล้ว
ท่านชายเหวินชูหัวเราะกลบเกลื่อน และเขาไม่ได้พูดอะไรจริงจังกับเซี่ยซีหานอีก นอกจากการพยายามแสดงน้ำใจ และชวนสังสรรค์อย่างออกนอกหน้า ส่วนเซี่ยซีหานก็พูดตีเนียนอย่างเป็นกันเองกับท่านชายเหวินชูต่อไป
โดยที่ในใจเซี่ยซีหานอยากถามท่านชายเหวินชูเรื่องในงานประมูลเหลือเกินว่า... ท่านได้ประมูลส่วนผสมตัวยาที่จะเอาไว้ใช้รักษาพ่อเจียตัวของข้ามารึเปล่า
แต่เซี่ยซีหานรับรู้ได้ว่า สถานะของเขาไม่เหมาะสมที่จะถาม...
ท่านชายเหวินชูส่งเซี่ยซีหานถึงนอกเมืองหลวง จากนั้นเขาก็ลงจากเกี้ยวรถไม้ พร้อมบอกกับเซี่ยซีหานว่า เขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำที่เมืองหลวงแห่งนี้ เขาจำต้องรอใครสักคนที่สำคัญมาก่อน แน่นอนว่าเซี่ยซีหานรู้ว่า คนสำคัญที่ท่านชายเหวินชูรอนั้นคือใคร... เคอซวนผู้ปลอมตัวเป็นท่านยุ่นอี้แห่งโถงที่เก้านั่นเอง
ในระหว่างนั้นก็มีเกี้ยวรถม้าหรูหราอีกหนึ่งมาถึง
หยางจื่อถงผู้วิเศษชราร่างอ้วนใหญ่ นิ้วทั้งสิบของเขายังแพรวพราวไปด้วยอัญมณีเช่นเดิม เขาเดินเข้ามาพูดคุยกับท่านชายเหวินชูด้วยสีหน้าเป็นกันเอง ก่อนเรียกเซี่ยซีหานว่าหลานชาย พร้อมออกปากชวนเซี่ยซีหานนั่งเกี้ยวรถม้าไปด้วยกัน
และในขณะนั้นเอง เกี้ยวรถม้าที่หรูหราอีกเกี้ยวหนึ่งก็ปรากฏ ครั้งนี้เป็น 'เซ่าเหวิน' ผู้วิเศษแห่งความหลอกหลอนปรากฏตัว แต่เขาไม่ได้มีสีหน้าที่ดีเช่นหยางจื่อถง
"หยางจื่อถง เจ้ารู้รึยังว่า 'ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา' ตายแล้ว"
"อะไรนะ" น้ำเสียงหยางจื่อถงแฝงความประหลาดใจ ก่อนมองไปที่ท่านชาย
ท่านชายเหวินชูตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจ เขารู้เรื่องนี้แล้ว และยังรู้เรื่องน่าตกใจยิ่งกว่านี้อีก แต่เรื่องบางอย่างน่าตกใจมากเกินไป และเขาไม่มีอำนาจพอที่จะพูดความจริงทั้งหมดได้ เพราะเรื่องที่เขารู้นั้นมาจากบิดาของเขาผู้ซึ่งเป็นเจ้าอาณาจักรแห่งนี้
ท่านชายเหวินชูไม่คิดเลยว่า 'ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา' จะคิดขโมยจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม สิ่งนี้มีค่ามากเกินไป
แต่ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาก็มีรากฐานที่อาณาจักรแห่งนี้อย่างล้ำลึก การที่เขากล้าทรยศ ทำให้บิดาของเหวินชูโกรธอย่างถึงที่สุด ตอนนี้เพียงแค่รอเวลา เมื่อทุกอย่างสงบ คาดว่าตระกูลของราชาหมื่นบุปผาจะไม่มีอยู่อีกต่อไปในอาณาจักรแห่งนี้
"และจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามของพวกเราล่ะ ได้คืนมาหรือไม่"
เซ่าเหวินส่ายหน้าหลังจากได้ยินคำถามของหยางจื่อถง จากนั้นเขาก็พูดในกลบเกลื่อนบางอย่าง
"ไอ้พวกสารเลวอาณาจักรศิลาดำมันทำสำเร็จ มันขโมยจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามของเราไปได้ นอกจากนั้นแม่ทัพของมันหวงเหวินยังแสร้งบ้าคลั่ง บุกยึดเนินเขาคำสาปตะวันฉายของพวกเราต่อ โดยไม่สนใจว่าคนของพวกมันจะต้องตายเท่าไหร่ ใช้พวกเราอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งเป็นแพะรับบาปแทนพวกมัน สุดท้ายกองทัพของอาณาจักรก็ไม่อาจจะต้านทานการเดินทัพที่บ้าคลั่ง ที่ใช้ชีวิตผู้คนเอามาทิ้ง ราวกับจะเอาทรายถมมหาสมุทรของพวกมันไม่ได้ ตอนนี้พวกเราเสียเนินเขาคำสาปตะวันฉายให้อาณาจักรศิลาดำแล้ว"
"แต่ไอ้สารเลวหวงเหวินนักรบแปดดาบมันยังไม่พอใจ มันยังกล้าพูดอีกนะว่า มันจะบุกมาถึงเมืองหลวงของพวกเรา เพื่อล้างเลือดให้ลูกสาวที่ตายของตัวเอง ชิชิชิ มันคิดว่าพวกเราจะอ่านแผนการและความเจ้าเล่ห์ของพวกมันไม่ออก ที่มันแสร้งบ้าคลั่งดุดัน เดินทัพอย่างไม่เสียดายชีวิตผู้คนนั้น มันก็แค่ต้องการปกปิดอาณาจักรชั้นสองสารเลว อาณาจักรคฑาลิขิต ว่าพวกมันขโมยจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามจากพวกเราสำเร็จ แต่พวกมันแกล้งว่าทำงานล้มเหลวก็เพื่อหลอกอาณาจักรชั้นสองที่ชั่วร้ายนั่น..."
"หากคนของอาณาจักรคฑาลิขิตเชื่อมันก็โง่เต็มที"
เซ่าเหวินพูดจบหยางจื่อถง ก็พูดต่อทันที "และเจ้าว่าอาณาจักรคฑาลิขิตจะเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นจากปากของอาณาจักรศิลาดำหรือไม่"
เซ่าเหวินมุมปากยกยิ้ม "เชื่อหรือไม่มันสำคัญตรงไหน สิ่งสำคัญคือผลประโยชน์ต่างหาก หากเรื่องราวตอนนี้เดินไปในแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่ออาณาจักรคฑาลิขิต อาณาจักรคฑาลิขิตก็เลือกที่จะเชื่อ แต่ถ้ามันไร้ประโยชน์หรือมีผลเสียมากกว่า เขาก็ไม่เชื่อก็เท่านั้น เจ้าพูดยังกับไม่รู้จักแวดวงการเมืองอย่างนั้นแหละหยางจื่อถง "
"นั่นสิ... ตอนนี้เขาจะสนใจอะไร ในเมื่อพวกเรากำลังฆ่ากันแบบนี้ นี่สิถูกใจอาณาจักรคฑาลิขิตมากที่สุด" พูดจบประโยคนี้หยางจื่อถงตบพุงและหัวเราะต่อเนื่อง
ตอนนี้เซี่ยซีหานได้เห็นอีกมุมของโลก แวดวงการเมืองช่างเต็มไปด้วยผลประโยชน์และความชั่วร้ายจริงๆ
...
ขออภัยท่านผู้อ่านที่ติดตามรวมเล่ม นักเขียนมีความตั้งใจจะเขียนงานให้เสร็จตามกำหนดเวลาที่วางเอาไว้ แต่เพราะประเมินศักยภาพตัวเองเอาไว้สูงเกิน ทำให้เวลาเขียนงานจริงๆ พบว่าตัวเองยังจดจ่อกับงานเขียนไม่ได้เท่ากับที่ตั้งใจ ทำให้งานร่วมเล่มล้าช้า
ครั้งนี้นักเขียนไม่กล้าจะบอกว่าจะรวมเล่มเสร็จวันไหน เพราะค่อนละอายใจที่ไม่สามารถรักษาสัญญาได้ แต่งานเขียนตอนนี้ยังไม่เสร็จจริงๆ ครับ ขออภัยทุกคนครับอย่างจริงใจครับ