ใบหน้าของรองผู้อำนวยการเริ่มตึงเครียดขึ้นเขาจ้องมองคากิด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยอำนาจ แม้เพียงแวบเดียวความกดดันจากรองผู้อำนวยการก็ทำให้ทั้งนาฟและคากิรู้สึกถึงพลังที่แผ่กระจายออกมา
“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อต้าน ข้าสั่งให้กลับนั่นหมายความว่าพวกเจ้าต้องกลับ ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้ากลับไปด้วยตัวเอง!”
คากิกลืนน้ำลายลงคอทันทีเขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตากับนาฟ แม้ไม่อยากยอมแพ้ แต่เขารู้ว่าการขัดคำสั่งชายร่างใหญ่คนนี้ในเวลานี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีนาฟเองก็พยักหน้าเล็กน้อยให้คากิ แสดงให้เห็นว่าเขาเห็นด้วยกับคำสั่งของรองผู้อำนวยการ
สุดท้ายคากิก็ยอมลดมือลง ถอนหายใจออกมารองผู้อำนวยการมองดูทั้งสองคนก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเล็กน้อย
“ดีแล้ว ตอนนี้ตามข้ามา!”
ในที่สุดนาฟและคากิก็ถูกจัดแจงให้ออกจากสนามรบและกลับสู่สถาบันทันที ท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมาเส้นทางมิติพาทั้งสองกลับสู่สถาบันที่คุ้นเคยราวกับว่าโลกภายนอกเป็นเพียงภาพฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือน
ทุกคนต่างก็เฝ้ารอข่าวคราวจากสนามรบเหตุการณ์ความไม่สงบใหญ่หลวงที่ผ่านมาสร้างความหวาดกลัวให้ทุกคนไม่ใช่เพียงแค่ในสถาบัน แต่เป็นทั่วทั้งอาณานิคม เสียงกระซิบกระซาบ การสนทนาและการอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เคยหยุดลงแม้เวลาจะผ่านไปถึงสามวันแล้วก็ตาม
“ได้ยินหรือยัง? พวกสมาคมใต้ดินวางแผนจะก่อสงครามใหญ่อีกครั้ง...”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มนักศึกษาที่นั่งรวมกันอยู่ในโรงอาหาร
“มีคนบอกว่าลอร์ดสเตรชเชอร์ไม่สามารถตามเอาโลกมิติกลับมาได้...”อีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา ความกังวลที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของพวกเขาไม่สามารถปกปิดได้
นักศึกษาจับกลุ่มนั่งคุยกันอยู่ทุกมุมของสถาบันแม้ทุกคนจะอยู่ในที่ปลอดภัย แต่จิตใจกลับยังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้ทุกคนต่างรู้ดีว่าความสงบสุขในช่วงเวลานี้
เป็นเพียงความสงบก่อนพายุใหญ่ และคำถามเดียวที่หลงเหลืออยู่ในใจของทุกคนคือ...พวกสมาคมใต้ดินจะก่อสงครามขึ้นอีกเมื่อไร?
นาฟและคากิใช้เวลาส่วนใหญ่หลังจากเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ในหน่วยย่อยขององค์กรจันทร์เสี้ยวฝั่งตะวันตกสถานที่แห่งนี้เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมราวกับทุกคนต่างเฝ้ารอคอยบางสิ่งบางอย่างเช่นเดียวกับพวกเขา
บรรยากาศภายในสำนักงานเต็มไปด้วย เจ้าหน้าที่งานเอกสารต่างๆที่เดินไปมาอย่างรวดเร็ว จัดการข้อมูล ข่าวสาร และรายงานที่ถูกส่งมาจากพื้นที่ต่างๆ
นาฟนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของสำนักงานมองออกไปนอกหน้าต่างที่มองเห็นวิวของเมืองฝั่งตะวันตก สายลมเย็นพัดปลิวใบไม้ร่วงพัดผ่านกระจกสะท้อนถึงความเปราะบางของสถานการณ์ปัจจุบัน
คากิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แม้จะดูสงบแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความคิดมากมาย เขายังคงคิดถึงช่วงเวลาที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากไปกว่านั้น คากิกำหมัดแน่น พลางพึมพำกับตัวเอง
“ข้าอยากจะทำอะไรได้มากกว่านี้...”
นาฟมองเพื่อนตัวอ้วนที่อยู่ข้างเขาเข้าใจในความคิดความรู้สึกของเพื่อนคนนี้ เพราะความรู้สึกของเขาเองก็ไม่ต่างกัน
นาฟยังนั่งนิ่งอยู่ในสำนักงานสายตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายแต่ภายในจิตใจของเขากลับพลุ่งพล่านด้วยความคิดบางอย่างที่สะกิดเตือนราวกับมีสิ่งสำคัญที่เขาลืมไป ทันใดนั้นเขาก็นึกออก ว่ามีบางสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำ
นาฟหันไปหาคากิที่กำลังตรวจสอบอุปกรณ์อย่างตั้งใจ"ฉันต้องออกไปทำธุระส่วนตัว ถ้ามีอะไรให้ส่งสัญญาณผ่านเครื่องมือสื่อสารตามฉันได้"
นาฟเอ่ยก่อนจะยืนขึ้นเดินออกจากสำนักงานไปอย่างรวดเร็ว
นาฟกลับมายังที่พัก เพื่อเข้าสู่โลกมิติส่วนตัวสถานที่แห่งธรรมชาติ ภูเขาสูงเสียดฟ้า ป่าไม้หนาทึบและแม่น้ำที่ไหลรินอย่างสงบเงียบ แต่ร่องรอยแห่งความเสียหายกลับยังอยู่ทั่วทุกพื้นที่
นาฟเดินเข้าสู่ส่วนลึกของป่าใหญ่ที่แห่งนี้สงบร่มเย็น ราวกับเป็นสถานที่ที่โลกภายนอกไม่อาจแตะต้องได้เมื่อมาถึงยังที่ราบโล่งกลางป่า นาฟหลับตาและเรียกจิตวิญญาณสาวผู้สถิตอยู่ในโลกมิตินี้
จิตวิญญาณสาวจาชา ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าในร่างของหญิงสาวงดงามผมยาว ดวงตาสีฟ้าสดใสเปล่งประกายแห่งสติปัญญา เธอเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล
“เจ้ามาแล้ว!”
นาฟยิ้มบางๆก่อนเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอก เขาเล่าถึงสงครามที่โหมกระหน่ำการเสียสละของเหล่าผู้กล้า และความพยายามที่จะปกป้องอาณานิคม
จากกลุ่มก่อการร้าย จิตวิญญาณสาวฟังด้วยความสนใจใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความห่วงใยเมื่อได้ยินเรื่องราวของความสูญเสีย
เมื่อเล่าจบ นาฟจึงสูดหายใจลึก ก่อนจะเริ่มทำสิ่งที่เขาตั้งใจไว้เขายื่นมือออกไปเบื้องหน้า มือทั้งสองข้างของเขาวางลงบนพื้นดิน เขาหลับตาลงปลดปล่อยพลังธาตุไม้แห่งชีวิตออกจากร่างกาย แสงสีเขียวอ่อนเริ่มแผ่ขยายออกมาจากฝ่ามือลามเลียไปทั่วพื้นดินเบื้องหน้า เส้นแสงเหล่านี้คล้ายกับรากไม้ที่ค่อยๆแทรกตัวลงไปในผืนดิน ลึกลงไปในชั้นใต้ดินสัมผัสกับแก่นแห่งพลังธรรมชาติที่ซ่อนอยู่
ต้นไม้ใหญ่รอบๆ ค่อยๆ ส่งเสียงกระซิบของกิ่งไม้ที่ไหวระริก ราวกับพวกมันรับรู้ถึงพลังแห่งชีวิตที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาพืชพรรณเริ่มฟื้นฟู ความเขียวขจีค่อยๆ กลับมาสู่ผืนป่าอย่างช้าๆใบไม้เริ่มสดใสขึ้นอีกครั้ง ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งตามแรงของพลังชีวิตที่นาฟปลดปล่อยออกมา