จักรพรรดิเพลิงทะยานสวรรค์

    ตอนที่ 35 บทสนทนาระหว่างมื้ออาหาร 2 (จบ)


    เสวี่ยอวี๋ที่อยู่ในไข่มุกจิตวิญญาณที่เห็นการแสดงของฉินหยางก็ทั้งรู้สึกขบขันและทึ่งในเวลาเดียวกันเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นฉินหยางในมุมนี้มาก่อน จะเห็นก็แต่เพียงความจริงจัง จริงใจ อ่อนโยนและตรงไปตรงมาเท่านั้น


    "พี่ชายฉินหยางไม่รู้จักว่าดาราใต้ที่ 4 คือสิ่งใดงั้นรึ? "


    ซูฉินกล่าวถามด้วยความประหลาดใจอีกครั้งแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าฉินหยางเป็นเด็กหนุ่มที่มาจากหมู่บ้านหลังเขา ซึ่งอาจไม่ทราบเรื่องราวภายนอกก็มีสีหน้ากลับมาเป็นปกติแล้วเอ่ยว่า


    "ถ้าเช่นนั้นข้าจะเริ่มอธิบายทั้งหมดเลยก็แล้วกันพี่ชายจะได้ไม่สับสน"


    ซูฉินทำถ้าทีจริงจังก่อนจะเริ่มเล่าตั้งแต่ตอนว่า


    "แผ่นดินที่ฉินหยางและพวกเขาอยู่ในตอนนี้เรียกว่า "แผ่นดินใหญ่ไท่หยาง" ปกครองโดยจักรพรรดิ ซ่งเทียน ซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้


    โดยแผ่นดินใหญ่ไท่หยางถูกแบ่งการปกครองออกเป็น 4 ดินแดน คือ จันทราชิงหลง จันทราไป๋หู จันทราจูเชว่และจันทราเสวียนอู่ ทั้ง 4 ดินแดนถูกเรียกขานว่า "แดนจันทราทั้ง 4" ซึ่งเป็นตัวแทนของทิศต่าง ๆ ดังนี้


    จันทราชิงหลงเป็นตัวแทนของทิศตะวันออก


    จันทราไป๋หูเป็นตัวแทนของทิศตะวันตก


    จันทราจูเชว่เป็นตัวแทนของทิศใต้


    และจันทราเสวียนอู่คือตัวแทนของทิศเหนือ


    ซึ่งดินแดนจันทราทั้ง 4 จะประกอบด้วยเขตดาราที่อยู่ภายใต้การปกครองจำนวนมากมาย ตัวอย่างเช่น ดินแดนจันทราจูเชว่ซึ่งเป็นดินแดนทางทิศใต้ที่พวกเราอยู่ในปัจจุบัน มีเขตดาราที่อยู่ในการปกครองทั้งหมด 132 เขต


    โดยลำดับหมายเลขของเขตดาราแต่ละเขตเป็นเครื่องหมายที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและความยิ่งใหญ่ของเขตนั้น ๆ ยิ่งจำนวนตัวเลขน้อยลงเท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแกร่งและทรงอำนาจมากเท่านั้น


    ส่วนคำว่า"ใต้"เป็นคำที่บงบอกถึงดินแดนที่เป็นทิศที่ตั้งของเขตดารานั้น ๆ ตัวอย่างเช่น เขตดาราที่อยู่ในการปกครองของดินแดนจันทราเสวี่ยนอู่ จะถูกเรียกว่า เขตดาราเหนือ เขตดาราที่อยู่ในการปกครองจูเชว่ จะถูกเรียกว่า เขตดาราใต้ เป็นต้น


    "เช่นนี้นี่เอง...เช่นนั้นแล้วเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตดาราใต้ที่เท่าใดงั้นรึ? "


    ฉินหยางที่นั่งฟังคำอธิบายของซูฉินเอ่ยถามขึ้น


    "เมืองเหยียนจิ้งแห่งนี้งั้นรึ? เป็นเมืองที่อยู่ในเขตดาราใต้ที่ 127 เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่อ่อนแอ"


    ซูฉินกล่าวอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนรู้ออกมาจนหมดไม่มีปิดบัง


    "127? แล้วเหตุใดสำนักอัคคีสวรรค์ที่ถือเป็นสำนักที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของเขตดาราใต้ที่ 4 ถึงต้องมาตามหาศิษย์เข้าร่วมสำนักในสถานที่อ่อนแอเช่นนี้กัน? "


    "เรื่องนั้น..ข้าเองก็ไม่รู้ ข้ารู้แต่เพียงว่าท่านเจ้าสำนักคนใหม่ของสำนักอัคคีสวรรค์เป็นคนออกคำสั่งให้มีการจัดการประลองเพื่อคัดเลือกศิษย์ขึ้นทั่วทั้ง 132 เขตดารา ซึ่งโดยปกติแล้วทางสำนักอัคคีสวรรค์ จะเปิดรับสมัครศิษย์โดยการประลองเช่นนี้เพียงในเขตดาราที่1-20 เท่านั้น


    การจัดการประลองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่มีการเปิดรับสมัครศิษย์ในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้คนจากเมืองต่าง ๆ จึงเดินทางมาที่"นี่มากมากเช่นนี้


    ซูฉินตอบคำถามถึงตรงนี้ก็เงียบไปสักพักก่อนถามขึ้นว่า


    "เช่นนี้นี่เอง.."


    ฉินหยางกล่าวสี่คำนี้ออกมาก่อนจะเงียบไปและทำาีหน้าครุ่นคิดบางอย่าง


    "ว่าแต่พี่ชายฉินหยางไม่สนใจเข้าร่วมการประลองงั้นรึ? ข้าเห็นว่าท่านเองก็เป็นผู้มี่ใช้เพลิงที่ทรงพลัง หากท่านได้เข้าร่วมสำนักอัคคีสวรรค์ชีวิตในฐานะผู้วิเศษของท่านก็จะรุ่งโรจน์เชียวล่ะ...และนี่อาจจะเป็นโชคชะตาที่จะเปลี่ยนชีวิตที่ท่านตามหาอยู่ก็เป็นได้"


    ซูฉินเมื่อเห็นว่าฉินหยางเงียบไปจึงกล่าวแนะนำด้วยความหวังดีเพราะคิดว่าฉินหยางอาจจะมีศักยภาพมากพอที่จะสามารถเข้าร่วมสำนักอัคคีสวรรค์ได้


    ฉินหยางไม่ได้ตอบคำถามในทันทีเขายังคงนิ่งงันอยู่บนโต๊ะอาหารพลางขบคิดอยู่สักพักก็เอ่ยว่า


    "เช่นนั้น..ข้าก็จะเข้าร่วมการประลองด้วย หากเป็นอย่างที่คุณชายฉินกล่าวมาสำนักอัคคีสวรรค์ก็ถือว่าไม่เลว.."


    ฉินหยางกล่าวพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย


    คุณชายทั้งสองเมื่อได้ยินว่าฉินหยางจะเข้าร่วมการประลองก็รู้สึกดีใจแม้จะแอบรู้สึกแปลก ๆ กับคำว่า "ก็ถือว่าไม่เลว" ที่ฉินหยางพูดไปก่อนหน้านี้แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้นำมาใส่ใจอันใด


    "ว่าแต่..คุณชายทั้งสองเองก็จะเข้าร่วมการประลองด้วยใช่หรือไม่"


    ฉินหยางเอ่ยถามกลับ


    ทั้งสองพยักหน้าตอบรัยพร้อมกันก่อนซูหมิงจะเป็นคนกล่าวขึ้นว่า


    "การประลองจะเริ่มในอีก 14 วันหลังจากนี้ หากน้องชายฉินหยางมีสิ่งใดขาดเหลือโปรดบอกมาได้เลยอย่าได้เกรงใจ"


    "เรื่องนั้น..คงไม่รบกวนคุณชายทั้งสอง แค่การต้อนรับอย่างดีเช่นนี้ก็นับว่าเพียงพอ"


    ฉินหยางตอบอย่างไม่ถือตัวเกินไปและอ่อนน้อมเกินไป หลังจากที่ทั้งสามกล่าวสนทนาเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประลองและพูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ เช่นกฏการประลอง จำนวนศิษย์ที่จะรับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังไม่มีทราบิทั้งสามจึงตัดสินใจว่ารอให้ถึงวันประลองก็คงทราบเอง หลังจากพูดคุยพลางรับประทานอาหารจนเสร็จฉินหยางก็ยืนขึ้นโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า


    "ขอบคุณคุณชายทั้งสองสำหรับอาหารมื้อนี้ ข้ามีของตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณชายทั้งสองดูแลข้าเป็นอย่างดีเช่นนี้"


    ฉินหยางกล่าวพรางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อก่อนจะหยิบถุงผ้าสองใบออกมายื่นให้ทั้งสองก่อนที่ทั้งสองจะรับมาด้วยสีหน้าสงสัยเล็กน้อยและเปิดดูพบว่าจ้างในถุงทั้งสองบรรจุด้วยของที่คล้ายผลึกหินที่มีมากมายหลายสีสัน


    "พี่ชายฉินหยางสิ่งนี้หรือว่าจะเป็น..."


    ซูฉินเหมือนจะรู้ว่าผลึกเลานี้คือสิ่งใดก่อนจะกล่าวถามออกมาด้วยร้ำเสียงติดขัดเล็กน้อย


    "คุณชายซูฉินเดาถูกต้องแล้วสิ่งนี้คือแก่นผลึกปราณของสัตว์วิเศษที่ข้าหามาได้นะหว่างที่เดินทางมาที่นี่ มัน่าจะพอช่วยให้คุณชายฉินทะลวงระดับได้รวดเร็วขึ้นจากเดิมได้เล็กน้อย"


    ฉินหยางกล่าวอย่างไม่รีบไม่ร้อน มุมปากของเขายังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าไม่เลื่อนหาย


    "พี่ชายฉินหยางนี่มัน ...."


    "คุณชายฉินอย่าได้เกรงใจมันเป็นสิ่งที่ข้าอยากมอบให้อย่าได้คิดปฏิเสธมันเลย"


    ฉินกหยางกล่าวราวกับรู้ทันว่าซูฉินจะเอ่ยสิ่งใดออกมา


    "เอาล่ะน้องฉินอย่าได้ปฏิเสธน้ำใจของคุณชายฉินหยางเลย.."


    ซูหมิงหันหน้ากล่าวกับน้องชายของตนก่อนจะหันหน้าไปพูดกับฉินหยางว่า


    "น้องชายฉินหยางคงเหนื่อยแล้วใช่หรือไม่เช่นนั้นข้าจะให้เสี่ยวเอ้อร์มาพาน้แงชายไปยังห้องพักก่อน หากมีสิ่งใดขาดเหลืออย่าเกรงใจที่จะบอก"


    ซูหมิงกล่าวจบก็เรียกเสี่ยวเอ้อร์คนก่อนหน้ามาพาฉินหยางไปยังห้องพักในทันที


    "ดูแลคุณชายท่านนี้ให้ดี หากคุณชายต้องการสิ่งใดจงจัดหามาให้อย่าให้ขาด"


    ซูหมิงกล่าวกำชับกับเสี่ยวเอ้อร์ด้วยสีหน้าจริงจัง


    "ขอรับคุณชาย!!


    เช่นนั้นเชิญน้องชายฉินหยางพักผ่อนเถอะ หากมีสิ่งใดขาดเหลือน้องชายสามารถเรียกใช้เสี่ยวเอ้อร์ได้ตลอดเวลา


    ซููหมิงกล่าวตบปากรับคำก่อนฉินหยางจะพยักหน้าให้เล็กน้อยและเดินตามเสี่ยวเอ้อร์ไปยังห้องพักในทันที


    หลังจากที่ฉินหยางเดินตามเสี่ยวเอ้อร์ไป ซูหมิงและซูฉินก็หันหน้ามองกันด้วยแววตามีความหมายก่อนซูฉินจะเป็นคนเอ่ยขึ้น


    "พี่หมิงท่านคิดว่าพี่ชายฉินหยางเป็นผู้ที่มาจากหมู่บ้านหลังเขาจริงหรือไม่? ข้าว่าบุคลิกท่าทางและมารยาทที่เขาแสดงออกมาไม่เห็นจะเหมือนผู้ที่มาจากหลังเขาเลยแม้แต่น้อย"


    "เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่รู้แต่ข้าสัมผัสได้ว่าชายคนนี้ไม่ได้พูดโกหก แต่ว่าระหว่างที่สนทนากันข้ารู้สึกรับรู้ได้ถึงแรงกดดันจากเขา มันเหมือนไม่ใช่แรงกดดันจากพลังปราณแต่เป็นแรงกดดันที่ส่งผลต่อจิตวิญญาณ"


    ซูหมิงกล่าวตอบแววตาของเขาแฝงการขบคิดบางอย่าง


    "ท่านเองก็ด้วยงั้นรึ? ข้าคิดว่าข้ารู้สึกไปเองเสียอีก พี่ชายฉินหยางท่านนี้ดูท่าจะไม่ใช่ผู้วิเศษธรรมดา ๆ อย่างที่เราคิด อีกอย่างข้ารู้สึกว่าเขายังมีอะไรบ้างอย่างปิดบังพวกเราอยู่"


    "เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เราทุกคนล้วนมีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้กันทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด เอาเป็นว่าไม่ต้องขบคิดให้มากความ พวกเรารีบไปดูดซับพลังจากแก่นผลึกศิลาปราณเถอะ วันประลองใกล้เข้ามาแล้วหากระดับพลังของพวกเราเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งทำให้เรามีโอกาสเข้าร่วมสำนักอัคคีสวรรค์มากขึ้น"


    ซูหมิงกล่าวแนะนำก่อนที่ทั้งสองจะเดินลงไปจากชั้น 5 และแยกย้ายกันกับไปยังห้องพักของตัวเองเพิ่มทำการดูดซับพลังก่อนการประลองคัดเลือกศิษย์ของสำนักอัคคีสวรรค์จะเริ่มต้นขึ้น




    ...............................................




    ณ ห้องพักบนชั้นที่ 8 ของโรงเตี้ยมสุราสำราญ


    "อื้ม..ห้องนี้ยอดเยี่ยมใช้ได้!!"


    เสียงพูดเสวี่ยอวี๋ดังขึ้นภายในห้องหลังจากเสี่ยวเอ้อร์นำทางมาส่งที่ห้องแห่งนี้และขอตัวกลับไป


    ฉินหยางยืนเอามือไขว้หลังพร้อมใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มจาง ๆ เดินไปนั่งลงที่โต๊ะหลังเล็กที่วางอยู่มุมหนึ่งของห้องพื้นที่นั่งถูกปูด้วยพรมขนสัตว์สีเทาดูหรูหรา


    "อื้ม ที่นี่ไม่เลวเลยจริง ๆ "


    ฉินหยางกล่าวขึ้นพลางกวาดสายตามองบรรยากาศภายในห้อง


    ร่างโปร่งใสของเอสวี่ยอวี๋ลอยไปมาภายในห้แงจนมาหยุดอยู่ด้านหน้าโต๊ะตรงข้ามกับฉินหยาง


    "จริงสิ เจ้าคิดอย่างไรกับการประลองที่จะถึงนี้งั้นรึ? "


    จู่ ๆ เสวี่ยอวี๋ก็เปิดประเด็นถามขึ้น


    คิดเห็นอย่างไร? เจ้าหมายถึงสิ่งใดงั้นรึ?


    ฉินหยางทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่เสวี่ยอวี๋ถาม


    "ก็เรื่องที่สำนักอัคคีสวรรค์อะไรนั่นจะจัดการประลองคัดเลือกศิษย์ขึ้นที่เมืองแห่งนี้ยังไงล่ะ เจ้าไม่คิดว่ามันบังเอิญเกินไปหรือไม่? "


    "เจ้าคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นการจัดฉากขึ้นเช่นนั่นงั้นรึ? "


    ฉินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยกล่าวถามกลับ


    "เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่รู้ ข้าแค่รู้สึกว่ามันแค่บังเอิญจนเกินไปก็เท่านั้น"


    "จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่เจ้าว่ามา...แต่ว่าถ้าเป็นการจัดฉากจริง ๆ จะเป็นฝีมือของใครกันแล้วทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร? "


    ฉินหยางคงนั่งคิดถึงความเป็นไปได้เ


    "หรือจะเป็นกลุ่มชายชุดคลุมดำที่ตามล่าเจ้าอยู่"


    เสวี่ยอวี๋ลองคาดเดา


    "คงไม่ใช่เพราะถ้ามันจะสังหารข้าแค่ส่งคนฝีมือดีหน่อยมาจัดการข้าก็คงเพียงพอแล้ว คงไม่จำเป็นต้องทำให้มันยุ่งยากเช่นนี้"


    กล่าวจบทั้งสองก็ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบก่อนฉินหยางจะกล่าวขึ้นว่า


    "เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะต่อให้เรารู้ไปเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด"


    "นั่นสินะ"


    เสวี่ยอวี๋กล่าวออกมาเพียงสั้น ๆ ก่อนฉิหยางจะตัดสินใจดูดซับแก่นผลึกปราณของสัตว์วิเศษที่เหลือเพื่อเพิ่มพลังในทันทีโดยเสวี่ยอวี๋อาสาเป็นคนปกป้องและดูต้นทางอยู่ข้าง ๆ ....





    ................................................





    ณ คฤหาสน์เจ้าเมืองภายในห้องรับแขก


    "มู่เฉินเหตุใดเจ้าถึงไม่จัดการไอ้เด็กนั่นให้ข้ากัน? "


    หลินลู่เฟยโวยวายขึ้นด้วยความโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง


    "นายน้อยโปรดสงบอารมณ์ลงก่อน"


    จินเยว่ที่เห็นว่าหลินลู่เฟยแสดงกริยาไม่เหมาะสมก็เอ่ยเตือนขึ้น


    "ลู่เฟยเจ้าคิดว่าข้าไม่อยากจัดการมันงั้นรึ? ข้าเองก็ถูกมันเหยียดหยามไม่ต่างกัน แต่เจ้าไม่เห็นงั้นรึว่า เจ้าสองพี่น้องตระกูลซูนั่นมันออกหน้าปกป้องมันเช่นนั้นจะให้ข้าทำอย่างไร ต่อให้บิดาข้าจะเป็นเจ้าเมืองก็ยังต้องเกรงใจตระกูลซูอยู่หลายส่วน..


    อีกอย่างคนของเจ้าไปทำเรื่องเช่นนั้นก่อน หากข้าตัดสินโทษว่ามันผิด ข้าจะถูกชาวเมืองครหาว่าตัดสินไม่เป็นธรรม หากท่านพ่อของข้ารู้เรื่องนี้เข้าคนที่จะเดือดร้อนก็คือข้าเจ้ารู้หรือไม่!!"


    มู่เฉินยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นเดียวกัน


    หลินลู่เฟยที่เห็นท่าทีของมู่เฉินดังนั้นก็เริ่มสงบจิตใจลงได้เล็กน้อย แต่ภายในใจก็ยังคงโกรธแค้นฉินหยางอยู่ไม่จาง


    "แล้วเราจะทำยังไงกันดี? จะปล่อยมันไปแบบนี้เช่นนั้นงั้นรึ? มันหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้ยังไงข้าก็ต้องจัดการมันให้ได้"


    "เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงเราจะต้องจัดการมันแน่ แต่ว่า..ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา"


    มู่เฉินออกมาราวกับมีแผนการณ์บางอย่าง


    "จัดการ? เราจะจัดการมันอย่างไร"


    หลินลู่เฟยกล่าวถามด้วยความไม่เข้าใจ


    "หึหึ เจ้าคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กนั่นหรือไม่ล่ะ? "


    มู่เฉินกล่าวถามพร้อมยกยิ้มมุมปาก


    "คุ้นหน้า? ไม่ข้าไม่เคยเห็นมันในเมืองนี้มาก่อน แล้วมันเกี่ยวอันใดกับการที่จะจัดการมันกัน?


    หลินลู่เฟยยังคงกล่าวถามด้วยความไม่เข้าใจ


    "หึหึ มันไม่ใช่ผู้วิเศษของเมืองนี้แสดงว่ามันเป็นผู้วิเศษจากเมืองอื่นที่จะเข้าร่วมการประลองคัดเลือกศิษย์ของสำนักอัคคีสวรรค์เป็นแน่ ถ้าเช่นนั้นเราก็ใช้การประลองในครั้งนี้จัดการสังสอนมันเสียเลยสิ"


    มู่เฉินพลางยกยิ้มุมปากด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์


    "จริงด้วย!! เจ้านี่ช่างกลักแหลมเสียจริง"


    หลินลู่เฟยเองก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเช่นเดียวกัน


    "แต่ว่า...ถ้าเด็กคนนั้นไม่ได้เข้าร่วมการแระลองล่ะขอรับ...? "


    จู่ ๆ จินเยว่ที่ยืนนิ่งอยู่ก็เอ่ยถามคำถามขึ้นจนทั้งสองที่กำลังนกยิ้มพึงพอใจต้องหุบยิ้มในทันที


    "จริงด้วยข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้เสียสนิท ถ้ามันไม่ได้เข้าร่วมการประลองเราก็จะหมดโอกาสจัดการมันแน่"


    หลินลู่เฟยเริ่มขมวดคิ้วและมีสีหน้าครุ่นคิดอีกครั้ง


    "หึ เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะสั่งให้ทหารภายในเมืองจับตามันไว้ ถ้ามันออกไปจากเมืองเมื่อไหร่ล่ะก็..."


    มู่เฉินกล่าวออกมาราวกับคิดแผนการรับมือเอาไว้แล้

    ว หลินลู่เฟยที่ขมวดคิ้วในตอนแรกก็เริ่มกลับมายกยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้งก่อนทั้งสองจะพูดคุยถึงแผนการณ์ที่จะจัดการณ์ฉินหยาง โดยที่ตัวของฉินหยางเองยังคงไม่รู้ตัวและนั่งดูดซับพลังจากแก่นผลึกปราณอยู่ภายในห้องพักของโรงเตี้ยมตระกูลซูอย่างมุ่งมั่น…


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิเพลิงทะยานสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157